ตอนที่ 838

Ep.838 - เสื้อคลุมราชวงศ์เพลิงศักดิ์สิทธิ์

ในที่สุดอสูรโลหิตก็แปรสภาพเป็นสีแดงส้ม

มันคือสีเดียวกันกับเลือดที่ถูกเผาและหลอมละลาย

ผลึกโลหิตในร่างกายมันหลุดออกมา กลิ้งลงพื้น

มิได้แหลกสลายลงเหมือนคทากัมปนาท ทันทีที่มันกระทบกับพื้น เลือดเริ่มเจิ่งนอง

ทะเลสาบโลหิตค่อยๆก่อตัวขึ้น!

อสูรโลหิตเลเวล S ไม่เหมือนอสูรโลหิตธรรมดาทั่วไป

แก่นผลึกของพวกมันไม่ต่างจากศิลาศักดิ์สิทธิ์ ครอบครองพลังมหาศาล

สายธารโลหิตเจิ่งนองเป็นหลุมใหญ่

ขณะเดียวกันเปลวเพลิงยังคงลุกไหม้ ทั้งสองหักล้างกันและกัน สร้างหมอกหนาก่อตัวขึ้น

เมฆบนท้องฟ้า ถูกย้อมเป็นสีแดงฉาน

หากมีเม็ดฝนตกลงมาจากเมฆเหล่านั้น ฝูงชนรอบๆซากปรักหักพัง

เกรงว่าพวกเขาทั้งหมดคงถูกหลอมละลาย

ในหลุมใหญ่ เลือดกำลังถูกต้มจนเดือด อุณหภูมิของมันพุ่งสูง

เต็มไปด้วยบรรยากาศร้อนลวก ขณะเดียวกันอำนาจของผลึกโลหิตค่อยๆลดทอนลง

ถดถอยจนอย่างน้อยที่สุด ต่อให้เป็นผู้ใช้พลังเลเวล A ก็สามารถเก็บกู้มันได้

“ไป๋หลี ฝากด้วยนะ!”

ฉินเฟิงไม่จำเป็นต้องอธิบายยืดยาวให้มากความ ไป๋หลีนำหน้าเขาไปแล้ว

ก้าวเข้าสู่หมอกที่เกิดจากการระเหยของเลือด

เมื่อก้าวเข้ามา ไป๋หลีชี้นิ้วไปยังกลางแอ่งเลือดหลุมใหญ่

พริบตาเดียว แก่นผลึกสีเลือดขนาดเท่าบาสเกตบอล

ผลึกที่เปี่ยมล้นไปด้วยกลิ่นอายของพลังชีวิต ก็ลอยขึ้นมา

ฉินเฟิงไม่สามารถทนต่อแรงดึงดูดของกลิ่นอายดังกล่าวได้

ปรารถนาจะดูดซับมันในทันที อย่างไรก็ตาม เขารู้ดี ว่าผนึกโลหิตตรงหน้า

ยังไม่สามารถดูดซับได้ในตอนนี้

ผนึกโลหิตตรงหน้าอยู่ในส่วนของเลเวล S

แม้ฉินเฟิงตอนนี้จะอยู่ในระดับจักรพรรดิ แต่ก็แค่เลเวล B เท่านั้น

สำหรับบางสิ่งที่อุดมไปด้วยพลังงานเช่นนี้ หากเข้าสู่ร่างกายเขา

ต่อให้เจ้าตัวมีพลังพิเศษดูดกลืน ฉินเฟิงรู้สึกว่าร่างเขาอาจระเบิดได้

ส่วนไป๋หลีเธอสามารถทนต่อแรงดึงดูดนี้ได้

เพราะในฐานะสัตว์ยักษ์มิติ เธอมีชีวิตยืนยาว

ดังนั้นไม่โหยหาสมบัตที่ช่วยยืดอายุขัย เลยสามารถข่มใจ

เก็บผลึกโลหิตเข้าในพื้นที่มิติอย่างรวดเร็ว

เมื่อกลิ่นอายนี้จางหาย ฉินเฟิงได้สติกลับคืน

สายตาของเขาเบนลงไปตกลงบนสิ่งสำคัญที่ยังเหลืออยู่

--เสื้อคลุมระดับเกราะเทวะ

เสื้อคลุมนี้ปักลวดลายเป็นรูปดวงอาทิตย์

มันถูกห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงที่ลุกไหม้ตลอดเวลา

ส่งผลให้อุณหภูมิของเพลิงคำรนและกลิ่นอายของเกราะเทวะเลเวล S ไม่มีเสื่อมคลาย

ผู้คนที่อยู่ในรัศมีสามารถรับรู้ถึงมันได้ทุกเวลา

ดังนั้นช่วงเวลาที่ฉินเฟิงปรากฏกายขึ้นข้างมัน ฝูงชนโดยรอบต่างตระหนักถึงการมาเยือนของเขา

พลังสมาธินับร้อยตรึงเข้าใส่ทันที

บังเกิดเสียงอุทานด้วยความประหลาดใจในตอนแรก

ตามมาติดๆด้วยเสียงคำรามถ่ายทอดผ่านพลังสมาธิ

“ผู้ใด?

เป็นผู้ใดกล้าแตะต้องเสื้อคลุมราชวงศ์เพลิงศักดิ์สิทธิ์!”

“สมบัตินี้เป็นของอาณาจักรเรา!”

“ถอยออกมาซะถ้าไม่อยากตาย!”

คำขู่ดังสะท้อนก้อง แต่ทำไมฉินเฟิงต้องสนใจด้วย?

พลังสมาธิของเขาทรงพลังยิ่ง ดังนั้นวิธีข่มขู่ทางใจไม่ส่งผลต่อเขาสักนิด

เจ้าตัวเอื้อมมือไปคว้าเกราะเทวะที่เรียกกันว่าเสื้อคลุมราชวงศ์เพลิงศักดิ์สิทธิ์ทันที

คทากัมปนาทก่อนหน้านี้ ไม่อาจสร้างความเสียดายแก่เสื้อคลุมเพลิงศักดิ์สิทธิ์แม้แต่น้อย

อาจเพราะเสื้อคลุมตัวนี้ไม่กลัวเปลวไฟ หรือบางทีมันอาจแข็งแกร่งทนทานจริงๆ

แต่ที่ไม่ต้องสงสัยเลยก็คือ เจ้าสิ่งนี้เป็นสมบัติอย่างแท้จริง!

แต่เนื่องจากก่อนฉินเฟิงจะเกิดใหม่ เขาไม่เคยได้ติดตามเลเวล

S  ดังนั้นไม่ทราบข่าวสารเชิงลึก

ว่าในชีวิตก่อนใครเป็นคนได้ครอบครองสมบัติชิ้นนี้

แต่จะยังไงก็ช่าง เพราะในชีวิตนี้มันเป็นของฉินเฟิง!

ช่วงเวลาต่อมา บริเวณมือที่ยื่นออกไปสัมผัสเสื้อคลุม

เริ่มแผ่บรรยากาศร้อนระอุ

ตูมมม!

เปลวเพลิงอันร้องแรงน่าหวาดกลัวพลันลุกไหม้ ปกคลุมทั้งร่างของฉินเฟิง

ไอร้อนแผดเผาให้ความรู้สึกเหมือนกำลังจมอยู่ในธารลาวาใต้แกนโลก

ราวกับฉินเฟิงกำลังแช่อยู่ในดวงอาทิตย์

อุณหภูมิขนาดนี้ สามารถเผาผลาญมนุษย์ได้ในพริบตา

หลอมละลายไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้า

รังสีแสงดวงอาทิตย์ขนาดใหญ่ห่อหุ้มทั้งฉินเฟิงและชุดคลุมเพลิงศักดิ์สิทธิ์

กระทั่งไป๋หลียังถูกบังคับให้ถอยร่นออกไปกว่า 30 เมตร

ในระยะไกล พลังสมาธิของคนกลุ่มหนึ่งส่งผ่านเข้ามา

“ช่างโง่เขลา

คิดว่าเสื้อคลุมราชวงศ์เพลิงศักดิ์สิทธิ์สามารถครอบครองได้ง่ายๆอย่างนั้นหรือ?”

“ตายเสียเถอะ เสื้อคลุมศักดิสิทธิ์ไม่เคยยอมจำนนต่อผู้ใด

เป็นเวลาหลายพันปีมาแล้ว มีเฉพาะฝ่าบาทเท่านั้นที่มันยอมก้มหัวให้

สมบัติชิ้นนี้มีเพียงคนในสายเลือดราชวงศ์จึงจะสามารถเก็บรักษาเอา อีกอย่าง

หากมิใช่ผู้ใช้ศาสตร์อัคคีระดับแปดขึ้นไป

จะสามารถควบคุมเสื้อคลุมราชวงศ์เพลิงศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร?”

ฟังจากที่บอกว่าระดับแปด

คาดว่าพวกเขาน่าจะหมายถึงผู้ใช้อบิลิตี้เลเวล S

จริงอยู่ที่ฉินเฟิงยังไม่สามารถก้าวขึ้นไปถึงจุดนั้น อย่างไรก็ตาม

หากระดับแปดที่ว่าหมายถึงปริมาณของรูนไฟแล้วล่ะก็ …

ท่ามกลางแสงจรัสดั่งดวงอาทิตย์

เนื่องจากเขาต้องคว้าเสื้อคลุมเพลิงศักดิ์สิทธิ์ โล่ปราณกำลังภายในเลยถูกถอนออก

แต่เมื่อสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิของอีกฝ่ายที่แทบจะผลาญตนเองเป็นจุณ

อบิลิตี้ธาตุไฟของฉินเฟิง ก็ระเบิดออกทันที

เปลวเพลิงห่อหุ้มฉินเฟิง เขตแดนขนาดย่อมคอยปกป้องรอบตัวเขา

ไม่ปล่อยให้เปลวเพลิงจากเสื้อคลุมเข้าทำร้าย

แต่ต่อให้โดนทำร้าย

ฉินเฟิงก็ไม่คิดปล่อยมือจากเสื้อคลุมเพลิงศักดิ์สิทธิ์อยู่ดี ตรงกันข้าม

บนหน้าผากเขา ปรากฏกระแสวังวนขึ้น

สมบัติเทวะน่ะเปี่ยมไปด้วยพลังอันลึกล้ำ

โดยเฉพาะชิ้นที่สามารถเข้าถึงเลเวล S

มันมีเงื่อนไขเฉพาะเจาะจงเป็นของตัวเอง จำเป็นต้องบรรลุเงื่อนไข

มิฉะนั้นจะไม่สามารถควบคุมได้ ขณะเดียวกัน

หากพลาดพลั้งอาจส่งผลให้พลังงานไหลย้อนกลับ ต้องจบชีวิตลง

และที่อธิบายมาข้างต้น คือสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้

“ทำให้แกเชื่อง มันไม่ง่ายเอาซะเลย!”

ขณะกล่าว วังวนบนหน้าผากของฉินเฟิง

ผุดศิลาศักดิ์สิทธิ์แห่งเปลวเพลิงออกมา รูนไฟมหาศาลพรั่งพรูไม่หยุดยั้ง

ก่อตัวเป็นปราการคอยปกป้องฉินเฟิงอีกชั้นหนึ่ง

ขณะเดียวกันเข้าต่อสู้กับเสื้อคลุมเพลิงศักดิ์สิทธิ์

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้

หากมองลึกเข้าไปผ่านกระแสวังวนบนหน้าผากของฉินเฟิง

จะพบว่าดาวเคราะห์สองดวงกำลังหมุนวน

หนึ่งเป็นดาวเคราะห์เพชรสีดำสนิทดวงใหญ่สุด

มันปะทุแรงดึงดูดอันน่าสะพรึงกลัว อักษรรูนที่คอยคุกคามฉินเฟิง

ค่อยๆถูกซึมซับเข้ามาโดยแรงดึงดูดนี้ โดนจับแยกจากต้นกำเนิดอย่างไม่ยินยอม

ไหลเข้าสู่จักรวาลแห่งจิตสำนึก

เมื่อเรื่องราวดำเนินมาถึงจุดนี้

อักษรรูนที่ระเบิดเพลิงผลาญร้อนลวกก็มิใช่ของเสื้อคลุมราชวงศ์เพลิงศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป

แต่ตกเป็นของฉินเฟิง

ส่วนดาวเคราะห์ดวงที่สอง

แน่นอนว่าคือแก่นอบิลิตี้ไฟที่ถูกสร้างโดยผลไม้แห่งปัญญา

ดาวเคราะห์เพชรดวงนี้ลุกไหม้เป็นทะเลเพลิง

ต้อนรับขับสู้อักษรรูนไฟที่ถูกดึงดูดเข้ามา หลอมรวมเข้ากับมันอย่างสมบูรณ์

ภายใต้สภาวะฝ่ายหนึ่งหมายทำลายล้าง

แต่อีกฝ่ายหนึ่งสามารถสลายอำนาจทำลายได้

ทำให้ฉินเฟิงสามารถดูดซับรูนไฟได้อย่างรวดเร็ว การดิ้นรนขัดขืนของเสื้อคลุมเพลิงศักดิ์สิทธิ์

ค่อยๆอ่อนแอลง

ตรงขอบหลุมใหญ่

มนุษย์ที่เดิมคิดว่าฉินเฟิงจะถูกกลืนกินโดยเสื้อคลุมเพลิงศักดิ์สิทธิ์

เวลานี้ทั้งหมดต่างอ้าปากค้าง

เฝ้ามองไปยังดวงอาทิตย์อันร้อนแรงที่เริ่มโปร่งใสและหดเล็กลงเรื่อยๆ

ค่อยๆเผยให้เห็นเงาร่างของมนุษย์

และแล้วท้ายที่สุด เปลวเพลิงก็สลายไป

เสื้อคลุมราชวงศ์เพลิงศักดิ์สิทธิ์ เวลานี้อ่อนนุ่ม

ว่าง่ายแตกต่างจากก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง เริ่มปรับขนาดให้พอดีกับสรีระของฉินเฟิง

เปลวเพลิงที่ลุกโชนบนเสื้อคลุมได้หายไป

กลิ่นอายน่าสยดสยองสลายไปเช่นกัน

บัดนี้กลายเป็นเสื้อผ้าที่ดูสวยหรูและให้กลิ่นอายของศิลปะ พาดลงบนตัวฉินเฟิง

ทั้งยังปรับขนาดให้เหมาะสมกับรูปร่างของเขาโดยอัตโนมัติ

เกราะสมบัติระดับเทวะ ยอมรับผู้เป็นนายคนใหม่แล้ว!

“นี่- นี่มันเป็นไปได้อย่างไร!!”

“เขาได้รับการยอมรับจากเสื้อคลุมศักดิ์สิทธิ์จริงๆ!”

“ไม่นะ เสื้อคลุมศักดิ์สิทธิ์ของฉัน

เป็นฉันต่างหากที่สมควรได้รับมัน!”

“เขาไม่ใช่คนของเรา เขาเป็นมนุษย์จากอีกมิติหนึ่ง

จะปล่อยให้ครอบครองเสื้อคลุมศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ ต้องชิงเสื้อคลุมกลับคืนมา!”

“พวกเราลุย!”

เสียงผู้คนนับไม่ถ้วนตะโกนขึ้น

แต่เมื่อเทียบกับพวกเขาแล้ว

อีกสิ่งมีชีวิตหนึ่งเร็วกว่าหลายเท่า

ซ่า ซ่า ซ่าาา!

ใจกลางทะเลสาบเลือดใต้เท้าของฉินเฟิง อสูรโลหิตกว่า 5

ตัวโผล่ขึ้นมา กระโจนเข้าหาฉินเฟิงกับไป๋หลี

แต่หากจะให้อธิบายชัดๆ ควรกล่าวว่าพวกมันเล็งไป๋หลีไว้มากกว่า

เนื่องจากไป๋หลีได้เก็บเอาผลึกโลหิตเลเวล S ไว้กับตัว

ห้าอสูรโลหิต ทั้งหมดอยู่ในเลเวล A ก่อนหน้านี้อสูรโลหิตแค่ตัวเดียวก็สามารถต่อกรกับสัตว์เทวะได้แล้ว

นี่แสดงให้เห็นว่าพวกมันทรงพลังอย่างยิ่งยวด แต่ตอนนี้

ดันต้องเผชิญหน้ากับพวกมันทีเดียว 5 ตัว กระทั่งไป๋หลีสีหน้ายังแปรเปลี่ยนไป

คงจะมีเพียงฉินเฟิงเท่านั้น ที่ในดวงตาทอประกายกระหายเลือด

บังเกิดจิตต่อสู้ลุกโชนไปทั่วสรรพางค์กาย!