ตอนที่ 593

Ep.593 - ลุ่มน้ำตู่ซาน

“อ้าวเฮ้ย ฉินเฟิง อย่าเพิ่งไป!” ซื่อฉิงตะโกนไล่หลัง

แต่ฉินเฟิงเพียงยกมือขึ้น ส่ายไปมาให้เขา พาไป๋หลีขึ้นรถศึกล่องเวหาแล้วจากไป

ซื่อฉิงไม่สามารถหยุดฉินเฟิง ทั้งยังไม่สามารถรักษาหน้าสหายตน

อดรู้สึกอับอายไม่ได้

และที่น่าเสียดายที่สุดก็คือ การที่เขาต้องสูญเสียกำลังเสริมที่ทรงพลังไป

อดร่วมมือกันอีกครั้ง

เมื่อเห็นฉากนี้ พนักงานต้อนรับคนนั้น ก็ตัวแข็งค้าง

เบิกตากว้าง เริ่มเกิดความสงสัยว่าตนเองได้ทำอะไรผิดไปหรือไม่

“นายพลซื่อ … ถ้าคุณต้องการผู้ใช้พลังคนนั้นจริงๆ

ฉันสามารถถ่ายโอนเขามาทำงานเป็นลูกน้องคุณได้”

ซื่อฉิงขมวดคิ้ว อย่างไรก็ตาม

เจ้าตัวได้รับการศึกษาและเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดี ฉะนั้นไม่ระเบิดอารมณ์ออกไป

พยายามใจเย็นและเอ่ยถามอีกฝ่าย “คุณชื่ออะไร? แล้วมีตำแหน่งหน้าที่อะไร?”

“รายงานท่านนายพล ฉันชื่อเจียงป๋อ

มีหน้าที่รับผิดชอบในการประสานงานของสมรภูมิลุ่มน้ำตู่ซาน”

ชายคนนี้ คือคนที่ทางพันธมิตรมนุษย์ส่งมาดูแลที่นี่

แต่ความแข็งแกร่งและสายตาในการมองคนของเขา ทำให้ซื่อฉิงรู้สึกหมดหนทาง

“ในความคิดฉัน ดูเหมือนนายจะต้องศึกษาอะไรๆอีกเยอะ”

สิ้นเสียง ซื่อฉิงก็เดินจากไปทันที คร้านจะคุยกับเจียงป๋ออีก

‘นี่ … ท่านนายพลพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง?’ แม้รู้สึกไม่พอใจ

แต่เจียงป๋อไม่กล้าเอ่ยถาม ทำได้แค่ตามหลังไปอย่างเงียบๆ

จนซื่อฉิงเดินมาถึงพันธมิตรมนุษย์

‘หรือว่าจะเป็นเพราะเจ้าเด็กคนเมื่อกี้

มันใช่มีภูมิหลังอะไรรึเปล่า?’ คล้ายฉุกคิดได้ถึงบางอย่าง

หัวใจของเจียงป๋อเต้นตึกตัก เริ่มบังเกิดความวิตกกังวลเล็กน้อย

ส่วนซื่อฉิง

เขาหันไปสนใจตรวจสอบสถานการณ์รบของกลุ่มพันธมิตรมนุษย์ ทางด้านฉินเฟิง

เจ้าตัวไม่ได้อยู่เฉย สนามรบที่นี่ แตกต่างจากในหลงฉวน อย่างใจกลางเทือกเขาหลงฉวน

ส่วนใหญ่แล้วมีแค่สัตว์ร้ายเลเวล D ตัวที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ ก็อยู่ในเลเวล D

ระดับจักรพรรดิเท่านั้น แต่ที่นี่ สัตว์ร้ายทุกตัวล้วนอยู่ในเลเวล C

ขึ้นไปทั้งสิ้น

แต่หากจะให้กล่าวอย่างแม่นยำ สมควรเรียกพวกมันว่าแมลงสัตว์ร้าย!

ฉินเฟิงพาไป๋หลีออกมาหาโรงแรมที่พัก

จากนั้นทำการเชื่อมต่อกับเครือข่ายพันธมิตรมนุษย์ของพื้นที่

และเริ่มสำรวจแผนที่ของลุ่มน้ำตู่ซานอย่างรวดเร็ว

บนแผนที่ เนืองแน่นไปด้วยวงของแถบสีหลากผุดขึ้นติดๆกัน

พวกมันทั้งหมดล้วนเป็นตัวแทนที่แสดงถึงแมลงสัตว์ร้าย

สถานที่แห่งนี้เมื่อย่างเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว

แม้ตำแหน่งที่ตั้งทางภูฒิศาสตร์จะดี แต่อุณหภูมิจะลดต่ำลงมาก

ส่งผลต่อการใช้ชีวิตของพวกแมลงสัตว์ร้ายโดยตรง

พวกมันเลยกลับไปกระจุกตัวกันอยู่ในรัง มีเพียงส่วนน้อยที่ออกล่านอกพื้นที่

แต่หากเป็นช่วงฤดูผสมพันธุ์อย่างฤดูร้อนแล้วล่ะก็

พวกแมลงสัตว์ร้ายจะอยู่ไม่สุก ออกจากรังจนกระจัดกระจายไปทั่วทั้งแผนที่

วงสีที่คอยแสดงถึงตำแหน่งของพวกมัน จะทับกันจนไม่มีที่ว่าง

“ตอนนี้ดูเหมือนว่าไส้เดือนโลหิตจะมีอาณาเขตกว้างขึ้น

ทั้งยังอยู่ค่อนข้างใกล้กับตำแหน่งแม่แมลง”

“ส่วนตั๊กแตนมรกต ถ้าจะให้กวาดล้างพวกมันตั้งแต่แรกเลย

คงเสี่ยงไปหน่อย”

“ในอาณาเขตของมังกรดิน อย่าเพิ่งเข้าไปเลยจะดีกว่า”

ฉินเฟิงคุ้นเคยกับรูปแบบการโจมตีของสัตว์ร้ายเหล่านี้

ย่อมทราบเป็นธรรมดาว่าแมลงสัตว์ร้ายแต่ละชนิด แข็งแกร่งเพียงใด

และชนิดใดสมควรถูกกำจัดก่อน

ไม่นาน ฉินเฟิงก็เริ่มร่างแผนในใจ

แต่ก็นั่นแหละ บางครั้งบางคราว ต่อให้เราร่างแผนมาดีแค่ไหน

แต่สุดท้ายก็มีเรื่องเซอร์ไพรส์ให้ต้องเปลี่ยนมันอยู่ดี

หลังฉินเฟิงกับไป๋หลีพักผ่อนเต็มอิ่ม

เขาและเธอก็มุ่งหน้าเข้ามายังตึกรับรองผู้ใช้พลัง

ท่าทีของผู้คนที่นี่ดูรีบร้อนมาก

ทั้งยังเต็มไปด้วยผู้ใช้พลังเลเวล C

ที่นี่มีการจัดตั้งกำแพงเมือง

เชื่อมต่อกันเป็นชั้นๆคล้ายกับหลงฉวน แต่ ณ

ที่แห่งนี้มีปราการอยู่เพียงสามแห่งเท่านั้น และที่ฉินเฟิงอยู่ตอนนี้

คือใจกลางเรียกว่าเมืองตู่ซาน

ส่วนอีกสองเมืองปราการ เรียกกันว่า ‘เมืองซ้ายและเมืองขวา’

ขณะที่ป้อมปราการถูกจัดวางในรูปแบบสามเหลี่ยม

แต่จากทั้งหมดที่กล่าวมา

ที่ได้รับแรงกดดันที่สุดคงไม่พ้นเมืองที่อยู่ตรงใจกลาง

เพราะตราบใดที่เมืองกลางถูกทำลาย ที่เหลือก็ไม่สามารถรั้งอยู่ต่อ

ทำได้เพียงหลบหนีเท่านั้น

ฉินเฟิงมาถึงโต๊ะภารกิจ

ก้มลงมองหลายภารกิจที่ถูกเพิ่มเติมเอาไว้ และเริ่มเลือกภารกิจล่าสังหารแมลงสัตว์ร้ายสองสามสายพันธุ์

ถัดจากเขา มีเสียงของทีมอื่นๆดังแทรกเข้ามา

“ภารกิจวันนี้เป็นไง? เก็บเกี่ยวอะไรมาได้บ้าง?”

“ก็ไม่เลว แต่ได้รับความเสียหายร้ายแรงอยู่เหมือนกัน

หนึ่งในมือปืนได้รับบาดเจ็บ”

“พลปืนพวกนี้ช่างอ่อนแอ”

“แต่ในลุ่มน้ำตู่ซาน ถ้าไม่มีมือปืนคอยวิ่งเต้น

ก็ยากจะทำภารกิจได้”

“เออจริงสิ พูดถึงมือปืน

ได้ยินมาว่าเมื่อเร็วๆนี้มีกลุ่มองค์กรหนึ่งสามารถผลิตอาวุธปืนชั้นดีขึ้นมาได้

ฟังดูน่าสนใจไม่เลวเลย”

“โอ้? กลุ่มอะไรงั้นหรอ?”

“เป็นกลุ่มที่เรียกว่าเฟิงหลี พวกเขาทุ่มงบโฆษณาค่อนข้างมาก

นายเองก็น่าจะเคยผ่านตา”

“อา เหมือนจะเคยเห็นมาก่อนจริงๆนั่นแหละ … ”

ฉินเฟิงได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย อดประหลาดใจไม่ได้

แต่ในเวลาเดียวกันก็ขบขัน

ดูเหมือนว่าสินค้าของตนเอง จะเป็นที่กล่าวขวัญมากกว่าที่คิด

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ฉินเฟิงก็นึกขึ้นได้ถึงวิธีการโฆษณาใหม่

เขาเปิดอุปกรณ์สื่อสาร และป้อนข้อมูลลงไป เตรียมที่จะขอให้กองทหารรับจ้างเฟิงหลี

นำอาวุธปืนที่แข็งแกร่งที่สุด และชุดเกราะที่ทำจากเสาผลึกที่ได้จากเขตแดนลับก่อนหน้านี้

มาสำแดงฤทธิ์ที่ลุ่มน้ำตู่ซาน

อาศัยสิ่งประดิษฐ์เทวะทั้งสองนี้ เขาจะสามารถพิชิตชัย

และโฆษณาในตู่ซางได้เป็นอย่างดีแน่นอน

แต่ฉินเฟิงเพิ่งพิมพ์เสร็จ

บนอุปกรณ์สื่อสารก็ปรากฏตัวอักษรสีแดงขึ้นอย่างกะทันหัน เป็นประกาศสำคัญบางอย่าง

【ภารกิจฉุกเฉิน ผู้ใช้พลังเลเวล B7 คงโบะ

ได้ประกาศขอรับสมัครผู้ใช้พลังเลเวล C 100 คน รางวัลภารกิจ : 5,000 แต้มสงคราม

และแก่นราชันย์สัตว์ร้ายเลเวล C】

ฝูงชนพอเห็นรางวัล ทั้งหมดตาลุกวาว

จากนั้นบังเกิดความโกลาหลขึ้นทันใด

เนื่องจากรางวัลนี้ มากพอที่จะทำให้พวกเขาร่ำรวย! แต้มสงคราม

5,000 ว่าเยอะแล้ว แต่แก่นราชันย์สัตว์ร้ายเลเวล C ยิ่งว้าวกว่า

แต้มสงคราม 5,000 แต้ม

สามารถนำไปแลกเปลี่ยนอุปกรณ์รูนได้มากมาย ส่วนแก่นราชันย์สัตว์ร้าย

ไม่ใช่อะไรที่ได้มาครอบครองได้ง่ายๆ เพราะแมลงสัตว์ร้ายในที่นี่ล้วนเป็นเลเวล C

การจะสังหารระดับราชันย์ หมายความว่าต้องบุกป่าฝ่าดงพวกลูกสมุน

ทั้งยังต้องร่วมมือกันหลายคน และอาจเสียชีวิตได้ทุกเมื่อ ต่อให้ชนะ

ก็ไม่มีใครสามารถครอบครองแก่นราชันย์สัตว์ร้ายได้เพียงผู้เดียว

เพราะต้องแบ่งปันกัน

แต่คงโบะผู้นี้ ช่างใจใหญ่จริงๆ พริบตาเดียวโยนแก่นราชันย์กว่า

100 แก่นเป็นรางวัล

“จะใช่เขาหรือเปล่านะ … ” ฉินเฟิงพอได้ยินชื่อของบุคคลคนนี้ ก็อดประหลาดใจไม่ได้

แต่ยังไม่แน่ใจว่าเป็นคนที่เขานึกรึเปล่า

ระหว่างนั้นเอง บนชั้นสองของตึกรับรองผู้ใช้พลัง

ปรากฏสองคนวิ่งลงมาอย่างรีบร้อน หนึ่งคือคงโบะ ส่วนอีกคนหนึ่งคือผู้ใช้พลังเลเวล

C7 --เป็นเจียงป๋อที่เคยออกมาต้อนรับซื่อฉิงก่อนหน้านี้

คงโบะอายุราวๆ 40 ปี แต่เนื่องจากเขาเป็นผู้ใช้วรยุทธโบราณ

เกรงว่าต่อให้อายุมากกว่านี้สักสิบหรือยี่สิบปี ก็ไม่อาจคาดเดาได้

เขาดูเป็นคนหลักแหลม ร่างกายผอมบาง สูงประมาณ 170 ซม.

เมื่อยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนที่แข็งแกร่ง ด้วยความสูงที่น้อยกว่าคนอื่นๆนี้

ย่อมดูโดดเด่นเป็นพิเศษ

เพียงเห็นหน้าของชายคนนี้

ฉินเฟิงก็สามารถระบุตัวตนของอีกฝ่ายได้ในทันที

สมญาพันมีดบิน คงโบะ!

อย่างไรก็ตาม ฉินเฟิงรู้ดี

ว่านี่ไม่ใช่ความสูงที่แท้จริงของอีกฝ่าย

แต่มันเกิดจากเทคนิคฝึกยุทธอันเป็นเอกลักษณ์ที่เจ้าตัวฝึกมาตลอดชีวิตต่างหาก

จู่ๆก็ได้มาพบหน้า ดูเหมือนว่าฉินเฟิงกับคงโบะ

จะมีบางสิ่งเชื่อมโยงถึงกัน และคงไม่พ้นเป็นรูบิควิเศษในมือของฉินเฟิง เพราะก่อนเกิดใหม่

เจ้าสิ่งนี้เคยเป็นของคงโบะ

ในเวลานี้ การปรากฏตัวของคงโบะ ซึ่งมีสถานะเป็นเลเวล B

ฝูงชนต่างจับจ้องไปที่ผู้ใช้พลังคนนี้ทันที เนื่องจากยิ่งระดับสูงเท่าไหร่

การฝึกฝนและยกระดับไปในแต่ละขั้นก็ยิ่งใช้เวลานานเท่านั้น ดังนั้น

ผู้ใช้พลังทุกคนที่ในระดับต่ำ ต่างบังเกิดความรู้สึกยกย่องผู้ใช้พลังระดับสูง

ก็เหมือนกับที่เลเวล D เคารพเลเวล C , ส่วนเลเวล C เคารพเลเวล

B

นี่เองที่เป็นเหตุผลว่าทำไมพวกลูกรักของพระเจ้าถึงหยิ่งผยองนัก

เพราะความว่องไวในการยกระดับของพวกเขา มันเหนือล้ำกว่าคนปกติ สามารถทะยานไปสู่ฟากฟ้าได้อย่างรวดเร็วชนิดขัดเจตจำนงสวรรค์

อย่างไรก็ตาม แม้ฉินเฟิงจะสามารถเอาชนะเลเวล B ได้

แต่ตราบนตัวเขาเป็นแค่เลเวล C ดังนั้นคนในกลุ่มเลเวล C เหมือนกันเลยไม่เคารพเขา

“ทุกท่าน ฉันจะไม่ขอปิดบังพวกคุณ

ตอนนี้ฉันต้องการคนบุกไปยังพื้นที่เขต 13 เพื่อตามหาคนๆนึง ถ้าพวกคุณคิดว่าความแข็งแกร่งของพวกคุณมากพอ

ก็รับภารกิจนี้ไว้ ฉันจะรอแค่สามนาทีเท่านั้น”

พอพูดว่าสามนาที คงโบะก็เริ่มจับเวลาทันใด

แค่ภารกิจตามหาตัวคนๆนึง เทียบกับรางวัลแล้วคุ้มค่าเกินบรรยาย ใครๆก็อยากรับไว้

แต่หลังจากได้ยินพื้นที่เขต 13 บางคนก็เกิดความลังเลขึ้นมา

“พื้นที่เขต 13? ไม่ใช่ว่าที่นั่น …. ”