ตอนที่ 209

3/4

Ep.209 -

ถ้ำสมบัติ

หยางซานหูขยับเปลี่ยนท่านั่งและกล่าว

“ผู้ว่าการฉิน คุณเองคงพอจะทราบว่าฉันมีหน้าที่ออกสำรวจพื้นที่ใหม่ๆ

ท่องโลกมานานปี รู้จักสถานที่ดีๆมากมาย

แต่บางที่ไม่มีความแข็งแกร่งมากพอที่จะเข้าไป … พูดตามตรงเลยแล้วกัน

คุณสนใจจะเข้าไปสำรวจพวกมันด้วยกันไหม?”

ดวงตาของฉินเฟิงเปล่งประกายสดใส

นี่แหละคำที่เขาเฝ้ารอ!

“เรื่องนั้นไม่มีปัญหาครับ

ว่าแต่เรื่องสินสงครามพวกเราจะแบ่งกันยังไง ”

หยางซานหูขมวดคิ้วครุ่นคิดเล็กน้อย

สุดท้ายถอนหายใจ

“แต่ละสถานที่ที่จะพาไป

หากไม่มีผู้ว่าการฉิน เกรงว่าฉันคงไม่สามารถเก็บกู้พวกมันได้

ดังนั้นเรามาแบ่งกันแบบ 20 - 80 ก็แล้วกัน แน่นอน เป็นฝั่งฉันที่ต้องการแค่ 20

เปอร์เซ็น!”

ข้อมูลของสถานที่เหล่านี้

เป็นหยางซานหูและกองทัพของเขาที่เสี่ยงตายสำรวจมา แต่กลับเสนอเงื่อนไขแค่ 20 - 80

ซึ่งมันไม่เลวเลย!

“งั้นผมตกลง!”

หยางซานหูพอเห็นอีกฝ่ายตกลงเขาก็บังเกิดความสุข

ยกแก้วขึ้นชนกับฉินเฟิง

กองทัพทุ่งล่าจัดงานเฉลิมฉลอง

แม้ทหารคนอื่นๆจะไม่ทราบว่าฉินเฟิงโค่นเสือเกราะเกล็ดลงได้อย่างไร

แต่เมื่อพวกเขากลับไปยังสถานที่ชุมชน หยางซานหูสัญญาว่าจะมอบโบนัสบางส่วนให้

แค่นั้นก็นับว่าเพียงพอให้พวกเขาตื่นเต้นแล้ว

งานเลี้ยงเป็นไปอย่างมีชีวิตชีวา

จนกระทั่งเวลาล่วงเลยถึงเที่ยงวัน หยางซานหูจึงเสนอให้ฉินเฟิงพักผ่อนในวันนี้

เนื่องจากเขาไม่รู้ว่าฉินเฟิงมีพลังพิเศษดูดกลืนที่ทรงพลัง

ดังนั้นคิดว่าการต่อสู้ในช่วงเช้าฉินเฟิงคงสูญเสียพลังงานไปมาก และคงจำเป็นต้องพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูพลังสมาธิ

เป็นธรรมดาที่ฉินเฟิงจะไม่ปฏิเสธ

เขารับปากว่าจะหยุดพักที่นี่วันนึงก่อนเริ่มออกเดินทาง

ตกดึก

แม้ปัญหาเรื่องเสือเกราะเกล็ดจะจบลงแล้ว

แต่กองทัพทุ่งล่ามิได้ละทิ้งเวรยาม ยังคงคอยจับตาดูพื้นที่โดยรอบ

เฝ้าระวังการโจมตีของสัตว์ร้ายตัวอื่นๆ

แต่เวรยามทุกคนกลับไม่มีใครสังเกตเห็นเลย

ว่าท่ามกลางความมืดมิด ฉินเฟิงกับไป๋หลีได้ลอบออกจากค่ายไปแล้ว

ด้วยอบิลิตี้เทเลพอร์ตของไป๋หลี

บ่อน้ำที่แต่เดิมควรจะใช้เวลาเดินทางกว่า 10 นาที  เพียง 3 นาทีก็มาถึง

ภายใต้แสงสลัวยามค่ำคืน

ฉินเฟิงมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าบ่อน้ำเล็กๆอีกครั้ง

วิสัยทัศน์ของเขามิได้ถูกบดบังโดยความมืดมิด ตรงกันข้าม

มันเห็นชัดเช่นเดียวกับกลางวัน

มือของฉินเฟิงจุ่มลงไปในบ่อน้ำ

พลังสมาธิแพร่กระจาย กวาดสำรวจออกไปจนทั่ว

“ฮะฮ่า!”

เบื้องล่างของบ่อน้ำมีลักษณะแบนสนิท เห็นได้ชัดว่ามีร่องรอยของการตรวจสอบ

แต่นั่นเป็นเพียงในอดีต ไม่น่าใช่ฝีมือของหยางซานหู

อย่างไรก็ตาม อีกฝ่ายไม่ได้ค้นพบอะไร

ฉินเฟิงกวักน้ำในมือ ยกมันขึ้นมาจิบ

และสัมผัสได้ถึงความหวานในปาก

“เป็นของดีจริงๆด้วย

แต่น่ากลัวว่าคงมีแค่คนที่ครอบครองพลังสมาธิระดับสูงเท่านั้น ที่จะตระหนักถึงมัน”

ฉินเฟิงเผยรอยยิ้มจางๆ และระเบิดพลังสมาธิออกไป

เวลานี้ภายใต้พลังสมาธิของฉินเฟิง

‘การมองเห็น’ ทุกสิ่งรอบตัวเขาเปลี่ยนเป็นรูปแบบพลังงานและโปร่งใส

ทุกสิ่งดูเหมือนว่าจะเปลี่ยนไป

ในสายตาของฉินเฟิง พื้นดินเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง

สิ่งมีชีวิตที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นดินค่อยๆถูกเปิดเผยสู่สายตาเขาทีละนิด ทีละนิด

บ่อน้ำตรงหน้าเขาไม่มีอะไรอยู่จริงๆ

สิ่งที่ทำให้มันเคลื่อนไหวมีเพียงธารน้ำเล็กๆที่ไหลลงมาจากเบื้องบน

อย่างไรก็ตามด้วย ‘การมองเห็น’ จากพลังสมาธิ ทำให้ฉินเฟิงสามารถค้นพบกระแสบางๆ

ที่แฝงอยู่ท่ามกลางธารน้ำตก และเมื่อเงยหน้ามองตามกระแส จะพบว่ามันกำลังหยดลงมาจากบางสิ่งบางอย่างเป็นระยะๆ

มองทะลุผ่านไปตามภูเขา

ฉินเฟิงเห็นกลุ่มแสงสีขาวที่มีขนาดเล็กใหญ่ แตกต่างกันไปกระจายตัวอยู่มากมาย

กลุ่มแสงเหล่านี้สว่างมาก

มันดูเปล่งประกาย , อบอุ่น และกำลังปลดปล่อยพลังงานออกมาอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งเป็นพลังงานบางส่วนจากมันนั่นเองที่เล็ดลอดออกมา กลายเป็นกระแสไหลไปตามน้ำ

ดูเหมือนสิ่งที่ฉินเฟิงคาดการณ์ก่อนหน้านี้จะผิด

เพราะเขาเดาว่ามันน่าจะมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ใต้บ่อน้ำ แต่ตอนนี้กลับไม่ใช่!

อะไรบางอย่างที่ว่ามันอยู่อีกฝั่งของหน้าผาต่างหาก!

ภายในหน้าผา มีโพรงกว้างเป็นถ้ำขนาดใหญ่ ห่างออกไปจากบ่อน้ำถึงห้าสิบเมตร

หากพึ่งพาเครื่องมือล้ำสมัยเพียงอย่างเดียว เกรงว่าคงไม่อาจค้นพบ

ทว่าเรื่องนี้ก็พอที่จะสรุปได้อีกข้อหนึ่ง

นั่นคือในกองทัพทุ่งล่า

เห็นได้ชัดว่ายังไม่มีมือปืนหรือผู้ใช้อบิลิตี้ที่ครอบครองพลังสมาธิอันแข็งแกร่ง

ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงสังเกตได้ถึงสิ่งที่ฉินเฟิงกำลังมองอยู่แล้ว!

“ไป๋หลีทางนั้นมีถ้ำอยู่

ช่วยพาฉันเข้าไปที ”

มากับไป๋หลี

ไม่มีที่ไหนที่ฉินเฟิงไม่สามารถไปได้ แค่ชี้นิ้วไปยังตำแหน่งที่ต้องการ

ไป๋หลีก็สามารถรับรู้ และใช้เทเลพอร์ตพาฉินเฟิงกับตัวเธอไปทันที

หลังจากเทเลพอร์ตเข้ามา

เวลานี้กระทั่งแสงจันทร์ที่คอยสาดส่องก็จางหายไป ภายในถ้ำใต้ดินมืดสนิท

ได้ยินเพียงเสียงน้ำที่แผ่วเบา

ฉินเฟิงกวาดพลังสมาธิออกไป

ทันใดนั้นท่ามกลางความมืดมิด เขาสามารถรับรู้ถึงทุกสิ่งรอบตัว สามารถ ‘มองเห็น’

พวกมันได้ชัดเจน

แต่เดิม ที่นี่คือทางน้ำใต้ดินขนาดใหญ่

ปัจจุบันมันเหือดแห้งไปแล้ว เหลือเพียงธารเล็กๆที่มีขนาดกว้างไม่ถึงฝ่ามือ

แน่นอน

ว่าอะไรบางอย่างที่ฉินเฟิงเห็นไม่ใช่สิ่งเหล่านี้

--เขาค้นพบว่าเป้าหมายของตนแท้จริงมันคือสุสานขนาดยักษ์!

แน่นอน

ที่บอกว่าสุสานน่ะไม่ใช่สุสานของมนุษย์ แต่มันคือสุสานของสัตว์ทะเล

พลังสมาธิทำการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในการมองเห็นของฉินเฟิงอย่างรวดเร็ว

ไม่นาน รูม่านตาของฉินเฟิงก็หดวูบ

เขาก้าวฝีเท้าออกไป โดยไม่สนใจว่าจะมีซากศพหรืออะไรอยู่เบื้องล่าง

หลังจากที่เดินไปจนถึงริมขอบถ้ำ เขาก็ค้นพบกับอะไรบางอย่างที่มีขนาดใหญ่มาก

มันเป็นรอยแตกร้าวที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

“ไป๋หลี มาดูนี่หน่อยสิ”

ไป๋หลีเดินโดยเท้าของเธอไม่แตะพื้น

ชัดเจนว่าเพื่อหลีกเลี่ยงซากศพที่นอนกองอยู่จนแห้ง

“ที่รัก

ตรงนี้มีเคยมีรอยแยกมิติปรากฏขึ้นมา แต่มันก็ถูกปิดไปอย่างรวดเร็ว”

ไป่หลีให้คำตอบแก่ฉินเฟิง

ฉินเฟิงหยิบเปลือกหอยขนาดเล็กบนพื้นขึ้นมา

แล้วก็ต้องประหลาดเมื่อพบว่าแท้จริงแล้วมันคือสัตว์ร้ายต่างมิติ

“นี่มัน ..

หรือว่าจะเป็นเปลือกหอยมุกเงิน?” ดวงตาของฉินเฟิงสว่างไสว

หอยมุกเงิน คือสัตว์ร้ายเลเวล E

ทั่วๆไปที่สามารถพบได้ตามท้องทะเล และมันไม่มีอันตรายใดๆ

นอกจากเปลือกที่แข็งแล้ว

มันไม่โจมตีผู้คน และสามารถผลิตไข่มุกพลังงานได้

ซึ่งไข่มุกเพียงเม็ดเดียวมีมูลค่ากว่า 30,000 เหรียญ

และในสุสานแห่งนี้มีพวกมันอยู่เต็มไปหมด

นี่เท่ากับว่าฉินเฟิงสามารถรับทรัพย์โดยไม่ต้องลงมือต่อสู้แต่อย่างใด

ในสมองของฉินเฟิงเริ่มประมวลผล

และจู่ๆก็มีฉากๆหนึ่งปรากฏขึ้น มันคือฉากที่รอยแยกมิติเปิดออกภายในโพรงภูเขา

ทำให้สิ่งมีชีวิตทางทะเลจำนวนมากปรากฏตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม

ภายในถ้ำนี้ไม่มีน้ำหลงเหลืออยู่แล้ว

ดังนั้นสัตว์ร้ายทะเลจำนวนมากจึงไม่อาจรักษาชีวิตเอาไว้ได้ ค่อยๆตกตายลงในที่สุด

ยังไงก็ตาม

ใครจะสนว่ามันจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นก่อนหน้านี้? เพราะปัจจุบันฉินเฟิงคือมนุษย์คนแรกที่ค้นพบที่นี่

ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลย ว่าวัตถุดิบทั้งหมดย่อมตกเป็นของเขา

มันนับเป็นกำไรมหาศาล!

ภายใต้การมองเห็นโดยพลังสมาธิ

ฉินเฟิงสามารถรับรู้ได้ถึงตำแหน่งของพลังงาน

เขาใช้พลังสมาธิดึงพวกมันจากใต้ดินที่หมักหมมไปด้วยซากศพ

“จงออกมา!”

สิ้นเสียง

บางสิ่งบางอย่างก็โผล่ขึ้นมาจากใต้ดินสู่สายตาของฉินเฟิง

มันคือสิ่งที่แทบจะเหมือนกับก้อนกลมๆสีขาว และเจ้าสิ่งนี้ คือหินพลังงานที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ

เจ้าสิ่งนี้มีขนาดเล็กมาก

มีขนาดแค่นิ้วหัวแม่มือเท่านั้น อย่างไรก็ตาม

แม้หินพลังงานที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจะมีพลังงานอยู่ไม่มากนัก

แต่มันก็มีราคาแพงกว่าผลึกพลังงานที่ถูกบีบอัดทางวิทยาศาสตร์

หนึ่งก้อนน่าจะมีราคาซัก 30,000 - 50,000 เหรียญ

ฉินเฟิงรีบนับจำนวนพวกมัน

และพบว่ามีอย่างน้อยก็ 30 ก้อน

เทียบเท่าได้กับเงินจำนวนกว่า 1

ล้านเหรียญ!

“จงออกมาอีกครั้ง!”

ฉินเฟิงใช้พลังสมาธิขุดพวกมันที่ถูกฝังอยู่ใต้ดินขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

นี่ไม่ต่างไปจากการขุดสมบัติเลย สำหรับเขามันเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นและสนุกสนานอย่างยิ่ง

หินบางก้อนมีการปลดปล่อยพลังงานที่จำกัด

ตรงส่วนนี้น่าจะเกิดจากระหว่างกระบวนผุกร่อนของมัน

แต่ยังถือว่าเป็นของดีสำหรับฉินเฟิงเช่นกัน

“ไหนดูซินี่อะไร? ฟันปลากลายพันธ์? โอ้

… นี่ก็ของดีเลเวล E เหมือนกัน”

“ส่วนนี่ก็เกล็ดปลากลายพันธุ์ แถมยังมีขนาดใหญ่มากซะด้วย!”

“หอยมุกเงินมีจำนวนมากเหลือเกิน

น่าเสียดายที่พวกมันดันตายกันหมดแล้ว!”

ฉินเฟิงตื่นเต้นสุดๆ

พลังสมาธิขุดสมบัติขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

วัตถุดิบไม่กระจุกรวมกันในจุดเดียว

มันกระจัดกระจายอยู่รอบๆ และทั้งหมดล้วนเป็นของดี

“หืม?”

ฉินเฟิงชะงักงันอย่างกระทันหัน

เพราะปัจจุบัน ในการมองเห็นของเขา มันคือโครงกระดูกขนาดใหญ่

และโครงกระดูกนี้

แม้จะอยู่ท่ามกลางความมืดมิด แต่ก็ยังสาดรังสีแสงสีขาว

แตกต่างจากกระดูกสัตว์ทะเลตัวอื่นๆที่เปราะบาง ที่เพียงแตะแทบกลายเป็นผง

มันยังคงสภาพเดิมเอาไว้ได้ ทั้งยังส่งกลิ่นอายอันทรงพลัง

“หรือว่าจะเป็นเลเวล D !?”

เพียงจ้องมอง ฉินเฟิงก็รับรู้ได้ทันทีถึงความแข็งแกร่งของเจ้าสิ่งนี้

เขาหันไปตรวจสอบรอบๆอย่างรวดเร็ว

และพบว่าบริเวณใต้กระดูกสัตว์ร้ายทะเล

มีเกล็ดขนาดเท่าฝ่ามือกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น

ทั้งยังมีบางส่วนตกลงไปในธารน้ำเล็กๆ ปิดช่องทางเอาไว้ให้มันไหลผ่านไปได้ทีละน้อย

และพลังงานที่อยู่ภายใน มันน่าอัศจรรย์เป็นอย่างมาก