ตอนที่ 733

Ep.733 - ไม่เกินสาม

เสาแสงถูกยิงลงมา และฉินเฟิงไม่สามารถทานรับมันได้อีกต่อไป!

เขาได้ปลดปล่อยพลังสมาธิทั้งหมดออกไปแล้ว

อักษรรูนมืดเองก็สลายไปอย่างสมบูรณ์ ภายใต้การโจมตีเมื่อครู่ จริงอยู่ที่กล่าวมา

ไม่ได้หมายความว่าฉินเฟิงจะสูญเสียอักษรรูนเหล่านั้นไป

แต่เขาจะไม่สามารถเรียกมันออกมาใช้งานได้ชั่วคราว

ในกรณีนี้ เท่ากับว่าเขาหมดหนทางที่จะต้านทานอีกต่อไป!

ทางฝั่งไป๋หลี ใบหน้าซีดเผือดลงเช่นกัน เธอไม่คาดคิดเลย

ว่ายังมีการโจมตีอีกระลอก อำนาจของมันทรงพลังมาก ทำให้เธอนึกถึงใครบางคน

--เจ้าคนประหลาดแซด!

นี่คือการโจมตีของตัวตนทรงอำนาจเลเวล S

รังสีแสงที่สามตกลงมา ฉินเฟิงตระหนักดี ว่าตนมิอาจหลุดพ้นจากอีกฝ่าย

ทั้งยังไม่อาจหลบเลี่ยงการโจมตีนี้

“ไม่แน่ใจว่ากำลังภายในของฉัน จะสามารถต้านทานการโจมตีของเลเวล

S ได้รึเปล่า … แต่ไม่มีทางเลือก คงต้องลองดู!”

มีดกษัตริย์ครามในมือเขาถูกกุมแน่น

เตรียมพร้อมระเบิดกำลังภายในทั้งหมดที่มี เข้าต่อต้านรังสีแสงที่สาม

แต่เขาก็พอจะรู้ ว่าต่อให้รับมันได้

แต่เกรงว่าวิลล่าที่ไม่ต่างจากปราสาทหลังนี้ ปราสาทที่ไป๋หลีชื่นชอบ

คงมิแคล้วพังทลายไม่เหลือซาก!

แต่ในจังหวะนั้นเอง ปรากฏเส้นแสงสีดำ

ถูกยิงออกมาจากระยะไกลออกไป พร้อมด้วยเสียงคำรามของมังกร!

หากได้ลองเพ่งมองดีๆ คุณจะพบว่ามันเป็นมังกรดำขนาดยักษ์!

สีหน้าของฉินเฟิงเปลี่ยนไปทันที

มังกรดำตัวนี้ ฉินเฟิงย่อมเคยเห็นมันมาก่อน

นี่คือจิตวิญญาณนักรบของแซด!

แต่ประเด็นก็คือ ดูเหมือนว่ามังกรดำตัวนี้

จะพุ่งตรงมาจากเมืองลาวาเดือดอย่างไม่คาดฝัน

นี่อาจบอกได้ว่า ตั้งแต่พบกันครั้งก่อน

แซดยังไม่ได้จากไปอย่างนั้นหรือ?

นี่ไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายเดินเล่นอยู่บนสนามหญ้าหน้าบ้านเขาอยู่ตลอดเวลา

แล้วกำลังทำการทดลองอยู่ใช่ไหม?

แต่ฉินเฟิงไม่มีเวลาสนใจเรื่องนั้นอีกต่อไป เพราะช่วงเวลานี้

มังกรดำกลืนกินรังสีแสงสีขาวในลมหายใจเดียว จากนั้นพุ่งทะยานสู่ฟากฟ้า

หายวับไปในพริบตาเดียว

แต่พลังสมาธิของฉินเฟิงสามารถรับรู้ได้อย่างเลือนราง

ว่าจิตวิญญาณนักรบของแซดเขมือบอะไรบางอย่างลงไป ต่อมาคล้ายแว่วเสียงบางอย่างที่แตกเป็นเสี่ยงๆจากฟากฟ้า

หลังจากนั้นฉินเฟิงก็ไม่อาจสัมผัสอะไรได้อีกเลย

ขณะเดียวกัน ในเวลานั้น ความรู้สึกว่ากำลังถูกจับจ้อง

ก็หายไปเช่นกัน

ฉินเฟิงผ่อนคลายลง แต่เมื่อร่างกายไม่ตื่นตัว

ความรู้สึกเจ็บแปล่บคล้ายถูกแผดเผาไปทั่วร่างก็ประทังเข้ามา

“ตาปีศาจช่างทรงพลังจริงๆ!”

เกรงว่าอาการเจ็บปวดนี้อาจเกิดจากการรีดเร้นพลังเกินขีดจำกัด

เข้ายับยั้งพลังอำนาจมหาศาลในคราวเดียวของฉินเฟิง

แต่นี่ไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจอะไร เพราะเรื่องน่าตกใจก็คือ

ฉินเฟิงไม่คิดว่าแซดจะสามารถสกัดการโจมตีนั้นไว้ได้อย่างง่ายดาย

ความแข็งแกร่งของแซด ยังทรงพลังเหมือนเคย!

“หรือไม่อาจเป็นเพราะตาปีศาจแค่ปล่อยน้ำจิ้มลงมา

ไม่ได้เอาจริงอะไร!” ฉินเฟิงกล่าวประชดประชัน

แต่ไม่นาน เขาก็ต้องส่ายหัว

“ถ้าฉันยังมีศิลานรกกับศิลาศักดิ์สิทธิ์แห่งเปลวเพลิงอยู่ล่ะก็

เรื่องคงไม่เป็นแบบนี้”

ในการต่อสู้ครั้งก่อนกับแซด

ฉินเฟิงได้สูญเสียวัตถุระดับเทวะทั้งสองชิ้นนี้ไป!

ฉะนั้นฉินเฟิงจึงได้ข้อสรุปของเหตุการณ์ในครั้งนี้

ว่าไม่ใช่เพราะแซดแข็งแกร่งเกินไป

แต่เป็นเพราะฉินเฟิงไม่มีไพ่ตายในมือมากพอต่างหาก!

เมื่อคิดได้แบบนี้ ฉินเฟิงก็ลอบตัดสินใจ ว่าหลังจบเรื่อง

เขาจะต้องออกไปค้นหาวัตถุระดับเทวะที่เหมือนกับศิลาศักดิ์สิทธิ์มาในครอบครองอีกครั้งให้จงได้

“อันตรายได้ถูกกำจัดออกไปแล้ว วางใจได้” ไป๋หลีกล่าว

พลางมองไปที่ฉินเฟิง “ว่าแต่ใครเป็นคนโจมตีคุณ? เมื่อกี้ฉันเห็นลูกตายักษ์บนท้องฟ้าด้วย!”

“เป็นตาปีศาจ เขาคือหนึ่งในเลเวล S จากวู้ดแลนด์!” ฉินเฟิงเฉลย

“แต่ฉันนึกไม่ถึงว่าเขาจะยอมกลับมาจากมิติอื่น ยังไม่พอ

ถึงขั้นลงมือโจมตีฉันด้วยตัวเอง สงสัยฉันจะทำให้พวกเขาโกรธจริงๆ”

ฉินเฟิงยิ้มเยาะให้กับตัวเอง แต่หลังจากสังหารผู้คนเป็นจำนวนมาก

ปล้นทรัพยากรมหาศาล บางทีไม่ว่าจะคนดีหรือเลวในพันธมิตรวู้ดแลนด์

คงเกลียดฉินเฟิงเข้ากระดูกดำ!

และการโจมตีในครั้งนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงเจตนาของตาปีศาจ

“นับว่าโชคยังดีที่มีแซด … !”

แต่เมื่อกล่าวถึงจุดนี้ คิ้วของฉินเฟิงเริ่มขมวดมุ่น

เขาไม่อยากติดหนี้คนเลวอย่างแซดเลย!

แต่เมื่อนึกขึ้นได้ถึงเรื่องที่แซดวนเวียนอยู่ในเมืองลาวาเดือด

หน้าผากก็ยับย่นยิ่งกว่าเดิม

ลูกตายักษ์ที่ลอยสูงขึ้นไปในอากาศกว่าหมื่นเมตร

ถูกกัดโดยมังกรดำ คู่ดวงตาของตาปีศาจในพันธมิตรวู้ดแลนด์มืดมนลงยิ่งกว่าเดิม

แม้ดูเหมือนไม่เป็นอะไร แต่ตอนนี้ตาปีศาจได้รับบาดเจ็บจริงๆ

กระทั่งท่าทีการแสดงออกของเขา

ยังเผยให้เห็นถึงร่องรอยของความหวาดกลัวที่ปรากฏขึ้น

เขาไม่คาดคิดเลย ว่าจะมีคนจากหัวเซี่ยเข้ามาแทรกแซง!

อย่างไรก็ตาม

ความจริงที่ว่าเขาโจมตีไปถึงสามครั้งยังคงไม่เปลี่ยนแปลง และทั้งสามครั้งไม่สามารถสังหารฉินเฟิงได้

ตาปีศาจได้แต่ยอมรับ ว่านี่คือความสามารถของฉินเฟิง

เมื่อนึกได้แบบนั้น ตาปีศาจก็ไม่คิดให้ความสนใจกับเรื่องนี้อีก

หาหมายเลขคนที่ติดต่อมารายงานเขาก่อนหน้านี้ แล้วส่งข้อความกลับไป

“ฉันจะกลับแล้ว ส่วนเจ้าเด็กนั่น ไม่ต้องไปยุ่งกับเขาอีก!

นับจากนี้ไปถ้าไม่มีเรื่องสำคัญจริงๆ อย่าติดต่อหาฉัน!”

“ขอรับท่านผู้ใหญ่ ผู้น้อยเข้าใจแล้ว”

ชายคนนั้นปาดเหงื่อบนหน้าผาก ตอบกลับไป อย่างไรก็ตาม

เขาพลันเอะใจถึงข้อความของอีกฝ่าย

“นี่มันหมายความว่ายังไงกัน? ที่บอกว่าอย่าไปยุ่งอีก?

เป็นไปได้ไหมว่าฉินเฟิงจากประเทศหัวเซี่ยยังไม่ตาย

ทั้งๆที่ท่านผู้ใหญ่ลงมือด้วยตัวเอง?”

เมื่อความคิดนี้ผุดออกมา เขาก็กระโดดตัวลอยทันที

ไม่นานหลังจากนั้น

พันธมิตรมนุษย์ของวู้ดแลนด์ก็จัดการประชุมกันอีกครั้ง

เพื่อหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้

เนื่องจากตาปีศาจคร้านจะอธิบาย พวกเขาเลยยังไม่รู้ด้วยซ้ำ

ว่าฉินเฟิงได้กลับไปยังพันธมิตรหัวเซี่ยแล้ว แต่กลับไปแล้วมันวางใจได้หรอ?

หากฉินเฟิงคิดแก้แค้น อีกฝ่ายสามารถใช้ตัวเชื่อมมิติกลับมาได้ทุกเมื่อ!

ดังนั้น คนเหล่านี้จึงรู้สึกว่านี่คือเรื่องใหญ่มาก

“ไม่มีทาง!

เราจะปล่อยให้ฉินเฟิงจากหัวเซี่ยคนนี้มีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้ เขาแข็งแกร่งเกินไป

ถ้าเขาบุกเข้ามาสังหารหมู่อีก พวกเราจะไม่เหลือใครเลย!”

“ทรัพยากร! สิ่งสำคัญที่สุดคือทรัพยากร! ทุกที่ที่เขาบุกถล่ม

มันแทบไม่เหลืออะไรทิ้งไว้ข้างหลังเลย ฉันไม่รู้ว่าเขาเอามันไปได้ยังไง!”

“แล้วแบบนี้พวกเราจะทำอย่างไรดี?”

“หรือว่า … จะยอมปล่อยเขาไป หยุดไล่ล่าเขา

ก็มันช่วยไม่ได้นี่นา เลเวล A ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉินเฟิง!

อีกอย่างท่านผู้ใหญ่ก็ไม่คิดยุ่งเรื่องนี้แล้ว … ”

“จะยอมปล่อยมันไปได้อย่างไร อ๊า! คิดหาหนทาง!

รีบช่วยกันคิดเร็วเข้า ให้ไวเลย!”

คนเหล่านั้นเค้นสมองจนหมดเปลือก

จนในที่สุดคนหนึ่งก็นึกหาทางออกได้

จากนั้นไม่นาน ในพันธมิตรหัวเซี่ย

จ้าวพรมแดนภูมิภาคเหนือก็ได้รับจดหมายร้องเรียน

ณ เมืองเฟิงหลี วิกฤตได้ผ่านพ้นไปแล้ว

คนธรรมดาล้วนลืมเลือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปอย่างรวดเร็ว

ในมุมมองของพวกเขา

ทุกอย่างล้วนอยู่ในกำมือของเจ้าเมืองฉินและท่านผู้ใหญ่ไป๋

ซึ่งทั้งสองล้วนเป็นตัวตนทรงพลังยากหาผู้ใดเทียบ

แต่พวกเขาคงไม่อาจทราบได้เลย ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันวิกฤตขนาดไหน

พวกเขารู้เพียงแค่ว่า

เป็นอบิลิตี้ของฉินเฟิงที่สามารถสกัดกั้นพลังงานมหาศาลนั่นไว้ได้

ส่วนพลังงานในครั้งต่อมา ถูกยิงสกัดจากสถานที่ห่างไกล

คาดว่าอาจยิงมาจากเมืองลาวาเดือด

ช่วงเวลานี้ ภายในวิลล่า ฉินเฟิงได้รับการติดต่อจากซางฮัน!

“ฉินเฟิง คุณทำอะไรลงไปในวู้ดแลนด์?

พวกเขากล่าวหาว่าคุณสังหารพลเรือนในเมือง

ดังนั้นร้องขอให้เนรเทศคุณจากวู้ดแลนด์ทันที”

ฉินเฟิงอึ้งไปวูบหนึ่ง

จากนั้นก็คล้ายนึกอะไรบางอย่างออกอย่างรวดเร็ว และอดไม่ได้ที่จะรู้สึกขบขัน

“ผมช่วยพวกเขาแท้ๆ แต่น่าเสียดาย ที่ดันไม่ได้รับคำขอบคุณ”

“เกิดอะไรขึ้นกันแน่?” ซางฮันยังสับสนเล็กน้อยตอนนี้

ซางฮันมีเรื่องมากมายที่ต้องทำ ดังนั้นไม่ค่อยติดตามข่าวสาร

ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่ส่งลูกน้องตนออกไปทำภารกิจในสถานที่ห่างไกล

กระนั้น ภารกิจกำลังเสริมจากทางพันธมิตรวู้ดแลนด์

กลับเสร็จสิ้นลงภายในวันแรก ซื่อฉิงเมื่อกลับมา

ก็เอ่ยยกย่องในความแข็งแกร่งของฉินเฟิงแก่ซางฮันเป็นการใหญ่

แต่ไม่นึกเลย ว่าฉินเฟิงที่รั้งอยู่ในวู้ดแลนด์ต่อ

จะก่อเรื่องราวใหญ่โตขึ้น

ฉินเฟิงไม่ได้ปิดซ่อนความจริงจากซางฮัน

สารภาพไปตามตรงว่าเขาทำอะไรบ้าง มีเฉพาะในช่วงที่เขาถูกโจมตีอย่างโหดเหี้ยมโดยตาปีศาจ

เขากล่าวอ้างแค่ว่ามีตัวตนแข็งแกร่งบางคนเข้าช่วย แต่ไม่ได้พูดถึงแซด

เมื่อเล่าถึงจุดนี้ ซางฮันตกตะลึงกับฉินเฟิงอย่างสิ้นเชิง

“คุณกำลังจะบอกว่า คุณได้สังหารผู้ใช้พลังเลเวล A

จากพันธมิตรวู้ดแลนด์ไปเก้าคน และเลเวล B อีกหลายร้อยคน เลเวล C

อีกเป็นพันคนงั้นหรอ???”

ฉินเฟิงกระแอมไอ “ถ้าจะพูดให้ถูกต้อง

พวกเขาทั้งหมดคือพันธมิตรองค์กรมืดของวู้ดแลนด์!”