ตอนที่ 156

2/4

Ep.156 -

ประลองกับเฉิงโจว

ผู้ชมโดยรอบสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อย

พากันก้าวถอยหลังออกไป ปรากฏชั้นแผ่นเหล็กขึ้นบนพื้นดิน

พวกมันวางนาบลงและซ้อนๆกัน ไม่นาน เวทีก็ขยายกว้างออกเป็น 100 เมตร

ท่ามกลางจตุรัส

สังเวียนอื่นๆที่อยู่รอบๆได้หยุดต่อสู้เช่นกัน สายตาของทั้งหมด ต่างจับจ้องมายังทั้งสองคนบนเวที

พวกตนไม่คาดคิดเลย

ว่าจะได้เห็นการต่อสู้ระหว่างผู้ใช้อบิลิตี้ในวันนี้

ภายในห้องส่วนตัว

เมื่อเห็นเฉิงโจวบนสังเวียน สีหน้าของซินเจี่ยเซิงก็กลายเป็นซับซ้อน

เต๋าชิชางตายแล้ว แน่นอนว่าเขาก็ตกใจ

แต่ยังไม่เท่ากับฉากเบื้องหน้าที่เฉิงโจวยืนหยัดอยู่บนสังเวียน

เพราะนั่นหมายความว่า

ความอหังการของฉินเฟิงคงสิ้นสุดลงแต่เพียงเท่านี้

อย่างน้อยนี่ก็เป็นสิ่งที่เขาและฝูงชนนึกตรงกัน

เฉิงโจวจะต้องชนะอย่างแน่นอน

เพราะสุดท้าย เขาครอบครองพลังสมาธิในระดับสวรรค์โปรดปราน กล่าวได้ว่าในบรรดา 4

ตระกูลใหญ่ เขาคือคนที่เรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริง

อายุเองก็น้อยกว่าซินเจี่ยเซิง

แต่กลับแกร่งยิ่งกว่า สิ่งนี้จะไม่ทำให้ซินเจี่ยเซิงรู้สึกอึดอัดได้อย่างไร

แต่ตอนนี้

พอคิดว่าตนจะได้เห็นอีกฝ่ายโค่นฉินเฟิงจนพ่ายแพ้ เขาก็บังเกิดความสุขขึ้นมา

แม้นั่นจะทำให้เฉิงโจวได้รับบารมีและชื่อเสียมากขึ้นก็ตาม แต่นั่นไม่ใช่กงการอันใดที่ซินเจี่ยเซิงจะไปหยุดยั้งได้

ไม่ว่าจะเป็นทางไหน  ก็ยากนักที่จะหายใจได้อย่างทั่วท้อง

….

บนเวที

ฉินเฟิงกับเฉิงโจวพูดคุยกันอย่างสนิทสนม

“นายต้องงัดความแข็งแกร่งทั้งหมดที่มีออกมา

เพราะฉันคาดหวังไว้มากสำหรับการประลองอบิลิตี้ของพวกเรา

หวังว่าอบิลิตี้ของนายจะไม่อ่อนแอ!” ขณะกล่าาว

คู่ถุงมือขนาดใหญ่พลันปรากฏขึ้นข้างกายเขา

ถุงมือคู่นี้แทบจะสามารถห่อหุ้ม

ปกคลุมทั้งแขน ภายใต้การควบคุมของพลังสมาธิ มันลอยอยู่กลางอากาศ

เฉิงโจวยื่นมือไปสวมมัน แก่นอบิลิตี้สีบรอนซ์สาดรังสีแสงขึ้นทันใด

เป็นรูนเหล็ก!

มันคืออุปกรณ์รูนเหล็กสีเงินในเลเวล

F9!

ฉินเฟิงเก็บมีดกษัตริย์ครามกลับเข้าไปในฝัก

แขวนมันลงข้างเอวดังเดิม

“ที่แท้นายก็เป็นผู้ใช้อบิลิตี้เหล็ก

ถ้าอย่างนั้น เวลาสู้กับฉัน น่ากลัวว่าคงต้องทนร้อนหน่อยนะ!”

ขณะกล่าว ฉินเฟิงก็ชูมือขึ้นสูง

และเรียกกรงเล็บเพลิงสีชาดออกมา

แม้ปากจะพูดแบบนั้น

แต่ฉินเฟิงก็ยังระมัดระวังตัวยิ่ง

เพราะการประลองระหว่างผู้ใช้อบิลิตี้น่ะแทบจะไม่เคยเกิดขึ้นเลย

เนื่องจากมันก่ออานุภาพทำลายล้างมากเกินไป ขนิดที่ว่าหากสถานการณ์เลวร้ายจริงๆ

เกรงว่าต่อให้อยู่ห่างออกไปหนึ่งกิโลก็ยังได้รับผลกระทบ!

ฉินเฟิงสวมกรงเล็บเพลิงสีชาดบนแขนซ้ายของเขา

ตลอดทั้งร่างลุกโชนไปด้วยเปลวไฟ

เฉิงโจวเป็นผู้มีความรู้กว้างขวาง

เพียงมอง เขาก็เอ่ยปากออกมาทันที

“เปลวเพลิงของนาย

เหมือนว่าเกิดจากรูนกลายพันธุ์ หรือให้พูดอีกอย่างก็คือ มันจะแกร่งกว่าปกติ

ยังไงก็ตาม ฉันก็แข็งแกร่งกว่านายอยู่ดี ฉะนั้นอย่าได้คิดยั้งมือ!”

ฉินเฟิงพยักหน้า

ในเมื่อรู้ว่าเป็นรูนกลายพันธุ์แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่ใส่ใจ ฉะนั้นการต่อสู้จึงไม่สะดุดติดขัด

เริ่มขึ้นในทันที!

ทั้งสองถอยห่างออกจากกันและกัน

น่าจะราวๆสัก 50 เมตร เมื่อยืนยันว่าพร้อมต่อสู้ ทั้งสองก็สะบัดมือ

วาดมันออกไปพร้อมกัน

รูนไฟและรูนเหล็กระเบิดออก

เริ่มถูกควบรวมลงไปยังมือของทั้งสอง

ฝั่งหนึ่ง

เงาที่ดูเสมือนจริงและสูงกว่าสามเมตรปรากฏขึ้น

“ปืนใหญ่ลูกเหล็ก!”

เหล็กดำกลั่นตัวรวมกันอย่างรวดเร็ว

ระเบิดยิงออกไปยังทิศทางของฉินเฟิง

“คลื่นเปลวเพลิง!”

ในมือของฉินเฟิง ปะทุออกด้วยเปลวไฟมหาศาล

ก่อเกิดเป็นม้วนเปลวเพลิงโถมทับเป็นเส้นตรง

ทั้งสองปะทะกันในพริบตา

เปรี้ยง!

เกิดเสียงระเบิดหนักอึ้งอึงอล

และผลปรากฏว่า … อบิลิตี้ของทั้งสองพอฟัดพอเหวี่ยงกัน!

สะเก็ดไฟร่วงหล่นลงกับพื้น

เหล็กกล้าเองก็ถูกหลอมเหลว กระจัดกระจายลงเบื้องล่าง

“เหล็กเอ๋ยจงแข็งตัว

--ลูกซองเหล็กกล้า!”

เฉิงโจวเร่งเร้าพลังสมาธิ

แปรสภาพเหล็กที่หลอมเหลวและแตกออกจากเปลวเพลิง ระดมพวกมันสาดเข้าใส่ฉินเฟิง

ก้าวแห่งหมอกถูกใช้ออก

โฉบไปอีกทางเพื่อหลบเลี่ยง ลูกซองเหล็กกล้าส่งเสียงคำรามกร้าวราวมังกรยักษ์ แตกกระจายเข้าหาฉินเฟิง

กระสุนเหล็กที่ถูกหลอมเหลว ตอกเข้าใส่ในจุดเดิมที่ฉินเฟิงเคยยืนอยู่

“พรมโลกันต์!”

ไม่ตอบโต้จะหาว่าหยาบคาย

ฉินเฟิงในเวลาเดียวกันระเบิดคลื่นอัคคีขนาดใหญ่โถมเข้าใส่เฉิงโจว

เพลิงโลกันต์ปูพรมเป็นวงกว้าง

โถมกลืนเหล็กกล้าที่ลงเหลือละลายสิ้น และมันยังคงโถมต่อไป

ภายใต้การโจมตีที่กำลังปกคลุมพื้นที่ตลอดทั้งเวที เฉิงโจวมิมอาจหลบเลี่ยง

ในขณะที่ร่างกายของผู้ใช้อบิลิตี้น่ะบอบบางมาก หากโดนมัน

เขาย่อมได้รับบาดเจ็บสาหัส!

อย่างไรก็ตาม

เฉิงโจวน่ะคือผู้ใช้อบิลิตี้อัจฉริยะ โดยไม่คำนึงถึงอายุหรือความแข็งแกร่ง

เขาไม่ขาดประสบการณ์ต่อสู้ ฉะนั้นสามารถเร่งเร้าสมองขบคิดแก้ปัญหาได้ในทันที

หนึ่งเข่าย่อลง สองมือแนบกดลงบนพื้น

พริบตานั้นเอง เสาเหล็กพลันผุดขึ้นมาจากพื้นเวที งอกเป็นกำแพงเหล็กกล้า

ทานรับเพลิงโลกันต์ ขวางมันไว้ก่อนจะเข้าถึงตัว!

ปฏิกริยาของฉินเฟิงก็ว่องไวไม่แพ้กัน

เขากระตุ้นพลังสมาธิทันควัน ควบคุมเปลวเพลิงที่ว่ายวนโหมกระหน่ำราวกับงูไฟยักษ์

เลื้อยในอากาศ ฉวัดเฉวียนหลบเลี่ยงกำแพงเหล็กกล้า พุ่งเข้าใส่เฉิงโจว

หมายที่จะกลืนอีกฝ่ายให้จมลงไปในคราวเดียว!

“จงแข็งตัว! ”

เฉิงโจวระดมแผ่นเหล็กยาวหนึ่งเมตรขึ้นจากพื้นอย่างกระทันหัน

ย่ำเท้าลงบนมัน เหินทะยานทั้งคนทั้งเหล็กขึ้นสู่ฟากฟ้าไปพร้อมๆกัน!

ทว่าเมื่อเห็นฉากนี้

มุมปากของฉินเฟิงกลับผุดยิ้มรอยยิ้มน่าประหลาดใจขึ้น

เพราะมันคือสุดยอดจังหวะในการใช้พลังสมาธิเข้าควบคุม!

ต้องไม่ลืมนะว่าการควบคุมสิ่งของหรือวัตถุในอากาศน่ะเป็นความสามารถของผู้ใช้อบิลิตี้และมือปืน

ดังนั้น เพียงใช้พลังสมาธิก็จะสามารถควบคุมวัตถุที่บินได้  …. ไม่เว้นกระทั่งมนุษย์เป็นๆ!

อย่างไรก็ตาม

วิธีการนี้ก็ยังมีข้อเสียร้ายแรง นั่นคือหากพลังสมาธิของอีกฝ่ายสูงกว่าคุณ

ทุกอย่างจะพลิกตลบ กลับเป็นคนเสียเองที่ถูกปล้นการควบคุมจากฝ่ายตรงข้าม!

ตัวอย่างนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในช่วงเวลาที่สี่สถาบันกำลังปล้นชิงผลไม้สมาธิกัน

แต่ว่านะ

คราวนี้คู่ต่อสู้ของฉินเฟิงคือใคร? เขาคือเฉิงโจว!

ระหว่างหลบหนี

เฉิงโจวตระหนักได้ทันทีถึงพลังสมาธิเข้าแทรกแซง สำหรับตน ฉินเฟิงแม้แข็งแกร่ง

แต่ในเรื่องพลังสมาธิย่อมไม่อาจต่อกรกับตนเอง นี่คือเหตุผลที่เขาตัดสินใจบินขึ้นมา

ทว่า …

คนอย่างฉินเฟิงจะไม่อาจต่อกรได้จริงๆน่ะหรือ?

แน่นอน

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพลังสมาธิของเฉิงโจวในปัจจุบัน

มันน่าหวั่นเกรงเพราะอยู่ในระดับสวรรค์โปรดปราน ยังไงก็ตาม

ในด้านศักยภาพความเข้มขนพลังสมาธิของฉินเฟิงน่ะมันอยู่ในระดับ SS แล้ว

ฉะนั้นในด้านการควบคุม เขาเลยสามารถลงรายละเอียดได้ลึกยิ่งกว่า

“ร่วงตกลงมาซะ!”

พลังสมาธิของฉินเฟิงกระแทกเข้าใส่

แผ่นเหล็กหลุดการควบคุมออกไปทันที

เฉิงโจวตะลึงงัน!

เจ้าตัวร่วงลงไปม้วนกลิ้งกับพื้น

นับว่าโชคยังดีที่ตนเพิ่งบินสูงขึ้นไปเพียงสองเมตร ยามตกลงเป็นไปอย่างราบรื่น

ไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก

แต่ยังไงซะ เขาก็สามารถออกมานอกระยะพรมโลกันต์ของฉินเฟิงได้อยู่ดี!

“ปราการเหล็ก!”

เฉิงโจวดีดนิ้วดังเป๊าะด้วยมือข้างหนึ่ง

ก่อร่างกำแพงสูงสองเมตรขึ้นทันใด ขณะนี้พรมโลกันต์ของฉินเฟิงได้มาถึงแล้ว

มันปะทะเข้ากับกำแพงเหล็กระลอกสอง คราวนี้เปลวไฟถูกหยุดเอาไว้ได้ ทว่ารังสีไอร้อนยังคงแผ่เข้ามา

“ช่างน่าสงสาร”

ฉินเฟิงยิ้ม แม้ดูไม่ใส่ใจ

แต่พลังสมาธิของเขาตรึงอยู่ในตำแหน่งของเฉิงโจวอย่างชัดเจน

เปลวเพลิงเริ่มควบรวมกันอีกครั้ง

ในเสี้ยววินาที

เปลวเพลิงจากเบื้องหลังก็ทะยานสูงขึ้น ก่อนทิ้งดิ่งร่วงหล่นลงมาจากเบื้องบน

เตรียมปิดล้อมเฉิงโจวจากทุกทิศทาง

เฉิงโจววาดมือออก

ก่อกำปราการเหล็กเพิ่มเติมทั้งซ้ายขวา

รวมไปถึงเบื้องหลังและเหนือหัว เพื่อสกัดกั้นเปลวเพลิงที่โถมเข้ากลืนกิน

กล่าวได้ว่าเวลานี้

เฉิงโจวปลอดภัยโดยสมบูรณ์แล้ว หากแต่สภาพของเขา

ปัจจุบันราวกับกำลังหดตัวอยู่ในกระดองเต่า

การต่อสู้ของผู้ใช้อบิลิตี้

ช่างพรั่งพราวและน่าตื่นตาตื่นใจ!

แต่การต่อสู้ระหว่างผู้ใช้อบิลิตี้

ก็ส่งพลังทำลายล้างมหาศาลเช่นกัน

หากกล่าวว่าผู้ใช้อบิลิตี้เพียงลำพังแต่สามารถสังหารศัตรูนับร้อย

ไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลย

ตั้งแต่ที่ทั้งสองเริ่มต่อสู้กัน

เฉิงโจวมีเวลาโจมตีแค่เพียงระลอกเดียวเท่านั้น

หลังจากนั้นก็ถูกฉินเฟิงกดดันอย่างหนัก

แม้ตนจะครอบครองรูนและปลดปล่อยรูนออกมาได้มากมาย

แต่พวกมันจำเป็นต้องควบรวมถึงสามารถใช้งาน ดังนั้นไม่มีเวลามากพอที่จะโต้กลับ

ในขณะที่ฉินเฟิงเป็นฝ่ายโจมตี

ดังนั้นจึงมีเวลามากกว่าในการระเบิดพลัง

เขาสาดโจมตีออกไปนับสิบกระบวนท่าอย่างต่อเนื่อง

การต่อสู้ดำเนินไปเพียง 10

นาทีเท่านั้น แม้คนอื่นๆจะไม่เข้าใจ

แต่ทุกคนก็ยังสามารถมองเห็นถึงความแตกต่างระหว่างทั้งสอง

“ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฉินเฟิงจะสามารถกดดันเฉิงโจวได้!”

“รูนของฉินเฟิง

อันที่จริงมากกว่าของเฉิงโจวด้วยซ้ำ!”

“นี่มันเป็นไปได้ยังไง?”

ทั้งหมดไม่อยากจะเชื่อ

เพราะเฉิงโจวน่ะคืออัจฉริยะ เรื่องนี้ไม่มีใครไม่รู้

ภาพตรงหน้ามันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเกิดขึ้น!

…. การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป สังเวียนเริ่มร้อนระอุ

หน้าผากของเฉิงโจวยิ่งนานยิ่งเริ่มปรากฏชั้นเหงื่อผุดออกมา

บ่งบอกชัดเจนว่าตนกำลังสูญสิ้นพลังงาน

จนเริ่มจะต้านทานไม่ไหวแล้ว!

***อีก 2 ตอนมาราวๆ เที่ยงคืนนะครับ**