ตอนที่ 211

1/4

Ep.211 -

มุ่งหน้าสู่เมืองไห่

“ผู่ว่าการฉิน

ฉันไม่อยากแยกทางกับคุณจริงๆ

หวังว่าพวกเราจะได้กลับมาร่วมมือกันออกสำรวจทุ่งล่าอีกครั้ง! ”

หยางซานหูไม่เต็มใจที่จะปล่อยฉินเฟิงไป ต้องทราบนะว่า ตั้งแต่มีฉินเฟิงร่วมทาง

กองทัพทุ่งล่าก็ประสบความสำเร็จอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งอัตราการเสียชีวิตยังเป็นศูนย์!

กระทั่งปัญหาดั่งวลี

‘กระดูกแข็งยากจะแทะ’ ก็ถูกฉินเฟิงกวาดเรียบ!

แม้การร่วมมือครั้งนี้

วัตถุดิบส่วนใหญ่จะตกอยู่ในมือฉินเฟิง แต่กองทัพทุ่งล่าก็ยังได้รับกำไรก้อนโต

นับคร่าวๆเป็นเม็ดเงินกว่า 300 ล้านเหรียญ และนั่นคือจำนวนเงินที่พวกเขาต้องทุ่มเททำงานตลอดทั้งปี

ยามจัดสรรแบ่งปันก็ได้คนละนิดละหน่อย

ตรงจุดนี้เองที่ทำให้ทหารในกองทัพทุ่งล่ารู้สึกชื่นชมและเคารพในฉินเฟิงเป็นอย่างมาก

“ถ้ามีโอกาส หรือเวลาที่เหมาะสม

พวกเราจะร่วมมือกันอีกในอนาคต ว่าแต่งานประมูลในเมืองไห่ครั้งนี้

คุณจะไม่ไปจริงๆน่ะหรือ?” ฉินเฟิงเอ่ยถาม

คราวนี้หยางซานหูสามารถเก็บเกี่ยวได้มากมาย

ครอบครองเงินทุนในมือ ดังนั้นเหมาะสมที่จะไป

หยางซานหูขบคิด แต่สุดท้ายส่ายศีรษะ

“ลืมมันเถอะ

ฉันยังมีครอบครัวใหญ่ที่ต้องดูแล ครั้งนี้คงขอผ่าน!”

หยางซานหูกล่าวพลางเสยนิ้วโป้งชี้ไปยังคนในกองทัพเบื้องหลังเขา

ฉินเฟิงตบไหล่อีกฝ่ายเบาๆ

ไม่คิดเอ่ยชักชวนใดๆอีก

อย่างไรก็ตาม งานประมูลในครั้งนี้

จากประสบการณ์ในชีวิตก่อนหน้าของเขา มันจะเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น

ซึ่งเป็นโอกาสเดียวที่หากไม่คว้าไว้ ก็จะไม่ได้รับมันอีกเลยตราบชั่วชีวิต

“เอาเถอะ ผมจะไม่คะยั้นคะยอคุณ

หวังว่าพวกเราจะพบกันใหม่”

“อ่า ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ”

หยางซานหูเฝ้ามองฉินเฟิงขึ้นไปบนรถลิมูซีน

ในหัวใจรู้สึกถึงความว่างเปล่า คล้ายตนพลาดบางสิ่งบางอย่างไป

เขาอดไม่ได้ที่จะส่ายหัว ถอนหายใจละทิ้งความคิดบ้าๆนี่ของตนไป

อย่างที่ทุกท่านทราบ

หยางซานหูพลาดเม็ดเงินก้อนใหญ่ไปจริงๆ

สามวันต่อมา

เมืองไห่ยังไม่ก้าวเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว

เนื่องจากมันเป็นเมืองติดทะเล ด้วยกระแสน้ำและอากาศที่ถ่ายเท

ทำให้ที่นี่เหมือนอยู่ในฤดูใบไม้ผลิตลอดทั้งปี

สภาพภูมิอากาศเป็นที่น่าพอใจ ดวงอาทิตย์สาดแสงเจิดจ้ายิ่งกว่าที่อื่นๆ

อย่างไรก็ตาม

เมืองไห่คือสถานที่ๆไม่มีทางกวาดล้างสัตว์ร้ายลงได้โดยสิ้นเชิง

ก็อย่างว่ามันอยู่ติดทะเล และภายใต้ท้องทะเลเต็มไปด้วยสิ่งลี้ลับ

จะมีสัตว์ร้ายผุดขึ้นมาเมื่อไหร่ก็คงไม่แปลก

ทว่าหากกล่าวถึงในบรรดาสามเมือง ว่าเมืองใดคึกคักที่สุด

คำตอบย่อมเป็นเมืองไห่อย่างไร้ซึ่งข้อกังขา

ลิมูซีนยาวขับเคลื่อนไปตามถนนสายหลัก

ตามรายทางยิ่งเข้าใกล้เป้าหมาย รถศึกล่องเวหาก็จะยิ่งโผล่มาให้เห็นมากขึ้น

มากขึ้นเรื่อยๆ

ผู้คนในรถแม้จะเห็นถึงรถศึกมากมายรอบกาย

แต่ในดวงตาของพวกเขา ส่วนใหญ่แล้วไม่เผยถึงความแปลกใจแต่อย่างใด

นั่นเพราะช่วงเวลานี้

คือช่วงเวลาที่มีผู้คนมากมายกำลังมารวมตัวกัน ไม่ว่าจะเป็นระดับสูงจากสามเมือง

หรือผู้นำของสถานชุมชนเล็กๆ --ผู้ใช้อบิลิตี้เลเวล E ต่างทยอยกันเดินทางมาที่นี่

อย่างน้อยก็หลัก 100 คน

อันที่จริงงานประมูลของกลุ่มหวันซ่งได้เริ่มต้นขึ้นไปก่อนวันหนึ่งแล้ว

แต่เป็นงานประมูลของผู้ใช้พลังเลเวล G กับ F

ตรงส่วนนี้ฉินเฟิงปล่อยให้ซูซิงฝูเป็นคนจัดการทั้งหมด

เพราะเขาเชื่อมั่นในความสามารถของอีกฝ่าย

ภายในเมืองไห่

หน้าล็อบบี้ของโรงแรมสุดหรู  ฉินเฟิงควงไป๋หลีก้าวเข้ามา

ทั้งสองดึงดูดความสนใจจากทุกคนทันที ฝูงชนเริ่มคาดเดา ว่าเขาและเธอเป็นใคร

หนึ่งเป็นหนุ่มหล่อ ดูดี

มีท่าทีแข็งแกร่งและกล้าหาญ

อีกหนึ่งเป็นสาวสวยที่เพียงมองก็สัมผัสได้ถึงความเจิดจรัสและเฉิดฉาย

นี่ทำให้ผู้คนคาดเดาไปต่างๆนาๆ

แต่ขณะเดียวกันก็เริ่มระแวดระวัง

“มิสเตอร์ นี่คือคีย์การ์ดห้องของคุณ

กรุณารับมัน ทางเรามีบริการบุฟเฟ่ต์เตรียมไว้ให้คุณในทุกๆวัน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณสามารถสั่งอาหารให้ไปเสิร์ฟถึงห้องได้เช่นกัน

และในระหว่างช่วงเวลาพัก ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของคุณ จะถูกดูแลโดยกลุ่มหวันซ่ง!”

พนักงานสาวในเคาท์เตอร์กล่าวอธิบายฉินเฟิงด้วยรอยยิ้มแย้ม

ยื่นคีย์การ์ดห้องพักที่ใส่ไว้ในบัตรอวยพรสุดหรู อีกทั้งเบื้องหลังบัตร

ยังมีหมายเลขอุปกรณ์สื่อสารของเธอเขียนเอาไว้ พร้อมประทับรอยลิปติกข้างๆ

“ขอบคุณ” ฉินเฟิงรับบัตรอวยพรมา

ละความสนใจจากเบอร์ของเธอโดยสิ้นเชิง และส่งมันให้กับไป๋หลี

“ที่รัก โรงแรมอยู่ติดทะเล

พวกเราไปอาบแดดกันเถอะ ฉันอยากอวดชุดว่ายน้ำให้ที่รักดูจะแย่อยู่แล้ว!”

ฉินเฟิงยิ้มและกล่าว “โอเค

งั้นไปเปลี่ยนชุดว่ายน้ำกันก่อน”

ไป๋หลีไม่ทราบเลยว่ามีใครบางคนกำลังขยี้เท้าอยู่เบื้องหน้าเธอ

ขณะที่เธอกำลังลากฉินเฟิงเข้าห้องด้วยความสุข

สายตาของพนักงานสาวก็คอยมองตามแผ่นหลังของทั้งสองด้วยความอิจฉา

ระคนเสียดายที่พลาดเหยื่อไป ...

ที่นี่คือโรงแรมหรูหราอันดับหนึ่งในเมืองไห่

ดังนั้นเป็นธรรมดาที่จะสร้างขึ้นใจกลางเมือง แต่ใจกลางเมืองที่ว่าแตกต่างจากเมืองอื่นๆที่เป็นจตุรัส

ภายในเมืองไห่กว้างใหญ่ และพิเศษกว่านั้นมาก

มันมีสภาพเป็นชายหาดขนาดย่อม พื้นสีทอง

เม็ดทรายละเอียดอ่อน น้ำทะเลสีคราม ใสจนสามารถก้มลงมองเห็นถึงข้างล่างได้

เวลานี้รอบชายหาดเต็มไปด้วยสาวสวยในชุดว่ายน้ำ

ช่วยหนุนเสริมให้ทิวทัศน์ยิ่งดูงดงาม ตื่นตาตื่นใจมากยิ่งขึ้น

ไป๋หลีพอมาถึงห้อง

ก็ถอดเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว เปลี่ยนไปใส่ชุดบิกินี่สีขาวราวหิมะ

ชุดว่ายน้ำช่วยขับดันทรวดทรงของเธอ

เผยให้เห็นถึงความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน้าอกที่ได้รับการปรับเพิ่มลดขนาดจนเหมาะสม ชวนให้ผู้คนที่เฝ้ามองสัมผัสได้ถึงเลือดกำเดาอุ่นๆที่แทบจะทะลักออกทางจมูก

ยังไม่พอ นอกจากชุดว่ายน้ำ

เธอยังสวมชุดคลุมสีทองโปร่งแสงทับไว้อีกชั้นหนึ่ง

ชุดคลุมดังกล่าว

เมื่ออยู่ภายใต้แสงจากดวงอาทิตย์ มันโดดเด่นสะดุดตามากๆ!

มิใช่ใดอื่น ชุดคลุมโปร่งใสที่ว่า

คือชุดคลุมที่ทำมาจากปีกของนางพญามดทองนั่นเอง!

หากโจวฮ่าวรู้เรื่องนี้

เกรงว่าเจ้าตัวคงกระอักเลือด

เพราะนี่คือปีกของเสี่ยวหวง

ปัจจุบันฉินเฟิงสามารถคุมเลือดกำเดาในจมูกไม่ให้ไหลได้แล้ว

เนื่องจากเขาอยู่กับไป๋หลีตลอดเวลา คุ้นเคยกันดี

แต่ตอนนี้บอกตามตรงว่าไป๋หลีช่างยั่วยวนและสะดุดตามากจริงๆ

ฉินเฟิงไม่ใช่คนที่ใส่ใจเรื่องแฟชั่นมากนัก

เขาสวมเพียงกางเกงชายหาดสีฟ้าแบบเรียบๆกับรองเท้าแตะ เดินตามไป๋หลีออกจากโรงแรม

มุ่งหน้าสู่ใจกลางเมืองไห่

ทิวทัศน์เบื้องหน้าราวกับว่าโลกยังมิได้ก้าวสู่ยุคโลกาวินาศ

มันช่างสงบสุข ให้ความรู้สึกสบาย

ฉินเฟิงสวมแว่นกันแดด

ทิ้งตัวนอนลงบนเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์

กลิ่นอายเดือดพล่านที่เกิดจาการต่อสู้ต่อเนื่องช่วง 2 - 3

วันก่อนที่ฝังลึกลงในกระดูก คล้ายถูกท้องฟ้าสีครามและเมฆสีขาวชะล้างออกไปจนสิ้น

“ฉินเฟิง เป็นคุณจริงๆด้วย ฮ่าฮ่า”

เสียงๆหนึ่งแว่วเข้ามา ฉินเฟิงเงยหน้าขึ้น และค้นพบว่าเป็นคนรู้จักของตน --

---ตันหยูแห่งกลุ่มซ่งเฉิง

“อ้าวตันหยู คุณเองก็มาด้วยหรือ?”

แม้ปากจะกล่าวเช่นนั้น แต่ฉินเฟิงไม่ได้ประหลาดใจ เพราะงานประมูลครั้งใหญ่เช่นนี้

กลุ่มมากอิทธิพลจะปรากฏตัวขึ้นมันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

ดังนั้นกลุ่มซ่งเฉิงมาที่นี่ ถือว่าเป็นเรื่องปกติ

“ฉันได้ยินมาว่าคุณทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมากในเมืองหาน

ทั้งยังได้ขึ้นเป็นเลเวล E แล้วด้วยใช่ไหม?” ในสายตาของตันหยู

ปรากฏถึงร่องรอยของการสอบสวน

เพราะยังไงซะ

ช่วงเวลาที่พวกเขาพบกันเมื่อหนึ่งเดือนก่อน

ฉินเฟิงยังเป็นบุคคลที่กระทั่งโลโก้เลเวล F ยังไม่มี แต่ปัจจุบันก้าวขึ้นสู่เลเวล

E เสียแล้ว

“ใช่ แต่ที่ทำได้ถึงขนาดนั้นเป็นเพราะมีผู้บัญชาการจากทางฟูเฉิงคอยช่วยเหลือ”

ฉินเฟิงกล่าว

“เป็นเรื่องที่ดีจริงๆ

ขอแสดงความยินดีด้วย!” ตันหยูกล่าวกับฉินเฟิง แสดงท่าทีคล้ายระแวดระวังมากขึ้น

กระทั่งในน้ำเสียง ยังแฝงไว้ซึ่งความเคารพ

มองไปยังฉินเฟิงที่คล้ายทิ้งตัวนอนอย่างเบื่อหน่ายบนเก้าอี้ชายหาด

ตันหยูเผยยิ้มและกล่าว “คุณต้องการให้ฉันช่วยหาสาวๆมาบริการไหม

หรือจะเลือกชี้ที่ถูกใจเลยก็ได้ ฉันช่วยจัดการเรื่องนี้ให้ได้

โดยไม่มีใครกล้าคัดค้าน เพราะทางกลุ่มของพวกเรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับเมืองไห่!”

“แล้วไอ้ที่ว่าบริการน่ะ

มันบริการอะไร?” เสียงอันแผ่วเบาแต่น่าสยองขวัญดังขึ้น

ตันหยูหันหน้าตามเสียง

และพบกับร่างของไป๋หลี แสงสีทองสะท้อนมาจนเขาต้องหรี่ตาลง

ใบหน้าของไป๋หลีเป็นสิ่งที่หากได้มองเพียงครั้งก็จะไม่มีวันลืมเลือน

ตันหยูเองก็เช่นกัน ยิ่งพอได้เห็นชุดคลุมสีทองของเธอที่แผ่รังสีแสงสีเงินออกมา

เขาก็คิดในใจทันทีว่าฉินเฟิงชักจะเอาใจแฟนสาวคนนี้มากเกินไปแล้ว!

มุมปากของเขากระตุก

ยกมือปัดป่ายไปมาอย่างร้อนรน “ไม่ ไม่มีอะไร!”

ไป๋หลีจ้องตันหยูพักหนึ่ง

กล่าวได้ว่าบางครั้งสัญชาตญาณเธอเป็นเลิศ แต่บางครั้งก็โก๊ะอย่างไม่น่าเชื่อ

“ที่รัก ไปเล่นวอลเลย์บอลชายหาดกัน!”

ไป๋หลีเอื้อมมือไปลากฉินเฟิงขึ้นมา พลางชี้ไปข้างหลังและกล่าว

“หนุ่มๆกลุ่มนั้นชวนฉันไปเล่นด้วย”

ฉินเฟิงเงยหน้าขึ้น

ใบหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นหม่นทะมึน!