ตอนที่ 789

Ep.789 - ออกคำสั่งละทิ้งเมือง

“เทคนิคมังกรไฟ!”

มังกรไฟขนาดใหญ่กู่คำรามก้อง

อุณหภูมิโดยรอบพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

เปลวเพลิงโหมกระหน่ำ ต้นไม้และเถาวัลย์ แผดเผาพวกมันจนสิ้น

แม้เจียงเฮ่าหลินสามารถใช้อบิลิตี้ของเขาทำลายพืชรุกรานเบื้องหน้าลงได้

แต่สีหน้าของเขากลับไม่ดูผ่อนคลายลงสักนิด ตรงกันข้าม ดูหนักอึ้งยิ่งกว่าเดิม

ขณะเดียวกัน ทางไป๋หลี

หน้าผากของเธอยับย่นเข้าหากันอย่างรุนแรง

ต้องรู้นะว่าพืชเหล่านี้มีความแข็งแกร่งในเลเวล B2 แต่ภายในมิติทับซ้อน

มีฉินเฟิงเป็นกำลังรบหลักเพียงคนเดียว

สถานการณ์ในตอนนี้ อันตรายเกินไป!

ทุกคนแอบมองไป๋หลีอย่างระแวดระวัง

เห็นได้ชัดว่าฉินเฟิงยังไม่กลับมา ในเมื่อทุกอย่างเป็นแบบนี้

พวกเขาก็ไม่สามารถจินตนาการได้เลย--

--ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากฉินเฟิงออกมาไม่ได้?

สำหรับคนอื่นๆ บางทีอาจแค่รู้สึกเสียใจ แต่สำหรับกลุ่มเฟิงหลี

, สำหรับไป๋หลีแล้ว เกรงว่ามันจะส่งผลกระทบร้ายแรง!

ทว่าในกลุ่มฝูงชน ไม่มีใครเลยที่กล้าพูดเรื่องนี้ออกไป

“รอก่อน!” ภายในจิตสำนึกของไป๋หลี

เธอรับรู้ได้ว่าฉินเฟิงยังปลอดภัย ดังนั้นไม่ถึงขั้นต้องเป็นห่วงอีกฝ่าย

ที่ต้องวิตกก็แค่อีกหวังว่าอีกฝ่ายจะไม่เผลอสะดุดล้มซะเอง

ไป๋หลีเอ่ยปากว่ารอ แต่ฝีเท้าของคนอื่นๆกลับยังไม่หยุด

นอกเมืองฉงโหลว ผู้คนเริ่มแตกฮือ หลบหนีกระจัดกระจาย

เพราะผู้ใช้พลังและชาวเมืองต่างพบว่าสถานที่ข้างนอกไม่ปลอดภัยอีกต่อไป

และไป๋หลีเองก็ทราบว่าสถานการณ์มันเลวร้ายมาก

เธอจึงตัดสินใจลงมือกวาดล้างด้วยตัวเอง

ไป๋หลีวุ่นทำลายพืชกลายพันธุ์ที่ลุกลาม

แพร่พันธุ์ขยายไปรอบเมืองจนเหี้ยน เวลาก็ล่วงเลยไปกว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว  แต่พอกลับมาถึงฐานชั่วคราว

ก็พบว่าจำนวนคนในฐานลดลงอย่างรวดเร็ว หายไปถึง ⅓ จากตอนแรก

ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีผู้ใช้พลังที่ตัดสินใจช้าบางส่วน

กำลังล่าถอยอย่างเงียบๆ แต่เมื่อเห็นไป๋หลี ทั้งหมดก็ไม่กล้าสบตาเธอ

รีบเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

ไป๋หลีตรงไปยังรถศึกบัญชาการทันที

จังหวะเดียวกันนั้นเอง

เสียงคำรามด้วยความโกรธของเจียงเฮ่าหลินสะท้อนออกมา “พวกคุณจะหนีไปไหน!

ท่านจ้าวพรมแดนยังไม่มีคำสั่งให้ล่าถอยเลย พวกคุณจะจากไปแบบนี้ไม่ได้!

ในเมืองฉงโหลวยังมีผู้คนติดอยู่อีกมาก ยอมแพ้กันง่ายๆแบบนี้ไม่ได้!”

แม้ปากเอ่ยเช่นนั้น

แต่เป็นเจียงเฮ่าหลินนั่นแหละที่หมดหวังก่อนใครเพื่อน เพราะคนแรกที่ยอมแพ้

ก็คือเจ้าเมืองแท้ๆของพวกเขา!

“เกิดอะไรขึ้น?” ใบหน้าเล็กเท่าฝ่ามือของไป๋หลีราวกับถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง

แต่อันที่จริงเธอก็พอคาดเดาในใจได้อยู่แล้ว

คนอื่นๆหันมามองไป๋หลี สีหน้าของแต่ละคนดูตึงเครียด

แต่พยายามเค้นรอยยิ้มประจบเธอ “รองผู้การไป๋ ครบกำหนดเวลาภารกิจสนับสนุนแล้ว

ฉันคงรั้งอยู่ไม่ได้อีกต่อไป”

“ส่วนฉันมีภารกิจอื่นต่อ คงต้องขอตัว!”

“ไอหย๋า

หนึ่งในเมืองที่อยู่ในความดูแลของฉันถูกผู้ใช้พลังจากองค์กรมืดบุกโจมตีกะทันหัน

ตอนนี้ฉันต้องใช้ตัวเชื่อมมิติกลับไปทันที แต่รองผู้การไป๋ คุณดูสิ

นายพลเจียงกลับไม่ยอมให้ใครจากไป เขาคิดแต่ว่าตัวเองสูญเสีย

ทั้งๆที่ทางฉันเองก็สูญเสียเหมือนกัน!”

“หึ!” ไป๋หลีส่งเสียงไม่พอใจผ่านลำคอของเธอ

จากนั้นกวาดสายตาจิกกัดมองคนในรถบัญชาการ

พวกเขารู้สึกราวกับถูกจ้องมองโดยสัตว์ยักษ์ที่น่าหวาดกลัว เหงื่อท่วมไปทั้งตัว

“ไสหัวไปให้พ้น!” น้ำเสียงของไป๋หลีเย็นเยียบและเสียดแทง

อย่างไรก็ตาม คนอื่นๆที่ได้รับฟัง คล้ายดั่งได้รับคำอภัยโทษ

ผงกหัวแยกย้ายกันไปคนละทาง

“รองผู้การไป๋ นี่ … พวกเราจะปล่อยพวกเขาไปแบบนี้ไม่ได้!”

“ปล่อยไม่ได้? ก็แค่ขยะฝูงหนึ่งจะไม่เสียดายทำไม!”

ไป๋หลีกล่าวด้วยความรังเกียจ หากเธอต้องการช่วยฉินเฟิง ยังมีวิธีอีกมากมาย

แล้วแบบนี้ยังต้องให้ตัวถ่วงมาคอยขวางทางอีกหรือ?

【ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด!】 อุปกรณ์สื่อสารของไป๋หลีส่งเสียงดังขึ้น

เธอก้มดู และพบว่าเป็นสายเรียกเข้าจากซางฮัน

“ไป๋หลี ฉันได้ยินข่าวมา ฉินเฟิงในตอนนี้ … ”

ไป๋หลีขัดจังหวะคำพูดของซางฮัน เอ่ยปากออกมาว่า

“ฉันสามารถช่วยฉินเฟิงได้ เขายังปลอดภัย!”

“งั้นก็ดีแล้ว ได้ยินแบบนี้ฉันก็โล่งใจ แต่เรื่องกำลังเสริม …

” ซางฮันพอพูดเรื่องนี้ก็เริ่มปวดหัวขึ้นมา เพราะผู้ใช้วรยุทธเทคนิคคู่ขนานเลเวล B

ไม่มีใครตอบรับคำร้องกำลังเสริมในครั้งนี้เลย

การที่ต้องปล่อยให้เมืองๆหนึ่งหายไปดั่งฝุ่นควันเช่นนี้

เป็นเรื่องยากจะทำใจจริงๆ

อย่างไรก็ตาม สำหรับภูมิภาคเหนือ

เรื่องราวประมาณนี้เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเพราะภัยธรรมชาติหรือฝีมือของมนุษย์

อย่างปราการชาตงก็เป็นตัวอย่างอย่างดี

ด้วยเหตุนี้ เมื่อไร้ซึ่งผู้ใดอาสา

ซางฮันจึงตัดสินใจยอมละทิ้งเมืองฉงโหลว

“ไป๋หลี คุณช่วยพาฉินเฟิงออกจากที่นั่นด้วย

ฉันจะประกาศถอนกำลังผู้ใช้พลังแล้ว ต้องขอโทษด้วย

ครั้งนี้ฉันสร้างปัญหาให้คุณจริงๆ”

ไป๋หลีไม่แปลกใจกับการตัดสินใจของซางฮัน กล่าวว่า

“ไม่เป็นไรหรอก ฉันจะดูแลส่วนที่เหลือเอง คุณไม่ต้องกังวลไป”

“เข้าใจแล้ว

ภารกิจนี้คุณคงได้แต้มสงครามกับเงินรางวัลไปไม่น้อย

ว่าแต่ครั้งนี้มีคำขออะไรเป็นพิเศษรึเปล่า?”

“ถามแบบนั้นฉันก็จะตอบตรงๆ … ทางคุณมีแก่นสัตว์ร้ายเลเวล

Aได้สักกี่ก้อน?”

ซางฮันถึงกับพูดไม่ออก ไอ้มีน่ะมี แต่ไม่ได้มากมายอะไรขนาดนั้น

ไป๋หลีเลียริมฝีปาก มีรางวัลพิเศษให้ก็ดี

เธอจะได้ใช้มันกำจัดความหิวที่มีในตอนนี้ไป

“เอาเถอะ ฉันกำลังยุ่ง คุณไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับฝั่งนี้หรอก

ฉันรับมือไหว”

“เข้าใจแล้ว มีคุณอยู่ที่นั่น ฉันก็วางใจ”

ซางฮันรีบวางสายทันที

เกิดความกลัวว่าไป๋หลีจะเสนอให้นำแก่นสัตว์ร้ายเลเวล A หลายร้อยก้อนออกมา

หลังวางสาย ไป๋หลีก็กดอีกหมายเลขหนึ่ง โทรหากลุ่มเฟิงหลีโดยตรง

“ส่งเรือเหาะมาหาฉัน!”

ในเวลาเดียวกัน อีกด้านหนึ่ง

ฉินเฟิงกำลังเริ่มเตรียมตัวพาฝูงชนออกจากเมือง ตอนแรกเขามาคนเดียว

แม้รถที่ขับจะเป็นรถบรรทุกขนาดใหญ่ แต่ก็ขนคนได้ประมาณ 100 คนเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม หลังเมื่อวานเคลียร์พื้นที่ชุมชนกว่าสิบแห่ง

ฉินเฟิงก็สามารถนำผู้คนออกไปได้น่าจะมากถึง 3,000 คน

คนพวกนี้พอรวมตัวกัน

ภารกิจช่วยเหลือก็กลายเป็นวุ่นวายอย่างไม่น่าเชื่อ  ฉินเฟิงเลยยอมทิ้งรถบรรทุก

เพราะจำนวนขนาดนี้ไม่ใช่สิ่งที่สามารถใช้รถขนไปได้

ยิ่งไปกว่านั้น

สถานที่แห่งนี้ยังอยู่ห่างจากนอกเมืองเพียงหนึ่งชั่วโมง ดังนั้นคงพอเดินไหว

กวนฉานถืออาวุธในมือ รวมกลุ่มกับลูกน้องเขา ในมือของทุกคน

กุมถุงบรรจุผงขับไล่สัตว์ร้ายเอาไว้

“คนหนึ่งถือเอาไว้หลายๆถุง เตรียมออกเดินทาง!” ฉินเฟิงกล่าว

“รับทราบ!”

กวนฉานพกถุงขับไล่สัตว์ร้ายไว้เองถึง 5 ใบ

มือเดียวถือไม่หมดก็หนีบแขน เผื่อไว้รับมือกับสถานการณ์ไม่คาดฝัน

ฉินเฟิงก็ทำเช่นเดียวกัน

ส่วนคนอื่นๆพกติดตัวมากบ้างน้อยบ้างตามเห็นสมควร

คนกลุ่มหนึ่งรีบหนีออกจากห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ระหว่างทาง

แวะผ่านเขตชุมชนครั้งก่อนที่ฉินเฟิงประกาศรวมพล

ฉินเฟิงมาหกโมงเช้าตามเวลานัด แต่ตอนนี้

กลับพบว่ามีคนมารอเขาไม่ถึงร้อยคน

สายตาของฉินเฟิงกวาดไปตามตึกรามรอบๆ

เหมือนรู้ว่ายังมีอีกหลายคนกำลังเฝ้ามองจากหลังผ้าม่าน

เขาถอนสายตา กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “รีบจัดขบวน

พวกผู้หญิงกับเด็กไปยืนอยู่ตรงกลาง ส่วนผู้ชายให้ยืนคุ้มกันอยู่รอบนอก

พร้อมทาผงขับไล่สัตว์ร้าย ให้เวลาสิบนาที รีบลงมือ!”

แต่คนเหล่านั้นไม่ยอมทำตามในทันที

สีหน้าแสดงออกถึงความลังเลจนเห็นได้ชัด ชายคนหนึ่งมิอาจระงับความสงสัย ต้องเอ่ยถาม

“นี่คือกำลังทหารทั้งหมดที่มีแล้วหรอ?”

วันก่อนฉินเฟิงแจ้งว่าจะมารับที่นี่ แต่พวกเขาไม่นึกเลย

ว่าในวันนี้ จะมีแค่ฉินเฟิงกับอีกไม่กี่คนอย่างกะทันหัน

“ใช่” ฉินเฟิงไม่ได้ปกปิดเช่นกัน กล่าวออกมาตามตรง

ทันใดนั้นใบหน้าของชายที่เอ่ยถามคล้ายตัดสินใจได้

ถอยหลังไปสองก้าว “ไม่ล่ะ ฉันจะไม่ไปกับพวกคุณ!”

อาศัยแค่กำลังคนเท่านี้ ย่อมไม่สามารถปกป้องพวกเขาได้

ทั้งยังมีแนวโน้มว่าหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน

จะเป็นพวกเขาเสียเองที่ถูกโยนเป็นเหยื่อของสัตว์ร้าย!

“ฉันด้วย!”

“ฉันก็ไม่ไปเหมือนกัน!”

“ฉันจะอยู่ที่นี่ รอกองกำลังใหญ่เข้ามาช่วยเหลือ!”

คนส่วนใหญ่ที่มารอข้างล่าง ค่อยๆชักฝีเท้าถอยออกไปทีละคน

ทีละคน

ใบหน้าของกวนฉานกลายเป็นน่าเกลียด

ไม่นึกเลยว่าคนเหล่านี้จะไม่ไว้พวกเขามากขนาดนี้

ต่อให้ปัจจุบันกวนฉานจะสูญเสียประสิทธิภาพในการต่อสู้ แต่เขายังมีศักดิ์ศรี!

อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา หากเป็นไปได้

กวนฉานก็หวังให้ฉินเฟิงพาแค่กลุ่มของเขาไป เพราะคนในชุมชนพวกนี้ล้วนเป็นตัวภาระ!

ฉินเฟิงไม่คิดโน้มน้าวใดๆ สั่งการทันที “คนที่เหลือตามฉันมา!”

เขาไม่หยุดฝีเท้า

ระหว่างเดินทางผู้คนช่วยกันโปะผงขับไล่สัตว์ร้าย มุ่งหน้าสู่นอกเมือง