ตอนที่ 159

1/2

Ep.159 -

ไป๋หลียกระดับ

อย่างไรก็ตาม

สิ่งนี้จะช่วยให้ไป๋หลีสามารถยืนหยัดอยู่ข้างกายเขาได้อย่างถูกต้อง

ดังนั้นยิ่งเธอได้ครอบครองชุดต่อสู้เร็วเท่าไหร่ มันก็ยิ่งดี

แม้อันเจิ้งเว่ยจะรู้สึกประหลาดใจที่ฉินเฟิงใช้วัตถุดิบระดับสูงมาทำชุดเดรส

เพราะนั่นมันไม่ถือเป็นการเสียของหรอกหรือ? อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้เอ่ยมันออกมา

เพราะยังไงซะ นับแต่สมัยโบราณกาล

คนหนุ่มที่มั่งคั่งก็มักชมชอบมอบสิ่งล้ำค่าให้กับสาวงามมาโดยตลอดอยู่แล้วมิใช่หรือ?

อีกอย่าง ฉินเฟิงคือลูกค้า หากเงินถึง

ลูกค้าต้องการอย่างไรทางเขาก็ยินดีจัดให้!

ด้วยเหตุนี้ วัตถุดิบต่างๆจึงได้รับการคัดแยกและจัดสรร

ส่วนวัตถุดิบอื่นๆ

อย่างแก่นพลังงานนายพลสัตว์ร้าย และหลายสิ่งหลายอย่างที่ได้รับมาจากเมืองหาน

สามารถขายได้เป็นจำนวนเงินที่น่าอัศจรรย์ใจ ได้มากถึง 300 ล้านเหรียญ

“ใช้หักเป็นค่าใช้จ่ายสั่งทำอุปกรณ์

100 ล้าน ส่วนที่เหลือผมขอใช้ซื้อแก่นพลังงานราชันย์สัตว์ร้ายเลเวล F”

ยังไม่พอ

ฉินเฟิงใส่เงินในบัญชีของตนเพิ่มลงไปอีก 200 ล้าน รวมทั้งสิ้นเป็น 400 ล้าน

เพื่อซื้อแก่นพลังงานราชันย์สัตว์ร้าย เลเวล F ได้มาทั้งหมด 6 แก่น

“ทางเราจะดำเนินการตามคำสั่งซื้อของคุณโดยเร็วที่สุด

และจะพยายามทำให้เสร็จภายใน 2 วัน!”

คำสั่งนี้สามารถฟันกำไรได้มหาศาล

ดังนั้นทางกลุ่มหวั่นซ่งตัดสินใจบริการอย่างดีที่สุด!

ฉินเฟิงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

หมดธุระก็เดินออกจากร้านไป

สองวันถัดมา

ฉินเฟิงกับไป๋หลีอยู่แต่ในโรงแรม มิได้ก้าวออกไปไหนแม้แต่ก้าวเดียว

กระทั่งอาหารก็สั่งให้มาส่งถึงห้อง

แก่นพลังงานทั้งห้าอยู่ในมือของไป๋หลี

ส่วนในมือของฉินเฟิง เป็นแก่นอบิลิตี้เลเวล E

ที่ใช้แต้มชนะต่อเนื่องแลกมาจากศูนย์ประลอง

“ดูดกลืน!”

ฉินเฟิงกุมแก่นขนาดเท่ากำปั้น

กลืนกินรูนจากมันอย่างรวดเร็ว

วัตถุดิบที่เคยใช้กักเก็บรูนเริ่มหดตัวลงด้วยความเร็วที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

รูนปริมาณมหาศาลถูกดูดเข้าไปรวมกับทะเลจิตสำนึกของฉินเฟิง

และเขาเตรียมพร้อมไว้อยู่แล้ว

รูนเหล่านั้นถูกดึงเข้าไปหลอมรวมกับศิลานรกอย่างรวดเร็ว

ศิลานรกได้แพร่เชื้อใส่รูนเหล่านั้น

เปลี่ยนรูนธรรมดาให้กลายเป็นรูนไฟโลกันต์

ก่อนจะไปปรากฏขึ้นอีกครั้งบนดาวเคราะห์เพชรของฉินเฟิง

ปริมาณรูนที่เพิ่มขึ้น

ส่งผลให้ในดาวเคราะห์เพชรกระจายไปด้วยจุดสีที่แตกต่างกัน

หลังจากดูดซับรูนไฟไปได้นับแสน

มันก็หยุดโคจร ระหว่างนั้นพลังสมาธิของฉินเฟิงได้ถูกใช้งานอย่างต่อเนื่อง

เพราะท้ายที่สุดแล้ว

นี่คือแก่นอบิลิตี้ของราชันย์สัตว์ร้ายในเลเวล E การดูดซับมัน

มีผลมหาศาลต่อพัฒนาการพลังสมาธิของฉินเฟิง จนสามารถทะลวงขึ้นสู่ระดับถัดไป

ก้าวเข้าสู่เลเวล F7 !

ยังไม่พอ

พลังสมาธิยังเกิดการพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เข้าสู่เลเวล F8 !

ทะยานไปอีกขั้น!

สู่เลเวล F9 !

เมื่อถึงจุดนี้

ความก้าวหน้าของพลังสมาธิถึงค่อยหยุดลง

กล่าวได้ว่า

การเดินทางสู่สวนล่าใบไม้ผลิและตะลอนทัวว์ในเมืองเฉิงหยาง

ได้ช่วยขับกล่อมให้พลังสมาธิของฉินเฟิง

ยกระดับจนเหนือล้ำยิ่งกว่าพละกำลังทางกายภาพ

ชนิดที่ว่าอีกก้าวเดียวก็จะสามารถทะลวงขึ้นสู่เลเวล E !

เมื่อลืมตาขึ้นอีกที

เขาก็พบว่าไป๋หลีดูดซึมแก่นพลังงานราชันย์สัตว์ร้ายไปมากกว่า 3 แก่นแล้ว

ความแข็งแกร่งของมันคล้ายปะทุกรุ่น จนเกือบทะลวงขีดสุด เขาจึงบอกให้หยุด

และเก็บส่วนที่เหลือเอาไว้ก่อน

เพราะฉินเฟิงยังจดจำได้ดี

ว่าในช่วงแรกที่ไป๋หลียกระดับขึ้นเป็นราชันย์สัตว์ร้ายเลเวล F

มันได้ระเบิดกลิ่นอายออกมาอย่างมิอาจควบคุม จนเป็นที่ฮือฮากันในวันต่อมา

ฉะนั้นเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ควรเกิดขึ้นซ้ำสอง

วันถัดมา

ในที่สุดอุปกรณ์สั่งทำจากกลุ่มหวันซ่งก็ส่งตรงถึงมือฉินเฟิง

ฉินเฟิงสั่งตัดชุดต่อสู้ที่สามารถสวมใส่จากภายนอกได้

มีจุดแสงสีเงินจางๆส่องประกายอยู่บนมัน ดูลึกลับและหรูหราเป็นอย่างมาก

แต่หลังจากที่ใช้กระบวนการพิเศษกักเก็บมัน ก็แทบจะไม่สามารถมองเห็นได้เลย

แน่นอน ว่าที่บอกว่ามองไม่เห็น

คือพวกสัตว์ร้ายที่ไม่สามารถมองเห็นได้

ในขณะที่ผู้ใช้พลังจะสามารถตระหนักถึงมันได้ในทันที

ว่าอุปกรณ์รูนชุดนี้หรูหราเพียงใด

ชุดต่อสู้นี้ถูกรังสรรค์ขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบ

มันมีทั้ง เสื้อ , ถุงมือ , เข็มขัด ,รองเท้าและกางเกง

อันที่จริงแล้วอุปกรณ์รูนส่วนใหญ่มักจะผลิตเป็นเกราะใน

ซึ่งการหั่นมันจนบางแล้วสวมใส่มันแนบกับลำตัว

ถือเป็นการลดทอนประสิทธิภาพที่มีลงไป แต่เนื่องจากฉินเฟิงมีวัตถุดิบเป็นจำนวนมาก

เขาจึงสามารถปรับแต่งความหนาบางของมันได้ตามต้องการ ไม่เพียงเท่านั้น

วัตถุดิบของเขายังสามารถใช้ทำเกราะในได้ถึง 2 ชิ้น

ฉินเฟิงตั้งใจว่าจะมอบให้กับโจวฮ่าวชิ้นหนึ่ง

ส่วนอีกชิ้นเป็นวังเฉิน

เพราะวังเฉินสามารถทำหน้าที่ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาได้เป็นอย่างดี!

ในอนาคต

ฉินเฟิงตั้งใจจะฝึกฝนอีกฝ่ายให้เป็นตัวตนระดับต้นๆของสถานชุมชนเฟิงหลี

อย่างน้อยที่สุด

อีกฝ่ายน่าจะได้รับตำแหน่งเป็นนายพล

ฉินเฟิงเก็บตัวมายาวนานกว่า 2 วัน

ในสุดที่เขาก็เตรียมออกจากสถานชุมชนเฉิงหยาง เจ้าหน้าที่หน่วยลาดตระเวนรู้สึกโล่งใจ

ที่งานของพวกเขากำลังจะจบลงเสียที เพราะการติดตามฉินเฟิงมีความไม่แน่นอนมากเกินไป

อย่างเช่นพวกเขายังกลัวว่าฉินเฟิงจะรู้สึกอึดอัด

หรือตระกูลซินยืนยันที่จะแก้แค้น อาจเกิดการต่อสู้ขึ้นใจกลางเมืองได้ ….

แต่สุดท้ายรถศึกก็เริ่มออกเดินทาง

และผ่านออกมาสู่พื้นที่ทุ่งล่าโดยสวัสดิภาพ

ห่างไกลออกมาจนกระทั่งไม่เห็นเมืองเฉิงหยาง ฉินเฟิงจู่ๆหักเลี้ยว

เปลี่ยนเส้นทางกระทันหัน เข้าไปซ่อนตัวอยู่ในป่า

ปรากฏหมอกสีดำลอยล่องขึ้นโดยรอบ

รถศึกของฉินเฟิงถูกซ่อนอยู่ในเงามืด ไม่มีใครสามารถค้นพบได้

“เอาล่ะ เธอเริ่มดูดซับมันต่อได้”

ฉินเฟิงกล่าวกับไป๋หลี

ไป๋หลีใกล้จะยกระดับแล้ว

ดังนั้นไม่สามารถกลับไปดูดซับแก่นพลังงานที่สถานชุมชนเฉิงเป่ยได้

มันจะเป็นการดีกว่าหากยกระดับแล้วกลิ่นอายเล็ดลอดออกมาที่นี่

ไป๋หลีกลืนกินสามแก่นพลังงานที่เหลืออยู่อย่างรวดเร็ว

ในขณะเดียวกัน

ห่างออกไปจากตำแหน่งที่รถศึกของฉินเฟิงจอดอยู่ราวๆ 20 กิโลเมตร ปรากฏ 3

ผู้ใช้พลังเลเวล E กำลังซุ่มซ่อนตัวอยู่

“ทำไมฉินเฟิงยังไม่มาสักที อย่าบอกนะว่าเขารู้แผนของพวกเราล่วงหน้า?”

“ไม่แน่ใจเหมือนกัน

แต่อดใจรออีกนิดเถอะ”

“ความแข็งแกร่งของฉินเฟิง

มันทรงพลังขนาดนั้นเชียวหรือ?”

“จากวิดีโอเขาสังหารซินกวง

และรีบหนีลงจากสังเวียนทันที ประโยคแรกบอกได้อย่างชัดเจนว่ากระบวนท่าของเขา

มันต้องเป็นอะไรที่ทรงพลังมากแน่นอน

แต่ในประโยคหลังก็ทำให้ฉันคิดว่ามันน่าจะกินกำลังภายในมหาศาลเช่นกัน

ไม่งั้นทำไมช่วง2 - 3 วันที่ผ่านมา เขาถึงเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง

ไม่ยอมออกไปไหนเลยเล่า?”

“สรุปสั้นๆว่าระวังตัวเอาไว้ก่อนก็ดี”

ทั้งสามคน ไม่มีใครกล้าดูแคลนฉินเฟิง

ในบรรดาทั้งสาม

มีคนหนึ่งเป็นอาวุโสกิตติมศักดิ์ของตระกูลซิน มีตำแหน่งคล้ายกันกับเต๋าชิชาง

หากแต่เลเวลสูงกว่า เป็นผู้ใช้พลังเลเวล E

ส่วนอีกสองคนเป็นคนที่ทางตระกูลซินทุ่มเงินมหาศาลเชื้อเชิญมา

เพื่อร่วมปฏิบัติการลอบสังหารฉินเฟิง เป็นจำนวนเงินกว่า 100 ล้าน และหากจับเป็นได้

ก็จะจ่ายเพิ่มให้อีก 10 ล้าน

ดังนั้น

พวกเขาจึงตัดสินใจร่วมปฏิบัติการ เพราะการสังหารคนน่ะ

มันง่ายกว่าพวกสัตว์ร้ายมาก!

แม้ฉินเฟิงจะทรงพลัง

แต่ก็มือแค่สองมือสองเท้า อีกอย่างฉินเฟิงยังเป็นแค่เลเวล F

ดังนั้นทั้งหมดจึงมั่นใจว่าหากร่วมมือกัน ฉินเฟิงจะต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย

แต่ปัจจุบันพวกเขารอเกินกว่าเวลาที่กำหนดมากว่า

20 นาทีแล้ว แต่ฉินเฟิงก็ยังไม่ปรากฏตัวออกมา นี่ทำให้ทั้งสามเริ่มเกิดความรู้สึกว่าบางทีอาจจะผิดแผน

ทันใดนั้นเอง

จู่ๆก็ผุดแรงกดดันน่าสะพรึงแผ่ออกมาจากในจุดที่ไกลออกไป

มันเป็นกลิ่นอายของราชันย์สัตว์ร้าย ยิ่งไปกว่านั้น

มิติโดยรอบคล้ายเกิดปรากฏการณ์ผันผวน มีรอยแยกเล็กๆบางส่วนผุดขึ้นมากลางอากาศ

สีหน้าของคนทั้งสามกลายเป็นขาวซีด

“นี่มันกลิ่นอายของราชันย์สัตว์ร้ายเลเวล

E!”

ราชันย์สัตว์ร้ายเลเวล E

นั่นหมายถึงตัวตนทรงอำนาจที่ต่อให้นำผู้ใช้พลังเลเวล E นับ 100 คนเข้าปิดล้อม

ก็ไม่แตกต่างไปจากส่งขนมป้อนเข้าปากมัน มิแคล้วถูกกัดกินเป็นอาหารว่าง!

วินาทีนี้ ทั้งสามไม่สามารถซ่อนอยู่เงียบๆได้อีกต่อไป

“ฉินเฟิงคงจะหนีไปแล้ว

พวกเราไม่ควรดักรอที่นี่อีกต่อไป รีบกลับกันจะดีกว่า!”

ทั้งหมดเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ

เมื่ออาวุโสตระกูลซินเอ่ยปากออกมา คนอื่นๆก็ตกลงอย่างรวดเร็ว

ทั้งหมดขึ้นไปบนรถศึกล่องเวหา

สตาร์ทมัน ขับมุ่งหน้ากลับสู่เมืองเฉิงหยาง

ในเวลาเดียวกัน ท่ามกลางป่า

แม้เสี่ยวไป๋จะพยายามยับยั้งกลิ่นอายเท่าที่จะทำได้ แต่กลิ่นอายของราชันย์เลเวล E

ยังคงหลุดรอดออกไป นี่ส่งผลให้สัตว์ร้ายที่อยู่รอบๆแตกกระเจิง หนีไปคนละทิศทาง

“เอาล่ะ พวกเรากลับกันเถอะ”

ฉินเฟิงถอนรูนมืดออก มุ่งไปตามเส้นทางหลักอีกครั้ง

ความเร็วของรถล่องเวหาเพิ่มสูงขึ้น

และสวนเข้ากับรถของคนบางกลุ่มบนถนน ซึ่งฉินเฟิงไม่ได้สนใจอะไร แต่ทว่า …

ทั้งสามคนในรถศึก

กลับพบว่าภายในรถล่องเวหาที่เพิ่งสวนไปคือฉินเฟิง!

“นั่นมันรถศึก”

“เป็นฉินเฟิง!”

“วกกลับไปเร็วเข้า!”

อาวุโสตระกูลซินกระแทกเบรกอย่างกระทันหัน

วกรถกลับ แล้วเหยียบคันเร่งอย่างบ้าคลั่ง ไล่ตามรถล่องเวหาของฉินเฟิง

ฉินเฟิงแต่เดิมไม่สนใจ

แต่เขาก็ยังรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลง พลังสมาธิกวาดลงไปยังรถที่ไล่หลัง

สีหน้าของเขาช่วยไม่ได้ต้องกลายเป็นเย็นเยียบ

“แส่หาที่ตาย? ฉันจัดให้!”