ตอนที่ 949

Ep.949 - ภัยพิบัติระดับเดียวกับเมื่อสองร้อยปีก่อน

“ไม่ทันไรคิดโกหกกันอีกแล้ว? ที่บอกมานั่นมันตัวแกในอดีต

เลยยังพอสามารถไปรับศิลานรกได้ แต่ตัวแกในตอนนี้ … ” ฉินเฟิงไม่ต้องพูดต่อ

ก็เปิดโปงมารกระดูกจนหมดสิ้น ความแข็งแกร่งในปัจจุบันของอีกฝ่าย

ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องเก็บกู้ศิลานรก เกรงว่ากระทั่งทวีปนั้นก็ยังไม่สามารถเข้าใกล้ได้!

อย่างไรก็ตาม ถือว่าฉินเฟิงได้รับคำตอบแล้วเช่นกัน

ดาวแห่งความมืดของจ้าวเหนือหัวตนนี้ ฉินเฟิงยังไม่มีความคิดที่จะไปทันที

อย่างน้อยที่สุด ก็ไม่ใช่ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบัน

“เก็บมันกลับไป”

“อื้ม!”

ไป๋หลีกรีดมือผ่านอากาศ เก็บมารกระดูกกลับเข้ามิติของเธอ

“เอาไว้ค่อยไปตรวจสอบเรื่องนี้กันทีหลังเถอะ

มรดกของจ้าวเหนือหัวตนนี้

ฉันกลัวว่ามันจะอันตรายกว่ามรดกของหญิงหิมะที่คุณเจอหลายเท่า

ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งมีชีวิตเผ่ามังกรปีศาจหุบเหว มีสัญชาตญาณดุร้ายแต่กำเนิด

พวกมันไม่มีทางปล่อยให้ใครมายุ่งวุ่นวายกับศพตัวเองแน่นอน”

“อืม เอาไว้ความแข็งแกร่งทางกายภาพของฉันไปถึงเลเวล S

ค่อยว่ากันอีกที ทวีปนั้นอันตรายมาก ไม่มีทางเข้าไปง่ายๆ

ระหว่างนี้คงไม่มีใครตัดหน้าพวกเราหรอก” ฉินเฟิงกล่าว

ในบรรดาเผ่าพันธุ์จากมิตินับไม่ถ้วน

เผ่าพันธุ์มนุษย์มีความสามารถในการเรียนรู้มากที่สุด

เชี่ยวชาญในการฉกฉวยผลกำไรมากที่สุด

นี่เองคือเหตุผลที่พวกเขาชอบเข้าไปสำรวจวัตถุหรือซากปรักหักพังที่จ้าวเหนือทิ้งเอาไว้

ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ คู่แข่งของฉินเฟิง คงไม่พ้นเป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์ด้วยกันเอง

สิ่งนี้ทำให้ฉินเฟิงไม่ต้องกังวลมากจนเกินไป

หลังจากต่อสู้ในมิติของพระเจ้าเป็นเวลากว่าสามเดือน

ฉินเฟิงก็กลับไปเฟิงหลี การกลับมาช่วยให้เขาได้ผ่อนคลายความตึงเครียดในสนามรบ

ขณะเดียวกันรวดดำเนินการประชาสัมพันธ์นิดๆหน่อย

เพื่อหวังว่ากลุ่มเฟิงหลีจะเติบโตอย่างแข็งขัน สามารถดึงดูดผู้ใช้พลังเลเวล B

ให้มาเข้าร่วมได้มากขึ้น

แน่นอน ระหว่างนี้ฉินเฟิงกำลังเฝ้ารอ

รอข่าวใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น

ในยุครอยแยกมิติครั้งใหญ่ วันที่ 3 มิถุนายน ปี 220

บนท้องฟ้าคราม ชั้นอากาศเกือบถูกฉีกกระชากออกจากกัน

ฉินเฟิงกำลังตรวจสอบสถานชุมชนรอบเมืองเฟิงหลี

พริบตาที่สภาวะนี้ปรากฏขึ้น ฉินเฟิงตระหนักถึงมันได้ทันที

ไป๋หลีเองก็หันไปมองทางทิศตะวันตกพร้อมกัน

บังเกิดคลื่นความผันผวนของมิติอันน่าหวาดกลัว

ราวกับกำลังมีบางสิ่งที่ไม่รู้จักและน่าสะพรึงถือกำเนิดขึ้น

หลังจากนั้น ท้องฟ้าสีครามคล้ายถล่มลงมา

ชั้นอากาศถูกกรีดเป็นทางยาว รอยแยกมิติปรากฏขึ้น มันค่อยๆอ้าออกเหมือนปากใหญ่

ก่อตัวเป็นหลุมดำขนาดยักษ์

คู่ดวงตาของฉินเฟิงหดลีบอย่างรุนแรง

รอยแยกมิติ--

--มาแล้ว!

ดวงตาจิ้งจอกของไป๋หลีเพ่งมอง เอ่ยปากว่า “ที่บุกเข้ามา …

เป็นสัตว์ยักษ์มิติ!”

“ว่ายังไงนะ!?” ฉินเฟิงหันขวับมามองไป๋หลีด้วยความตกใจ

แม้เขาจะทราบว่ามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น แต่ในปี 220 ในชีวิตก่อนของฉินเฟิง

เขาเป็นแค่ผู้ใช้พลังเลเวล D เท่านั้น

มีส่วนร่วมเพียงกวาดล้างสัตว์ร้ายอ่อนแอที่เล็ดลอดจากรอยแยกมิติ

และตำแหน่งที่เขาประจำการ เป็นแค่สถานชุมชนขนาดเล็ก

สำหรับเรื่องที่ว่าสัตว์ร้ายตนใดเป็นตัวเปิดรอยแยกมิติ ฉินเฟิงไม่รู้เรื่องอะไรเลย

แต่ตอนนี้ ไป๋หลีบอกว่ามันเป็นสัตว์ยักษ์มิติ!

“ใช่เผ่าพันธุ์เดียวกันกับเธอรึเปล่า?” ฉินเฟิงถาม

“ไม่ใช่นะ สัตว์ยักษ์มิติเป็นแค่คำเรียกโดยรวมทั่วๆไป

ถ้าให้อธิบายแบบมนุษย์เข้าใจ ก็เหมือนแมวกับเสือ

สองตัวนี้เอาจริงๆมีสายพันธุ์เดียวกัน แต่พวกมันไม่เหมือนกัน!” ไป๋หลีอธิบาย

“แต่พวกมันยังไม่ปรากฏตัว ฉันเลยไม่สามารถรับรู้ได้ว่ามันแข็งแกร่งขนาดไหน”

“งั้นไปตรวจสอบกันก่อนเถอะ” ฉินเฟิงกล่าว

“อื้ม”

ไป๋หลีเห็นด้วย เมื่อเหยียบย่างสู่เลเวล S

รัศมีพลังสมาธิของไป๋หลี ทรงพลังกว่าฉินเฟิงมากนัก

บัดนี้เธอคือการดำรงอยู่ระดับสัตว์เทวะเลเวล S อย่างแท้จริง

หากในตอนแรกตาปีศาจสามารถแหวกมิติโจมตีฉินเฟิงได้ พลังสมาธิของไป๋หลีในปัจจุบัน

ก็สามารถขยายกว้างจนเธอล่วงรู้พิกัดมิติที่อยู่ห่างไกลออกไปได้เช่นกัน

ต่อมา ช่องว่างมิติพลันเปิดออก ฉินเฟิงกับไป๋หลีก้าวเข้าไป

ปรากฏตัวขึ้นอีกที

ทั้งสองก็มาถึงชายแดนของพันธมิตรหัวเซี่ยแล้ว

เงยหน้ามองขึ้นไป พบเห็นรอยแยกขนาดใหญ่ที่เกือบจะแหวกผืนฟ้า

เทียบกับฉากที่เคยเห็นในเมืองเฟิงหลีในอดีต มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

น่าหวาดกลัวกว่ามาก

ห่างออกไปไม่ไกลเป็นสถานชุมชนขนาดเล็ก

ปรากฏเสียงกรีดร้องตื่นตระหนกดังมากจากข้างใน เสียงไซเรนดังขึ้น

กระทั่งอุปกรณ์สื่อสารของฉินเฟิงที่ปิดไม่ให้เชื่อมต่อแบบสาธารณะเอาไว้

ยังถูกเรียกตัวจากภารกิจฉุกเฉิน

อย่างไรก็ตาม ภารกิจดังกล่าว ด้วยสถานะในปัจจุบันของฉินเฟิง

เขาย่อมสามารถปฏิเสธมันได้

ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด!

อุปกรณ์สื่อสารของฉินเฟิงดังขึ้น แต่คราวนี้

มิใช่คำร้องเชื่อมต่อสาธารณะอีกต่อไป

แต่เป็นสายจากหลงถิง

ฉินเฟิงตอบรับสายสื่อสาร จากนั้นหน้าจอเสมือจริงผุดขึ้นมา หน้าของหลงถิงอยู่ตรงมุมบนซ้าย

ส่วนตำแหน่งอื่นๆบนจอ เริ่มทยอยกันปรากฏภาพของเลเวล S คนอื่นๆขึ้น

คาดว่าหลงถิงคงโทรแบบประชุมสาย

“ทุกท่านน่าจะสัมผัสได้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นแล้ว

รอยแยกมิติขนาดใหญ่ได้ปรากฏขึ้น อ้างอิงตามบันทึก มันเทียบได้เลยกับภัยพิบัติเมื่อ

200 ปีก่อน เรายังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป

ฉะนั้นต้องเตรียมตัวให้พร้อมทุกเมื่อ!”

ภัยพิบัติเมื่อ 200 ปีก่อน เป็นปฐมบทของรอยแยกมิติครั้งใหญ่

ภัยพิบัตินั้น ส่งผลให้ประชากรโลก ลดลงอย่างรวดเร็วจนเหลือไม่ถึง 1%

แน่นอน ในช่วงเวลานั้นมนุษย์ไร้กำลังจะตอบโต้ แต่ช่วงเวลานี้

มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

“ตอนนี้ ขอให้ทุกท่านมุ่งหน้าไปยังชายแดนหัวเซี่ย

ประจำการที่นั่น เตรียมพร้อมสู้และรับภารกิจทุกเมื่อ”

สิ้นเสียง บนอุปกรณ์สื่อสารของฉินเฟิง กราฟิกบางอย่างปรากฏขึ้น

ดูเหมือนว่านี่จะเป็นที่ตั้งของเส้นแบ่งเขตแดน

หลงถิงทำเครื่องหมายมากกว่าสิบแห่งในลมหายใจเดียว

และคนที่อยู่ใกล้กับตำแหน่งเหล่านั้นมากที่สุดคือฉินเฟิง ห่างกันเพียง 30

กิโลมเตรเท่านั้น

ตำแหน่งต่างๆล้วนเป็นเมืองใหญ่ที่มีสถานชุมชนตั้งอยู่รอบๆ

เพราะที่เหล่านั้นต้องการกำลังคนคอยปกป้อง รวมไปถึงการอพยพ

ฉินเฟิงกดยอรับทันที

บนอุปกรณ์สื่อสาร คนอื่นๆเริ่มเอ่ยปาก

“ฉันจะไปดูแลที่นั่น!”

“ฉันขอเฝ้าตรงนี้!”

“วิกฤติครั้งนี้ร้ายแรงเป็นประวัติการณ์

ฉันจะเรียกสหายซักสองสามคนกลับมา ร่วมมือกันปกป้องหัวเซี่ยเป็นอันดับแรก!”

“รอยแยกบนท้องฟ้า

ดูเหมือนว่าจะเป็นในพื้นที่ของพันธมิตรวู้ดแลนด์ แต่เลเวล S

ในประเทศของพวกเขาดูเหมือนจะมีแค่ตาปีศาจคนเดียวเท่านั้น!”

“ตาปีศาจไม่มีความจำเป็นต้องปกป้องพันธมิตรวู้ดแลนด์

เกรงว่าเขาอาจยอมแพ้ ละทิ้งประเทศเลยด้วยซ้ำ

ประชาชนของพันธมิตรวู้ดแลนด์ช่างน่าสงสารนัก!”

แต่แน่นอน แม้ฝั่งหัวเซี่ยจะมีเลเวล S หลายคน

แต่อำนาจการดูแลใช่จะครอบคลุมถึงขนาดนั้น แค่ปกป้องประชาชนของตัวเองก็เต็มกลืนแล้ว

กลุ่มเลเวล S ทั้งหมดของหัวเซี่ยเริ่มเคลื่อนไหว

ผู้ที่เลือกรับภารกิจตำแหน่งเดียวกับฉินเฟิง เป็นเลเวล S ที่ชื่อว่าฟางโจว

ฉินเฟิงไม่เคยได้ยินชื่ออีกฝ่ายมาก่อน

เลยไม่รู้ว่าคนๆนี้เป็นใคร ไม่ได้ติดต่อนัดแนะกันเขาปล่อยให้ไป๋หลีจัดการอีกครั้ง

สร้างประตูมิติมุ่งหน้าสู่เมืองใหญ่ชายแดนหัวเซี่ย

ณ เมืองฉิงเฟิง

เมืองฉิงเฟิงตั้งอยู่บนเขาสูงตระหง่าน

ภูเขาเป็นทำเลที่ง่ายต่อการป้องกันและยากต่อการโจมตี นับเป็นภูมิประเทศที่ดี

สถานชุมชนขนาดเล็กที่ตั้งอยู่รอบๆก็ถูกสร้างขึ้นตามเนินเขา

สามารถให้การสนับสนุนกันและกันได้ตลอดเวลา

ทว่าในภูเขาลึกเช่นนี้ก็มีอันตรายแฝงตัวอยู่มากมายเช่นกัน

แม้จะได้รับการกวาดล้างอย่างต่อเนื่อง

แต่ความแข็งแกร่งของสัตว์ร้ายก็ยังมากกว่าปกติทั่วไป

ดังนั้น หวูฉิงเฟิง เทศมนตรีของเมืองฉิงเฟิง

มีความแข็งแกร่งอยู่ในเลเวล B และลูกน้องเลเวล C จำนวนมากของเขา

เมื่อตกอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว เลยยังพอทำใจเย็นได้ อย่างน้อยก็ชั่วคราว

ทันทีที่ฉินเฟิงมาถึง

เป็นเพราะเขาเจาะผ่านอุปกรณ์ป้องกันเสถียรภาพมิติโดยตรง เดินทางด้วยช่องว่างมิติ

ทำให้คนในที่นี้ตกใจกลัวเล็กน้อย แต่ไม่ช้าเมื่อตระหนักว่าเป็นคน

เทศมนตรีก็ก้าวออกมาต้อนรับพวกเขา อีกฝ่ายเห็นตราบนอกฉินเฟิง ก็สามารถระบุตัวตนได้อย่างรวดเร็ว

“จอมพลฉิน! ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ”

“ด้วยความยินดี แต่ยังไงซะนี่เป็นคำสั่งของหลงถิง

คงต้องขอบคุณเธอมากกว่า” ฉินเฟิงกล่าว

“จอมพลฉินถ่อมตัวเกินไปแล้ว เข้าเรื่องเลยดีกว่า

จู่ๆก็เกิดรอยแยกมิติขึ้น คลื่นความผันผวนของมันทำให้สัตว์ร้ายรอบๆแตกตื่น

ฉันได้เสริมกำลังป้องกันเมืองเอาไว้แล้ว … ”

หวูฉิงเฟิงอธิบายอย่างสงบ

แต่นี่มิได้หมายความว่าเขาไม่ร้อนรนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น