Ep.907 - สงสัยเครื่องจะเสีย
“ใครก็ได้ ช่วยนำอุปกรณ์ทดสอบออกมาที!” กู่ไท่กล่าว
แม้เครื่องจักรชนิดนี้ไม่ค่อยถูกนำออกมาใช้บ่อยนัก
แต่ทุกคนในที่นี้ล้วนเป็นผู้ใช้พลังเลเวล A มีอุปกรณ์รูนมิติในครอบครองหลายชิ้น
ดังนั้น คนที่พกพาอุปกรณ์ทดสอบเอาไว้ เลยมีอยู่หลายคน
แทบจะในทันที ผู้ใช้พลังเลเวล A ห้าคนนำอุปกรณ์ทดสอบออกมา
หนึ่งในนั้นคือฉินเฟิง เขาหยิบยกเครื่องจักรที่มีความแม่นยำสูง
และผลิตจากเฟิงหลีออกมาเช่นกัน
เมื่อสามารถปีนป่ายขึ้นไปถึงเลเวล S
พละกำลังจะเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล ชกออกเพียงหมัดเดียว
สามารถป่นเมืองทั้งเมืองหายวับเป็นฝุ่นควัน
ดังนั้นอุปกรณ์ที่ใช้ทดสอบจึงไม่เหมือนในเลเวลก่อนๆ มันจะช่วยลดการโจมตีเป็นวงกว้าง
พร้อมขยายวิธีการคำนวณ วัดค่าพลังโจมตี
อุปกรณ์ทดสอบทั้งห้าเครื่องตั้งวางไว้เบื้องหน้า
ผู้คนเริ่มลงทะเบียนว่ามาจากกลุ่มไหน สำหรับแต่ละกลุ่ม
สามารถเข้ารับการทดสอบได้หลายคน แต่จะยื่นคะแนนได้แค่คนเดียวเท่านั้น
โดยเลือกจากคนที่ทำได้ที่ดีที่สุด
คลิฟส์เมื่อเห็นสถานการณ์เป็นแบบนี้ เขาตะลึงงันไปเล็กน้อย
นั่นเพราะ หากไม่มีกู่ไท่ ผู้ใช้พลังฝั่งเขาคงไม่มีทางมารวมตัวกันได้มากถึงขนาดนี้
แต่ตอนนี้พวกเขากลับไม่สามารถหยิบยืมชื่อเสียงของกู่ไท่ได้ ยังไม่พอ
พวกตนยังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องแข่งขันกับกู่ไท่เช่นกัน
“ท่านผู้ใหญ่กู่ เอาแบบนี้ดีไหม
ท่านเริ่มชกในนามของกลุ่มสติกซ์ก่อนเป็นอันดับแรก
จากนั้นก็ชกให้ในนามกลุ่มตำหนักเทพ ถ้าทำแบบนี้
อาณาเขตของพวกเราจะยิ่งใหญ่กว่าเดิม!”
คลิฟส์กระซิบกระซาบเล็กๆน้อยๆ
แต่กู่ไท่พอได้ฟังกลับขมวดคิ้ว กล่าวเสียงหนักแน่น “ถ้าแกต้องการออกจากกลุ่มสติกซ์
ก็แค่ลาออกไปไม่ต้องเสียเวลาพล่าม!”
ถูกเรียกตัวมาที่นี่
แต่สุดท้ายดันต้องลงสนามชกเพื่อช่วงชิงดินแดน เรื่องนี้ทำให้กู่ไท่ไม่พอใจมาก
ยิ่งคลิฟส์ลอบเข้ามาเสนอแผนการที่คิดฉกฉวยผลประโยชน์จากเขา กู่ไท่ก็ยิ่งหัวเสีย
ประเด็นสำคัญที่สุดก็คือ
หากคลิฟส์ลงชกในนามตัวแทนของกลุ่มตำหนักเทพ งั้นอาณาเขตที่กู่ไท่ได้มา
ใครมันจะเป็นคนคอยดูแลให้เขา? หากปล่อยให้ดูแลสองที่แล้วเกิดมีปัญหาขึ้นมา
แบบนั้นมันก็ไม่ได้กำไรสิ
นี่ยังไม่นับรวมเรื่องที่ว่าหากเขามีอาณาเขตในครอบครองมากเกินไป
อาจเกะกะลูกตาเลเวล S คนอื่นๆเข้า จนมีปัญหาตามมาในภายหลังอีกนะ
เรื่องแบบนี้ เขาจะไม่มีวันยอมให้มันเกิดขึ้นเด็ดขาด
“อา! ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น
ท่านผู้ใหญ่กู่โปรดอย่าเข้าใจผิดไป” คลิฟส์กล่าวร้อนรน ขอโทษขอโพย
คนอื่นๆในกลุ่มไม่กล้าพูดอะไร ก้มหน้าทำตามคำสั่งเลเวล S
มีต้นไม้ใหญ่ไว้ค่อยให้ร่มเงา จริงๆแล้วก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร
การครอบครองพื้นที่มากไป ในความเป็นจริงมันก็เป็นปัญหาในการจัดการเหมือนกัน
กู่ไท่เป็นคนแรกที่ลงมือ กำลังภายในถูกกระตุ้น
เปิดใช้งานกระบวนท่าลับ เพิ่มพูนพละกำลังของเขา
ขับหนุนให้สามารถระเบิดออกมามากกว่าเดิมถึงสองเท่า
แสงสีทองจรัสเล็ดลอดจากหมัดเขา
คุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายอันเหนือชั้น เหวี่ยงกำปั้นลงไป
ตูมมมมม!
คลื่นอัดอากาศก่อร่างขึ้นรอบตัวกู่ไท่
ทุกคนที่ยืนอยู่ใกล้เขาล้มหน้าหงาย หลายคนเบื้องหลังเขา ชักฝีเท้าถอยไปหลายก้าว
สีหน้าของแต่ละคนฟุ้งไปด้วยความตื่นตกใจ
ฉินเฟิงอยู่ห่างออกมาไม่ไกล
สามารถรับรู้ได้ว่าพละกำลังของกู่ไท่นั้นแข็งแกร่งมาก
【ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด! พลังโจมตีจากการทดสอบ : 39,000,000!】
“ซี๊ด ..!”
ทุกคนต่างสูดหายใจลึก
“พลังโจมตี 39 ล้าน เมื่อแปรเป็นพื้นที่แล้ว
เท่ากับว่าพวกเรามีอาณาเขตมากกว่าในข้อตกลงแรกมากถึง 200 กิโลเมตร!”
“สมแล้วที่กู่ไท่ได้รับสมญานามว่าหมัดเทพเจ้า
ช่างแข็งแกร่งจริงๆ!”
“พลังโจมตีขนาดนี้
คำกล่าวที่ว่าสามารถชกเมืองทั้งเมืองให้กลายเป็นผุยผงได้ในหมัดเดียว
คงไม่ใช่เรื่องเกินจริง!”
ไม่ว่าใครต่างตกตะลึง
คราวนี้พวกเขาไม่กล้าตั้งคำถามถึงความองอาจของกู่ไท่อีกต่อไป
แน่นอน แต้มพลังโจมตีเพียงอย่างเดียว
มันไม่สามารถใช้กำหนดประสิทธิภาพในการต่อสู้ได้
เห็นได้ชัดว่ากู่ไท่ยังเหลือทักษะลับหรือกระบวนท่าวรยุทธที่ยังไม่เปิดเผยออกมา
แต่แค่พละกำลังพื้นฐานก็น่าตกใจมากพอแล้ว ตัวเลขนี้ทำให้จิตใจของผู้คนสั่นไหว
ฉินเฟิงพยักหน้าเล็กน้อย ความแข็งแกร่งของกู่ไท่ไม่เลวเลย
ไม่น่าแปลกใจที่เขาสามารถขึ้นเป็นตัวตนทรงอำนาจเลเวล S ในพันธมิตรแอฟริกาได้
เมื่อกู่ไท่เปิดประเดิม คนอื่นๆก็เริ่มก้าวมาข้างหน้า
ทุกคนต่างพยายามแก่งแย่งให้ได้คะแนนที่ดีที่สุด เสียงติ๊ด ติ๊ด! ดังสะท้อนออกมาไม่หยุดจากอุปกรณ์ทดสอบทั้งห้า
พลังโจมตีของเลเวล A แม้แต้มค่อนข้างเหวี่ยงแต่ไม่เลวร้าย
แต้มคะแนนอยู่ระหว่าง 3 ล้าน ถึง 9 ล้านแต้ม แต่ถ้าให้ขึ้นไปยังเลขหลัก 10
ล้านยังคงไม่ถึง
เพราะท้ายที่สุดแล้ว
แม้แต้มพลังโจมตีขั้นพื้นฐานของผู้ใช้พลังเลเวล A คือ 1 ล้านแต้ม
แต่เมื่อไปถึงเลเวล A9 คนส่วนใหญ่กลับโจมตีได้แค่ 5 ล้านแต้มนิดๆเท่านั้น
ถึงไม่มากแต่ก็ยังไม่ถือว่าเลวร้ายเกินไป
เกรงว่าคนเดียวที่แปลกแยกจากข้ออธิบายข้างบน คงมีแค่ฉินเฟิง
เพราะเขาได้ครอบครองพลังพิเศษดูดกลืนตั้งแต่เริ่มต้นจากเลเวล
G ด้วยอบิลิตี้ติดตัวของเขา
นำไปสู่สภาวะที่ว่า กำลังภายในกายตน บริสุทธิ์กว่าคนอื่นๆเสมอมา
และหลังเสริมสร้างด้วยผลึกชีพจรธรณี สุดท้ายมันก็ขยายขึ้นเป็นร้อยเท่า
จนในตอนนี้ ฉินเฟิงครอบครองดารากว่า 9 ดวง
พลังโจมตีมากกว่าตัวตนทรงอำนาจเลเวล S0 ถึงเก้าเท่า
เมื่อทุกคนทดสอบจนเสร็จสิ้น คราวนี้ก็ถึงตาของฉินเฟิง
‘ด้วยการปลดปล่อยแรงผลักจากทักษะลับกลืนดาราของฉัน
เวลาโจมตีจะสามารถระเบิดอำนาจได้มากกว่าเดิมถึง 10 เท่า
ผสานไปกับความแข็งแกร่งทางกายภาพในระดับสัตว์เทวะเลเวล A
ที่มากกว่าในระดับเดียวกันอีกถึง 10 เท่า บวกกับดารากำลังภายในอีก 9 ดวง … ’
แน่นอน เมื่อบวกทั้งหมดนี้เข้าด้วยกัน
ถึงพวกมันจะไม่ได้เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ แต่ก็เป็นจำนวนมหาศาล
อย่างด้วยความแข็งแกร่งทางกายภาพแท้จริงคือ 1 ล้าน คูณ 10
เข้าไปก็เป็น 10 ล้าน จากนั้นใช้ทักษะลับกลืนดาราบวกกับดารากำลังภายใน
สรุปโดยรวมแล้วความแข็งแกร่งในปัจจุบันของฉินเฟิง
สามารถสร้างพลังโจมตีได้มากถึง 190 ล้านแต้ม!
แค่คิดก็น่ากลัวมากแล้ว!
ยิ่งหากฉินเฟิงสามารถก้าวขึ้นเป็นเลเวล S ได้เมื่อไหร่
ยามระเบิดการโจมตีเต็มกำลังออกมา เกรงว่าต่อให้ศัตรูเป็นเลเวล S
คงไม่พ้นถูกเป่าหายไปในคราวเดียว
‘ไม่ทุ่มเต็มกำลังดีกว่า ถือว่าไว้หน้ากู่ไท่
ยังไม่นับเรื่องดารากำลังภายในของฉันที่ไม่ควรเปิดเผย ถ้าอย่างงั้น
เอาเป็นว่าใช้ปลดปล่อยแรงผลักของทักษะลับกลืนดาราซัก 4 เท่าก็แล้วกัน!’
เมื่อได้ข้อสรุปดังนั้น ฉินเฟิงก็เดินมาหยุดหน้าอุปกรณ์ทดสอบ
ฟาดฝ่ามือออกไป
‘ทักษะลับกลืนดารา : ปลดปล่อยแรงผลัก!’
พลังอำนาจขับไล่ลุกฮือขึ้นทันใด
เดิมมันสามารถทุบทำลายสิ่งมีชีวิตให้แหลกเป็นชิ้นๆ แต่ถูกควบคุมเอาไว้โดยฉินเฟิง
เลยพุ่งตรงเป็นเส้นเดียว
เพี๊ยะ!
แทบไม่มีเสียงกึกก้องอะไรดังขึ้น แถมฝ่ามือที่ฉินเฟิงฟาดลง
มันดูธรรมดามาก
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ปรากฏขึ้น ทำให้ทุกคนรู้สึกช็อค!
【ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด! พลังโจมตีจากการทดสอบ : 40,000,000!】
ในพริบตา ภายในห้องโถง ไร้ซึ่งสรรพเสียงใดๆ
พวกเขาทั้งหมดมองมายังฉินเฟิงอย่างโง่งม
ณ ขณะนี้ กระทั่งกู่ไท่ก็ตกตะลึงเช่นกัน
เขาจ้องค้างมายังฉินเฟิง เมื่อได้สติแววตาเริ่มสะท้อนให้เห็นถึงความโกรธ
ถึงจุดนี้ ในที่สุดกู่ไท่ก็เข้าใจ
ว่าเหตุใดฉินเฟิงจึงยื่นข้อเสนอนี้ต่อเขา
เดิมเขาคิดว่าฉินเฟิงคงอยากได้พื้นที่เพิ่มอีกสักเล็กน้อยๆ แต่ไม่คาดหวังเลย
ว่าที่แท้นี่จะเป็นการปลอมตัวเป็นหมูเพื่อกินเสือ
ไม่ต้องกล่าวถึง นี่ไม่ต่างจากการตบหน้ากู่ไท่
ทำคะแนนสูงเหยียบหัวเขาไปก้าวหนึ่ง
ชั่วเวลานั้นเอง บรรยากาศเริ่มกลายเป็นน่าอึดอัด
ซึ่งเอาจริงๆแล้ว ถ้าฉินเฟิงยั้งมือสักนิด
แล้วทำแต้มพลังโจมตีให้ได้ซัก 35 ล้าน กู่ไท่คงไม่โกรธขนาดนี้ แต่นี่อีกฝ่ายโจมตี
40 ล้านแต้มในครั้งเดียว ก็มากกว่ากู่ไท่ สิ่งนี้ทำให้กู่ไท่ไม่อาจเชิดหน้าชูตาได้
ฝั่งฉินเฟิง เดิมเขาไม่ได้คิดมากขนาดนั้น ตอนแรกเขาคำนึงถึงศักดิ์ศรีของกู่ไท่ด้วยซ้ำ
เลยไม่คิดโจมตีอีกเป็นครั้งที่สองหรือสาม ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขา
บางสิ่งเล็กๆน้อยๆ ถ้าเลี่ยงได้ก็ควรหลีกเลี่ยงข้อพิพาท
แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าเขาหวาดกลัวอีกฝ่าย
ในแง่ของวรยุทธโบราณ ฉินเฟิงได้มาถึงเลเวล S แล้ว
ตัวตนทรงอำนาจย่อมมีจิตใจที่แข็งแกร่งไม่หวาดกลัว
ทว่าการเอาแต่ดึงดูดปัญหาเข้าหาตนเอง มันจำเป็นด้วยหรอ?
ที่ทุกคนตกใจกันแบบนี้
มันก็แค่เพราะว่าคนอื่นๆไม่ทันคิดว่าเขาแข็งแกร่งขนาดนี้ก็เท่านั้นเอง
“เจ้าเครื่องนี่คงไม่พังหรอกใช่ไหม?”
ชายคนหนึ่งเอ่ยเสียงกระซิบ
“นั่นสิ พอถูกใช้ทดสอบพลังหลายครั้ง มันเลยรวนรึเปล่า”
“เขาเป็นคนนำเครื่องจักรนี้ออกมาเอง บางทีอาจดัดแปลง
เล่นตุกติกอะไรเอาไว้ก็ได้!”
เกิดเสียงฮือฮาในฝูงชน เริ่มวิเคราะห์ไปต่างๆนาๆ
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved