ตอนที่ 905

Ep.905 - แบ่งเค้ก

คราวก่อนฉินเฟิงถูกเหอเทียนสิงบีบให้ต้องจากมา

ประจวบกับเขาต้องไปร่วมงานประลองลูกรักของพระเจ้าที่เมืองหลวงมังกร

ทำให้เรื่องราวในมิติธารโลหิตต้องล่าช้าออกไป

ถูกปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานานกว่าสองเดือน

กระทั่งไป๋หลีก็ไม่ได้ไปเฝ้ารักษาการที่นั่น แต่ด้วยเทคโนโลยีจักรกลที่ทรงประสิทธิภาพ

กลุ่มเฟิงหลีย่อมไม่ถูกกลั่นแกล้ง หรือขับไล่ออกมาอีก

แน่นอน เหตุผลที่สำคัญที่สุด

ก็คือเหอเทียนสิงไม่ได้อยู่ที่นั่นอีกต่อไป!

“ทำไมจู่ๆคลิฟส์ถึงยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดกันนะ?”

ในฐานะผู้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากมิติธารโลหิต

หากคลิฟส์ยึดครองมิติธารโลหิตแบแบนี้ต่อไปเรื่อยๆ

อีกฝ่ายจะสามารถยกระดับขึ้นเป็นเลเวล S ได้

เห็นๆกันอยู่ว่ามิติแห่งนี้สำคัญต่อเขาขนาดไหน

ยิ่งเป็นเรื่องหยิบฉวยผลประโยชน์ คลิฟส์ไม่เป็นสองรองใคร

แล้วทำไมจู่ๆถึงใจดีคิดใช้สันติวิธี?

แต่จะยังไงก็ช่าง เพราะฉินเฟิงกวาดสมบัติไปเยอะแล้วในช่วงแรก

แม้สุดท้ายถูกขับไล่ออกมา ดังนั้นเมื่อซูซิงฝูเอ่ยเตือนเขา

ฉินเฟิงก็ตัดสินใจว่าจะไป

ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่ว่า ด้วยสถานะของเขาในตอนนี้

ไม่ควรเข้าร่วมงานสวนล่าใบไม้ผลิของพวกเด็กๆอีก ประจวบกับตามความทรงจำของเขา

ในเร็วๆนี้ยังไม่มีเหตุการณ์สำคัญใดๆเกิดขึ้น

“งั้นผมจะลองแวะไปดูแล้วกัน” ฉินเฟิงกล่าว

หลังจากนั้น ฉินเฟิงร่วมเดินทางไปกับกองทัพกลุ่มเฟิงหลี

มุ่งหน้าสู่มิติธารโลหิต

คลิฟส์เชื้อเชิญทุกคนไปยังฐานที่เขาสร้างขึ้น

ที่นี่เต็มไปด้วยป้อมปราการเสริมเหล็กที่ทำจากดิน

กลายเป็นตึกรามที่ยอดเยี่ยมที่สุดในตอนนี้

ยังไงก็ตาม ไม่ได้มีเลเวล S มาเข้าร่วมประชุมที่นี่

คลิฟส์ออกปากเชิญเฉพาะผู้ใช้พลังเลเวล A

แม้มิติธารโลหิตจะเต็มไปด้วยสมบัติล้ำค่าดั่งทองคำ แต่เลเวล S

ไม่มีความคิดประจำการอยู่เป็นเวลานาน เพียงทิ้งลูกน้องเลเวล A ไว้เบื้องหลัง

ฉินเฟิงมาถึงหน้าทางเข้า

พบว่ายามเฝ้าประตูเป็นถึงผู้ใช้พลังเลเวล B วันนี้มีคนเข้าๆออกๆที่นี่เยอะมากๆ

แต่สังเกตได้ชัดว่าเลเวล B ลงไปไม่มีสิทธิ์เข้ามาที่นี่

ฉินเฟิงสามารถยกระดับขึ้นเป็นเลเวล A ได้แล้ว บวกกับตราบนอกเขา

ทำให้ช่วยประหยัดเวลาอธิบายได้มากโข

เมื่อถึงเวลาเที่ยงตรง ผู้ใช้พลังเลเวล A ทั้งหมดก็มารวมตัวกัน

“ปิดประตูได้!” คลิฟส์สั่งการ

ผู้ใช้พลังระดับสูงมักจะไม่ทำอะไรตามอำเภอใจเพียงเพราะพวกเขามีความแข็งแกร่งกว่าคนอื่นๆ

ตรงกันข้าม พวกเขารักษาเวลาเป็นอย่างมาก ส่วนหนึ่งเพราะเวลาของตัวเองมีค่าเช่นกัน

คนที่คลิฟส์เชิญมา เมื่อถึงเวลานัดหมาย

ทั้งหมดได้มาอยู่ที่นี่แล้ว แน่นอนว่าคนที่ไม่ได้รับเชิญ ก็มาอยู่ที่นี่เช่นกัน

คลิฟส์ยืนอยู่บนเวที อ้าปากป่าวประกาศ

“ครั้งนี้ที่ฉันเชิญทุกท่านมา

ฉันเชื่อว่าทุกท่านคงรู้อยู่แล้วว่าฉันต้องการจะบอกอะไร ยังมีสถานที่อีกหลายจุดในมิติธารโลหิตที่ยังตกสำรวจ

ไม่มีใครเป็นเจ้าของ แต่พวกเราในที่นี้ กลับเข่นฆ่าแย่งชิงอาณาเขตกันเอง

ถ้าอีกฝ่ายเป็นกองกำลังมืดก็คงไม่เป็นไร แต่เมื่อเร็วๆนี้

ฉันพบว่าหลายคนในกลุ่มพันธมิตรมนุษย์ เริ่มต่อสู้เข่นฆ่ากันเอง

นี่มันจะเลวร้ายเกินไปแล้ว!”

คลิฟส์บนเวทีกล่าวด้วยอย่างชอบธรรมว่า

“เรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้น พวกเราควรแข่งขันกันอย่างสันติ

ได้รับผลประโยชน์อย่างยุติธรรม ไม่ต้องพูดถึงพวกเราทั้งหมดที่นี่

ต่างมีเจ้านายเป็นผู้ใช้พลังเลเวล S

ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลที่เราไม่ควรทะเลาะกันจนเลยเถิด”

คำพูดของคลิฟส์ ทำให้สีหน้าของผู้คนด้านล่างเวทีเปลี่ยนไป

หากประโยคเมื่อครู่เอ่ยเพียงท่อนแรก พวกเขาคงหัวเราะเยาะ

แต่ประโยคท่อนหลังของคลิฟส์ ได้เอ่ยยกตัวตนทรงอำนาจเลเวล S ขึ้นมา

เรื่องนี้บังคับให้คนอื่นๆต้องให้ความสำคัญกับมัน

หากมีตัวตนทรงอำนาจเลเวล S เข้ามาเกี่ยวข้อง เห็นได้ชัดว่าคิดทำอะไร

พวกเขาต้องวางแผนให้ดี

“คลิฟส์ นายตั้งใจจะทำอะไรกันแน่”

“นั่นสิ ไม่จำเป็นต้องมาแสร้งทำตัวเป็นคนดีที่นี่ นายคิดอะไร

ก็พูดออกมาตรงๆเลย!”

“ถ้ามันสมเหตุสมผล พวกเราจะเห็นด้วยเอง!”

ฝูงชนตะโกนไม่หยุด

คลิฟส์ไม่มีความคิดจะปกปิด หน้าจอยักษ์ถูกฉายขึ้น ในไม่ช้า

แผนที่รอบๆสมรภูมิธารโลหิต

ห่างไกลออกไปนับพันนับหมื่นกิโลเมตรที่ได้รับการสำรวจคร่าวๆ ถูกปล่อยออกมา

ฝูงชนในปัจจุบันรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่คิดว่าคลิฟส์จะครอบครองแผนที่ที่มีรายละเอียดถึงขนาดนี้

แต่นั่นก็สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจน ถึงความทะเยอทะยานของคลิฟส์

“ปัจจุบัน พวกเราในที่นี้

และทุกคนล้วนต้องการเป็นผู้ได้รับส่วนแบ่งจากมิติธารโลหิต แผนที่นี้

ต่อไปจะถูกใช้เป็นแผนที่สาธารณะ

มันจะถูกมอบให้กับผู้ใช้พลังทุกคนที่เข้าสู่มิติธารโลหิต ยกเว้นเลเวล S”

“และอีกเรื่อง ในวันนี้ พวกเราจะแบ่งอาณาเขตของตนบนแผนที่

และลงนามทำสัญญาร่วมกัน ใครก็ตามที่ผิดสัญญา จะถูกคนอื่นๆร่วมกันขับไล่!”

“แน่นอน สำหรับคนที่ต้องการเข้าร่วมในภายหลัง

ถ้าต้องการเข้ามาครอบครองอาณาเขตใดอาณาเขตหนึ่ง ก็ต้องไม่ไปเหยียบอาณาเขตของคนอื่น

ถ้าเรื่องนี้ทำไม่ได้ ข้อตกลงของพวกเราคงยากจะควบคุม”

ทุกคนที่มาร่วมประชุมไม่ใช่คนโง่

อีกอย่างในกลุ่มใหญ่ก็มักเจอเรื่องราวประมาณนี้อยู่แล้ว มันเรียกว่าการตัดแบ่งเค้ก

ปัจจุบัน มีผู้คนในที่นี้มากกว่า 100 คน

แม้หลังจากแบ่งเค้กอาจได้พื้นที่ไม่มาก แต่หลังจากวันนี้ไป

หากมีคนคิดก้าวเข้าหาตัดหน้าเค้กเพิ่มอีก

คนกลุ่มนั้นจะไม่มีทางได้รับเค้กในส่วนที่พวกเขาครอบครอง

ต้องไปหาที่ปักหลักในตำแหน่งอื่น สร้างเค้กขึ้นมาเอง แล้วทานเอง

และแน่นอน ว่าหากคิดทำเอง

ย่อมไม่ดีเท่าเค้กที่คนอื่นทำไว้ล่วงหน้า

ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่ว่า ในมิติธารโลหิต

ไม่ใช่ทุกที่จะลงหลักปักฐานได้ มีแนวโน้มเป็นไปได้สูง

ว่าอาจเกิดมิติทับซ้อนได้ตลอดเวลา

คนอื่นๆเมื่อเห็นแผนที่ของคลิฟส์ ต่างพากันพยักหน้า

ดูเหมือนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวทางนี้

แต่ก็ยังมีบางคนตั้งข้อสงสัย

“คลิฟส์ ถึงวิธีของนายมันจะดูโบราณไปบ้าง แต่ก็ยังพอรับได้

ยังไงก็ตาม พวกเราจะใช้วิธีไหนจัดแบ่งอาณาเขตกัน?”

คลิฟส์เมื่อได้ยินใครบางคนเอ่ยถาม

ในหัวใจก็ร่ำร้องว่าโอกาสดีกำลังมาถึงแล้ว

“ง่ายๆ แค่จัดสรรพื้นที่กันตามกำลังรบของพวกคุณ

การที่สามารถเข้ามาในมิติธารโลหิตได้ หมายความว่าทั้งหมดเป็นกลุ่มใหญ่

สำหรับผู้ใช้พลังเลเวล A หนึ่งคนจะได้รับพื้นที่ 100 กิโลเมตร

สำหรับผู้ใช้พลังเลเวล S หนึ่งคนจะได้รับพื้นที่ 1,000

กิโลเมตร แต่ละกลุ่มจะได้รับการจัดแบ่งพื้นที่ตามจำนวนผู้ใช้พลังระดับสูง

แต่ถ้าใครก็ตามที่ไม่มีกลุ่ม แต่ต้องการได้รับส่วนแบ่ง คุณต้องรอให้คนที่มีกลุ่มเลือกให้เสร็จก่อน

จากนั้นค่อยเลือกอาณาเขตของตัวเอง”

แน่นอน ต่อให้คุณเดินทางมาที่นี่เพียงลำพัง และได้รับอาณาเขต

100 กิโลเมตร แม้มันอาจฟังดูเยอะ แต่สำหรับผู้ใช้พลังเลเวล A 100

กิโลเมตรในหัวเซี่ย พื้นที่ของมันกว้างไม่ถึงระดับภูมิภาคด้วยซ้ำ

ฉินเฟิงไม่ทันเอ่ยปากโต้แย้ง

ฝูงชนในที่ประชุมก็ระเบิดเสียงโวยวายออกมา

“ฉันมีความสัมพันธุ์ที่ดีกับเทพร้อยบุปผาลอร์เรน

และเทพอัสดงจูหลิง บวกกับเลเวล A ในกลุ่มของฉัน อย่างน้อยควรได้รับอาณาเขตราวๆ

2,700 กิโลเมตร!”

“กล้าพูดว่าความสัมพันธ์ที่ดีงั้นหรอ

นายแค่บังเอิญได้พูดคุยกับพวกเขาไม่กี่คำก็เท่านั้น เรื่องนี้ฉันฟังนายโม้มาเป็น 10

ปีแล้ว

อย่าคิดยกอ้างเป็นความสำเร็จของตัวเอง!”

“ไร้สาระ! มันน่าภูมิใจนักรึไงแค่ได้คุยกับเลเวล S

ด้วยความแข็งแกร่งของฉัน ฉันสามารถโค่นคนในที่นี้ได้ถึง 5 คนด้วยตัวคนเดียว

งั้นทำไมฉันถึงไม่ได้ครอบครองพื้นที่ 500 กิโลเมตรเล่า?”

“นี่แกกล้าลบหลู่ท่านผู้ใหญ่เลเวล S อย่างงั้นหรอ

ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วรึไง!”

วิธีการจัดสรรเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าไม่เป็นที่พอใจของหลายๆคน

ฉินเฟิงมองคนเหล่านี้โต้เถียง ทะเลาะกันจนหน้าดำหน้าแดง

รู้สึกขบขันอย่างบอกไม่ถูก

อย่างไรก็ตาม เรื่องไร้สาระแบบนี้

เกรงว่าต่อให้เถียงกันอีกหลายวันก็ยังไม่ได้ข้อสรุป

แต่ในตอนนั้นเอง

ทุกคนพลันสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันน่าสะพรึงโถมกวาดเข้ามา เบื้องหลังคลิฟส์

เงาร่างของบุคคลหนึ่งค่อยๆปรากฏขึ้น

และด้วยกลิ่นอายที่เงาร่างปลดปล่อย

บ่งบอกชัดว่าเป็นตัวตนทรงอำนาจเลเวล S!

“หน้าไหนไม่พอใจกับข้อเสนอนี้ ก็ลองก้าวออกมา!”  ชายคนนั้นกล่าวเสียงหม่น