ตอนที่ 146

4/4

Ep.146 -

เบาะแสองค์กร Z

ทั้งหมดที่ว่ามา ในมุมมองของเฉินหมิง

มันก็แค่การแสดงละครใช่หรือไม่?

ในช่วงวัยเด็ก

เดิมทีฉินเฟิงรู้สึกว่ามิตรภาพของพวกเขาจะคงอยู่ตลอดไป

แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นเขาเพียงฝ่ายเดียวที่คิดไปเอง!

ในหัวใจของฉินเฟิงกลายเป็นด้านชา

ทว่าสีหน้าของเขายังคงเรียบเฉย

เพราะคำพูดหลังจากนี้ต่างหาก คือสิ่งที่เขาต้องการจะเอ่ยถามจริงๆ!

“ในเมื่อนายได้รับความสามารถนี้มาแล้ว

ทำไมถึงต้องยอมติดตามหลินไคอีก?”

เฉินหมิงทราบดีว่าตนกำลังจะตาย

ปากแสยะยิ้มเย็นชาและกล่าว “ทำไมฉันต้องบอกแกด้วย! ยิ่งแกอยากรู้มากเท่าไหร่

ฉันก็ยิ่งปิดปากไม่ยอมบอกแกมากเท่านั้น”

ฉินเฟิงพยักหน้าเห็นด้วยอย่างน่าฉงน

ปากเอ่ยกล่าว “สมควรจะเป็นแบบนั้น แต่บางทีนะ …

บางทีถ้าได้ยินเรื่องนี้ นายอาจจะอยากบอกฉันก็ได้

มันคือเรื่องที่เกิดจากความอยากรู้อยากเห็นของฉันระหว่างออกสำรวจ

ก็เหมือนอย่างที่คนชอบพูดกันไง ว่าความอยากรู้มักจะฆ่าผู้คน”

เฉินหมิงไม่เข้าใจ

ฉินเฟิงกล่าวต่อ

“ในเมื่อนายมีข้อมูลติดต่อกับคนระดับสูงขององค์กร ก็หมายความว่า …

เขาส่งนายมาที่นี่เพื่อสอดแนมรองผู้ว่าการหลินใช่ไหม?

เป็นเพราะห้องทดลองถูกทำลาย

พวกเขาเลยคิดว่าเป็นหลินเซิงที่ขโมยข้อมูล … หรือไม่ก็วัตถุดิบบางอย่างไป?”

ดวงตาที่แทบจะปิดสนิทของเฉินหมิงกระตุกวูบ

มันเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย มองไปทางฉินเฟิง

“แกรู้เรื่องนี้ได้ยังไง?”

ฉินเฟิงยิ้ม

ด้วยการแสดงออกของเฉินหมิงในปัจจุบัน ฉินเฟิงนับว่าเดาได้ถูกทางแล้ว!

“ก็เพราะว่า ไอ้ห้องทดลองบัดซบนั่นน่ะ

… เป็นฉันเองที่ถล่มมัน!” ฉินเฟิงโน้มตัวลงใกล้ๆหูเฉินหมิง

ห่อหุ้มเสียงด้วยกำลังภายใน ปล่อยให้เฉินหมิงได้ยินประโยคนี้เพียงผู้เดียว

เฉินหมิงนิ่งงัน จมลงสู่ความเงียบ

ก่อนจะเริ่มหัวเราะออกมา

“ฮะ … ฮ่า … ฮ่าฮ่า .. อั๊ก!” เฉินหมิงกระอักเลือดคำโต

เขาไม่คาดคิดเลยจริงๆ

ว่าสุดท้ายผลลัพธ์จะออกมาเป็นแบบนี้!

หลังจากถูกตัดขาโดยฉินเฟิง

ในหัวใจของเฉินหมิงก็ยังไม่ยอมแพ้

เขาทราบว่าคนเหล่านั้นคิดจับตัวคนไปทดลองบางอย่างจากความต้องการของหลินไค

นี่เองคือเหตุผลที่เฉินหมิงเลือกก้าวเข้าสู่ประตูบานนี้

และเกิดความคิดริเริ่มทดลองกับร่างกายตัวเอง หลังจากเสริมแกร่งแล้ว

เขาก็ถูกพวกระดับสูงส่งตัวมาเพื่อสอดแนมหลินไค

ดูว่าอีกฝ่ายมีข้อมูลเกี่ยวกับการทดลองของพวกเขาหรือไม่ จะได้ชิงมันกลับคืน

แต่ไม่คาดคิดเลย

ว่าการคาดเดาของเฉินหมิงจะพลาดตั้งแต่แรก!

คนที่ทำลายห้องทดลอง ไม่ใช่หลินเซิง--

--แต่เป็นฉินเฟิง!

“ฉินเฟิง

ฉันไม่รู้หรอกนะว่าแกเห็นอะไรไปมากแค่ไหน หรือทำไมแกถึงรู้เรื่องพวกนี้

แต่นี่แกถึงขั้นทำลายห้องทดลอง

เพียงเพราะพวกเราไปโจมตีเพื่อนร่วมชั้นอย่างงั้นหรอ?” เฉินหมิงถาม

อย่างไรก็ตาม

ฉินเฟิงไม่ตอบอีกฝ่ายตามตรง

ว่าเพราะตั้งแต่เกิดใหม่

หากไม่ทำลายมัน

ภาพของห้องทดลองคงลอยเน่าอยู่ในจิตสำนึกและชีวิตที่เหลืออยู่ของเขาไปตลอดกาล!

“ก็ทำนองนั้น

ประมาณว่าพอฉันรู้ความลับหนึ่ง ฉันก็อยากจะรู้เกี่ยวกับมันมากยิ่งขึ้น

ว่าแต่นายเริ่มสนใจธุระของคนอื่นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

แล้วคนระดับสูงที่นายว่าคือใคร? ไม่อยากจะบอกให้ฉันรู้หน่อยหรอ?”

“หึหึ ถ้านายเจอเขา นายจะฆ่าเขารึไง?”

เฉินหมิงเย้ยหยันคำหนึ่ง

“ใช่! ฉันจะทำ” ฉินเฟิงกล่าวเฉียบขาด

วินาทีนั้นเฉินหมิงรู้สึกเหมือนกับว่าฉินเฟิงไม่ได้โกหก

เฉินหมิงเหม่อมองออกไปข้างหน้า

มีคนมากมายกล่าวกันว่า คนที่กำลังจะตาย

มักจะพูดเรื่องที่จะเกิดประโยชน์ดีๆออกไป

แต่เฉินหมิงไม่ใช่

เฉินหมิงเหม่อมองออกไป

ในสมองขบคิดว่าฉินเฟิงสามารถมอบความตายให้แก่ตนได้ แต่หากเลือกถลำลึก

เฟ้นหาความลับขององค์กร ตามหาคนระดับสูง นั่นจะเป็นการโยนตนเองเข้ากองไฟ

แส่หาที่ตายด้วยตัวเอง

“เขาชื่อว่า ‘เหลียงกัน’

บนอุปกรณ์สื่อสารของฉัน มีเบอร์ติดต่อของเขาอยู่” เฉินหมิงหัวเราะขึ้นทันใด

“แต่บอกไว้ก่อนนะฉินเฟิง ว่าถ้าแกตามหาเขา แกจะไม่รอดกลับมา!”

เพราะความแข็งแกร่งของเหลียงกันอยู่ในเลเวล

E ไหนจะครอบครองยีนที่ทรงประสิทธิภาพ สามารถช่วยส่งเสริมกำลังรบได้อย่างมหาศาล

ซึ่งความแข็งแกร่งในปัจจุบันของฉินเฟิง

มันเป็นไปไม่ได้ที่จะต่อกรกับอีกฝ่าย

เฉินหมิงหัวเราะจนวินาทีสุดท้าย ก่อนหมดลมหายใจไปในที่สุด

ฉินเฟิงมองไปยังใบหน้าที่ท่วมไปด้วยความเกลียดชังแต่ขณะเดียวกันก็สะใจของอีกฝ่าย

เขาปลดปล่อยเปลวเพลิงแผดเผาใบหน้าที่บิดเบี้ยวนั่น

เฝ้ามองร่างของเฉินหมิงที่ลุกไหม้

แม้ต่อมาจะปรากฏช่องว่างมิติขึ้นกลืนกินเฉินหมิงเข้าไป แต่พอออกไปภายนอก

มันก็จะเหลือเพียงเถ้าถ่านเท่านั้น

เนื่องจากเดิมพันในเรื่องนี้สูงมากเกินไป

ดังนั้นมันจะดีกว่าหากไม่มีใครเห็นรูปลักษณ์ของเฉินหมิงในสภาพกลายพันธุ์

ฉินเฟิงผุดลุกขึ้น

และพบว่าบนพื้นดินไร้ซึ่งร่องรอยใดๆอีกต่อไป

อีกสามคนที่เหลือ กำลังมองมาทางฉินเฟิง

“เก็บกวาดสนามรบ” ฉินเฟิงกล่าว

“อา .. ” โจวฮ่าวพยักหน้า

บรรยากาศกลายเป็นเงียบงันไปเล็กน้อย

ทางด้านจ้าวหยู แม้จะกำลังหวาดกลัว

แต่เพียงคิดก็ตระหนักได้ว่ามีความลับอันดำมืดซ่อนอยู่ในฉากเมื่อครู่ ยังไงก็ตาม

เธอไม่กล้าถามออกไป

“อาการบาดเจ็บของนายเป็นยังไงบ้าง?”

ฉินเฟิงหันมาคุยกับจางเทียน

“ปลอดภัยดี แต่มันจะดีกว่านี้ถ้ารีบรักษาทันที!”

จางเทียนพยักหน้า บนไหล่เขามีลูกศรปักคาอยู่ เห็นได้ชัดว่าเกิดจากหน้าไม้

ไม่ต้องแปลกใจไป

บางครั้งผู้ใช้พลังก็มักจะใช้อาวุธเย็นประเภทนี้เหมือนกัน ตอนแรกๆฉินเฟิงเองก็ใช้

และขอบอกว่ามันน่าหวาดกลัวกว่าปืนจริงๆซะอีก

“ขอโทษนะ ทั้งหมดเป็นเพราะฉันเองที่ไร้ประโยชน์”

ใบหน้าของจ้าวหยูเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

จางเทียนได้รับบาดเจ็บก็เพราะปกป้องจ้าวหยูที่กำลังหลบหนี

มิฉะนั้นมีหรือด้วยฝีมือของจางเทียนจะหลบลูกศรหรือปัดมันไม่พ้น

ฝีมือปฐมพยาบาลของฉินเฟิงก็ไม่เลวเช่นกัน

นอกจากนี้ยังมีอีกมือของจางเทียนที่ยังพอขยับได้ เมื่อทั้งสองร่วมมือกัน

การรักษาบาดแผลก็เป็นไปอย่างรวดเร็ว

จางเทียนใช้กำลังภายในควบคุมลมหายใจของเขา

เพื่อฟื้นฟูตัวเอง

ระหว่างนั้นโจวฮ่าวกับจ้าวหยูก็ทยอยเก็บของที่ยึดมาได้

ในเวลานี้ ต้องขอบอกว่า

สินสงครามที่ได้รับ ทำให้พวกเขารวยเละ!

เนื่องจากนักเรียนส่วนใหญ่ตัดสินใจหยุดอยู่ในรอบนอกตั้งแต่วันแรก

แต่คนที่แข็งแกร่งได้เข้าสู่ภายในเพื่อแย่งชิงผลไม้สมาธิ

เฉินหมิงเองก็สามารถมาถึงที่นี่ได้เช่นกัน

เพราะนักเรียนข้างนอกไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา

ถ้าจะให้สรุปก็คือ

เฉินหมิงพาหลินไคและคนอื่นๆกวาดล้างมาตลอดเส้นทาง

และเก็บรวบรวมป้ายชื่อมาได้มากกว่า 300 แผ่น!

เมื่อบวกกับอีก 400

แผ่นที่ฉินเฟิงได้รับ และ 200 แผ่นจากการต่อสู้ก่อนหน้านี้

ทำให้ฉินเฟิงและทีมของเขาครอบครองป้ายชื่อมากกว่า 900 แผ่นอย่างกระทันหัน

และต้องใช้กระเป๋ากว่า 5 ใบถึงจะยัดจนเต็ม!

ไหนจะสมุนไพรวิญญาณและผลไม้ต่างๆอีกราวๆ

5 - 6 กระเป๋า นับว่ามากมายเกินไปจริงๆ

“อีกไม่นาน

งานสวนล่าใบไม้ผลิก็จะจบลงแล้ว พวกเราพักผ่อนตรงนี้กันก่อนเถอะ”

โดยสิ้นเชิงแล้ว มีมากกว่า 3,000

คนที่เข้าร่วมการต่อสู้ในครั้งนี้ แต่เฉพาะพวกฉินเฟิงกลับครอบครองป้ายชื่อมากกว่า

900 แผ่น ดังนั้นพวกเขาสามารถคว้าอันดับ 1 มาได้แน่นอนอย่างไม่ต้องสงสัย

ไม่นานนัก ช่วงเวลาเที่ยงก็มาถึง

สามวันสองคืนที่ต้องเอาชีวิตรอดในสวนล่า ในที่สุดก็จบลง …

เบื้องบนท้องฟ้า

อุโมงค์สีเงินขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น ไม่เพียงแค่นั้น แต่รังสีแสงสีเงินที่สาดลงมา

ได้โถมเข้าปกคลุมนักเรียนทุกคนที่ยังอยู่ในสวนล่าใบไม้ผลิ ทั้งหมดถูกห่อหุ้มด้วยอักษรรูน

และหายวับไปจากตำแหน่งเดิมของตน

สุดท้าย

นักเรียนที่ผ่านการทดสอบสวนล่าใบไม้ผลิปีนี้ มีเพียง 300 คนเท่านั้น

เรียกว่าเหลือแค่ 1 / 10

แต่เหตุของผลลัพธ์นี้ แท้จริงแล้วมี 2

ตัวแปรสำคัญที่เกี่ยวข้อง

หนึ่งคือในช่วงแรกเป็นเฉินหมิงที่เก็บกวาดนักเรียนปอดแหกในวงนอก

ก่อนจะเข้ามาภายใน

สองคือฉินเฟิงได้ส่งไป๋หลีไปชิงผลไม้สมาธิเกือบทั้งหมด

ส่วนที่เหลือคงเป็นทีมที่โชคดี

ไม่พบเจอกับทีมอื่นที่ทรงพลังในระหว่างทาง เลยอยู่รอดจนจบงานได้

สำหรับทีมชั้นนำของ 4 สถาบัน อันได้แก่

ฮุนหนาน , ซิต๋า , ตงหลิง และเฉิงหยาง ทั้งหมดล้วนถูกทำลายสิ้น

ดังนั้นหลังจากที่ฉินเฟิงกลับออกมา

ก็สามารถสัมผัสได้ทันทีถึงสายตาแห่งความเกลียดชังที่ทิ่มแทงเข้ามา

และในตอนนั้นเอง

ใครบางคนก็ก้าวออกมาด้วยสีหน้าโกรธแค้น

“อาจารย์ใหญ่ครับ

นั่นพวกเขาที่ผมได้รายงานไป พวกเขาแข็งแกร่งกว่าเรามาก

ผมสงสัยว่านักเรียนเขตเฉิงเป่ยจะโกง แอบใช้พวกรุ่นพี่มาลงแข่งขัน!”

นักเรียนเครื่องแบบสีขาวขอบทองของเมืองเฉิงหยาง สาดสายตาโกรธเกรี้ยวมาทางฉินเฟิง

“ใช่แล้ว เป็นพวกเขา!”

“ยังไม่พอ

มีคนนึงจงใจติดป้ายชื่อลำดับที่ 21 แสร้งทำตัวเป็นหางแถว หลอกพวกเราให้ตายใจ!”

“ทำกันแบบนี้ต้องถูกลงโทษ!”

ทุกคนเริ่มกล่าวหาฉินเฟิงและคนอื่นๆ

ทั้งหมดต่างสวมผ้าพันแผล ไม่ก็ติดปลาสเตอร์

เห็นได้ชัดว่าคือกลุ่มคนจากการรวมตัวกันของ 3 สถาบันที่ถูกทักษะลับกลืนดาราของฉินเฟิงอัดเอาก่อนหน้านี้