Ep.618 - ที่ซ่อนกลุ่มปีศาจชินระ
กลิ่นอายของไป๋หลีกวาดไปทั้งเหนือใต้ออกตก
ลุกฮือขึ้นถึงชั้นเมฆ แมลงสัตว์ร้ายรอบๆเกิดความแตกตื่น เพราะท้ายที่สุดแล้ว
กลิ่นอายของจักรพรรดิสัตว์ร้ายเลเวล B ที่ปรากฏขึ้น
มันไม่เหมือนกับกลิ่นอายของแมลงสัตว์ร้าย ทั้งสองแตกต่างกัน
“กี๊ กี๊!”
“จี๊ด จี๊ด จี๊ด!”
บังเกิดเสียงร้องระงมด้วยความตื่นตระหนก
แต่ในบรรดาเสียงเหล่านั้น กลับมีเสียงของมนุษย์ปะปนมาด้วย
ฉินเฟิงปลดปล่อยพลังสมาธิ กวาดสำรวจออกไป
และชนเข้ากับคนกลุ่มหนึ่ง คนกลุ่มนี้แข็งแกร่งอย่างพอสมควร มีเลเวล B หนึ่งคน
ดูเหมือนว่าจะเป็นผู้นำ และผู้ใช้พลังเลเวล C อีกสี่คน
ทั้งหมดกำลังเคลื่อนที่ผ่านป่าลึก
เนื่องจากกำลังเคลื่อนไหวกันอย่างรวดเร็ว
หากให้เอ่ยปากสนทนาคงลำบาก พวกเขาเลยใช้พลังสมาธิสื่อสารกัน
แล้วบังเอิญพลังสมาธิของฉินเฟิงไปกระทบเข้าพอดี
“เกิดอะไรขึ้น?
ไม่ใช่ว่าพื้นที่แถบนี้ถูกกวาดล้างแล้วหรอกหรือ? ทำไมถึงมีกลิ่นอายของเลเวล B
อยู่อีก แล้วกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวแบบนี้ คาดว่าคงเป็นระดับจักรพรรดิ!”
“แต่ความรู้สึกนี้ เหมือนไม่ใช่กลิ่นอายของแมลงสัตว์ร้ายเลย”
“เป็นไปได้ไหมว่ามีรอยแยกมิติปรากฏขึ้น”
“เรื่องนั้นคงไม่มีใครตอบได้ แต่ถ้าสัตว์ร้ายเลเวล B
โผล่ออกมาจริงๆ คงต้องให้บอสชินระเป็นคนจัดการ”
“บ้าเอ๊ย! ฐานเพิ่งก่อตั้งได้แค่ครึ่งเดือน
ฉันไม่อยากย้ายที่อีกแล้วนะ น่ารำคาญจริง
ขอให้ครั้งนี้มันเป็นแค่เรื่องบังเอิญทีเถอะ”
จากนั้นก็สนทนาสัพเพเหระ บ่นด่าว่าตอนนี้ฐานมีสภาพแย่แค่ไหน
พวกมันพูดคุยกระทั่งเรื่องการตายของติหรังและคนอื่นๆ
เมื่อรับฟังถึงจุดนี้ ฉินเฟิงทราบได้ทันทีว่าพวกมันเป็นใคร
สมาชิกกลุ่มปีศาจชินระ!
ก่อนเกิดใหม่ ฉินเฟิงเคยอ่านข้อมูลกลุ่มชินระผ่านตา
ในช่วงเวลานั้น
กลุ่มปีศาจชินระครอบครองสมุนไพรวิญญาณแบบเดียวกันกับดอกไม้หยาดน้ำตา
มีคุณสมบัติช่วยขับไล่แมลงสัตว์ร้าย
ทำให้พวกเขาสามารถตั้งฐานในลุ่มน้ำตู่ซานซึ่งเกลื่อนไปด้วยแมลงหนาแน่นได้
และตำแหน่งที่พวกเขาตั้งฐาน ยังกลายเป็นเขตการค้าระหว่าง 2
พื้นที่ของตู่ซานกับหัวเซี่ย ทั้งในอนาคตยังสามารถตั้งเป็นพื้นที่ปกครองส่วนบุคคล
อย่างไรก็ตาม นั่นคือเรื่องของอนาคต อิงตามเวลาปัจจุบัน
อย่างน้อยสิ่งที่เล่ามาจะเกิดขึ้นในอีกห้าหกปีให้หลัง
สำหรับกลุ่มชินระในตอนนี้ สามารถเรียกได้ว่ายังอยู่ในสภาวะตัวอ่อน
ถึงจะกล่าวว่าเป็นแค่ตัวอ่อน
แต่กองกำลังมืดของพวกมันมีหัวหน้าเป็นถึงผู้ใช้พลังเลเวล A
ดังนั้นถือว่าทรงพลังมากอยู่ดี
“ไม่คิดเลยว่าจู่ๆจะเจอพวกมัน คำกล่าวที่ว่าโลกกลม
ศัตรูมักเดินชนกันโดยบังเอิญคงเป็นเรื่องจริง” พลังสมาธิของฉินเฟิงตรึงลงบนคนเหล่านั้น
ขณะเดียวกันก็ระดมรูนมืด ปกคลุมทั้งตนเองและไป๋หลี กลิ่นอายของทั้งสอง
ค่อยๆจางหายไป
สมาชิกกลุ่มปีศาจชินระก็สัมผัสได้เช่นกัน
ว่ากลิ่นอายระดับจักรพรรดิเลเวล B ค่อยๆหายไป แต่ถึงกระนั้น
พวกมันก็คงค่อยๆขยับเข้ามาใกล้ที่นี่อย่างระมัดระวัง แต่หลังจากกวาดมองไปรอบๆ
ก็ไม่พบกับความผิดปกติใดๆ
“บางทีมันอาจจะหายไปแล้ว” ผู้ใช้พลังเลเวล B เอ่ยขึ้น
คนอื่นๆพอได้ฟังค่อยถอนหายใจโล่งอก
“คุณต้องการอยู่ที่นี่เพื่อสำรวจสถานการณ์ก่อนไหม?”
“ไม่จำเป็น กลับกันเถอะ”
“ตกลง กลับไปดื่มกัน”
หลังสัมผัสได้ถึงกลิ่นอาย พวกเขาก็พบว่าไม่มีอะไร
เลยเตรียมเดินทางกลับ
แต่สิ่งที่พวกเขาไม่ทราบก็คือ เบื้องหลังพวกเขา
ปรากฏคนสองคนในเงามืด
--เป็นฉินเฟิงกับไป๋หลี!
“กลุ่มปีศาจชินระ ถ้าตามไปฆ่าพวกมัน
ไม่แน่ว่าอาจได้รับสมบัติดีๆติดไม้ติดมือกลับมามากมาย”
เดิมฉินเฟิงก็มีความคิดนี้อยู่แล้ว และในเมื่อมีศัตรูคอยนำทางถึงที่
ฉินเฟิงเลยตัดสินใจว่าจะกำจัดพวกมันซะตอนนี้เลย
แต่สักพัก ฉินเฟิงก็หันมามองไป๋หลีแล้วเอ่ยถาม “ถ้าชินระปรากฏตัวขึ้น
เธอสามารถกำจัดมันได้ไหม?”
“นั่นไม่น่าจะมีปัญหา เพราะตอนนี้ฉันยกระดับขึ้นเป็นเลเวล B
แล้ว น่าจะสามารถรับมือกับผู้ใช้พลังเลเวล A ระดับสามัญได้”
แน่นอน หากอีกฝ่ายเป็นการดำรงอยู่ระดับลูกรักของพระเจ้า
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าไป๋หลีคงสู้ไม่ได้ เพราะสถานะลูกรักของพระเจ้ามิใช่ไก่กา
ในหมื่นจะปรากฏสักหนึ่ง ดังนั้นเป็นตัวตนที่แข็งแกร่ง
ติหรังที่เคยสู้กับฉินเฟิงก็เป็นลูกรักของพระเจ้าเช่นกัน
แต่น่าเสียดาย แม้พลังของอีกฝ่ายจะแข็งแกร่ง แต่มันก็ไม่มากพอที่จะต่อกรกับฉินเฟิง
สุดท้ายต้องจบชีวิตลง
ฉินเฟิง “เรื่องนั้นไม่น่ามีปัญหา
เพราะชินระเป็นผู้ใช้วรยุทธโบราณเลเวล A ถึงกำลังภายในของเขาจะแข็งแกร่ง
เพราะเกิดจากการฝึกฝนวิชามารอันเป็นเอกลักษณ์
แต่ถ้าให้พูดถึงประสิทธิภาพการต่อสู้จริงๆ
ไม่น่าจะแข็งแกร่งในระดับลูกรักของพระเจ้า”
ความแข็งแกร่งของผู้ใช้พลังเลเวล A น่ะมากพอที่จะข่มขวัญผู้คน
อย่างในตู่ซาน ที่แน่ๆไม่มีใครกล้าแตะต้องชินระ
แต่ฉินเฟิงกล้า!
“แมลงในตู่ซานนี้ถูกฆ่าไปมากแล้ว ฉันก็พอรู้สถานการณ์
และกำลังคิดจะจากไปพอดี แต่ในเมื่อบังเอิญเจอฐานกลุ่มชินระ
งั้นก็ขอกวาดล้างมันก่อน แล้วพวกเราค่อยจากไป ”
“อื้ม เอาตามที่รักว่าเลย!” ไป๋หลีกล่าว
“งั้นไปกันเถอะ”
ฉินเฟิงไม่เริ่มสนทนาอะไรอีก เขากับไป๋หลีซ่อนตัวอย่างเงียบๆ
ไล่ตามสมาชิกกลุ่มชินระท่ามกลางความมืดมิด
สมาชิกทั้งห้าคนเหล่านี้มิได้อ่อนแอ
แต่ยังไม่ถึงขั้นตรวจพบการดำรงอยู่ของฉินเฟิงในเงามืด
ไม่นานพวกเขาก็ผ่านพื้นที่อันตราย
ต้นไม้เริ่มปกคลุมหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ภูมิประเทศของที่นี่
ไม่ได้ถูกระบุเอาไว้บนแผนที่ขนาดเล็กที่จัดทำขึ้นโดยเมืองกลางตู่ซาน
ฉินเฟิงกับไป๋หลีไม่ทิ้งรอยเท้าใดๆเอาไว้
ภายใต้การปกคลุมของท้องฟ้ายามค่ำคืน
พื้นดินมีสภาพเป็นหนองน้ำที่มีใบไม้กองเป็นชั้นๆ ยังไม่พอ
ยังมีพวกแมลงและสัตว์ร้ายมากมายอาศัยอยู่ภายใน ยิ่งเป็นช่วงกลางดึก
ยุงดูดเลือดฝูงใหญ่ออกหากิน ลอยอยู่เหนือหนองน้ำ
คนของกลุ่มปีศาจชินระเดินเหินอย่างคล่องแคล่ว
เห็นได้ชัดว่ารู้จักภูมิประเทศแถบนี้เป็นอย่างดี
และดูเหมือนว่าพวกเขาจะพกสมุนไพรวิญญาณที่เคยอธิบายไปติดตัวมาด้วย
ดังนั้นสามารถป้องกันการโจมตีของแมลงสัตว์ร้ายได้
ไม่นาน ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงทุ่งกว้างที่เป็นพื้นดินแข็ง
ปรากฏต้นไม้สูงใหญ่ หอคอยรักษาการณ์และกำแพงไม้ก่อตัวเป็นป้อมปราการขนาดเล็ก
คล้ายถูกจัดตั้งเป็นหมู่บ้านเล็กๆ
ฉินเฟิงไม่จำเป็นต้องลอบติดตามคนเหล่านั้นอีก
ภายใต้การปกคลุมของอบิลิตี้มืด ฉินเฟิงเดินผ่านยามเฝ้าประตู
เดินเข้าสู่หมู่บ้านโดยตรง
พลังสมาธิของฉินเฟิงกวาดออกไปตรวจสอบอย่างระมัดระวัง
ป้องกันไม่ให้ดึงดูดความสนใจของฝูงชน
แต่สถานการณ์หมู่บ้านแห่งนี้
หลังจากที่กวาดพลังสมาธิสำรวจอย่างรอบคอบ ฉินเฟิงต้องสูดหายใจลึก
เพราะสิ่งที่เขาค้นพบ คือการดำรงอยู่ของผู้ใช้พลังเลเวล C
มากกว่า 300 คน มีเลเวล B ถึง 7 คน นอกจากนั้นเป็นกระท่อมหรูหราสามชั้น
ที่ฉินเฟิงไม่ได้กวาดเข้าไปตรวจสอบ แต่สัญชาตญาณของฉินเฟิงรับรู้ได้
ว่าภายในกระท่อมนั่น คือชินระ!
ฉินเฟิงเริ่มตื่นตัว แม้จะเตรียมใจมาก่อนแล้ว
แต่ไม่นึกเลยว่ามาถึงก็จะเจอกับที่พักของชินระจริงๆ นอกจากสมาชิกกลุ่มชินระแล้ว
ยังมีพวกทาสบางคนอาศัยอยู่เช่นกัน พวกทาสทั้งถูกทุบถูกตี
ถูกกดขี่ให้ทำอาหารและเผาฟืนไฟ หรือแม้กระทั่งถูกกระทำชำเราเรื่องน่าอับอาย
ท่ามกลางความมืดมิด ชายบางคนกำลังระบายกำลังอันเหลือล้นของตน
ภายในค่าย สามารถได้ยินถึงเสียงกรีดร้องครวญครางของหญิงสาว
ช่างเป็นสถานที่ไร้ศีลธรรมและมืดมน
หน้าผากของฉินเฟิงเริ่มเกิดริ้วรอยยับย่น
“ทางนั้นสินะ?”
พลังสมาธิของฉินเฟิง ตรึงลงบนร่างของผู้ใช้พลังเลเวล B
คนหนึ่งอย่างรวดเร็ว
อีกฝ่ายเป็นผู้ใช้วรยุทธโบราณ ความแข็งแกร่งไม่อ่อนแอ
บ้านกระท่อมไม้ที่อาศัยก็ค่อนข้างหรูหรา เวลานี้เขาอยู่บนเตียง
กำลังรุกคืบขึ้นคร่อมหญิงสาว ทุ่มเทสมาธิทั้งกายใจ จนไม่ทันสังเกตเห็นด้วยซ้ำ
ว่าบนหน้าต่างที่เขาเปิดทิ้งไว้ มีเงาดำวูบผ่านเข้ามา
จวบจนห้องนอนกระพริบไหวด้วยแสงสีเงิน
ชายคนนั้นถึงค่อยตระหนักว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่กว่าจะรู้ตัว
วิสัยทัศน์ของเขาก็กลายเป็นมืดมัวไปแล้ว
เทคนิคมิติเอกเทศ!
นี่คืออบิลิตี้มิติของไป๋หลี ปัจจุบัน
บ้านทั้งหลังได้กลายสภาพเป็นมิติคู่ขนาน มีสภาพไม่ต่างจากเขตแดนลับ
ไม่ว่าจะเกิดการต่อสู้แบบไหนขึ้น ก็จะไม่มีใครล่วงรู้!
ช่วงเวลานี้เอง ฉินเฟิงได้มาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังของอีกฝ่าย
ง้างฝ่ามือเยื้องสุดแขนด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์
“มังกรตะปบ!”
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved