ตอนที่ 692

Ep.692 - ปรมาจารย์หุ่นเชิดแห่งความตายตัวจริง

ที่ฉินเฟิงเอ่ยข้อเสนอดังกล่าวไป ไม่ใช่เพราะเขาเจตนาดี

แต่ไม่อยากให้ปรากฏการณ์ผีเสื้อขยับปีกที่ตนเป็นคนก่อ

สร้างผลกระทบต่อประวัติศาสตร์มากเกินไป

เพราะสิ่งที่ตามมาในภายหลังอาจต่างไปจากที่ตนเคยล่วงรู้อย่างสิ้นเชิง

ก่อนเกิดใหม่ ตงหยางไม่ได้มาถึงภูเขาศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่ต้นๆดั่งในชีวิตนี้

เขาต้องคอยรับมือกับวิกฤตสึนามิในเมืองตงไห่

ส่วนเรื่องที่ว่าเขาเกิดความขัดแย้งกับโอเบอร์หรือไม่

ฉินเฟิงไม่ทราบ

แต่หากจ้าวพรมแดนเสียชีวิตเพราะการกระทำของฉินเฟิง

เรื่องราวคงลุกลามเกินกว่าฉินเฟิงจะควบคุมได้ เพราะอีกฝ่ายยังมีเรื่องราวอีกมากต้องทำ

เกรงว่าอนาคตจากนี้คงวุ่นวายไม่น้อย

ระยะห่างระหว่างทั้งสองใกล้พอที่สามารถใช้พลังสมาธิสื่อสารกันได้

ฉินเฟิงกระทั่งให้ตงหยางสวมใส่อุปกรณ์สื่อสารขนาดเล็ก

นี่เป็นเทคโนโลยีเล็กๆน้อยๆที่ฉินเฟิงได้รับมาจากในดินแดนล่มสลายของเผ่าวิญญาณ

หากมีมัน สามารถติดต่อกันได้ในระยะหมื่นเมตร!

หลังจากทั้งสองแยกจากกัน ฉินเฟิงยังคงออกล่าสัตว์ร้าย

และเปลี่ยนมันให้กลายเป็นหุ่นเชิด

ร่วมมือกับไป๋หลีเริ่มเก็บกวาดสมบัติทั้งหมดที่พวกเขาสามารถรับรู้ถึงมัน

แต่ในเวลานั้นเอง โอเบอร์ที่จากไป

เนื่องจากเจ้าตัวหนีด้วยความเร็วเต็มพิกัด

ดังนั้นหลุดพ้นจากตำแหน่งที่ฉินเฟิงออกสำรวจ

มาโผล่ยังจุดที่สัตว์ร้ายรอบๆไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา ทำให้เจ้าตัวพบสมบัติมากมาย

เริ่มเก็บเกี่ยวมันอย่างบ้างคลั่ง

ผู้ใช้พลังที่อยู่บนภูเขาศักดิ์สิทธิ์ในเวลานี้

หากไม่นับการดำรงอยู่ของผู้ที่เสียชีวิตจากการต่อสู้กับเขมือบฟ้า(ในชีวิตก่อน)

และคนที่บังเกิดประสบอุบัติเหตุในภายหลังแล้ว

ในจำนวนนั้นมีตัวตนที่สามารถก้าวขึ้นสู่เลเวล S ในอนาคตได้เป็นจำนวนมาก

และโอเบอร์ก็เป็นหนึ่งในนั้น

แค่นี้ก็พอจะบอกได้อย่างชัดเจนแล้วว่าพลังที่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ปลดปล่อยออกมา

มันมีประสิทธิภาพขนาดไหน!

โอเบอร์ไปถึงหนึ่งในสถานที่อุดมไปด้วยพลังงานอย่างรวดเร็วจากการรับรู้ของเขา

แต่เมื่อมาถึง จมูกของเขาก็ต้องขยับฟุดฟิดอีกครั้ง

นั่นเพราะมันสูดดมได้ถึงกลิ่นอายของความตาย

ยิ่งไปกว่านั้น กลิ่นอายชนิดนี้ยังเน่าเหม็น

ชวนให้คนที่สูดดมเข้าปอดรู้สึกวิงเวียนศีรษะ

เป็นศพพิษ!

ศพพิษชนิดนี้

ไม่สามารถใช้เทคนิคหุ่นเชิดแห่งความตายแบบธรรมดาควบคุมได้อีกต่อไป

โอเบอร์กวาดสายตามอง และพบกับเนื้อเน่าเปื่อยตามพื้นดิน

เขาบังเกิดคำถามแปลกๆขึ้นจิตใจ นี่คล้ายเป็นความรู้สึกอันคลุมเครือ

แต่เขาก็ได้รับคำตอบนั้นอย่างรวดเร็ว

ห่างออกไปไม่เกิน 500 เมตร

ปรากฏร่างของชายคนหนึ่งกำลังยืนมองคนตรงหน้าด้วยความสนใจ เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายตระหนักได้ถึงการมาเยือนของโอเบอร์

แน่นอน ว่ากลิ่นอายของชายคนนี้

ตอนแรกโอเบอร์ไม่อาจสัมผัสได้ถึงมัน เพราะอีกฝ่ายคือผู้ใช้อบิลิตี้มืด

“คุนซาร์!”

โอเบอร์หันขวับไปมองชายหนุ่มร่างกายผอมแห้งในชุดคลุมดำ

อีกฝ่ายไม่ต่างจากหนังหุ้มกระดูก คล้ายเป็นคนที่ไม่ได้รับสารอาหาร

“โอเบอร์!” อีกฝ่ายกล่าวทักทาย

ควบคุมหุ่นเชิดแห่งความตายให้ออกมารวมตัวกัน

คล้ายเตรียมพร้อมรับมือการโจมตีของโอเบอร์ตลอดเวลา

มีกระทั่งร่องรอยของความละโมบสะท้อนในแววตาของเขา ดูเหมือนกำลังคิดอ่านในใจว่า

จะฆ่าโอเบอร์ดีหรือไม่?

คนๆนี้ คือคนที่โอเบอร์เพิ่งกล่าวถึงก่อนจะหลบหนีมา

เป็นผู้ใช้อบิลิตี้มืดเลเวล A ชื่อว่าคุนซาร์!

“ถ้านายอยู่ที่นี่ แล้วคนที่ฉันพบก่อนหน้านี้มันเป็นใครกัน?”

โอเบอร์มองคุนซาร์ และพบว่าหุ่นเชิดแห่งความตายของอีกฝ่าย มีแค่ 5 ตัวเท่านั้น

แต่ข้างกายอีกฝ่ายยังมีคนในชุดคลุมดำอีกหนึ่ง แต่โอเบอร์ทราบดี

ว่านั่นไม่ใช่มนุษย์ หากแต่เป็นหุ่นเชิดที่แข็งแกร่งที่สุดของคุนซาร์

นั่นคือผู้ใช้วรยุทธโบราณเลเวล S

ที่จบชีวิตลงในพันธมิตรเอเชียตะวันตก หลังจากอีกฝ่ายตกลงสู่ความตาย

ศพก็ถูกขโมยและเข้าควบคุมโดยคุนซาร์ เพราะเหตุนี้เอง

คุนซาร์เลยถูกออกหมายจับจากฝั่งพันธมิตรเอเชียตะวันตก

อีกฝ่ายตัดสินใจเข้าร่วมกับองค์กรมืดทันที เริ่มทำการทดลองอันน่าหวาดกลัว

และงานวิจัยอันไร้มนุษยธรรม

โอเบอร์มองไปยังหุ่นเชิดทั้งห้าของคุนซาร์

แต่พบว่ามันเป็นเพียงระดับนายพลเท่านั้น หากไม่นับหุ่นเชิดผู้ใช้วรยุทธโบราณเลเวล

S ที่เขาหวาดกลัวแล้ว ความแข็งแกร่งของคุนซาร์อยู่แค่เลเวล A1 เท่านั้น

ร่างกายก็บอบบางอ่อนแอ

แค่โอเบอร์โจมตีโดนเพียงครั้งเดียวก็สามารถปลิดชีวิตอีกฝ่ายได้อย่างไม่ต้องสงสัย

เพียงแต่ โอเบอร์ยังถือว่าปราดเปรื่อง

เขาคิดหาวิธีที่ไม่จำเป็นต้องต่อสู้กันให้ยุ่งยาก

“ฮี่ ฮี่ พูดไปนายอาจจะไม่เชื่อ

แต่ในระหว่างที่ฉันกำลังไล่ล่าจ้าวพรมแดนตะวันออกของพันธมิตรหัวเซี่ยเมื่อไม่นานมานี้

จู่ๆก็บังเอิญไปปะทะเข้ากับผู้ใช้อบิลิตี้มืด เขาสามารถควบคุมสัตว์ร้ายได้เป็นฝูง

และดูจากจำนวนแล้ว น่าจะมีอย่างน้อยก็สิบตัว!”

ดวงตาของคุนซาร์หรี่แคบลงทันที

“นี่นายพูดจริงเหรอ?”

“ฉันไม่มีความจำเป็นต้องโกหกนาย”

แววตาของคุนซาร์สาดประกายมืดมน

โอเบอร์พอจะรู้เรื่องมาบ้าง

ว่าก่อนหน้านี้คุนซาร์เคยออกล่าผู้ใช้อบิลิตี้มืดอยู่หลายคน

ด้วยเหตุผลง่ายๆแค่เพราะเรื่องของหุ่นเชิดแห่งความตาย ซึ่งถือเป็นอาวุธของคุนซาร์

คล้ายๆกับอาวุธปืนของพวกมือปืน

ในความเป็นจริงแล้วตราบใดที่ครอบครองอักษรรูนจำนวนมาก

และมีพลังสมาธิแข็งแกร่ง คนอื่นๆสามารถแย่งชิงหุ่นเชิดแห่งความตายไปได้เช่นกัน

อันที่จริงมันไม่น่าเป็นปัญหาอะไร

แต่บังเอิญว่าคุนซาร์ดันมีหุ่นเชิดเลเวล S อยู่ในครอบครอง

ด้วยเหตุนี้เอง

เขาเลยหวาดกลัวว่าจะมีผู้ใช้อบิลิตี้มืดที่แข็งแกร่งกว่ามาแย่งชิงสมบัติของตนไป

ด้วยเหตุนี้ คุนซาร์เลยออกสังหารผู้คนบริสุทธิ์มากมาย

และโอเบอร์ต้องการใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้

“ฮี่ ฮี่ พวกเขาอยู่ทางนั้น

ถือซะว่าเป็นน้ำใจจากฉันที่ช่วยเตือนนาย”

สิ้นเสียง โอเบอร์ดีดผึงจากไปดั่งสายฟ้าฟาด

เหลือเฉพาะคุนซาร์ที่สายตาเริ่มเย็นชาลง จากนั้นควบคุมหุ่นเชิดแห่งความตายประกบรอบตัวเขา

และนำหุ่นเชิดผู้ใช้วรยุทธโบราณเลเวล S ข้างกาย ติดตามไปยังทิศทางของฉินเฟิง

เพียงแต่ว่าระยะห่างระหว่างพวกเขาค่อนข้างไกล

ไหนจะความจริงที่ว่าปัจจุบันทุกพื้นที่บนภูเขาศักดิ์สิทธิ์ล้วนอันตราย

ดังนั้นกว่าคุนซาร์จะสามารถเข้าไปใกล้ตำแหน่งของฉินเฟิง

เวลาก็ล่วงเลยไปถึงสามชั่วโมง

กระนั้น แม้ทั้งสองต่างฝ่ายต่างเป็นผู้ใช้อบิลิตี้มืด

แต่เป็นฉินเฟิงที่สามารถตระหนักถึงอีกฝ่ายก่อน

เนื่องจากพลังสมาธิของฉินเฟิงทรงพลังมาก

ไหนจะเรื่องที่ครอบครองอักษรรูนมืดปริมาณมหาศาลจนน่าหวาดกลัว ดังนั้นการพบคุนซาร์จึงไม่ใช่เรื่องยาก

“ที่แท้ก็เป็นคุนซาร์แห่งพันธมิตรองค์กรมืดแห่งเอเชียตะวันตก!”

ฉินเฟิงรับรู้ถึงผู้มาเยือน

อย่างไรก็ตาม ในวินาทีต่อมา ฉินเฟิงกลับแสยะยิ้มหยัน

“มาได้จังหวะพอดีเลย! ศัตรูในชีวิตก่อน

ในที่สุดก็ถึงเวลาชำระบัญชีแค้นกันในชีวิตนี้ !” ดวงตาของฉินเฟิงสาดประกายสังหาร

ก่อนที่เขาจะเกิดใหม่ ฉินเฟิงมีสถานะเป็นราชาทหารรับจ้าง

เขาเหยียบย่ำไปทั่วทุกมุมโลก

พันธมิตรเอเชียตะวันตกห่างจากพันธมิตรหัวเซี่ยแค่ฟากชายทะเลเท่านั้น

ในทุกครั้งที่เกิดปรากฏการณ์ใหญ่ขึ้น ล้วนมีโอกาสที่ผู้ใช้พลังเลเวล A

จากทั่วทุกมุมโลกจะมุ่งหน้าไปที่นั่น

และในปรากฏการณ์ใหญ่ที่ว่า

ทำให้ฉินเฟิงได้ปะทะกับคุนซาร์อยู่หลายครั้ง หากไม่ใช่เพราะพลังพิเศษดูดกลืนของเขา

ที่ลดทอนประสิทธิภาพจนเหลือไม่ถึง 1% ช่วยชีวิตเอาไว้

ฉินเฟิงคงตายไปแล้วไม่น้อยกว่า 800 ครั้ง

และคุนซาร์คนนี้คือหนึ่งในศัตรูจากชีวิตก่อนที่เกือบสังหารเขา

“บังเอิญเจอกันแบบนี้

ดูเหมือนว่าคงต้องมอบของขวัญชิ้นใหญ่ต้อนรับสหายเก่าซะแล้ว!”

ฉินเฟิงกระตุ้นหุ่นเชิดสัตว์ร้ายที่กระจายอยู่รอบเขานับร้อยตัว

อักษรรูนมืดปกคลุมกลิ่นอายของพวกมันอีกชั้น

ให้เหลือเพียงตัวเขาและสัตว์ร้ายอ่อนแอที่สุดห้าตน ส่วนที่เหลือไม่เปิดเผยร่องรอยใดๆ

ฉินเฟิงเองก็ทราบเช่นกัน ว่าเจ้าคุนซาร์คนนี้

มีเป้าหมายในการกำจัดผู้ใช้อบิลิตี้มืด ดังนั้นหากอีกฝ่ายค้นพบตน

มันจะต้องมาอย่างแน่นอน

ด้วยเหตุนี้ฉินเฟิงเลยใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อ

เพื่อตกปลาที่ชื่อว่าคุนซาร์

จากมุมมองนี้ บ่งบอกได้ชัดว่าโอเบอร์เจ้าเล่ห์แค่ไหน

เพราะเมื่อสามชั่วโมงก่อน จำนวนสัตว์ร้ายที่ฉินเฟิงควบคุมน่ะมีมากกว่า 30 ตัว

ทว่าโอเบอร์กลับบอกว่ามีแค่ 10 ตัวเท่านั้น

คุนซาร์เลยเข้าใจว่าฉินเฟิงแข็งแกร่งมาก ถือเป็นภัยคุกคามต่อเขา

แต่ด้วยการดำรงอยู่ของหุ่นเชิดผู้ใช้วรยุทธโบราณเลเวล S

เลยเป็นธรรมดาที่เขาจะไม่หวาดกลัว!

ปัจจุบัน คุนซาร์ค่อยๆเหยียบย่างเข้ามาใกล้ฉินเฟิงทีละก้าว

ทีละก้าว ไม่นานกลิ่นอายจากอบิลิตี้ของฉินเฟิงก็กระทบเข้ากับพลังสมาธิของเขา

“อ๋า? เจอตัวแล้ว?”

“แต่เขาเป็นแค่ผู้ใช้พลังเลเวล B มิใช่หรือ? แถมยังมีหุ่นเชิดแห่งความตายแค่

5 ตัวเท่านั้น ไม่เห็นเหมือนกับที่โอเบอร์พูดเอาไว้เลย แต่ในเมื่อเป็นแค่เลเวล B

บางทีหุ่นเชิดตัวอื่นอาจพังทลายลงระหว่างต่อสู้ก็ได้”

“หึ! ดันมาเจอฉัน ถือว่าเป็นโชคร้ายของแก!”

คุนซาร์ไม่ทันสังเกตเห็นถึงความไม่ชอบมาพากล เขากระทั่งให้ยกอ้างเหตุผลให้แก่ตนเอง

ไม่ช้าก็เริ่มควบคุมหุ่นเชิดสัตว์ร้ายรอบตัว

มุ่งหน้าไปยังทิศทางของฉินเฟิงอย่างรวดเร็ว