ตอนที่ 232

4/4

Ep.232 -

เงินแลกชีวิต

“เกิดอะไรขึ้น!?”

เมื่อมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น หยวนฮันก็เริ่มตื่นตระหนก

“ก็บอกแล้วไง ถ้าฉันไม่อนุญาตให้ไป

เธอก็ไม่สามารถไปได้!” ฉินเฟิงสาวเท้าเข้ามา หัวเราะเสียงเย็นชา

แน่นอน ถึงจะบอกว่าฉินเฟิงไม่อนุญาต

แต่ผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ แท้จริงคือปรมาจารย์มิติอย่างไป๋หลีต่างหาก

ดังนั้นหากหยวนฮันคิดจะจากไป มันคงไม่ต่างอะไรกับฝันกลางวัน

“งั้นก็มาสู้กันตายไปข้าง!”

นักฆ่าสาวร้องลั่น กำลังภายในของเธอพวยพุ่ง กริชในมือสาดประกายระยิบ

แต่สิ่งเหล่านี้ ในมุมมองของฉินเฟิง

มันดูไม่ต่างจากการจัดแสดงดอกไม้ให้ดูเลย

“คลื่นเปลวเพลิง!”

เปลวเพลิงพลันลุกฮือขึ้นเบื้องบน

โถมลงกลืนกินศัตรู กำลังภายในที่พวยพุ่งของหยวนฮันปะทุเข้าต้านทานกับรูนไฟทันใด

ทว่าวินาทีต่อมา

ตลอดทั้งร่างกายเธอกลับถูกปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายอันตราย

“ก๊าซซซ!”

จระเข้มังกรที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหน

จู่ๆก็อ้าปากกว้างและงับ! อย่างกระทันหัน

เป็นฝีมือจากพลังสมาธิในการบดบังการรับรู้ของฉินเฟิง!

หยวนฮันต้องการจะหลีกเลี่ยง

แต่มันก็สายเกินไป

“งั่ม!”

สัตว์ร้ายจระเข้มังกรกัดเข้าใส่ขาของเธอ

“อ๊าาา!” หยวนฮันกรีดร้องเสียงหลง

แต่เพียงพริบตาเดียว ร่างของเธอก็ถูกกัดกระชาก ฉีกออกเป็นชิ้นๆ

ส่วนอีกด้านหนึ่ง

หลิงหวูยี่จัดการตัวปัญหาอย่างหวูซือเป็นที่เรียบร้อย

เปลี่ยนอีกฝ่ายกลายสภาพเป็นแอ่งน้ำกรดสีเขียวโดยสิ้นเชิง

อุปกรณ์รูนมิติก็ถูกชิงมาโดยเขาเช่นกัน

ช่วงเวลานี้

เมื่อหันหน้าไปมองกองทัพจระเข้มังกร

และผู้ใช้พลังอีกแค่ไม่กี่สิบคนที่ยังเหลืออยู่ ทั้งหมดก็ทำได้แค่ถอย

ปีนขึ้นไปตามผนังโพรงใหญ่อีกฝั่งหนึ่งอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม ทิศทางดังกล่าว

มันสวนกับทางออกโดยสิ้นเชิง กระทำเช่นนี้ยิ่งเป็นการตัดโอกาสที่พวกเขาจะหลบหนีได้สำเร็จ

เพราะประเด็นหลักที่จะสามารถรอดชีวิตไปได้ก็คือ

จะต้องไม่อยู่ที่นี่! ภายในรังจระเข้แห่งนี้!

อย่างไรก็ตาม

คนเหล่านี้กลับต้องเผชิญกับสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

นั่นเพราะพวกเขาไม่มีตัวเชื่อมมิติเตรียมพร้อมเอาไว้

---ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่สามารถทำมัน

หรือทำมันไม่ได้หรอกนะ เพราะยังไงซะทั้งหมดคือผู้ใช้พลังเลเวล E

ดังนั้นไม่ว่าใครต่างก็มีอุปกรณ์รูนมิติไว้ในครอบครอง

จะพื้นที่เล็กหรือใหญ่ก็ว่ากันไป

เพียงแต่มันคือสิ่งที่พวกเขาใช้สำหรับเก็บสมบัติที่เก็บเกี่ยวมาได้

และหากพวกเขาดัดแปลงมัน ใช้เป็นตัวเชื่อมมิติ ทุกสิ่งอย่างภายในก็จะหายไป

และนั่นคือสิ่งที่พวกเขายอมรับไม่ได้

เพราะถ้าจะให้พูดกันตั้งแต่แรกเริ่มเลย

พวกเขามาที่นี่เพื่ออะไร? --เพื่อฟันกำไร! , เพื่อค้นหาโอกาส! ,

เพื่อเก็บเกี่ยวสมุนไพรชั้นยอด! , เพื่อออกล่าสัตว์ร้ายที่แข็งแกร่ง มิใช่หรือ?

ด้วยเหตุนี้เอง

หากต้องสูญเสียทุกอย่างที่ทุ่มเทไป พวกเขาไม่สามารถรับมันได้!

“ฉินเฟิง … ไม่สิ ผู้ว่าการฉิน

คุณพอจะขายอุปกรณ์รูนมิติให้ฉันหน่อยจะได้ไหม”

หนึ่งในบรรดาที่ติดแหง็กอยู่ด้วยกัน

ไม่มีทางเลือกอื่น ทำได้เพียงอ้อนวอนฉินเฟิงขอความช่วยเหลือ

“นั่นสิผู้ว่าการฉิน

คุณพอจะขายมันให้ฉันจะได้ไหม ยิ่งเล็กก็ยิ่งดี!”

แม้จะกำลังวิ่งหลบหนีอย่างบ้าคลั่ง

แต่ขณะนี้ทุกสายตากลับตกลงบนร่างของฉินเฟิงด้วยความคาดหวัง

ฉินเฟิงยิ้มหยัน

หันไปสะบัดสร้างทะเลเพลิงปิดทางไล่ของจระเข้มังกร เอ่ยปากกล่าว “ราคาอุปกรณ์รูนมิติในเวลานี้

แตกต่างจากในตอนปกติ เพราะยังไงซะมันคือสิ่งที่สามารถใช้ช่วยให้รอดชีวิตไปได้

ฉะนั้นผมจะขายมันในราคา 100 ล้านเหรียญต่อคน พวกคุณรับมันได้รึเปล่า?”

นี่แทบจะเป็นราคาใกล้เคียงกับค่าตั๋ว

ฝูงชนจ้องไปทางฉินเฟิงด้วยความโกรธ

แต่หลังจากที่นึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่

ที่ฉินเฟิงเข้าสกัดกั้นราชันย์จระเข้ และสังหารมันลงในไม่กี่กระบวนท่า

พวกเขาก็ไม่กล้าเอ่ยความในใจออกมา

“ทุกท่านในที่นี้ ถ้าไม่คิดจะซื้อ

ก็ไม่ต้องตามผมมา เชิญไปทางอื่นได้เลย ขอบอกว่าผมไม่ใช่คนดีอะไร

ที่จะยอมบุกน้ำลุยไฟไปกับคนไร้ประโยชน์ กรุณาแยกไปตามทางของตัวเองเถอะ!”

หากไม่คิดซื้อ

แต่ยังต้องการจะใช้ประโยชน์จากความแข็งแกร่งของฉินเฟิง ขอบอกเลยว่าฝันเถอะ!

ตลอดระยะเวลา 10 ปีก่อนเกิดใหม่

ฉินเฟิงไม่ใช่คนเลือดเย็นอะไร แต่ก็เหมือนในครั้งนี้ ที่หากเลือดเย็นแล้ว

จะไม่นุ่มนวลหรือปราณีใดๆ

ชายคนหนึ่งขบฟันกรอด

เอ่ยน้ำเสียงเล็ดลอดไรฟัน “ก็ได้! ฉันยอมจ่าย!”

“โอนมาโลด”

อีกฝ่ายเพิ่มฉินเฟิงผ่านอุปกรณ์สื่อสาร

แล้วได้รับของมา

คนอื่นๆเมื่อเห็นฉากนี้

ก็ไม่ลังเลอีกต่อไป ต่างพากันโอน 100 ล้านไปให้ฉินเฟิง

อันที่จริงตอนนี้ฉินเฟิงครอบครองอุปกรณ์รูนมิติอยู่จนแทบจะล้นมือ!

มี 20 ชิ้นเป็นอย่างน้อย! ก่อนยกมันให้คนอื่นๆ

ฉินเฟิงเลือกอุปกรณ์รูนมิติที่มีพื้นที่เพียง5-6ลูกบาศก์เมตร

กวาดวัตถุดิบทั้งหมดภายในออกมา และให้ไป๋หลีไปเก็บในพื้นที่มิติของเธอ จากนั้นก็มอบมันให้กับคนอื่นๆ

คนเหล่านี้ยอมจ่ายในเม็ดเงินแพงกว่าราคาตลาดถึง

3 - 4 เท่า ยิ่งเมื่อเห็นของที่อยู่ฉินเฟิงเก็บไว้ภายในมัน

พวกเขาก็แทบจะกระอักเลือด

จระเข้มังกรอาละวาดคลั่ง

แต่น่าแปลกที่มันไม่อาจทะลุแนวป้องกันของฉินเฟิงมาได้

“ผู้ว่าการฉิน พานพบครานี้

จดจำไปชั่วชีวิต ขออวยพรให้ในอนาคตผู้ว่าการฉินมั่งคั่ง

ดั่งโผทะยานขึ้นสู่สรวงสวรรค์!” คนสุดท้ายกัดฟันกล่าว รู้สึกราวถูกปล้นเงินไป

ความโกรธฝังแน่นเต็มอก แม้ปากจะสรรเสริญ หากแต่น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความประชดประชัน

ฉินเฟิงทำทีราวกับว่าไม่ตระหนักถึงมัน

มุมปากเขายกสูงขึ้นและกล่าว “และคุณเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ผมมั่งคั่ง

ขอให้เดินทางปลอดภัย อ้อ ผมไม่ส่งนะ!”

หน้าอกของอีกฝ่ายรู้สึกราวกับจุกแน่นขึ้น

ทั้งตัวสั่นสะท้านด้วยความโกรธ แต่เขาก็เร่งจากไปทันที

ปัจจุบัน ภายในถ้ำทั้งหมดที่ยังเหลืออยู่

คือทีม 5 คนของฉินเฟิง

“พวกคุณออกไปก่อน

ส่วนเรื่องแบ่งปันรางวัลในการล่าราชันย์จระเข้ เอาไว้ค่อยมาคำนวณกันทีหลัง”

ฉินเฟิงกล่าว

มองไปยังกองทัพจระเข้มังกรที่แสนดุร้าย

แต่กลับเป็นแค่ไก่กาในสายตาของฉินเฟิง ทั้งชิหลง และฮั่นเจียนก็เหมือนจะตระหนักได้ว่าฉินเฟิงต้องการทำอะไร

หลิงหวูยี่ไม่คัดค้าน พยักหน้าเห็นด้วย

เขาเพิ่งสังหารหวูซือลง ดังนั้นครอบครองตัวเชื่อมมิติอยู่ในมือ

เพียงสัมผัสมันก็หายวับไปโดยตรง!

ฉินเฟิงมอบอุปกรณ์รูนมิติอีกสองชิ้นให้กับชิหลงและฮั่นเจียน

ยืนส่งทั้งสอง

เฝ้ารอจนทั้งสองจากไป

พลังสมาธิของฉินเฟิงก็แพร่กระจายออกมา ด้วยความสามารถระดับ SS อันทรงประสิทธิภาพ

ทำให้การรับรู้ในดวงตาของเขาแทบสามารถกวาดไปทั่วทั้งโพรงถ้ำใต้ดิน

หลังจากยืนยันว่าไม่มีมนุษย์หลงเหลืออยู่

ฉินเฟิงก็ถอดกรงเล็บเพลิงสีชาดในมือซ้ายออก กุมมีดกษัตริย์ครามในมือขวาของเขาให้แน่นขึ้น

และวูบบบบ! โฉบกายไปข้างหน้าทันใด

“เอาแต่ขู่ เอาแต่ไล่อยู่ได้

คราวนี้ไม่มีใครคอยเกะกะแล้ว ถึงทีของฉันบ้างล่ะ!”

กำลังภายในของฉินเฟิงพลุ่งพล่านดั่งหม้อเดือด พรั่งพรูออกมาไม่หยุดยัี้ง

แม้ก่อนต่อสู้ก่อนหน้านี้ สำหรับคนอื่นๆจะคิดว่าพวกตนตกอยู่ท่ามกลางอันตราย

แต่สำหรับฉินเฟิง สถานการณ์นี้ไม่นับว่าเป็นสิ่งใด!

เนื่องจากสังหารผู้ใช้วรยุทธโบราณไปหลายคน

ทั้งยังได้ดูดซับกำลังภายในจากอีกฝ่ายมา

ปัจจุบันกำลังภายในของฉินเฟิงเลยเพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่ง

อีกทั้งพลังสมาธิเองก็ทะยานขึ้นไปอีกระดับ

ก้าวขึ้นสู่เลเวล E3 !

ฉินเฟิงวางแผนจะสังหารจระเข้ทั้งหมด

ที่เสนอหน้ากลับมาภายในถ้ำนี้ เอาคืนพวกมันที่ทำให้เขาต้องลำบาก!

และที่น่าสนใจไปกว่านั้นก็คือ

ฉินเฟิงจะสังหารพวกมันทั้งกองทัพในคราวเดียว … ด้วยจำนวนนับหมื่นตัวของพวกมัน

น่าจะเพียงพอให้เขายกระดับวรยุทธขึ้นไปอีกขั้น!

อย่างที่เคยบอกไป หลังจากขึ้นสู่เลเวล

E แล้ว การยกระดับแต่ละขั้นจะยากเย็นเป็นอย่างมาก

ดังนั้นมีเพียงการต่อสู้ให้หนักยิ่งกว่าเดิมเท่านั้น

ถึงจะสามารถตอบสนองต่อตัวฉินเฟิงเองได้

ไม่นาน

ฉินเฟิงก็กลับมาถึงโพรงใหญ่ขนาดเท่าสนามฟุตบอล เขาพบว่าจระเข้มังกรยังไม่แยกย้ายกันไป

อีกทั้งยังมีศพมนุษย์อยู่บนพื้น ตามร่างกายมีร่องรอยถูกกัดกระชาก

ในขณะที่นายพลจระเข้บางตัวนอนกลิ้งไปมาท่ามกลางเลือดของราชันย์จระเข้มังกร  ก่อนจะจ้องหน้าระดับนายพลด้วยกันเอง

คล้ายคิดหมายเริ่มต้นการต่อสู้ระหว่างเผ่าพันธุ์

การต่อสู้ที่จะตัดสินว่าใครจะได้ขึ้นเป็นราชันย์สัตว์ร้ายตัวต่อไป!

แต่ช่างน่าเสียดาย

ที่ความหวังของพวกมันคงไม่มีทางเป็นจริง

“เก็บศพของราชันย์จระเข้ซะ”

ฉินเฟิงสั่งคำหนึ่ง

ไป๋หลีวาดมือ

เคลื่อนย้ายศพของราชันย์จระเข้หายวับ มิอาจมองเห็นได้อีกต่อไป

การกระทำดังกล่าว พลอยทำให้นายพลสัตว์ร้ายเห็นไป๋หลี

ก๊าซซซซซ!

เหล่านายพลสัตว์ร้ายโกรธเกรี้ยว

กลับมาสมานฉันท์กันอีกครั้ง

สับฝีเท้าตรงเข้ามาหมายจะฉีกกระชากร่างของไป๋หลีออกจากกัน

แต่พริบตาเดียว ไป๋หลีก็หายวับไป

เฝ้ามองไปยังฝูงจระเข้มังกรที่กำลังสับสน

พลังสมาธิของฉินเฟิงถูกเร่งเร้าอย่างบ้าคลั่ง

“ประกายแสงแห่งความตาย!”

ความมืดมิดพลันปกคลุมไปตลอดทั้งถ้ำในพริบตา

มิอาจมองเห็นสิ่งใด

ฉากนี้แลคล้ายจู่ๆก็มีดาวเคราะห์สีดำปรากฏออกมา ว่ายวนไปตลอดทั้งถ้ำ

ไม่ต่างจากดวงอาทิตย์สีดำสนิท ที่สาดแสงเรืองรอง

กลืนกินเหล่าจระเข้สัตว์ร้ายที่กำลังอาละวาด

ค่อยๆเก็บเกี่ยวชีวิตของพวกมันทีละน้อย ทีละน้อย

จนท้ายที่สุด ก็ตายกันจนหมด!

---กองทัพจระเข้มังกร

พินาศสิ้นโดยสมบูรณ์!