ตอนที่ 1008

Ep.1008 - ติดสินบนฉินเฟิง

ซิงนาร์เกิดความลังเลขึ้นมา

สุดท้ายพลิกการตัดสินใจก่อนหน้านี้ของเขา ล้มเลิกความตั้งใจที่จะโจมตีฉินเฟิง

ฉินเฟิงเดิมก็ไม่คิดมอบบทเรียนแก่ซิงนาร์อยู่แล้ว

ดังนั้นผละตัวจากไป แหวกว่ายท่ามกลางอวกาศ ใช้เวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ

ก็สามารถข้ามระยะทางนับหมื่นเมตร มาถึงดินแดนรูนแห่งอื่น

และช่างบังเอิญซะจริง เพราะที่นี่ดันเป็นดินแดนของอักษรรูนลม

ซึ่งชิน นากาวะกำลังดูดซับมันอยู่พอดี

ภายในพื้นที่แห่งนี้ ก่อตัวเป็นพายุทอร์นาโด

มีเส้นผ่านศูนย์กลางกว้างเป็นหมื่นเมตร

อีกทั้งเหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่างลอยอยู่ท่ามกลางพายุ

นั่นสมควรเป็นศิลาศักดิ์สิทธิ์แห่งวายุ ปริมาณน่าจะสักหลักร้อย

มิฉะนั้นคงไม่สามารถก่อตัวเป็นพายุใหญ่ขนาดนี้ได้

ชิน นากาว่ากำลังรับมือกับพวกมันอย่างระมัดระวัง

แต่ทอร์นาโดที่กำลังส่งเสียงหวีดหวิว และคมดาบวายุข้างในมันทรงพลังเกินไป

ประมาทเพียงน้อย อาจถูกสะบั้นขาดเป็นสองซีก

ทว่าในจังหวะนั้นเอง

ฉินเฟิงกลับกล้าก้าวเข้ามาในดินแดนนี้อย่างกะทันหัน

“เขามาที่นี่ทำไม?” ชิน นากาว่าตกใจ

ยิ่งได้เห็นฉินเฟิงดำดิ่งลึกเข้ามาในพายุทอร์นาโด เธอก็ยิ่งสับสน

“นั่นเขาคิดจะทำอะไร? แบบนี้มันฆ่าตัวตายชัดๆ!” ชิน

นากาว่าเบิกตากว้าง

แต่ไม่นานเกินรอ ชิน นากาว่าก็ตระหนักว่าเธอเข้าใจผิด

ต้องบอกว่าเป็นความเข้าใจผิดครั้งใหญ่

อักษรรูนลมโดยปกติแล้วจะมีความคล่องแคล่วยืดหยุ่นมาก

แต่ขณะเดียวกันแฝงไปด้วยพลังทำลายล้าง คมมีดที่เกิดจากธาตุลม

จะไม่สามารถหลบเลี่ยงได้เพียงเพราะร่างของตนอยู่ในสภาวะใช้เทคนิคเปลี่ยนร่างเป็นสายลม

ดังนั้นจึงยากต่อการควบคุมยิ่ง นี่คือเหตุผลที่ทำให้ชิน

นากาว่าดูดซับพวกมันได้ค่อนข้างช้า

อย่างไรก็ตาม เมื่อฉินเฟิงมาเหยียบที่นี่

อีกฝ่ายกลับไม่ยอมกลายร่างเป็นสายลม ตรงกันข้าม

กลับเปิดใช้งานโล่ปราณกำลังภายในแทน

ชิน นากาว่าไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อนจริงๆ

ว่าผู้ใช้อบิลิตี้ที่สามารถมาถึงเลเวล S ได้แล้ว

จะยังสามารถใช้โล่ปราณกำลังภายในซึ่งมีความแข็งแกร่งเทียบเท่าได้กับผู้ใช้วรยุทธโบราณเลเวล

SS ได้

ประเด็นก็คือโล่ปราณนี้มันดูหนากว่าปกติมาก

ดินแดนแห่งพายุทอร์นาโดไม่สามารถทำร้ายฉินเฟิง

ได้แต่ปล่อยให้เขาเข้ามาข้างใน

จากนั้น ปรากฏกระแสวังวนขึ้นบนระหว่างคิ้วของฉินเฟิง

อำนาจดูดกลืนอันทรงพลังถูกปลดปล่อยออกมา

สูบอักษรรูนจากดินแดนพายุเข้าไปในจักรวาลแห่งจิตสำนึก

การสูบกลืนนี้ ส่งผลกระทบให้อักษรรูนที่เดิมหมุนวนเป็นทอร์นาโด

เริ่มบิดเบี้ยวกลายเป็นไม่เสถียร

นี่ทำกับเป็นการทำลายตำแหน่งหนึ่งที่เชื่อมโยงถึงกัน

พายุทอร์นาโดที่เกิดจากอักษรรูนลม เกิดความว้าวุ่น กลายสภาพเป็นกระแสอันเชี่ยวกราก

ฉินเฟิงก้าวเข้าไปท่ามกลางความโกลาหลนี้

ในไม่ช้าก็สามารถเข้าถึงใจกลางพายุทอร์นาโด

ณ บริเวณที่เกิดพายุคลุ้มคลั่ง

เวลานี้กลับเริ่มสงบลงจนเห็นด้วยตาเปล่า แต่สิ่งที่ชิน นากาว่ารู้สึกยอมรับไม่ได้

ก็คือตำแหน่งที่ฉินเฟิงยืนอยู่ มันคือสถานที่ตั้งของศิลาศักดิ์สิทธิ์แห่งวายุ

“ต้องแบบนี้สิถึงจะดี! อ้างอิงจากที่เห็นนี้

สามารถบอกได้ว่ายิ่งฉันมุ่งหน้าลึกเข้าไปในมิติมวลหมู่ดาวรูนมากเท่าไหร่

ก็ยิ่งมีโอกาสได้รับศิลาศักดิ์สิทธิ์

และสามารถดูดซับรูนที่มีสถานะของเหลวได้มากเท่านั้น ”

ฉินเฟิงได้ข้อสรุป

จากนั้นใช้พลังสมาธิรวบเอาหินสายลมที่มีขนาดเล็กใหญ่แตกต่างกันทั้ง 135 ก้อน

มาเก็บไว้ในจักรวาลแห่งจิตสำนึก

ตูม ตูม ตูม ตูมมม!

ศิลาศักดิ์สิทธิ์แหลกเป็นเสี่ยงๆ จากนั้นซึมซับเข้าสู่แก่นอบิลิตี้ธาตุลม

ขยายขนาดของมันเล็กน้อย

ตลอดทั้งกระบวนการที่เกิดขึ้น

ฉินเฟิงใช้เวลาไม่ถึงสองชั่วโมงด้วยซ้ำ ณ จุดนี้

พายุทอร์นาโดอันน่าสยดสยองได้ถูกทำลายลง

รูนลมค่อยๆสลายหายไป กลายสภาพเป็นสภาวะสุญญากาศของอวกาศ

ชิน นากาว่า ไม่ทราบว่าควรแสดงสีหน้าแบบใดดีตอนนี้

เธอควรประฌามฉินเฟิงที่ขโมยทรัพยากรของตัวเอง?

หรือบังคับให้ฉินเฟิงมอบศิลาศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นมาดี?

แต่ดูเหมือนว่าไม่ว่าหนทางใด ก็ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีเลย

อำนาจในการดูดกลืนของฉินเฟิง มันน่าตกใจเกินไป

ประสิทธิภาพเช่นนี้ มิใช่สิ่งที่ผู้ใช้พลังธรรมดาจะมีได้

อย่างไรก็ตาม ฉินเฟิงไม่สนใจชิน นากาว่า ในทางกลับกัน

เขาเริ่มมุ่งหน้าไปยังพื้นที่แห่งอื่น คราวนี้เป็นดินแดนอักษรรูนน้ำ

ดินแดนรูนประเภทนี้เอาจริงๆไม่ค่อยเหมาะกับธาตุของชิน นากาว่า

ดังนั้นเธอเลยไม่สามารถไล่ตามไปได้

ด้วยเหตุนี้ ทั้งชิน นากาว่าและซิงนาร์

ทำได้เพียงเฝ้ามองฉินเฟิงด้วยดวงตาเบิกกว้าง อีกฝ่ายใช้เวลาราวๆสองชั่วโมง

ก็สามารถดูดซับอักษรรูนได้อีกดินแดนหนึ่ง

‘สัตว์ประหลาด … พันธมิตรหัวเซี่ย

ปรากฏสัตว์ประหลาดตัวนี้ขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!’ นี่คือสิ่งที่ทั้งสองกำลังคิด

เพราะฉินเฟิงไม่ได้เป็นแค่ผู้ใช้อบิลิตี้มืด

แต่ยังสามารถดูดซับอักษรรูนลม , อักษรรูนน้ำ และใช้งานโล่ปราณกำลังภายในได้

หมายความว่าเขาก็เป็นผู้ใช้วรยุทธโบราณเช่นกัน

แล้วยังมีอะไรอีกไหม? ที่เขายังไม่ได้เปิดเผย??

ชิน นากาว่าล้มเลิกความคิดที่จะสร้างปัญหาแก่ฉินเฟิง

ท่ามกลางมิติมวลหมู่ดาวรูน สิ่งที่ไม่ขาดแคลนที่สุดย่อมเป็นอักษรรูน ชิน

นากาว่าและซิงนาร์ ล่องลอยอยู่ในความว่างเปล่าสัก20 - 30 ไมล์

เธอและเขาก็ค้นพบดินแดนรูนที่เป็นธาตุเดียวกันกับตัวเองอีกครั้ง

ยังไงก็ตาม พลังสมาธิส่วนหนึ่งของเขาและเธอยังคงมุ่งความสนใจไปทางด้านของฉินเฟิง

คล้ายอยากจะเห็น ว่าฉินเฟิงจะทำอะไรน่าทึ่งอีกไหม

และไม่นาน

ฉินเฟิงก็ได้ฉีกกฏความรู้ความเข้าใจของพวกเขาอีกครั้ง

ฉินเฟิงได้เหยียบย่ำเข้าไปในดินแดนอักษรรูน

โดยไม่สนไม่แคร์อะไรเลย เจออันไหนอยู่ใกล้เข้าก็ก้าวเข้าไป ดูดซับดินแดนที่ 4 , 5

, 6 … อย่างสบายๆ

และแต่ละดินแดนที่กล่าวมา ล้วนมีอักษรรูนธาตุแตกต่างกัน

แต่ฉินเฟิงสามารถดูดซับมันได้ทั้งหมด จนผู้คนคาดเดาไม่ได้แล้ว

ว่าแก่นอบิลิตี้ในจิตสำนึกของเขา มันหน้าตาเป็นยังไง ใหญ่โตถึงเพียงไหนกันแน่?

กระทั่งริคที่กำลังดูดซับรูนโลหะอยู่

ยังถูกฉินเฟิงปล้นทรัพยากรไป ต้องหลีกเลี่ยง ยอมถอยไปหาสถานที่อื่นแทน

“เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ดีแน่ พวกเราต้องคุยกับเขา

การล่วงลึกเข้าไปข้างในมิติแห่งนี้ พลังงานจักรวาลของมันจะรุนแรงเกินไป

ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราสามารถต้านทานได้ หากดินแดนรูนที่นี่หายไปหมด แล้วพวกเราจะเหลืออะไร!”

ชิน นากาว่าเอ่ยปากพูดเป็นคนแรก

แม้ว่าซิงนาร์จะไม่ใช่สมาชิกของพันธมิตรมนุษย์

แต่อย่างไรเป็นคนจากในมิติเดียวกัน ดังนั้นทั้งคู่รู้จักกันดี

แถมบางครั้งยังเคยได้ทำงานร่วมกัน

แต่ตอนนี้ ซิงนาร์ไม่มีความคิดที่จะยั่วยุฉินเฟิงอีกต่อไป

“ไม่ใช่ว่าคุณถูกยอมรับว่าเป็นตัวตนทรงอำนาจที่แข็งแกร่งที่สุดในพันธมิตรมนุษย์หรอกหรอ?

คุณก็ไปคุยกับเขาเองสิ! มาบอกอะไรฉัน เรื่องนี้มันใหญ่เกินไป เจอแบบนี้

ฉันขอไปแย่งชิงดินแดนกับพวกเลเวล S ดีกว่า!” ซิงนาร์กล่าว

“นี่- เฮ้อ! เดี๋ยวฉันจะไปพูดกับเขาเอง! ” ริคเอ่ยปากในที่สุด

จักรวรรดิเมเฮอร์อยู่ไกลจากพันธมิตรหัวเซี่ยมาก

ดังนั้นตามปกติแล้วเลยไม่มีเรื่องขัดแย้งกัน

ริคเลยคิดว่าฉินเฟิงไม่น่าจะเจรจาด้วยยากขนาดนั้น

นอกจากนี้ เขายังมีความรู้สึกว่า

ต่อให้ฉินเฟิงล่วงลึกเข้าไปในมิติยิ่งกว่านี้ อีกฝ่ายก็จะไม่ได้รับอันตรายอยู่ดี

“สุภาพบุรุษท่านนี้ สนใจจะพูดคุยกันสักเล็กน้อยหน่อยไหม?”

พลังสมาธิของริคเชื่อมต่อกับฉินเฟิง

“มีเรื่องอะไร?” แม้เอ่ยถาม แต่ในใจฉินเฟิงทราบอยู่แล้วว่า

ริคต้องการจะพูดอะไร!

เพราะการปล้นชิงกันก่อนหน้านี้

เป็นฉินเฟิงเองที่จงใจทำเช่นนั้น เขาทำเพื่อต้องการจะสื่อให้ผู้ใช้พลังเลเวล SS

ทั้งสามคนรู้ ว่าตนไม่ใช่คนที่จะรังแกกันได้ง่ายๆ แต่ขณะเดียวกัน

ฉินเฟิงก็ไม่ใช่คนก้าวร้าว หากต่อไปคนเหล่านี้ทำตัวว่าง่าย

ฉินเฟิงก็ไม่คิดเข้าไปยุ่งกับพวกเขาอีก

“คือแบบนี้นะ

ในมิติแห่งนี้มีกลุ่มอักษรรูนที่รวมตัวกันเป็นดินแดนอยู่มากมาย

แต่ที่นี่มีพวกเราอยู่กันแค่ 4 คนเท่านั้นเอง

ฉะนั้นพวกเรามาอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขดีกว่าไหม

ดินแดนรูนตรงไหนที่มีคนกำลังดูดซับมันอยู่ ก็อย่าเข้ามาก้าวก่ายกันเลย

คุณคิดว่าไง? โอ้แน่นอน ฉันเข้าใจว่านี่ไม่ยุติธรรมสำหรับคุณ

ดังนั้นฉันเลยอยากจะมอบอะไรบางอย่างให้ บางทีมันอาจมีประโยชน์กับคุณก็ได้!”

ว่าจบ

ริคก็โยนอุปกรณ์รูนมิติพร้อมควบคุมพลังสมาธิส่งมันไปยังตำแหน่งที่ฉินเฟิงอยู่

ฉินเฟิงตรวจสอบสิ่งที่อยู่ภายใน และพบว่าจริงๆแล้วมันคือศพของสัตว์ร้ายระดับสามัญในเลเวล

SS

จนถึงตอนนี้ สัตว์ร้ายเลเวล SS ที่ฉินเฟิงเคยเห็นกับตา

มีเพียงแม่แมลงตะขาบกระหายเลือดเท่านั้น หากคิดล่าสัตว์ร้ายในเลเวล SS ตัวอื่น

ยังไม่มีโอกาส เพราะเขาไม่สามารถหาพวกมันพบได้

แต่ศพสัตว์ร้ายที่ริคมอบให้ก็ใช่ว่าจะธรรมดา เพราะมันคือเต่ายักษ์

เลือดและเนื้อของมันเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต สามารถช่วยเพิ่มอายุขัยได้

มีประโยชน์จริงๆสำหรับผู้ใช้วรยุทธโบราณ

เจ้าสิ่งนี้ไม่ค่อยมีค่าเท่าไหร่

แต่อย่างน้อยมีประโยชน์ต่อฉินเฟิงจริงๆ แค่นี้นับว่าเพียงพอแล้ว

“ตกลง”

ฉินเฟิงตอบรับเงื่อนไขทันที