ตอนที่ 206

4/4

Ep.206 -

คำเชิญของหยางซานหู

ระหว่างกำลังสนทนาเฮฮา

สายตาของฉินเฟิงก็หันไปเห็นไป๋หลีที่กำลังเบื่อหน่าย เธออ้าปากหาวเล็กน้อย

ดูน่ารักน่าชังซะจริงๆ

“ฮ่าฮ่าฮ่า

ดูเหมือนแฟนนายจะเบื่อแล้วนะ งั้นฉันไม่กวนดีกว่า

ขอตัวไปเล่นสนุกกับเครือข่ายนักล่าเงินรางวัลสักหน่อยก็แล้วกัน!”

หลิงหวูยี่เดินจากไปพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้าเขา

ส่วนฉินเฟิงเดินกลับมาอยู่ข้างกายไป๋หลี

ไม่รอให้เขาทันได้เอ่ยปาก

อุปกรณ์สื่อสารบนข้อมือก็ดังขึ้น

และฉินเฟิงไม่คาดคิดเลย

ว่าคนๆนี้ที่โทรมา

---เป็นหยางซานหู

นายพลแห่งกองทัพทุ่งล่า

“สวัสดีครับ นายพลหยาง” ฉินเฟิงยกอุปกรณ์สื่อสารขึ้นมา

เปิดวิดีโอสนทนากับอีกฝ่าย

หยางซานหูปรากฏสู่สายตา

ตามตัวมอมแมมไปด้วยฝุ่น เวลานี้เห็นได้ชัดว่าปลายสายอยู่ในทุ่งล่า

สภาพแวดล้อมเป็นป่าและโขดหิน

“สวัสดี ผู้ว่าการฉิน” หยางซานหูยิ้ม

และกล่าว “ขอสารภาพตามตรงว่าถ้าไม่มีธุระฉันคงไม่โทรมา แต่คราวนี้มันจำเป็นจริงๆ!”

“เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือครับ?”

ฉินเฟิงเองก็สงสัย ว่าหยางซานหูมีอะไรถึงได้ติดต่อหาเขา

และฉินเฟิงก็เหมือนจะนึกได้ถึงคำตอบอย่างรวดเร็ว

:

ไม่ใช่ว่ากองทัพของหยางซานหูกำลังออกไปค้นหาทรัพยากรภายนอกในทุ่งล่าอยู่หรอกหรือ?

งั้นก็น่าจะเป็นปัญหาเกี่ยวกับเรื่องทรัพยากรบางอย่างที่เขาค้นพบใช่หรือไม่?

“ฉันจะส่งรูปให้เธ-- ไม่สิ

ตอนนี้ต้องสุภาพกันแล้วสินะ เดี๋ยวฉันจะส่งรูปไปให้คุณดู บางทีคุณอาจจะรู้จักมัน”

หยางซานหูเป็นคนตรงไปตรงมา

เขาไม่เสียเวลาพูดพร่ำทำเพลง ส่งวิดีโอไปให้ฉินเฟิงในทันที

ฉินเฟิงกดคลิกที่วิดีโอ

เห็นแค่เพียงแอ่งน้ำเล็กๆไหลลงมาจากมุมสูงของหน้าผาชัน

บ่อน้ำแห่งนี้ไม่ใหญ่จนเกินไป

มันกว้างประมาณ 2 เมตร ดูแสนธรรมดา อย่างไรก็ตาม รอบๆบ่อ กลับมีพืชที่น่าสนใจผุดขึ้นมา--

--เป็นสมุนไพรไผ่กลวง ระดับ E !

แม้รูปร่างของมันจะดูเหมือนไม้ไผ่

แต่ความจริงแล้วคือสมุนไพร สูงประมาณ 1 เมตร

ประกอบไปด้วยพลังงานแสนบริสุทธิ์จากฟ้าดิน หลังจากรับประทานมัน

จะสามารถเปลี่ยนเป็นกำลังภายในได้ มีมูลค่าเป็นอย่างมาก

เพียงต้นเดียว มีราคามากถึง 3

ล้านเหรียญ แต่ในปัจจุบัน พอได้ลองกวาดตานับดูรอบๆ จะพบว่ามันมีอย่างน้อยก็ 50

ต้น! ซึ่ง 50 ต้นสามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินได้เกินกว่า 100 ล้าน!

ฉินเฟิงขบคิดบางอย่างในจิตใจ

เขาไม่ได้ดูวิดีโอต่อ แต่ตัดกลับมาสนทนากับหยางซานหู

“หลังจากดูวิดีโอ

ผมพอจะรู้เหตุผลแล้วครับ เนื่องจากมันเป็นสมบัติทางธรรมชาติ

ฉะนั้นน่าจะมีสัตว์ร้ายคอยคุ้มครองอยู่ใช่ไหม” ฉินเฟิงได้ข้อสรุป

“ผู้ว่าการฉินเดาถูกแล้ว

ตรงส่วนนั้นแหละที่เป็นปัญหา!” ว่าจบเขาก็เริ่มอธิบายให้แก่ฉินเฟิง

---ระหว่างทำการสำรวจพื้นที่ เขาก็ได้ค้นพบกับสมบัติชิ้นนี้

แต่เห็นได้ชัดว่ามันถูกปกป้องไว้โดยสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังมาก เป็นเสือเกราะเกล็ด

ระดับนายพลสัตว์ร้าย

เสือตัวนี้ทั้งร่างของมันถูกปกคลุมไปด้วยเกล็ด

ครอบครองพลังต่อสู้ที่น่าทึ่ง และการที่มันมาถึงเลเวล E นั่นหมายความว่ามีโอกาสน้อยมากที่จะถูกสังหารลงโดยการโจมตีระยะไกลอย่างอาวุธปืน

ดังนั้นกลยุทธ์กองทัพมนุษย์เข้าปิดล้อมจึงไม่ได้ผล

พวกเขาพยายามอยู่หลายครั้งเพื่อไล่เสือเกราะเกล็ดออกจากหน้าผา

จนสุดท้ายหยางซานหูตัดสินใจลงมือด้วยตัวเอง ยอมเป็นเหยื่อล่อ

ลวงเสือเกราะเกล็ดไปอีกทาง

แต่ผลลัพธ์กลายเป็นว่า

คนที่ลงไปเก็บรวบรวมสมุนไพร ดันถูกเสือเกราะเกล็ดที่ย้อนกลับมาแว้งกัดเอา

ฉีกกระชากร่างเป็นชิ้นๆ ยังไม่ทันได้รับสมุนไพร ตนเองก็สูญเสียลูกน้องไปหลายคน

ดังนั้นหยางซานหูไม่กล้าเสี่ยงอีกต่อไป

“ถ้าเป็นก่อนหน้านี้

อะไรที่ฉันเจอแล้วไม่สามารถได้มันมา ฉันจะเลือกซ่อนมัน ไม่ยอมบอกใคร

แต่ในครั้งนี้ … ฉันไม่อยากยอมแพ้จริงๆ ยิ่งไปกว่านั้น

ตอนนี้คุณก็ไม่ได้สังกัดสถานชุมชนเฉิงเป่ยแล้วใช่ไหม?” หยางซานหูกกล่าว

“ผู้ว่าการฉิน คุณวางใจได้เลย ถ้าสามารถเก็บสมุนไพรมาได้ พวกเราจะแบ่งกัน 50-50

ส่วนนายพลสัตว์ร้ายก็ร่วมมือกันสังหารมัน และหลังจากการต่อสู้จบลง

วัตถุดิบจากมันฉันไม่เอา ยกให้คุณทั้งหมดเลย”

เพราะแค่ในส่วนของสมุนไพรที่ได้รับมา

มันก็กำไรมากพอแล้วสำหรับหยางซานหู

ออกมาทุ่งล่าเพียงครั้งเดียว

แต่กลับสามารถรับทรัพย์กว่า 80

ล้าน(ราคาขายครึ่งหนึ่งของสมุนไพรไผ่กลวง)มาไว้ในกำมือ

นี่มันไม่ต่างการคว้าโชคลาภมหาศาลมาเลย ยังไงก็ตาม นี่ถือเป็นรายได้ปกติของผู้ใช้พลังเลเวล

E

สำหรับรายได้ของฉินเฟิง

แม้เขาจะอยู่ในเลเวล E แต่ตัวเลขของมันมหาศาลเกินไป

มากเทียมฟ้าไม่อาจนำมาเทียบเปรียบกันได้

ในสมองของฉินเฟิงเริ่มปั่นความคิดเร็วจี๋

ฟังจากที่หยางซานหูเอ่ยปากออกมา

เหมือนว่าเขาจะเคยเจอทรัพยากรดีๆอย่างอื่นมาก่อนแล้วเหมือนกัน

แต่ไม่สามารถเก็บเกี่ยวมันได้ …

อย่างไรก็ตาม

ฉินเฟิงยังไม่คิดถามเรื่องนั้นในเวลานี้

อันดับแรกคงต้องร่วมมือกันก่อน

ให้หยางซานหูได้เห็นถึงความแข็งแกร่งของเขา จากนั้น

โอกาสที่อีกฝ่ายยอมคายข้อมูลของทรัพยากรอื่นๆก็ไม่น่าจะใช่เรื่องยาก

อันที่จริงแล้ว

เรื่องทรัพยากรฉินเฟิงล่วงรู้และมีข้อมูลมากกว่านายพลหยางเสียอีก

แต่เขายังไม่อาจออกไปค้นหาได้ เพราะท้ายที่สุดแล้วนี่คือยุคโลกาวินาศ

การจะเดินทางระยะไกล เป็นเรื่องที่รู้ๆกัน

ว่าต้องเป็นคนที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริงเท่านั้นถึงจะทำได้

ซึ่งปัจจุบันฉินเฟิงยังไม่ถึงขั้นที่กล่าวมา

และตอนนี้ก็เป็นช่วงเวลาที่เขาต้องการสั่งสมความแข็งแกร่งพอดี

“ตกลง!

ตอนนี้กองทัพของคุณยังอยู่ในตำแหน่งใกล้เคียงกับวิดีโอที่ส่งมารึเปล่า”

“อืม ยังอยู่!”

“ถ้าอย่างนั้นผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้!”

“ขอบคุณผู้ว่าการฉินจริงๆที่รับข้อเสนอ!”

“เรื่องนี้ได้ผลประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย

ฉะนั้นผมยินดีให้ความร่วมมือ!”

หลังจากสนทนากันอีกเล็กๆน้อยๆ

หยางซานหูก็ส่งตำแหน่งแบบเฉพาะเจาะจงให้กับฉินเฟิง

ฉินเฟิงวางแผนเดินทางพร้อมกับไป๋หลีทันที

--คนเราหากไม่หยุดวิ่ง

ก็ย่อมสามารถพัฒนาเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง!

“ไป๋หลี เรียกรถศึกออกมา

พวกเราจะไปเที่ยวทุ่งล่ากัน!”

“รับทราบ” ไป๋หลีขานรับ

วาดมือปล่อยรถศึก ฉินเฟิงกับเธอก้าวขึ้นไปนั่งภายในมัน

“การเดินทางอาจจะใช้เวลาสักหน่อย

เธอไปนั่งพักผ่อนที่ด้านหลังได้นะ” ฉินเฟิงกล่าว

“ไม่เป็นไรหรอก ฉันจะอยู่กับที่รัก!”

ไป๋หลีกล่าวพลางเปิดอุปกรณ์สื่อสารในมือ พอฉินเฟิงชะโงกหน้ามอง ก็พบว่าเธอกำลังดูนั่น

ดูนี่ ช็อปสินค้าอย่างเมามัน

เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับบ้านหลังใหม่ในสถานชุมชนเฟิงหลี

ฉินเฟิงลูบใบหน้าน้อยๆของเด็กสาว

หลังจากตั้งค่ารถศึกให้ขับเคลื่อนไปตามตำแหน่งที่ระบุแล้ว

เขาก็หยิบอุปกรณ์สื่อสารออกมา

คราวนี้

เขากลับมาดูวิดีโอของหยางซานหูอีกรอบ ดูเก็บรายละเอียดมันอย่างจริงจัง

ภาพวิดีโอดังกล่าวถ่ายจากโดรน

เป็นมุมมองจากบนท้องฟ้า และเห็นแค่เพียงบ่อน้ำกับสมุนไพรไผ่กลวงเท่านั้น

ฉินเฟิงหยุดวิดีโอในตำแหน่งที่ถ่ายใกล้กับบ่อน้ำมากที่สุด

“สมุนไพรไผ่กลวงผุดขึ้นเป็นกลุ่มใหญ่

นั่นหมายความว่าดินที่นี่เปี่ยมไปด้วยพลังงาน คิดว่าน่าจะมี ‘หินพลังงานธรรมชาติ’

ซ่อนอยู่”

หินพลังงานธรรมชาติ

ไม่ใช่แหล่งพลังงานชนิดที่เกิดจากฝีมือของมนุษย์ในปัจจุบัน

แต่เกิดขึ้นหลังจากการตายของสัตว์ร้ายที่ไม่ถูกสิ่งมีชีวิตอื่นค้นพบ ,

ถูกฝังไว้ใต้ดิน , ตากแดดตากฝนในทุ่งล่า เป็นแหล่งหลังงานที่ขึ้นเองจากการผุกร่อนของธรรมชาติ

เนื่องจากการผุกร่อน

เลยทำให้มันมีลักษณะเหมือนกับหิน

ซึ่งหินพลังงานที่ว่านี้

ยังคงขับพลังงานที่ล้นออกมาได้อย่างต่อเนื่อง มันสามารถเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม

ให้เหมาะสมต่อการเพาะปลูกได้

แต่ในปัจจุบัน พลังงานที่ผู้คนใช้กัน

ล้วนเป็นผลึกพลังงานที่เกิดจากการบีบอัดทางวิทยาศาสตร์

กล่าวได้ว่ามันเป็นของมีค่าที่เข้ามาแทนที่ทองคำในยุคโลกาวินาศ

หลังจากบีบอัดพลังงานด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

พลังงานจะกลายเป็นก้อนกลมๆที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 ซม.

ซึ่งหากอ้างอิงจากจำนวนเงินสากลที่ใช้กันทั่วไป จะมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 10,000

เหรียญ แต่กระนั้น ผลึกพลังงานมักจะถูกแลกเปลี่ยนโดยผู้ใช้พลังระดับสูงเท่านั้น

เพราะธุรกรรมมูลค่าน้อยกว่าล้านล้าน

สามารถทำได้อย่างง่ายดายด้วยอุปกรณ์สื่อสารอยู่แล้ว

(ประมาณว่าหากต้องการแลกเปลี่ยนเป็นจำนวนเงินมหาศาลมากๆ ใช้ผลึกพลังงานแลกแทน

มันจะง่ายกว่าการใช้เงินแลกตรงๆ)

“หากหินพลังงานธรรมชาติปรากฏขึ้นในทุ่งล่าจริงๆ

นั่นอาจหมายถึงกำไรมหาศาล!” ฉินเฟิงพอจินตนาการถึงมัน หัวใจเขาก็ลุกเป็นไฟ

“แต่ในชีวิตก่อนหน้า

ฉันไม่เคยได้ยินว่ามีใครในสถานชุมชนเฉิงเป่ย

ได้รับโชคลาภก้อนใหญ่อย่างหินพลังงานธรรมชาติมาก่อนเลย

แน่นอนอาจมีความเป็นไปได้ว่าหยางซานหูพลาดมันไป เพราะเขาไม่แข็งแกร่งมากพอ!”

เมื่อนึกถึงจุดนี้

ฉินเฟิงก็รู้สึกว่ามันสมเหตุสมผล

“อยากจะรู้จริงๆว่าหินพลังงานธรรมชาติใต้บ่อน้ำนี้จะมีใหญ่แค่ไหน

ถ้ามันไม่ใหญ่มาก ก็น่าจะเอาไปฝังในสวนคฤหาสน์

ไว้ช่วยเพาะปลูกดอกไม้กับต้นไม้คงดี!”

ฉินเฟิงเองก็ไม่ได้คาดหวังมากเกินไป

อย่างไรก็ตาม เรื่องที่ว่าอาจจะได้รับโชคก้อนใหญ่

มันก็เป็นไปได้เช่นกัน

ระหว่างฉินเฟิงกำลังขบคิด

รถศึกก็แล่นไปตามเส้นทางที่หยางซานหูกำหนดไว้

รูนแห่งความมืดถูกปล่อยสู่ภายนอกรถจากฉินเฟิง

ทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นไม่พบเจออุปสรรคใดๆ

หลังจากเดินทางมาไกลกว่า 20 ชั่วโมง

ข้ามผ่านช่วงค่ำคืน ฟ้าก็เริ่มสาง

ในที่สุดฉินเฟิงก็มาถึงสถานที่ที่หยางซานหูบอกเอาไว้และ--

--ปัง!

ปรากฏสัญญาณควันสีดำลอยสูง

ทะยานขึ้นเป็นเส้นสู่ฟากฟ้า

นี่คือคำเตือน

เพราะในทุ่งล่า

สีดำไม่ได้ดึงดูดความสนใจของสัตว์ร้าย ดังนั้นมันจึงถูกใช้ในการสื่อสารกับมนุษย์

เป็นความหมายว่า ‘ที่นี่เป็นอาณาเขตของพวกเรา และกำลังทำธุระอยู่ ห้ามเข้ามายุ่ง’

หากฝ่ายตรงข้ามยังไม่ฟัง

ก็จะนำไปสู่การสงครามสาดกระสุนโดยตรง