ตอนที่ 847

Ep.847 - หูซาน

ชูฟ่านเป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริง

สารพิษที่ช่วยให้เลือดแข็งตัว

มันก็เหมือนกับกระสุนเยือกแข็งที่ฉินเฟิงเคยใช้ในมิติลาวาเดือด

เจ้าสิ่งนี้สามารถควบคุมศัตรูได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สารพิษเลือดแข็งตัว จะทำให้เลือดของอสูรโลหิตจับตัวเป็นก้อน

วิธีนี้สามารถช่วยป้องกันไม่ให้พวกมันแทรกแซงเข้ามาในร่างกายมนุษย์ได้มากขึ้น

“ยอดเยี่ยมมาก!”

ฉินเฟิงรับของจากชูฟ่าน

ชูฟ่านพอรายงานเสร็จ

ก็ตั้งใจจะไปศึกษาเรื่องอายุขัยที่ยืนยาวของมิติล่มสลายต่อ

แต่ในตอนที่เขากำลังจะจากไป เจ้าตัวก็หันกลับมา เอ่ยถามฉินเฟิง “ประธาน

เรื่องงานวิจัยปลุกนักรบแห่งอนาคต คุณตั้งใจจะส่งเสริมมันอย่างเต็มที่เลยรึเปล่า?

เพราะผมได้เห็นข้อสรุปของแซดแล้ว เขายังคงคิดว่างานทดลองชิ้นนี้มีช่องโหว่อยู่”

หน้าผากของฉินเฟิงเริ่มยับย่น

อัตราการปลุกพลัง 100% แถมยังไม่มีผลข้างเคียงใดๆ

แซดยังคิดว่ามีช่องโหว่ ยังไม่พอใจอีกหรือ?

แต่แล้วจู่ๆในใจของฉินเฟิง ก็ย้อนนึกไปถึงฉากที่แซดปลดปล่อยมังกรทมิฬออกมา

ความคิดเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป

“ฉันเองก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน

เพราะถ้ามนุษย์สามารถใช้ได้แค่ความแข็งแกร่งทางกายภาพเพียงอย่างอย่างเดียว …

พวกเขาจะไม่อ่อนแอเกินไปหรือ!”

ความอ่อนแอที่ว่า ไม่ได้หมายถึงแค่การป้องกันทางกายภาพเท่านั้น

อย่างฉินเฟิง พลังป้องกันของเขาแข็งแกร่ง

เพราะฉินเฟิงเป็นผู้ใช้วรยุทธโบราณที่ฝึกฝนเทคนิคคู่ขนาน

เมื่อเทียบกับจักรพรรดิสัตว์ร้ายในระดับเดียวกัน ร่างเขาทนทานก็จริง

แต่ลึกๆฉินเฟิงยังคงรู้สึกได้ถึงความเปราะบางของตนเอง

เพราะแม้ร่างกายของเขาจะแข็งแกร่งทนทาน

แต่คมอาวุธแข็งแกร่งยิ่งกว่า มันสามารถเจาะทะลุเข้ามาได้

เช่นเดียวกับมีดกษัตริย์คราม ไม่มีเนื้อของสัตว์ร้ายตัวใด

สามารถหยุดการเชือดเฉือนของมันได้

เมื่อต้องเผชิญกับคมอาวุธ

อาศัยเพียงเนื้อหนังของมนุษย์จะสามารถป้องกันมันได้หรือ?

แต่ตอนนี้ พลังงานที่พวกเขาเพิ่งค้นพบ

ถือเป็นงานวิจัยที่ช่วยคนธรรมดาได้มากที่สุดแล้ว

การแสดงออกทางสีหน้าของชูฟ่านชะงักไปเล็กน้อย

แต่ก็กลับมาเป็นปกติในพริบตาเดียว หันหลังและเดินจากไป

ทิ้งท้ายไว้เพียงประโยคหนึ่ง

“ผมไม่นึกเลย ว่าคุณจะเห็นด้วยกับแซด!”

ฉินเฟิงไม่แปลกใจกับคำตอบของเขา

แม้การปลุกพลังให้กับทุกคนอาจเป็นเหมือนความฝัน แต่ฉินเฟิงก็คาดหวังเช่นกัน

ว่าความฝันนี้จะค่อยๆก่อร่างกลายเป็นความจริง

ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด!

เสียงอุปกรณ์สื่อสารของฉินเฟิง ดังกระชากสติเขา

เนื่องจากมิติธารโลหิตมีรอยแยกคอยเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน

และกฏเกณฑ์ของที่นี่ก็ไม่ได้ปิดกั้นอุปกรณ์สื่อสาร

ดังนั้นตราบใดที่เสาสัญญาณส่งถึง และผู้โทรอยู่ในมิติเดียวกัน

ก็สามารถติดต่อหากันได้

ฉินเฟิงยกข้อมือขึ้น แต่บุคคลที่โทรมา ทำให้ฉินเฟิงต้องสั่นสะท้าน!

เพราะหมายเลขบนอุปกรณ์สื่อสาร

แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเป็นเลเวล S !

ฉินเฟิงกดรับสายสื่อสาร จอสมมติสว่างขึ้น

ใบหน้าที่ไม่ต่างจากชายชราธรรมดาโผล่ออกมา อีกฝ่ายคาบไปป์อยู่ในปาก พ่นควันโขมง

ไม่ได้เจอกันเพียงครึ่งปี แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะแก่ลงไปมาก

“ท่านผู้ใหญ่หูซาน!” ฉินเฟิงเอ่ยทักทายด้วยความเคารพ

เพราะไม่ว่าจะอย่างไร หูซานถือเป็นผู้มีพระคุณของเขา

ครั้งก่อนเป็นอีกฝ่ายที่ช่วยฉินเฟิงขับไล่แซด ทั้งยังยกเรื่องข้อตกลงสามปี

ฉินเฟิงติดหนี้หูซานมากมายนัก

“ฉินเฟิง ตอนนี้ในมือของคุณ มีเจ้าสิ่งนี้อยู่บ้างรึเปล่า?”

บนมือของหูซาน ชูผลึกสีเลือดสดใสขึ้นให้ดู หากสังเกตดีๆ

จะพบว่ามันเป็นแค่ในส่วนของเลเวล B เท่านั้น

ก่อนกลับมาเกิดใหม่ ฉินเฟิงไม่เคยพบหูซานมาก่อน

เขาเลยไม่ทราบเหมือนกัน ว่าในมิติธารโลหิตแห่งนี้ สามารถดึงดูดความสนใจของเลเวล S

ได้กี่คน แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าหูซานจะเป็นหนึ่งในนั้น

“ครับ ไม่ทราบว่าท่านผู้ใหญ่ต้องการเท่าไหร่?”

ฉินเฟิงไม่ชักแม่น้ำทั้งห้า ตอบรับทันที อันที่จริงแล้วผลึกโลหิตเหล่านี้

ต่อให้เก็บไว้มันก็ไม่มีประโยชน์ต่อเขามากนัก คุณสมบัติของมันคือช่วยยืดอายุขัย

ทว่าแต่ละเลเวลก็ขึ้นอยู่กับว่าร่างมนุษย์จะสามารถดูดซึมได้มากแค่ไหนเช่นกัน

ยิ่งไปกว่านั้น หากเป็นคนอายุมาก ยิ่งให้ผลลัพธ์ชัดเจน

ยกเว้นผลึกโลหิตเลเวล S

ซึ่งเป็นสิ่งล้ำค่าที่อาจหาไม่ได้อีกแล้วในอนาคต ชิ้นอื่นๆ

ฉินเฟิงมีแผนที่จะขายพวกมัน

“คุณมีจริงๆ? มากแค่ไหนกัน?”หูซานมองฉินเฟิงอย่างคาดไม่ถึง

ตอนนี้มีหลายคนที่เข้ามาในมิติธารโลหิต

แต่ผู้ที่สามารถล่าอสูรโลหิตได้มีน้อยนิดยิ่ง

ในทางตรงกันข้าม คนที่ถูกอสูรโลหิตสังหาร มีนับไม่ถ้วน

ยิ่งไปกว่านั้น

มิติแห่งนี้ยังมีสัตว์ร้ายน่าหวาดกลัวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

ตัวอย่างเช่นหนอนโลหิตเลเวล C , ค้างคาวดูดเลือดที่ยังไม่ถูกค้นพบ

ไหนจะแร้งสูบเลือด ฯลฯ

“ครับ ตอนนี้ผมมีผลึกเลเวล A ห้าแก่น ส่วนเลเวล B

น่าจะมีประมาณ 50 แก่น” ฉินเฟิงกล่าวรวบยอด

หูซานนิ่งเงียบไป มองฉินเฟิงด้วยสายตาลึกล้ำ

ราวกับว่าต้องการล่วงรู้ความลับในใจของฉินเฟิง

“คุณเก่งมากจริงๆ”

ก่อนหน้านี้ ที่ทำไปก็เพื่อปกป้องลูกรักของพระเจ้า

และคาดหวังว่าหัวเซี่ยจะถือกำเนิดเลเวล S ขึ้นอีกคน แต่ไม่คิดเลย ว่าแค่ไม่นาน

อีกฝ่ายจะพัฒนามาถึงจุดนี้แล้ว

หูซานใช้เวลาส่วนใหญ่จมอยู่กับการหลับใหล นิทรานี้

หมายถึงการนอนหลับทางกายภาพเท่านั้น เขาอายุมากแล้วจริงๆ

บวกกับผ่านพ้นการต่อสู้มาอย่างยาวนาน และได้รับบาดเจ็บเรื้อรัง ทำให้ในทางกายภาพ

เขาต้องหลับอยู่ตลอดเวลา

แต่ในระหว่างนั้นหูซานคอยใช้งานพลังสมาธิเพื่อเข้าสู่โลกแห่งจิตสำนึก

เรียนรู้ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ช่วงที่ผ่านมา

มีแค่เรื่องความแข็งแกร่งของฉินเฟิงเท่านั้นที่น่าสนใจ

หลังจากฉินเฟิงผ่านพ้นการต่อสู้มานับครั้งไม่ถ้วน นี่เป็นครั้งแรก

ที่ได้มาเห็นกับตาตัวเอง

“ฉันยังไม่ค่อยคุ้นเคยกับมิติแห่งนี้ คุณพอจะมาหาฉันได้ไหม

พิกัดก็อยู่ถัดจากซากปรักหักพัง

หรือก็คือป้อมปราการดินที่คิดว่าน่าจะเป็นฝีมือของคุณ”

“เข้าใจแล้ว ท่านผู้ใหญ่ โปรดรอสักครู่”

ฉินเฟิงไม่คิดยึกยักล่าช้า เรียกไป๋หลี

เทเลพอร์ตทั้งสองเดินทางสู่ป้อมปราการในพริบตาเดียว

ช่วงเวลานี้ มีมนุษย์อยู่นอกป้อมปราการเช่นกัน

เอาจริงๆนี่ไม่สมควรเรียกว่าเป็นป้อมปราการเดี่ยวอีกต่อไป

แต่มนุษย์คนอื่นๆจากมิติของฉินเฟิง ก็เรียนรู้และทำแบบเดียวกัน เริ่มสร้างตึกราม

นี่เป็นงานถนัดของฝั่งสหภาพสาธารณรัฐแอฟริกาเหนือพอดี พวกเขาเริ่มสร้างอาคารรวมๆกัน

ไม่ช้าสิ่งปลูกสร้างหลังใหญ่ก็ปะกบติดกันเป็นทิวแถว

ผู้คนบ้างเริ่มจุดไฟทำอาหาร สำหรับคนที่ตกลงมาจากมิติล่มสลาย

ก็ใช้จ่ายเหรียญคริสตัลบางส่วน เพื่อแลกกับอาหาร

ราวกับว่าการพำนักในมิติธารโลหิตไม่ใช่เรื่องอันตรายอีกต่อไป

แต่เป็นเพียงการผจญภัยกลางทุ่งล่าที่แสนท้าทาย

ขนาดที่ว่า ฉินเฟิงในป้อมปราการ

เห็นภาพของกงเก๋อกับคลิฟส์กำลังสนทนากันอย่างออกรส

ทั้งสองเป็นผู้ใช้อบิลิตี้แสงเหมือนกัน เป็นธรรมดาที่จะสนิทกันง่ายกว่าปกติ

ฉินเฟิงกวาดตาผ่าน มองไปยังฝั่งสมรภูมิธารโลหิต

และพบกับดินแดนสีขาวราวหิมะ ใจกลางพื้นที่สีขาว

ปรากฏกระท่อมธรรมดาๆหลังหนึ่งถูกสร้างขึ้น แต่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ที่นี่

เพราะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายเย็นเยียบของน้ำแข็ง

ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขารู้แล้วว่าเจ้าของเป็นใคร!

ฉินเฟิงพาไป๋หลีก้าวเข้าไป โดยไม่รู้ตัว

ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่นี่

อะไรที่อาจเกี่ยวข้องกับตัวตนทรงอำนาจเลเวล S

เป็นธรรมดาที่จะดึงดูดความสนใจของผู้คน กระทั่งหลายคน ยังอยากเข้าคบหา

เพื่อคาดหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองในอนาคต

เพียงแต่ว่า หากผลลัพธ์ตรงกันข้าม

ดันไปสร้างความเกลียดชังให้กับเลเวล S แล้วล่ะก็ มันคงแย่มาก!

แม้หลายคนไม่เคยพบเจอตัวตนทรงอำนาจเลเวล S ตัวเป็นๆ

แต่เกล็ดน้ำแข็งเหล่านี้ เพียงพอแล้วที่จะข่มขวัญให้พวกเขาล่าถอย

อย่างไรก็ตาม ในไม่ช้าพวกเขาก็ต้องประหลาดใจ

เพื่อพบว่าฉินเฟิงกับไป๋หลีไม่ได้รับผลกระทบใดๆจากผืนน้ำแข็งที่ก่อตัวขึ้นเลย

พวกเขาเดินเข้าไปในกระท่อมเล็กๆอย่างสะดวกสบาย

“ท่านผู้ใหญ่หูซาน!”

ฉินเฟิงเข้าไปในกระท่อม เห็นหูซานนั่งอยู่บนเก้าอี้

พ่นควันอย่างผ่อนคลาย พริบตานั้นทั้งร่างราวกับถูกแช่แข็ง

เจอกันครั้งก่อนฉินเฟิงยังเป็นแค่เลเวล C

แม้เขาจะมีวิสัยทัศน์กว้างไกล แต่การรับรู้เรื่องกลิ่นอายยังค่อนข้างอ่อนแอ

คิดแค่ว่าท่านผู้ใหญ่หูซานมีพลังมาก แต่ตอนนี้

เขากลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอีกแบบหนึ่ง …