1/4
Ep.302 - จักรพรรดิสัตว์ร้ายแห่งถังซาน
สิบนาทีต่อมา ซูซิงฝูก็เดินทางมาถึงคฤหาสน์ของฉินเฟิง
เมื่อเห็นฉินเฟิงปลดปล่อยกำลังภายในรูปบบของเหลวด้วยตาตัวเอง
ซูซิงฝูถึงค่อยยอมรับความจริงในที่สุด
“แต่ความแข็งแกร่งทางกายภาพของผมยังอยู่แค่เลเวล E9 ,
พลังสมาธิก็เหมือนกัน ดังนั้นคงต้องตั้งใจฝึกฝนต่อไป” ฉินเฟิงสารภาพ
มีพลังพิเศษดูดกลืนที่ทรงพลังอยู่ในครอบครอง
ฉินเฟิงมั่นใจเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน
หากคนอื่นๆอยากมีความแข็งแกร่งทางกายภาพเหมือนฉินเฟิง
เกรงว่าพวกเขาจำต้องทุ่มเทพยายามอย่างหนัก ถึงจะเป็นไปได้
“ผู้ว่าการ อย่าเหน็บแนมฉันเลย ฉันก็กำลังตั้งใจฝึกอยู่นี่ไง
โถ่!” เมื่อนำตนเองมาเทียบเปรียบกับฉินเฟิง ซูซิงฝูอดรู้สึกละอายไม่ได้จริงๆ
ฉินเฟิงยิ้ม ปฏิเสธคำครหานี้ “ที่ผมโทรหาคุณและแสดงพลังเลเวล D
ให้ดู เหตุผลส่วนใหญ่ก็เพราะต้องการบอกว่า ผมจะออกไปหาประสบการณ์ข้างนอกอีกครั้ง …
ตัดสินใจแล้วว่าจะไปแนวหน้า จะกลับมาอีกทีอาจใช้เวลาถึง 3 เดือน
อยากให้คุณเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ด้วย ”
สีหน้าของซูซิงฝูกลายเป็นหนักอึ้งทันใด
แนวหน้า!
นั่นคือสถานที่ๆมนุษย์กับสัตว์ร้ายห้ำหั่นกันอย่างแท้จริง
เนื่องจากรอยแยกมิติไม่สามารถปิดผนึกได้
จึงมีสัตว์ร้ายปรากฏขึ้นมาใหม่ในทุกๆวัน
มนุษย์เลยจำเป็นต้องออกสังหารอย่างต่อเนื่องเพื่อปกป้องแผ่นดินเกิดของตนเอง
ผู้ใช้พลังเลเวล D จะต้องไปต่อสู้ที่แนวหน้า
หากชนะจะได้รางวัลมหาศาล แต่มันเต็มไปด้วยอันตราย
ดังนั้น การที่คนๆหนึ่งสามารถก้าวขึ้นสู่เลเวล D ได้
มันไม่ได้หมายความว่าเป็นเรื่องที่ดีเลย เพราะผู้ที่เสียชีวิตในแนวหน้า
มีนับไม่ถ้วน!
สมมติว่าฉินเฟิงเกิดอุบัติเหตุขึ้นที่แนวหน้า
สถานชุมชนเฟิงหลีที่ขาดเสาหลักก็จะพังทลายลงในคราวเดียว!
“ฉันเข้าใจแล้ว ฉันจะรีบทุ่มเทใช้เวลาที่มีเร่งฝึกฝนตัวเอง”
ดังนั้น
สถานชุมชนเฟิงหลีจึงต้องการใครบางคนที่แกร่งพอไว้คอยดูแล
“อ่า นั่นแหละคืออีกส่วนหนึ่งที่เรียกคุณมา
เพราะผมตั้งใจจะมอบสิ่งนี้ให้แก่คุณ” ว่าจบฉินเฟิงก็หยิบบัตรหยกออกมา
ซูซิงฝูตกใจเล็กน้อย “นี่มันตั๋วเข้าสุสานเทพสงครามไม่ใช่หรอ?
ฉันอายุเกินแล้ว ไม่มีประโยชน์หรอก อีกอย่างได้ข่าวว่าสุสานเทพสงครามหายไปแล้วนี่”
ฉินเฟิงเผยรอยยิ้มจาง “หายไปแล้วก็จริง แต่หลังจากนี้ไป
สุสานเทพสงครามจะกลายเป็นของพวกเราเฟิงหลี!”
ซูซิงฝูต้องตกใจอีกครั้ง
“สิ่งที่ผู้ว่าการอยากจะบอกก็คือ …
คงไม่ใช่อย่างที่ฉันเข้าใจหรอกนะใช่ไหม!! ”
ฉินเฟิงยิ้ม แต่ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป
แต่ท่าทีเช่นนี้ ไม่จำเป็นต้องตอบก็สื่อความหมายได้ชัดเจน
ซูซิงฝูค้นพบใจความสำคัญได้อย่างรวดเร็ว
แม้สุสานเทพสงครามจะหายไปในเวลาเพียงแค่หนึ่งวัน
แต่ช่วงเวลานั้นโจวฮ่าวได้เดินทางไปเข้าร่วมมัน
อีกทั้งเขายังเป็นสหายสนิทกับฉินเฟิง ซูซิงฝูเลยให้ความสนใจเป็นพิเศษ
นอกจากนี้ยังทราบถึงเหตุการณ์ยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นในสี่เมืองทะเลเหนือ
เมื่อจับสิ่งต่างๆเหล่านี้มัดรวมเข้าด้วยกันแววตาของซูซิงฝูก็คล้ายล่องลอยออกไปไกลแสนไกล
--ไม่ว่าจะเป็นปัจจุบัน หรือก่อนยุคโลกาวินาศ
สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเลือนหายไปเลยก็คือ ‘เรื่องราวเล่าขาน’ ที่ผู้คนมักจะพูดถึง
เดิมซูซิงฝูแค่ฟังแต่ก็ไม่ค่อยสนใจ
อย่างไรก็ตาม เขากลับไม่คาดคิดเลย
ว่าเรื่องราวซึ่งโจษจันกล่าวขวัญ ดันเกิดจากน้ำมือของคนใกล้ตัวของตนเอง!
สังหารอัจฉริยะรุ่นเยาว์ซงหยวน ต่อด้วยผู้ดูแลที่คอยพิทักษ์เขา
จากนั้นก็ตั้งสมญาว่าบลัดฮันเตอร์
อาวุโสเจ็ดซึ่งเป็นเลเวล D ตกตายด้วยเงื้อมมือเขา
จากนั้นก็พลิกจากฝ่ายถูกลอบฆ่ามาเป็นฆ่าซะเอง
สังหารแม่มดปีศาจพันหน้า และเลเวล E ที่ลอบติดตามไปมากมาย กระทั่งเลเวล D
อีกคนก็ไม่ละเว้น
หลังจากเข้าไปยังสุสานเทพสงคราม
เขาก็กลับออกมาพร้อมอำนาจทรงพลังยิ่งกว่าเดิม สามารถสังหารรักษาการผู้นำตระกูลซงลงได้
สยบผู้ใช้วรยุทธโบราณของตระกูลชั้นสูงจนเรียบ สุดท้ายเดินจากไปอย่างองอาจ
กลายเป็นตำนาน!
แต่คนในตำนานที่ว่า บัดนี้กำลังนั่งอยู่เบื้องหน้าตนเอง!
สมองของซูซิงฝูแทบไม่สั่งการ เขาไม่รู้ว่าจะเอ่ยอะไรออกไปดี
“ผู้ว่าการ ว่าแต่ตั๋วสุสานเทพสงครามนี่ให้มาทำไมกัน?”
“เพื่อให้คุณเข้าไปฝึกยุทธ สามารถเข้าสู่ศาลาวรยุทธได้ตลอดเวลา
เลือกเรียนรู้เทคนิคที่เหมาะกับตัวคุณ แต่สำหรับเรื่องนี้
ฉันยังไม่สะดวกที่จะบอกทุกคน เอาไว้คุณสามารถไปถึงเลเวล E ให้ได้ก่อนค่อยว่ากัน”
ฉินเฟิงกล่าว
“โอเค ฉันเข้าใจแล้ว” ซูซิงฝูพยักหน้ารับ
บัตรหยกสุสานเทพสงคราม โจวฮ่าวก็มีอีกหนึ่งในมือ
โจวฮ่าวเป็นคนที่ฉินเฟิงไว้วางใจมากที่สุด
ในขณะที่ซูซิงฝูคือบุคคลสำคัญที่ฉิงเฟิงต้องพึ่งพาความคิดเห็นมากที่สุด
หากถามว่าในบรรดาผู้ใต้บังคับบัญชา
ฉินเฟิงอยากให้ใครแข็งแกร่งขึ้นมากที่สุด ย่อมไม่พ้นสองคนนี้
เพราะอย่างน้อยถ้าเป็นทั้งสอง ในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น
สถานชุมชนก็ยังมีพวกเขาคอยดูแล
“รับทราบท่านผู้ว่าการ แต่คุณบอกว่าคิดจะออกไปฝึกฝนอีกครั้ง
คราวนี้ยังมีที่ไหนน่าไปอีกหรือ?” ซูซิงฝูเอ่ยถาม
เพราะเวลานี้ไม่มีสถานที่ใดมีข่าวคราวเป็นพิเศษเลย
“อ้อ ผมจะไปสันเขาถังซาน!” ฉินเฟิงตอบ
สันเขาถังซาน ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของฟูเฉิง
ห่างไกลจากเมืองเฉิงหยางและเมืองไห่
นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ตัดผ่านระหว่างสามเฉิงกับสี่เมืองทะเลเหนือ
สถานที่แห่งนี้มีสัตว์ร้ายกระจุกตัวกันหนาแน่น
พืชพันธุ์นานาชนิดเกิดการกลายพันธุ์
เป็นพื้นที่ที่มนุษย์ต่ำกว่าเลเวล D ไม่สมควรเหยียบย่างเข้าไป
ยิ่งไปกว่านั้น ทุกๆปีอาจจะมีสัตว์ร้ายโผล่ออกมาจากสันเขาถังซานโจมตีเมืองฟูเฉิง
แต่กองทัพสัตว์ร้ายนี้จะไม่มากมายเทียบเท่ากับกองทัพสัตว์ทะเลที่บุกชายหาดเมืองไห่
มันยังพอสามารถหยุดได้
อย่างไรก็ตาม ภายในสันเขาถังซาน
มีตัวตนอันน่าสะพรึงกลัวอาศัยอยู่
คำๆนี้ทำเอาซูซิงฝูเผยสีหน้าตะลึงงัน! เขาทำธุรกิจมานาน
เป็นธรรมดาที่จะได้รับข่าวสารเกี่ยวกับมัน
“ผู้ว่าการ อย่าบอกนะว่าที่คุณต้องการมีส่วนร่วมกับภารกิจนั้น
เป็นเพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับจักรพรรดิสัตว์ร้าย!”
“ถูกต้อง”
“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้” ซูซิงฝูรับคำ ย้อนนึกไปถึงข่าวสารล่าสุด
สองเดือนก่อน เกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้งในสันเขาถังซาน
มีผู้คนมากมายเข้าไปตรวจสอบ จนในที่สุดก็พบต้นเหตุ
สันเขาถังซานมีพื้นที่กว้างขวางเป็นพิเศษ ณ ตำแหน่งใจกลางมัน
ปรากฏถึงการดำรงอยู่ในระดับจักรพรรดิสัตว์ร้ายเลเวล D
มีเฉพาะสัตว์ร้ายเลเวล D หรือสูงกว่าเท่านั้น
ที่จะสามารถวิวัฒนาการเป็นจักรพรรดิสัตว์ร้ายได้
จักพรรดิสัตว์ร้าย ครอบครองความแข็งแกร่งชนิดสั่นสะเทือนปฐพี!
ยังไงก็ตาม
ในสันเขาถังซานยังมีราชันย์สัตว์ร้ายตนอื่นๆอาศัยอยูู่เช่นกัน
และพวกมันต่างก็มีอาณาเขตเป็นของตัวเอง และในตอนนี้
จักรพรรดิสัตว์ร้ายที่กล่าวมาข้างต้นกำลังจะตาย!
อายุขัยของมันมากแล้ว แก่เกินไป
จักรพรรดิสัตว์ร้ายตัวนี้มาจากมิติอื่น ไม่รู้ว่ามันมีชีวิตอยู่มานานเท่าไหร่
แต่ที่รู้คืออายุมากแล้ว ด้วยเหตุนี้เอง
ราชันย์สัตว์ร้ายตนอื่นๆจึงต้องการที่จะสังหารจักรพรรดิสัตว์ร้ายลง
และกลืนกินแก่นพลังงานของอีกฝ่าย หมายจะยกระดับตนขึ้นเป็นจักรพรรดิแทน
ผู้นำฟูเฉิงพอได้รับข้อมูล ก็เร่งถ่ายทอดมันออกไปทันที
เหตุผลหลักเพราะหวาดเกรงว่าจะเกิดจักรพรรดิตนใหม่
จักรพรรดิสัตว์ร้ายตัวเดิมอายุมากแล้ว
ดังนั้นมันไม่มีความคิดท่องไปไหนมาไหน ตรงกันข้าม
หากถือกำเนิดจักรพรรดิตนใหม่ขึ้นมา แล้วในกรณีที่มันเกิดมีภูมิปัญญาสูงส่ง
มันคงมิแคล้วคิดออกจากสันเขาถังซาน และก้าวเข้าสู่อาณาเขตมนุษย์
หากเกิดกรณีที่ว่าขึ้นมา เป็นไปไม่ได้เลยที่จะหยุดยั้ง
แน่นอน ว่าข้อมูลในเชิงขอความช่วยเหลือนี้ มีหลายฝ่ายตอบรับ
แต่ทั้งหมดล้วนมีความคิดเห็นเหมือนๆกัน นั่นคือต้องการคว้าผลกำไร
เพราะท้ายที่สุดแล้ววัตถุดิบระดับจักรพรรดิเป็นอะไรที่หายากอย่างแท้จริง!
ผู้นำเมืองไห่คนใหม่ --เล่ยเฉินเองก็เข้าร่วมภารกิจนี้เช่นกัน
นี่คือสาเหตุที่เขาไม่ได้ไปเข้าร่วมปราบปรามกองทัพสัตว์ทะเล
ส่วนเทศมนตรีเมืองเฉิงหยาง ไป่เทียนหยางเองก็เป็นหนึ่งในนั้น
ขนาดสามเฉิงยังส่งคนออกไป
สี่เมืองทะเลเหนือที่กำลังมีปัญหาด้านทรัพยากรและเศรษฐกิจคงไม่ต้องกล่าวถึง
เกรงว่าพวกเขาจะส่งคนไปมากยิ่งกว่าซะอีก
และภารกิจที่สามารถได้รับผลกำไรมหาศาลเช่นนี้
ฉินเฟิงจะไม่เข้าร่วมได้อย่างไร?
ซูซิงฝูไม่คาดคิดถึงกรณีนี้มาก่อน
ทั้งหมดก็เพราะฉินเฟิงเพิ่งเข้าร่วมสำรวจสุสานเทพสงครามกับกลุ่มรุ่นเยาว์ไปหมาดๆ
แต่ภารกิจล่าสุดนี้คือการเข้าร่วมกับกลุ่มเทศมนตรีเมืองใหญ่
นี่มันกระโดดข้ามอันดับมากเกินไป ซูซิงฝูนึกตามไม่ทัน
ปัจจุบัน เพียงลมหายใจเดียว
ฉินเฟิงก็ติดปีกทะยานไปอีกขั้นเสียแล้ว
“ในเมื่อตัดสินใจแบบนี้ งั้นฉันคงไม่รบกวนแล้ว
เชิญผู้ว่าการไปพักผ่อนเถอะ” ซูซิงฝูขอตัว ฉินเฟิงเดินไปส่งอีกฝ่าย
หลายวันมานี้เขาไม่ได้นอนแบบดีๆเลย
ฉินเฟิงทิ้งตัวลงบนเตียงอ่อนนุ่ม กอดไป๋หลีแล้วผล็อยหลับไป
วันถัดมา
ฉินเฟิงเตรียมออกเดินทาง
ไป๋หลีถูกบังคับให้สวมใส่เกราะรบเป็นพิเศษ
ฉินเฟิงมองตัวเองในกระจก
ทั้งคนทั้งร่างบรรยากาศดูเปี่ยมไปด้วยพลัง แม้การแต่งกายจะไม่ดูหรูหรา
แต่ก็คล้ายกับให้ความรู้สึกอะไรบางอย่าง ดูดีกว่าที่แล้วๆมา
บังเกิดความคิดขึ้นในจิตใจของฉินเฟิง
ว่าในเมื่อตนเองหล่อเหลาถึงเพียงนี้ หากมีภรรยาสาวสวยมาอยู่ร่วมกันในคฤหาสน์ด้วยคงจะดีไม่น้อย
...
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved