Ep.857 - หลงถิงมาเยือน
ความโกรธของหลงถิง เล่นเอาหลงหยุนอี้กับหลงเยว่เกิดความสำนึก
เริ่มรู้สึกผิดในการกระทำของตัวเอง
อย่างไรก็ตาม ทางฝั่งฉินเฟิง เขาไม่ได้คิดมากอะไร
เพราะฉินเฟิงไม่มีความคิดที่จะพึ่งพาเลเวล S ตั้งแต่แรกแล้ว
ในชีวิตก่อน ฉินเฟิงเดินตามเส้นทางของตัวเอง
เป็นราชาทหารรับจ้างไร้สังกัด
ดังนั้น ฉินเฟิงเลยคิดอยู่เสมอ ว่าพันธมิตรหัวเซี่ยกับเขา
ต่างฝ่ายต่างมีผลประโยชน์ร่วมกัน ไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบนายบ่าว
ไม่ต้องกล่าวถึง
เรื่องที่ว่าฉินเฟิงได้รู้ข้อมูลบางอย่างเพิ่มเติมแล้ว!
ระหว่างเลเวล S ด้วยกัน พวกเขาจะไม่ลงมือ ไม่เคลื่อนไหว
ไม่สู้กันถึงขั้นพลิกแผ่นดิน
ในมิติธารโลหิตเอง เลเวล S สู้กันแค่ไม่กี่ครั้ง
รอยแยกมิติก็ปรากฏขึ้น หากสู้กันอีกหลายกระบวนท่า มิติแห่งนี้ไม่ระเบิดเลยหรือ?
ดังนั้น ฉินเฟิงจึงพอเข้าใจความคิดของหลงเยว่และคนอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม หลงถิงกลัวว่าฉินเฟิงจะคิดมาก
นี่คือเหตุผลที่เธอตัดสินใจออกมา
…
ในสุสานเทพสงคราม ฉินเฟิงนั่งขวาทับซ้าย
รูบิควิเศษลอยอยู่ตรงหน้าเขา ขณะเดียวกัน ในมือของฉินเฟิง ค่อยๆยื่นบางสิ่ง
ส่งมันเข้าไปหลอมรวมข้างใน
นี่คือสมบัติเลเวล S ที่หลงเยว่กับหูซานมอบให้ก่อนหน้านี้
พวกมันถูกใช้เป็นวัตถุหลัก
ภายในรูบิควิเศษ รองเท้าบู๊ตคู่หนึ่งปรากฏขึ้น
เนื่องจากมันถูกสร้างจากโลหะพิเศษ
ส่งผลลให้รองเท้าบู๊ตมีสีสันสดใส
แสงไฟพรั่งพราวสว่างไสวเหมือนกับว่าสามารถนำพาผู้คนบินได้ตลอดเวลา
นี่คือรองเท้าเกราะสมบัติเลเวล S หากสวมใส่
มันสามารถช่วยเพิ่มความเร็วให้แก่ฉินเฟิงได้เป็นอย่างมาก
กระนั้น สีสันนี้สะดุดตาเกินไป
แม้ฉินเฟิงจะเติมวัตถุอีกหลายชิ้นลงไปเพื่อกลบสี แต่เมื่ออัดฉีดพลังงาน
มันก็ยังเปล่งแสงอยู่ดี ไม่มีทางปกปิดได้
ขณะที่หากฉินเฟิงต้องการลอบสังหารเหอเทียนสิง วิธีที่ดีที่สุด
คือการสร้างเกราะที่สามารถช่วยเร้นกายตนเอง
ฉินเฟิงหยิบหนังของเขมือบฟ้าออกมา
เขมือบฟ้าเป็นสิ่งมีชีวิตเลเวล A ที่เกือบก้าวไปถึงระดับเทวะ
ความแข็งแกร่งไม่ต่ำต้อย พลังป้องกันของเนื้อหนังของมันเปี่ยมล้นยิ่ง
หากฉินเฟิงทำการหลอมรวมหนังเขมือบฟ้า
เขาสามารถสร้างชุดต่อสู้ในระดับจักรพรรดิได้เลยทันที
แต่สำหรับเกราะสมบัติระดับเทวะ ยังมีช่องว่างอีกมากเกินไป
อย่างไรก็ตาม ได้แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว!
ระหว่างฉินเฟิงกำลังรักษาตัวอยู่ในเมืองเฟิงหลี
ภายนอกปรากฏข่าวลือหนาหู ดูเหมือนว่าทุกคน เริ่มมองกลุ่มเฟิงหลีในแง่ร้าย
สร้างความขุ่นเคืองแก่เลเวล S แม้สมาชิกกลุ่มไม่พูด
แต่เกิดความวิตกกังวลไม่น้อย ขณะเดียวกัน ภายนอกมีหลายคนกำลังคิดลงมือกับเฟิงหลี
ไม่ต่างจากฝูงฉลาม ที่กำลังมองเรือใหญ่อย่างเฟิงหลีจากก้นทะเล
เฝ้ารอว่าเมื่อไหร่พวกมันจะอับปาง จากนั้นจะได้แหวกว่ายเข้ากัดกินจนอิ่มท้อง
วันที่สามหลังจากฉินเฟิงกลับมา
ห่างออกไปจากเมืองเฟิงหลีราวๆ 20 กิโลเมตร ณ ตำแหน่งตัวเชื่อมมิติที่ถูกสร้างขึ้น
ปรากฏช่องว่างมิติทรงกลมโผล่ออกมา
กองทหารที่ประจำการที่นี่ ไม่รู้สึกแปลกใจใดๆ
เพราะนี่คือเมืองเฟิงหลี
เป็นที่ตั้งของกลุ่มที่ทำการวิจัยการจั๊มป์ผ่านมิติด้วยเรือเหาะ ประตูมิติเช่นนี้
เขาพวกเคยเห็นจนชินตา
แต่ไม่นาน พวกเขาก็รู้สึกแปลกไป เพราะประตูมิติในครั้งนี้
สิ่งที่โผล่ออกมามีรูปลักษณ์ไม่เหมือนเรือเหาะ ไม่เพียงแค่นั้น
ท่ามกลางช่องว่างสีดำ เรือมังกรโผล่หัวออกมา
กลุ่มเฟิงหลีของฉินเฟิง
เป็นกลุ่มผู้นำในการศึกษาเรื่องการจั๊มป์ผ่านมิติอย่างแน่นอน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะเป็นกลุ่มเดียวที่ครอบครองมัน
แต่มีบางคนสามารถวิจัยเรื่องนี้จนลุล่วงได้แล้วตั้งแต่เมื่อ 30
กว่าปีก่อน
นี่คือสัญลักษณ์ของหัวเซี่ย ผู้คนมากมายต่างรู้จักกันดี
บนเรือมังกร สลักอักษรดั่งหงส์ร่อนมังกรรำเอาไว้ว่า ‘หลง’
บ่งบอกว่าเป็นคนจากตระกูลหลงแห่งเมืองหลวงมังกร!
ในฐานะตระกูลอันดับหนึ่งของหัวเซี่ย ตระกูลนี้
เนื่องจากมีเลเวล S อยู่เป็นจำนวนมาก พวกเขาจึงมีมิติเป็นของตัวเอง
เพื่อป้องกันไม่ให้ใครบางคนคิดแก้แค้นหรือปองร้าย
ดังนั้น หากตระกูลหลงคนใดปรากฏตัวขึ้นในโลกภายนอก
ผู้มาเยือนทุกคน คงไม่พ้นมีความแข็งแกร่งในเลเวล S
เรือมังกรคือตัวแทนของตระกูลหลง เมื่อปรากฏขึ้น
มาแนวโน้มที่จะมีตัวตนทรงอำนาจอยู่ข้างใน
การมาเยือนของเรือมังกร ทหารรักษาการณ์ได้ส่งข่าวออกไปทันที
ฉินเฟิงเดิมทีกำลังพักฟื้น พกพาความสงสัยออกมาต้อนรับ
เมื่อฉินเฟิงมาถึง เขาพบว่าซูซิงฝูกำลังคอยรับหน้าสุภาพสตรีในชุดทหารเป็นการส่วนตัว
เขาแสดงความเคารพอย่างถึงที่สุด ทั้งยังดูลุกลี้ลุกลนอย่างบอกไม่ถูก
ซึ่งในฐานะนักธุรกิจอันดับต้นๆของประเทศ
เป็นเรื่องยากนักที่จะเห็นซูซิงฝูไม่เป็นมืออาชีพเช่นนี้
ในเวลานั้นเอง ผู้มาเยือนคล้ายตระหนักถึงการปรากฏตัวของฉินเฟิง
ยิ้มเล็กน้อยให้เขา
“นายพลฉิน พบกันครั้งแรก ถือวิสาสะรบกวนคุณแล้ว”
ผู้หญิงคนนี้แม้เปี่ยมไปด้วยศักดิ์ศรี
แต่ก็ยังเอ่ยทักทายฉินเฟิงอย่างเป็นกันเองพยายามเผยทัศนคติที่ดูอ่อนโยน
หันมาเผชิญหน้ากับฉินเฟิง
พริบตานั้น ฉินเฟิงสามารถจดจำอีกฝ่ายได้ทันที
ไม่นึกฝันเลยว่าแขกในครั้งนี้คือหลงถิง
“น้อมรับท่านผู้นำสูงสุดหลง!” ฉินเฟิงกล่าว
“ท่านผู้นำสูงสุดมาเยือนทั้งที ถือเป็นการรบกวนได้อย่างไร
กลุ่มเฟิงหลีของผมรู้สึกเป็นเกียรติมาก”
หลงถิงยิ้ม ไม่ใส่ใจคำพูดสุภาพที่ดูเป็นพิธีการของฉินเฟิง
“ฉันมาที่นี่ในครั้งนี้
หลักๆแล้วก็เพื่อขอให้กลุ่มเฟิงหลีของคุณ อัพเกรดเรือมังกร”
ฉินเฟิงเลิกคิ้ว แค่อัพเกรดเรือมังกร
ถึงขั้นให้หลงถิงต้องมาด้วยตัวเองเชียวหรือ? ใครๆก็รู้
ว่าหลงถิงไม่ได้ออกจากเมืองหลวงมังกรมาหลายปีแล้ว
อย่างไรก็ตาม ฉินเฟิงไม่คิดเปิดโปงอีกฝ่าย
ซูซิงฝูถอยออกมาเป็นผู้ตาม
ฉินเฟิงก้าวเข้ามานำหลงถิงไปตรวจสอบเทคโนโลยีที่อยากเติมแต่งให้เรือมังกรด้วยตัวเอง
ส่วนเรื่องที่ว่าอาจมีเทคโนโลยีอะไรรั่วไหลหรือไม่
แต่อีกฝ่ายเป็นผู้ใช้พลังที่สามารถไปถึงเลเวล S แล้วแบบนี้ฉินเฟิงยังจำเป็นต้องใส่ใจเรื่องเหล่านี้อีกหรือ?
เอาจริงๆถ้าอีกฝ่ายเอ่ยปากร้องขอ
เกรงว่าพวกเขาย่อมยินดีประเคนให้!
“ไม่คาดฝันเลยว่าท่านผู้นำสูงสุดหลงจะมาด้วยตัวเอง
ในเรื่องการรายละเอียดต่างๆ ผมจะให้ผู้จัดการซูอธิบายให้ฟัง” ฉินเฟิงกล่าว
“ได้จังหวะพอดี พวกเราตั้งใจทำธุรกิจนี้มาสักพักแล้ว
แผนกปรับแต่งเพิ่งสร้างเสร็จพอดี พวกเราสามารถนำเรือมังกรเข้าโรงงานได้เลย!”
ซูซิงฝูกล่าว
เขาเริ่มก่อตั้งแผนกนี้เมื่อสองเดือนก่อน
การได้ร่วมมือกับเมืองหลวงมังกร
เท่ากับเป็นการสร้างชื่อเสียงแก่กลุ่มเฟิงหลีให้สูงไปอีกขั้น
แต่ไม่นึกฝันเลย ว่าหลงถิงจะมาด้วยตัวเอง
ซูซิงฝูแน่นอนไม่เชื่อ
ว่าอีกฝ่ายมาเพราะให้ความสำคัญกับเรือมังกร เกรงว่าประเด็นที่มาในครั้งนี้
ทั้งหมดเป็นเพราะฉินเฟิงมากกว่า
หลงถิงยังคงกล่าวกับทั้งสองโดยไม่ทิ้งทัศนคติอ่อนโยน
“เทคโนโลยีของเรือมังกรประสบความสำเร็จอย่างมากในปีนั้น
ทว่านั่นมันนานมาแล้ว ในแต่ละการจั๊มป์ ยังคงบริโถคพลังงานเยอะมากๆ
แถมต้องมีความแข็งแกร่งทางกายภาพและกำลังภายในที่สูงมาก
ถึงจะผ่านเงื่อนไขในการขับขี่ หากไม่ใช่ผู้ใช้พลังเลเวล C ขึ้นไป ไม่สามารถขับได้
ดังนั้นหลายปีที่ผ่านมา หากไม่เกิดสงคราม พวกเราแทบไม่ได้ใช้งานมัน”
“ในขณะที่เทคโนโลยีของเฟิงหลีดีมาก
มันค่อนข้างมีเสถียรภาพทีเดียว!”
“โอ้ นั่นปืนใหญ่พลังงานที่คิดค้นขึ้นมาใหม่ใช่ไหม?
มันดูทรงพลังจริงๆ ของดี ของดี!”
ซูซิงฝูฉีกยิ้มรับคำชม พยายามแนะนำอย่างขยันขันแข็ง
หลงถิงไม่ใส่ใจเรื่องความแข็งแกร่งต่ำต้อยของซูซิงฝู
ทั้งสองสนทนากันอย่างเป็นกันเอง การปรับแต่งเรือมังกรจะใช้เวลาราวๆ 2
วันถึงจะเสร็จสิ้น
หลังจากเยี่ยมชม เนื่องจากไม่รู้ว่าหลงถิงมีความคิดอะไร ซูซิงฝูเลยไม่ได้ชักชวนหรือเอ่ยอะไรให้ต่อ
แต่เห็นได้ชัดว่า หลงถิงมีแผนอยู่ในใจแล้ว
“อาการบาดเจ็บของนายพลฉิน ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?” หลงถิงสอบถาม
อาการบาดเจ็บของฉินเฟิงหายดีแล้วตั้งแต่เขากลับมา
เมื่อหลงถิงถาม ฉินเฟิงไม่คิดปกปิด
“หายดีแล้วครับ”
“งั้นก็ดี เรื่องคราวนี้ในมิติธารโลหิต
เกี่ยวข้องกับการจัดสรรทรัพยากรใหม่
แต่ในมือของหลงเยว่กับหลงหยุนอี้มีคนอยู่ไม่มากนัก ถ้ากลุ่มเฟิงหลียินดีร่วมมือ
ฉันจะช่วยสนับสนุนเอง!”
ถึงจุดนี้ ฉินเฟิงมองไปยังหลงถิง
และพบว่าอีกฝ่ายกำลังมองตอบกลับมาอย่างสงบ ในแววตาของแต่ละฝ่าย คล้ายมีบางอย่างกระเพื่อมไหว
ราวกับสามารถสื่อสาร เข้าใจกันและกัน!
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved