ตอนที่ 833

Ep.833 - มิติล่มสลาย

คลิฟส์แน่นิ่งอยู่บนโล่พลังงานของเครื่องบินขนาดใหญ่

นอนค้างอยู่กลางอากาศ แรงกระแทกไม่รุนแรงถึงขั้นทำร้ายให้เขาบาดเจ็บสาหัส

ทว่าใบหน้าของเขา เวลานี้ดำเมี่ยมเป็นก้นหม้อ

“ไม่มีอะไร!” คลิฟส์กล่าวเสียงหม่น

สายตาของเขาจ้องมองฉินเฟิงอย่างโหดเหี้ยม แต่ไม่เคลื่อนไหวใดๆอีกต่อไป

--คลิฟส์ไม่เหลือความตั้งใจที่จะสู้อีกแล้ว

บนเครื่องบินลำใหญ่

น้ำเสียงกึ่งเล่นกึ่งจริงของน็อคลินถ่ายทอดผ่านพลังสมาธิออกมา “อ้องั้นหรอ คลิฟส์

ถ้าไม่มีเรื่องอะไรก็หลีกไปซักที มันเกะกะ!”

พอได้ยิน สีหน้าของคลิฟส์ยิ่งมืดมน

รังสีจรัสกลับมารวมตัวกันเป็นปีกแห่งแสงอีกครั้ง

ยกร่างเขาขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว แต่เจ้าตัวไม่มีความคิดโจมตีฉินเฟิงอีกต่อไป

ฝั่งฉินเฟิง แม้เห็นว่าคลิฟส์ยังแสดงเจตนาเป็นศัตรู

แต่ไม่เหลือความปรารถนาจะสู้อีก ก็ถอนกำลังภายในกลับคืน มุมปากยกยิ้มเย็นชา

คนพวกนี้ ต้องทุบตีเสียบ้าง ถึงจะยอมเชื่อง

ฉินเฟิงก้าวไปในอากาศ กลับสู่เรือเหาะ

สั่งการสมาชิกของเขาเก็บกู้สมบัติต่อไป

ระหว่างกำลังต่อสู้กัน

เครื่องบินและลูกน้องของคลิฟส์ปลีกตัวห่างจากสนามรบ

แต่กลุ่มของฉินเฟิงมีไป๋หลีคอยดูแลอยู่

ดังนั้นสามารถเคลื่อนไหวในพื้นที่ของรอยแยกมิติได้อย่างอิสระ สะดวกสบาย

ตรงกันข้ามกับกลุ่มของคลิฟส์ พวกเขาไม่สามารถทำแบบนั้นได้

หากพวกเขาต้องการปักหลักที่นี่

เกรงว่าคลิฟส์ต้องกลับไปนำอุปกรณ์รักษาเสถียรภาพมิติมา

แต่ถึงเวลานั้น น่ากลัวว่าฉินเฟิงอาจกวาดสมบัติจนเกลี้ยงแล้ว

ต่อให้มีของหลงเหลือ แต่ก็คงไร้ค่าและแทบไม่มีราคา

อาจกล่าวได้ว่าคลิฟส์ขโมยไก่ไม่สำเร็จยังเสียข้าวไปอีกหนึ่งกำมือ!

“พวกเราทำงานต่อ!” ฉินเฟิงออกคำสั่ง เรือเหาะและยานรบกว่า 30

ลำเดินเครื่อง มุ่งสำรวจไปข้างหน้า โดยเบื้องหลังเขา

ผู้มาเยือนเริ่มทยอยกันเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ

คนของสหภาพสาธารณรัฐแอฟริกาเหนือ

เกือบทั้งหมดได้มารวมตัวกันรอบๆแม่น้ำสติกซ์ตั้งแต่วันแรกแล้ว เมื่อพวกเขาได้ยินข่าวว่ามีคนเดินทางเข้าไปในรอยแยกมิติ

แต่ละกลุ่มก็พากันก้าวตามเข้ามา เหนือท้องฟ้าและแม่น้ำ บัดนี้คราคร่ำไปด้วยมนุษย์

เบื้องล่างของพวกเขาเป็นแม่น้ำเลือด

รอบข้างเต็มไปด้วยรอยแยกมิติน้อยใหญ่ที่ต้องคอยหลบเลี่ยง

เบื้องหน้าในสายตาปรากฏภูเขาใหญ่สองลูก

ภูเขาที่ว่าถูกปกคลุมไปด้วยสีแดงอมส้ม

หากคุณมองผ่านๆอย่างไม่ใส่ใจ

อาจคิดว่ามันเป็นเพียงใบเมเปิ้ลในฤดูใบไม้ร่วงเท่านั้น

ดูเป็นทิวทัศน์อันกว้างใหญ่และงดงาม แต่แท้จริงแล้ว ใบไม้แดงเหล่านั้น

ทั้งหมดล้วนเป็นพืชกลายพันธุ์ที่คอยดูดซับพลังงานจากเลือด

นี่เอง ที่เป็นเหตุผลข้อหนึ่งที่ทำให้มิตินี้ถูกเรียกว่าธารโลหิต

ฉินเฟิงเป็นคนแรกที่ออกสำรวจพร้อมคนของเขา

เก็บเกี่ยวความมั่งคั่งได้เยอะที่สุด

ขณะที่คนอื่นๆเมื่อเห็นว่าภายในมิติธารโลหิตไม่มีอันตรายใดๆ

ก็ส่งคนไปรับอุปกรณ์รักษาเสถียรภาพมิติมา อย่างไรก็ตาม การไปๆกลับๆมันเสียเวลา

สมบัติที่ดีที่สุด และสามารถเก็บกู้ได้ง่ายที่สุด ล้วนตกอยู่ในมือของฉินเฟิง

เวลานี้ คนจากกลุ่มแอฟริกาเหนือ

ทั้งหมดต่างหยุดสายตาลงบนเรือเหาะของฉินเฟิง ยกอุปกรณ์สื่อสาร

สนทนาผ่านช่องสัญญาร่วมกัน

“กลุ่มนั้นมาจากไหน? ใช่กลุ่มพันธมิตรหัวเซี่ยรึเปล่า?”

“ไอ้บ้าเอ๊ย! ทำไมพวกมันถึงเก็บกู้สมบัติได้ง่ายขนาดนี้

อย่าบอกนะว่าบนเรือเหาะติดตั้งอุปกรณ์รักษาเสถียรภาพมิติเอาไว้ก่อนแล้ว?”

“เตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้าเหมือนรู้อนาคตเลย”

“ฉันรู้จักกลุ่มนี้

ได้ยินมาว่าเป็นผู้ผลิตอาวุธปืนรายใหญ่ที่สุดในหัวเซี่ย! แถมยังสามารถศึกษาเกี่ยวกับมิติจนเชี่ยวชาญ

ครอบครองเทคโนโลยีดีๆมากมาย!”

“อา! ฉันก็เคยได้ยินเรื่องนี้มาเหมือนกัน

มีข่าวลือว่าประธานของกลุ่ม อาศัยกำลังตนเพียงลำพัง

สามารถสังหารผู้ใช้พลังระดับสูง ‘ทั้งหมด’ ของพันธมิตรวู้ดแลนด์ลงได้”

ภายใต้ข่าวลือที่ถูกใส่สีตีไข่ ภาพลักษณ์ของฉินเฟิง

เริ่มกลายเป็นตัวตนที่น่ากลัวขึ้นเรื่อยๆในจิตใจของพวกเขา

ส่วนตัวคลิฟส์ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เชื่อ

เพราะหากฉินเฟิงน่ากลัวขนาดนั้น เมื่อครู่นี้เขาคงตายไปแล้วไม่ใช่หรือ?

เจ้าตัวเร่งตะโกนออกไป “จะยังไงก็ช่าง

แต่รอยแยกมิติแห่งนี้เกิดขึ้นบนแม่น้ำสติกซ์ของพวกเรา

ทำไมต้องยอมให้ชาวหัวเซี่ยเป็นคนรับทรัพย์ไปด้วย?

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่าฉันรู้ข้อมูลมาอีกอย่างหนึ่งแล้ว

ก่อนหน้านี้ฉันเสียเรือไป เพราะในแม่น้ำมีหนอนโลหิต แถมยังอยู่ในระดับเลเวล C

ใครแส่หาที่ตายก็ลงไป ฉันไม่ห้าม!”

คนอื่นๆกำลังคิดลงไปสำรวจในน้ำ

แต่พอเห็นศพอยู่บนเรือของกลุ่มตำหนักเทพ ก็เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น

ตอนนี้เมื่อได้ฟัง ก็อดไม่ได้ที่จะตกใจ

ขณะเดียวกัน พวกเขาเบนสายตาไปมองกลุ่มเฟิงหลี

สังเกตอย่างรอบคอบ ถึงตอนนี้แววตาของพวกเขาก็เปลี่ยนไป

เพราะมันช่างแตกต่างกับพวกเขา

ที่ตัดสินใจเดินทางมาอย่างเร่งรีบ กลุ่มเฟิงหลี เตรียมอุปกรณ์มาพร้อมเกินไปแล้ว!

“คลิฟส์ นายหมายความว่ายังไง?”

“ฉันหมายความว่ายังไง? ยังไม่เข้าใจอีกหรอ

ลองดูไอ้ยานบินที่เหมือนรถศึกล่องเวหาของพวกนั้นสิ วิธีการเก็บกู้ของพวกมัน … ”

ก่อนที่คลิฟส์จะทันได้เอ่ยจนจบประโยค

เสียงไซเรนแจ้งเตือนพลันดังขึ้น

【คำเตือน! คำเตือน! เกิดรอยแยกมิติขนาดใหญ่

สิ่งมีชีวิตไม่ทราบชนิดกำลังปรากฏตัวในไม่ช้า】

“ว่ายังไงนะ!?”

คลิฟส์สะดุ้งตกใจ

ขณะเดียวกัน ฉินเฟิงที่อยู่บนเรือเหาะก็ได้รับข้อมูล

ระบบตรวจจับของเรือเหาะ

ค้นพบรอยแยกมิติที่กำลังขยายวงกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน

ภาพสามมิติยังแสดงข้อมูลของรอยแยกเหล่านั้นออกมา

ไป๋หลีเร่งปลดปล่อยรูนมิติ ปกคลุมล้อมบริเวณรอบๆเรือเหาะ

พื้นที่ภายในนี้เสถียรมั่นคง ไม่มีรอยแยกมิติใดๆสามารถรุกรานเข้ามาได้

ยานรบที่เดิมทีลอยอยู่เหนือผิวน้ำ ก็กลับมาเช่นกัน

กระนั้น แม้พื้นที่ๆพวกเขาอยู่จะมีเสถียรภาพ แต่ที่อื่นไม่ใช่

รอยแยกนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้น ต่อมา

บางสิ่งบางอย่างได้ร่วงหล่นจากมัน มีทั้งก้อนดิน , ต้นไม้ , สัตว์ร้าย

นอกจากนี้ยังรวมไปถึงมนุษย์

ไกลออกไปเท่าที่สายตาจะมองเห็นได้ สายฟ้าที่มีความยาวมากกว่า

10,000 เมตรฟาดผ่าลงมา จากนั้น ราวกับเป็นภาพลวงตา เมืองใหญ่เริ่มปรากฏขึ้น

ตามมาติดๆด้วยการล่มสลายของเมือง มันร่วงจากท้องฟ้า ตกลงสู่มิติธารโลหิต

ไม่ไกลออกไป เกิดรอยแยกมิติขึ้นเหนือยอดเขา ขณะนี้

เพียงรอยแยกเปิดออก น้ำก็ไหลทะลักออกมาอย่างบ้าคลั่ง น้ำพวกนี้มีสีเหลือง

คล้ายกับว่าเป็นน้ำที่ผสมกับตะกอนโคลน ไหลมาตามเนินเขา ถมทับพืชกลายพันธุ์นับไม่ถ้วน

แต่สุดท้ายก็ถูกเปลี่ยนเป็นสีแดงเลือดของมิตินี้

โลกทั้งใบสั่นสะเทือน

ฉินเฟิงเฝ้ามองฉากอันตระการตานี้ ในหัวใจคล้ายถูกกระหน่ำซัด

“นี่มันมิติทับซ้อน!”

ในชีวิตใหม่ของฉินเฟิง หากเขาไม่ได้เข้าไปในเมืองฉงโหลว

ฉินเฟิงคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามิติต้องห้ามแห่งนั้นเคยถูกเรียกว่าเมืองฉงโหลวมาก่อน

แต่หลังจากศึกษาค้นคว้ามัน เขาก็เกิดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับปรากฏการณ์นี้

ดังนั้น เมื่อฉากเบื้องหน้าปรากฏขึ้น ฉินเฟิงเลยสามารถตระหนักได้ทันทีว่าคืออะไร

แต่มิติทับซ้อนที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

เมื่อเทียบกับของเมืองฉงโหลวแล้ว เห็นได้ชัดว่ามันดีกว่ามาก

ภาพการล่มสลายของโลกปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตาฉินเฟิง

สถานการณ์ในครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนอย่างสิ้นเชิง เพียงแต่ว่า

เมื่อสองมิติระนาบเข้าหากันแล้ว จะเกิดสถานการณ์แปลกประหลาดแบบไหนขึ้น

ไม่สามารถคาดเดาล่วงหน้าได้

อย่างเดียวที่รู้ คือมิติทับซ้อนเบื้องหน้านี้

ได้ชักนำบางสิ่งบางอย่างมาสู่ฉินเฟิง

รอยแยกยังคงขยับขยายต่อไป ขณะเดียวกัน

สิ่งมีชีวิตใหม่ได้มาถึงแล้ว

เสียงคำรามของสัตว์ร้าย และเสียงโวยวายของมนุษย์ดังขึ้นจากระยะไกล

ก้องกังวานไปทั้งมิติธารโลหิต

ขณะเดียวกัน ต้นไม้เมเปิ้ลสีแดงบนภูเขา

เริ่มเปิดเผยเขี้ยวเล็บของพวกมันออกมา เคลื่อนไหวตรงเข้ากลืนกินผู้รุกราน

อีกด้านหนึ่ง เหล่าผู้ใช้พลังของพันธมิตรแอฟริกาเหนือ

เริ่มกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก

วึ้งงง!

ฮอลศึกที่กำลังลอยลำ

ถูกตัดขาดเป็นสองซีกโดยรอยแยกมิติที่ผุดขึ้นมาอย่างกะทันหัน จนสุดท้าย

บรึ้ม!

ตามมาติดๆด้วยแรงระเบิด แหลกละเอียดไปทั้งลำ