ตอนที่ 183

1/4

Ep.183 -

สังหารมนุษย์กลายพันธุ์

“ถูกผสานยีนเข้ากับหมู?

ที่ผ่านๆมาคงลำบากใจน่าดูเลยสินะเวลาแปลงร่าง” ฉินเฟิงเอ่ยเย้ยหยัน

“หุบปาก!” ได้ยินคำเหน็บแนมของฉินเฟิง

อีกฝ่ายก็กลายเป็นโกรธเกรี้ยวทันที เขาจะไม่สนใจคำพูดเหล่านี้ได้อย่างไร?

แต่การผสานยีนน่ะ ไม่ใช่หยิบแบบสุ่มๆมาแล้วจะสามารถทำได้

มันต้องมีการจับคู่ที่เข้ากันในระดับหนึ่ง

ดังนั้นเขาได้แต่ทำใจยอมรับรูปลักษณ์ในปัจจุบัน

“คอยดูเถอะ

แกเหยียดฉันได้แค่ตอนนี้แหละ เจ้าคนโง่เง่าไม่รู้ถึงความแข็งแกร่งของยีน

หลังจากนี้ไป ฉันก็จะยิ่งแกร่งขึ้นกว่าเดิมด้วยยีนที่แกดูถูก แต่น่าเสียดาย

ที่แกคงอยู่ไม่ถึงวันนั้น เพราะฉันจะเป็นคนฆ่าแกที่นี่

แล้วสุดท้ายศพแกก็จะถูกปู้ยี้ปู้ยำ มีค่าแค่ในฐานะเซลล์ที่ถูกขึ้นเขียงทดลอง!”

อันที่จริงหากฉินเฟิงยอมรับการฉีดยีนกลายพันธุ์

ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขา เจ้าตัวจะต้องทรงพลังมากอย่างแน่นอน

และหากกรณีที่ว่าเกิดขึ้น

โชคชะตาของเขาคงกลายเป็นไร้คู่เปรียบ ใครมาขวางคงถูกบดขยี้ไม่มีเหลือ

ตรงกันข้ามอาจเป็นฝ่ายอื่นเสนอตัวแก้แค้นให้เขาด้วยซ้ำ

เพราะนี่คือยุคที่ผู้แข็งแกร่งจะได้รับการเคารพและประจบประแจง

อย่างไรก็ตาม

คำถามที่ว่าฉินเฟิงต้องการได้รับยีนกลายพันธุ์หรือไม่ คำตอบคือ

เขายอมตายซะดีกว่า!

เนื่องจากเมื่อยีนได้รับการดัดแปลงอย่างต่อเนื่อง

รูปลักษณ์ของคนที่ถูกฉีดจะเปลี่ยนไป

ตัวอย่างเช่นกลายเป็นมนุษย์หมูเหมือนศัตรูตรงหน้า

ไหนจะสติปัญญาที่ลดหลั่นลงอย่างรวดเร็ว ดวงตาที่ตอนแรกเป็นสีแดงเลือด

ปัจจุบันค่อยๆกลายเป็นสีดำ

เขาค่อยๆสูญเสียจิตสำนึก

หลงเหลือเพียงสัญชาตญาณในการต่อสู้

“โฮกกก!”

มนุษย์กลายพันธุ์หมูเกรี้ยวกราด

หนึ่งหมัดซัดออก บังเกิดเสียงสนั่นดั่งฟ้าร้อง

แรงกดดันจากทั้งร่างกายปะทุขึ้นอย่างกระทันหัน นำมาซึ่งพลังมหาศาล

เปรี้ยง!

ราวกับรถบรรทุกขนาดใหญ่

ส่งผลสะท้อนตามมา

ฉินเฟิงเอี้ยวหลบ ยกกำปั้นขึ้น

ระเบิดมันสวนกลับใส่มนุษย์กลายพันธุ์

ตูม!

หมัดนี้กระทุ้งเข้าใส่ท้องมนุษย์กลายพันธุ์โดยตรง

ภายใต้เสื้อผ้าที่ฉีกขาด

สามารถมองเห็นระลอกคลื่นที่กระเพื่อมไหวบนผิวหนังได้อย่างชัดเจน

แม้หนังของมนุษย์กลายพันธุ์หมูจะทนทาน แต่ปัจจุบันมันเริ่มฉีกขาดจนเห็นเนื้อสดๆ

ตูม!

อีกหนึ่งกำปั้นซัดออก!

ตูม ตูม ตูม!

มนุษย์กลายพันธุ์หมูที่ตอนแรกไม่แยแสสิ่งใด

ปากที่เคยเปล่งเสียงคำรามดุร้าย บัดนี้เริ่มส่งเสียงกรีดร้อง

มันรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดแสนสาหัสบนผิวหนัง แต่ละหมัดช่างบาดลึก บดขยี้ลำไส้ตน

ราวกับต้องการให้แหลกเป็นชิ้นๆ

ความเจ็บปวดนี้ทำให้มันกวัดแกว่งสองแขนอย่างบ้าคลั่ง

พยายามต่อสู้ขัดขืน

ฉินเฟิงหลบเลี่ยงการโจมตีของมนุษย์กลายพันธุ์หมูอย่างราบรื่น

ไม่เพียงแค่นั้น แต่เขายังฉวยโอกาสรุก กดดันอีกฝ่ายอย่างหนัก

กระทุ้งหมัดใส่ต่อเนื่อง บีบบังคับอีกฝ่ายล่าถอยจนแผ่นหลังติดผนัง

หมัดแล้วหมัดเล่าซัดเข้าใส่อย่างไม่หยุดยั้ง

ผลกระทบจากมันทำเอาผนังเริ่มเกิดรอยบุ๋มขนาดใหญ่

ฉินเฟิงคว้าผมของอีกฝ่าย

ฉุดลากร่างกายอันใหญ่โตที่บัดนี้อยู่ในสภาพคล้ายกำลังถูกยัดเข้าไปในกระป๋อง

ร่างที่มีน้ำหนักอย่างน้อย 400 จิน ราวกับเก็บตุ๊กตาพังๆในมือของเขา

โครม!

ฉินเฟิงสะบัดหน้าศัตรูกลับไปยังฝั่งกำแพง

กดเอาศีรษะมนุษย์กลายพันธุ์หมูกระแทกเข้าใส่รอยบุ๋มนั่นอีกครั้ง ยื่นเท้าออกไป

แล้วกระทืบซ้ำลงบนแผ่นหลังของศัตรู

กร๊อบ!

ได้ยินถึงเสียงกระดูกหักดังลั่น

มนุษย์กลายพันธุ์หมูเปล่งเสียงกรีดร้องน่าสงสาร

การต่อสู้ดำเนินไปไม่ถึง 5 นาที

มนุษย์กลายพันธุ์หมูก็ถูกกำจัด กลายเป็นเศษเนื้อไปโดยฉินเฟิง

หากจะให้บอกบรรยายสักนิดๆหน่อยๆเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของราชันย์เลเวล

F คนนี้แล้วล่ะก็ คงจะเป็นคำว่า ‘อ่อนแอเกินไป!’

อย่างไรซะเขาก็เป็นแค่ราชันย์ปลอมๆ

ในขณะที่พลังรบของฉินเฟิง

อยู่ในระดับราชันย์ที่แท้จริง เป็นราชันย์สัตว์ร้ายในร่างมนุษย์!

ศาสตราจารย์หวางที่กำลังเฝ้ามองเหตุการณ์

ระเบิดเสียงสบถด้วยความโกรธทันที

“ไอ้ตัวไร้สมอง แค่จับเขามาให้ฉันก็ยังทำไม่ได้

โง่สมกับยีนส์ที่ได้รับไปจริงๆ!”

ภายใต้เสียงสบถโวยวายของศาสตราจารย์หวาง

นักสู้คนอื่นๆเริ่มฉีดยา รูปลักษณ์ปรับเปลี่ยนแตกต่างกันออกไป

ฉินเฟิงที่ยืนอยู่กลางระเบียงทางเดิน

เฝ้ามองร่างกายของเหล่าศัตรูเกิดการเปลี่ยนแปลง ก้อนเนื้อขยุกขยิกไปมาราวกับปีศาจกำลังเต้นระบำ

มนุษย์กลายพันธุ์หลากหลายสายพันธุ์ เผยโฉมออกมาอย่างต่อเนื่อง

มีดกษัตริย์ครามถูกชักออก

วาดสะบัดเข้าใส่มนุษย์กลายพันธุ์ที่ดูคล้ายสิงโตเบี้องหน้าเขา

“มีดเปลวเพลิง!”

ภายใต้เปลวเพลิงที่ลุกโชน

มนุษย์กลายพันธุ์ไม่น้อยหน้า ตะปบกรงเล็บสวนกลับไปเช่นกัน

ตลอดทั้งแขนของเขามีสภาพไม่แตกต่างไปจากขาหน้าสิงโต ขาหลังเองก็แข็งแกร่งมั่นคง

ช่วยส่งแรงปะทะได้เป็นอย่างดี

ฉัวะ!

ยังไงก็ตาม

ใบมีดกษัตริย์ครามของฉินเฟิงน่ะคมมาก วินาทีที่ปะทะใส่กันและกัน

มันก็สามารถสะบั้นทั้งกรงเล็บและอุ้งเท้าไปได้อย่างง่ายดาย

“อ๊ากกกกก!”

มนุษย์กลายพันธุ์สิงโตคำรามโหยหวน

เสียงแผดก้องจนเกือบจะก่อตัวเป็นระลอกคลื่นในอากาศ

‘คลื่นเสียงโจมตี!’

ท่าดังกล่าวนี้

ไม่เพียงเป็นท่าที่มุ่งโจมตีเข้าใส่พลังสมาธิ แต่ยังสามารถทะลุแก้วหู

แล้วก่อผลกระทบให้คนที่รับฟังมันเต็มๆให้กลายเป็นอัมพาตได้

อย่างไรก็ตาม

ฉินเฟิงเคยผจญกับเสียงอื๊ออ๊าในค่ายชั่วคราวมาแล้วหลายคืน

ฉะนั้นย่อมล่วงรู้ถึงวิธีต้านทานท่าคลื่นเสียงโจมตีนี้เป็นอย่างดี

กำลังภายในถูกกระตุ้น

ไหลเวียนไปตามร่างกาย ปกคลุมหูทั้งสอง พลังสมาธิเองก็ถูกกระตุ้นในทำนองเดียวกัน

พุ่งแทงเข้าใส่สมองของสิงโตกลายพันธุ์สวนกลับไป

“โอ ---”

การโจมตีด้วยคลื่นโซนิคบูมถูกขัดขวางลงอย่างกระทันหัน

แม้อีกฝ่ายจะพยายามแหกปากตะโกนออกมาอีกครั้ง แต่เสียงที่เปล่งออกมา

กลับหลงเหลือเพียงเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด

มนุษย์กลายพันธุ์สิงโตยกสองมือขึ้นกุมศีรษะ ร่วงล้มลงกับพื้น

แต่เจ้าตัวกลับพบว่าอุ้งเท้าอีกข้างก็ถูกตัดออกไปแล้วเช่นกัน

สองคู่กรงเล็บอันแสนภาคภูมิถูกสะบั้นไม่มีหลงเหลือ โลหิตหลั่งริน

กระฉุดเข้าใส่ใบหน้าของตัวเอง

ฉินเฟิงก้าวไปข้างหน้า

โฉบไปจัดการมนุษย์กลายพันธุ์อีกคนหนึ่ง สายตาสาดประกายเย็นเยียบ

“ท่าร่างภูติพราย!”

ฉินเฟิงก้าวฉีกวูบออกจากตำแหน่งเดิม

เห็นแค่เพียงแสงสีขาวพุ่งทะลุผ่านตำแหน่งที่เขาเคยยืนอยู่ กระแทกเข้ากับผนังหนาเบื้องหลัง

วินาทีต่อมา

ผนังบริเวณนั้นก็พลันปริร้าว แตกเป็นเสี่ยงๆ กลายเป็นผลึกกระจัดกระจาย

ระยิบระยับราวกับเพชร

“นั่นมันปืนสลายอานุภาค!”

แววตาของฉินเฟิงกระพริบไหว

ปืนสลายอานุภาค

คือการดำรงอยู่ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาปืนขนาดเล็ก หากกล่าวถึงอาวุธที่ทรงประสิทธิภาพแล้วล่ะก็

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคงไม่พ้นปืนพลังงาน และปืนสลายอานุภาคนี่แหละ

กล่าวได้ว่าหากตัวตนในเลเวล E ถูกปืนสลายอานุภาคยิงเอาระหว่างการต่อสู้

เขาคนนั้นคงพ่ายแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย

เพราะนี่มันแทบจะเทียบเท่าได้เลยกับอาวุธปืนรูนสีเงิน!

มนุษย์กลายพันธุ์ที่กุมปืนสลายอานุภาค

มีรูปลักษณ์ในส่วนของดวงตาและจมูกที่แตกต่างออกไป

ระดับการกลายพันธุ์ของเขาไม่สูงมากนัก

ทว่าครอบครองความสามารถในการมองเห็นระดับสูง --- เป็นความสามารถของอินทรี

ด้วยการกลายพันธุ์นี้

ช่วยให้ระดับการมองเห็นของเขาเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก

ทั้งยังสามารถจำลองแนวโน้มของสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้เล็กน้อย

เหมือนเวลาอินทรีล่าเหยื่อ

แต่ฉินเฟิงกลับสามารถหลบเลี่ยงการโจมตีของเขาได้อย่างสมบูรณ์

ทั้งหมดนี้เป็นเพราะท่าร่างของก้าวแห่งหมอก!

ฉะนั้นพลังสมาธิที่แข็งแกร่งกับสายตาอันแหลมคมเพียงสองอย่าง

มันจะสามารถต่อกรกับสิ่งที่เรียกว่า ‘รูน’ ได้จริงๆน่ะหรือ?

ยุคสมัยนี้น่ะ

การที่ผู้ใช้อบิลิตี้ถูกกล่าวขวัญว่าเป็นอาชีพอันดับหนึ่ง

มันไม่ใช่เรื่องไร้เหตุผล!

“โอบกอดทมิฬ!”

พลังสมาธิของฉินเฟิงถูกเร่งเร้า

รูนมืดเริ่มถูกระดม ปกคลุมไปทั่วบริเวณ

สายตาอินทรีที่แต่เดิมดีกว่าคนทั่วไปถึง

80 เท่า ภายใต้โอบกอดทมิฬที่ฟุ้งไปด้วยรูนมืด กลายเป็นไร้ค่าทันที

สิ่งที่ยังถือว่าโชคดีก็คือมนุษย์กลายพันธุ์อินทรียังคงเป็นมือปืน

ดังนั้นเพียงเจ้าตัวควบรวมพลังสมาธิให้มั่น ก็สามารถระบุตำแหน่งของฉินเฟิงได้

“อยู่ตรงนั้น!”  อินทรีตระหนักถึงตำแหน่งของฉินเฟิง

แต่แล้ววินาทีต่อมา ขนทั้งร่างกายของเขาพลันลุกชูชัน

นั่นเพราะฉินเฟิงที่สมควรอยู่ห่างไปไกล

กลับมาปรากฏกายขึ้นเบื้องหลังเขาอย่างกระทันหัน!

“เป็นปืนที่ดีนี่นา”

ฉินเฟิงกล่าวเสียงกระซิบ

ยามเมื่อเสียงตกลง

มือข้างหนึ่งก็ฉกเข้าตะปบใส่ลำคอของมนุษย์กลายพันธุ์อินทรีทันที

กริ๊ก!

คอที่แสนบอบบางของอินทรีหักลงในคราวเดียว

ฉินเฟิงชิงอาวุธปืนจากอีกฝ่ายมาโดยตรง

ศพอินทรีร่วงกระแทกกับพื้นดังปุก

ความมืดที่ท่วมทับทั้งโถงสลายไป สิงโตกลายพันธุ์ที่ถูกตัดสองมือโดยฉินเฟิง

พยายามที่จะวิ่งหลบหนี

“ลำแสงแห่งความมืด!”

หากปลดปล่อยลำแสงเปลวเพลิงเกรงว่าจะไม่อาจสังหารศัตรูลงได้ในคราวเดียว

ทว่าลำแสงแห่งความมืดนั้นแตกต่า่งออกไป

เส้นแสงสีดำตกลงกลางหลังของอีกฝ่าย

พละกำลังทางกายภาพเริ่มถดถอย เซลล์เริ่มสิ้นอายุขัย

บาดแผลที่กำลังฟื้นฟูก็เริ่มเน่าเปื่อย

ราวกับระบบภูมิคุ้มกันทั้งหมดที่มีถูกทำลายลง

“โฮก … โฮ … ”

สิงโตกลายพันธุ์พยายามดิ้นรนขัดขืน

แต่ก็ไร้ซึ่งเรี่ยวแรง ฉินเฟิงยกปืนสลายอานุภาคขึ้น ยิงมันออกไป

จบชีวิตของอีกฝ่ายลงโดยตรง

ในเวลานี้

ไม่มีใครสามารถหยุดฉินเฟิงได้อีกแล้ว!

บุคลากรในบนโถงทางเดินกลายเป็นตื่นตระหนก

พวกเขาไม่คาดคิดเลย ว่าฉินเฟิงจะแข็งแกร่งถึงขนาดนี้

ยิ่งไปกว่านั้น ยังว่องไวเป็นอย่างมาก

มากจนพวกเขาไม่มีเวลาทันได้ซ่อนตัว พอคิดจะวิ่งไปข้างหน้า ก็ถูกดักเอาไว้เสียแล้ว

ราวกับเป็ดที่ถูกต้อน ไม่มีหนทางที่จะหลบหนี

ฉากนองเลือดบังเกิดขึ้น

โลหิตละเลงไปตลอดทั้งโถงทางเดิน

ฉินเฟิงราวกับปีศาจร้าย

เก็บเกี่ยวชีวิตของผู้คน ไม่ปล่อยให้ใครหลบหนีไปได้แม้แต่คนเดียว