ตอนที่ 150

1/5

Ep.150 -

สังเวียนเมืองเฉิงหยาง

“สังเวียนต่อสู้งั้นหรอ?

งั้นผลจะเป็นหรือตายก็ไม่มีความผิดใช่ไหม?” ฉินเฟิงแสยะยิ้ม

ซินเจี่ยเซิงรู้สึกหงุดหงิดใจกับคำตอบที่คล้ายบ่งบอกถึงความไม่หวั่นเกรงของอีกฝ่าย

“ใช่ ผลจะเป็นหรือตายก็ไม่มีความผิด!”

“ยอดเยี่ยม งั้นนำทางฉันไปได้เลย!”

ฉินเฟิงตอบตกลงทันที ตรงกันข้าม

กลับมีท่าทีแสดงออกถึงความสุขด้วยซ้ำ

“คุณผู้จัดการ ช่วยคิดเงินค่าเสื้อแฟนของผมด้วย”

“มิสเตอร์โปรดรอสักครู่”

เป็นธรรมดาที่ผู้จัดการจะหวังให้ทั้งสองคนนี้จากไปโดยเร็ว

เขาวิ่งไปสรุปค่าใช้จ่ายอย่างรวดเร็ว

เห็นฉากตรงหน้า

ซินเจี่ยเซิงยิ้มหยันและกล่าว “จ่ายไปก็เท่านั้น เพราะหลังจากนี้ไป

น้องสาวคนสวยจะเป็นของฉัน และฉันจะซื้อทุกอย่างให้กับเธอเอง!

ส่วนไอ้พวกขยะที่แกซื้อให้ ฉันจะไม่ยอมให้เธอสวมใส่มันเด็ดขาด!”

ฉินเฟิงหัวเราะคำหนึ่ง

“คิดล่วงหน้ามากไป

ระวังจะไม่เป็นเหมือนที่หวังล่ะ”

ว่าจบ ฉินเฟิงก็โบกมือ

เก็บเสื้อผ้าทุกชิ้นใส่ลงในอุปกรณ์รูนของตนเอง แล้วเดินออกสู่ภายนอก

ซินเจี่ยเซิงก็เดินตามออกไปเช่นกัน

ก่อนจะกระโดดข้ามประตูไปนั่งลงบนรถสปอร์ตเปิดประทุนที่ดูหรูหรา

แน่นอนว่ามันคือรถศึกล่องเวหา

ตรงกันข้าม แม้ออกสู่ภายนอกแล้ว

แต่ฉินเฟิงก็ยังยืนนิ่งอยู่ข้างถนน ฉากนี้ไม่ว่าใครเห็น

ก็พอจะนึกออกว่าเขาคงไม่มีรถศึกเป็นของตัวเอง

ซินเจี่ยเซิงอดไม่ได้ที่จะพูดแขวะ

“เป็นอะไรไป? กระทั่งรถศึกก็ยั--”

ทว่าผ่านไปเพียงครึ่งประโยค --โครม!

ในสายตาของเขา เห็นแค่เพียงฉินเฟิงยกมือและกวาดออกไป

รถล่องเวหาคันหนึ่งปรากฏขึ้นในทันที

ภาพตรงหน้าทำให้ซินเจี่ยเซิงต้องกลืนประโยคครึ่งหลังลง

เรียกได้ว่าหุบปากลงกระทันหันจนเกือบสำลักน้ำลายตัวเอง

แน่นอน ประเด็นสำคัญที่ทำให้เขาตกใจ

มิใช่รถล่องเวหาที่ดูหรูหราของฉินเฟิง หากแต่เป็นอุปกรณ์มิติที่ใช้เก็บมันต่างหาก!

รถศึกคันนี้ หากจะเก็บมัน

อย่างน้อยก็ต้องใช้อุปกรณ์รูนที่มีพื้นที่มิติขนาด 8 ลูกบาศก์เมตร …

นี่นับเป็นเงินมากมายแค่ไหนกัน?

นั่นมันมากยิ่งกว่าราคาของรถศึกล่องเวหาตั้งหลายเท่า!

และยังเป็นสิ่งที่กระทั่งซินเจี่ยเซิงก็ยังไม่มีไว้ในครอบครอง!

“อึ้งอะไรอยู่? นำทางไปซักที!”

ฉินเฟิงกล่าวพลางยื่นมือออกไปดีดนิ้วเรียกสติดังเป๊าะ

เมื่อถูกกระทำราวกับเป็นคนใช้

ความโกรธของซินเจี่ยเซิงยิ่งเดือดพล่านเป็นเท่าทวี

“ไอ้เด็กเปรต

ทำเป็นหยิ่งทะนงไปก่อนเถอะ เอาไว้พอถึงสังเวียนต่อสู้เมื่อไหร่

ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงของแก หรืออุปกรณ์มิติ ทุกสิ่งจะตกเป็นของบิดา!”

ดวงตาของซินเจี่ยเซิงสาดประกายกร้าวด้วยความโลภ

รถศึกลอยขึ้นไปในอากาศ

ขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

อีกด้านหนึ่ง

ฉินเฟิงที่กำลังขับตามหลังอีกฝ่าย ในหัวใจขบคิดว่าจะทำอย่างไรถึงสามารถได้รับผลประโยชน์จากการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้นมากที่สุด

เพราะสถานที่ที่กำลังไปจะคือสังเวียนของเมืองเฉิงหยาง!

เพียงได้ยินชื่อ

ก็อยากจะเห็นมันด้วยตาตัวเองแล้ว!

สถานที่ดังกล่าว

ก็เหมือนกันกับเวทีประลองใต้ดินของเมืองเฉิงเป่ย

เป็นสังเวียนสำหรับต่อสู้ของผู้ใช้พลัง ทว่ามันมิได้ตกอยู่ภายใต้อำนาจมืด

ที่แห่งนี้คือสถานที่บันเทิงสำหรับคนรวยอย่างแท้จริง

กล่าวได้ว่าเป็นทางการยิ่งกว่า

เป็นสังเวียนต่อสู้สำหรับผู้ใช้พลังโดยเฉพาะ!

และมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า ศูนย์ประลองผู้ใช้พลังประจำเมืองเฉิงหยาง

ทีนี่แม้ไม่ใช่สถานที่สำหรับนองเลือด

แต่กระนั้นอัตราการเสียชีวิตก็ยังเป็นไปได้สูง

ทั้งหมดก็เพราะสังเวียนต่อสู้

แท้จริงแล้วมักจะถูกใช้ไปกับการแก้ปัญหาความขัดแย้งภายใน กระทั่งสี่ตระกูลใหญ่ก็ยังปล่อยให้พวกรุ่นลูกรุ่นหลานต่อสู้กันเองในสังเวียนแห่งนี้ทุกปี

และเบื้องบนจะไม่สอดมือเข้ามาก้าวก่าย

นอกจากนี้มันยังช่วยให้พวกรุ่นลูกหลานได้รับประสบการณ์เพิ่มขึ้นอีกด้วย

แต่ในบางครั้ง ความขัดแย้งบางอย่าง

ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแก้ไข ดังนั้นการลงนามเป็นตายไม่เกี่ยงในสังเวียน

จึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยๆ จนเป็นเรื่องปกติ

บนรถ

ฉินเฟิงกำลังคิดถึงเรื่องกำลังภายในที่ไม่ก้าวหน้ามาสักพักแล้วในช่วงนี้

แต่น่ากลัวว่าวันนี้คงถึงเวลาที่ตนจะได้ยกระดับมันเสียที!

ขณะเดียวกัน ไป๋หลีที่นั่งอยู่ข้างๆกำลังทำหน้ามุ่ย

“ทำไมถึงต้องสู้อีกแล้ว ยังเลือกชุดไม่เต็มอิ่มเลย!”

ฉินเฟิงหันไปแล้วทำหน้ายิ้มๆ

“ก็ไม่ใช่เพราะเพื่อเธอรึไง?”

ไป๋หลีงงงันไปในตอนแรก

แต่สักพักก็เริ่มเข้าใจ

“อ๋อ

ทั้งสองคนคิดจะต่อสู้กันเพื่อสิทธิ์ในการมีลูกกับฉันใช่ไหม? แต่ฉันยังเด็กอยู่เลยนะ!”

มือของฉินเฟิงกระตุกวูบ

เผลอปัดพวงมาลัยจนรถเกือบไหลพุ่งชนตึกข้างทาง แต่เขาก็หักกลับมาอย่างรวดเร็ว

และเปิดโหมดขับขี่อัตโนมัติ ก่อนจะยื่นมือออกไป

วางลงบนผมสีขาวเงินของไป๋หลีแล้วขยี้เบาๆ

“เธอยังเด็กจริงๆนั่นแหละ

ฉะนั้นเด็กๆคงไม่รู้เรื่องรู้ราวมากนักหรอกใช่ไหม?”

ไป๋หลีถลึงตามองฉินเฟิง

เปิดปากอย่างไม่พอใจ “รู้สิ! ว่าสังเวียนที่กำลังจะไป มันคือสถานที่สำหรับต่อสู้

และตัวเราเผ่าจิ้งจอกเงินน่ะ ตลอดชีวิตจะสามารถมีคู่ชีวิตได้คนเดียว

ผู้คนเลยหมายจะยื้อแย่งเป็นธรรมดา

แต่นั่นหมายความว่าผู้แพ้จะต้องถูกทุบตีจนตายไม่ใช่หรือ คิดว่าเรื่องนี้ฉันไม่รู้รึไง!?”

‘อ่า … ไป๋หลีมีความรู้พอสมควรจริงๆ

แต่เหมือนว่าเธอจะประเมินตัวฉันต่ำไป’

ฉินเฟิงเมื่อคิดแบบนี้

ก็อดรู้สึกหมดหนทางไม่ได้

ไป๋หลียังเด็กแล้วยังไง?

เธอทั้งฉลากและแข็งแกร่ง ดังนั้นเธอย่อมมีสิทธิ์จะเลือกคู่ครอง

และเขาจะไม่ยินยอมปล่อยเธอไป!

“เอ้าก็ได้ๆ!

ถือว่าเธอเข้าใจมันก็แล้วกัน” ฉินเฟิงทำอะไรไม่ถูก  ไป๋หลีน่ะฉลาดหลักแหลมในทุกๆเรื่อง

แต่เสียที่มันยังไร้เดียงสา และคำพูดก็ทื่อตรงมากเกินไป

ตัวแค่นี้มาพูดเรื่องมีล่งมีลูกอะไรกัน

อย่าแม้แต่จะคิดเชียว!

กลับมาฝั่งเบื้องหน้า

ซินเจี่ยเซิงบนรถเปิดประทุนมองกระจกหลังอยู่แทบตลอดเวลา

เลยเป็นธรรมดาที่จะเห็นท่าทีสนิทสนมระหว่างฉินเฟิงกับไป๋หลี

แม้มือและเท้าจะยังคงควบคุมรถ แต่ในหัวใจกลับอดรู้สึกอิจฉาไม่ได้ไปวูบหนึ่ง

เจ้าตัวย่ำกระแทกคันเร่งอย่างรุนแรง

ภายใต้ความเร็วที่พุ่งสูงขึ้น ไม่นานทั้งสองก็เดินทางมาถึงศูนย์ประลองผู้ใช้พลัง

“ฉันละอยากจะเห็นจริงๆ

ว่าแกจะแน่ซักแค่ไหน ตอนนี้ยังทันนะ ถ้าช้ากว่านี้ต่อให้แกคุกเข่า

อ้อนวอนขอความเมตตาฉันก็ไม่ปราณี!”

ฉินเฟิงคร้านจะโต้เถียง

เขาหันไปมองสำรวจสังเวียนต่อสู้

เขาพบว่าสถานที่แห่งนี้กว้างมาก

ภายในถูกออกแบบมาแบบเปิดโล่ง

เข้าไปในศูนย์ประลอง

จะเป็นจตุรัสที่กว้างกว่า 200 เมตร และบนจตุรัสมีสังเวียนต่อสู้ตั้งอยู่มากมาย

บ้างมีขนาด 10 เมตร บ้าง 20 เมตร และมีอย่างน้อยๆ 40

กว่าคนที่กำลังต่อสู้อยู่บนสังเวียนต่างๆ นี่เองคือเหตุผลว่าทำไมบนจตุรัสถึงมีทั้งสังเวียนเล็กและใหญ่

และแน่นอน ว่ารอบนอกของจตุรัสมีหน้าต่างสูงขึ้นจากพื้นจนจรดเพดาน

เพื่อให้ผู้คนสามารถรับชมการประลองในห้องส่วนตัวได้

ฉินเฟิงเดินตามซินเจี่ยเซิงไปยังโถงลงทะเบียน

เขาพบว่าโครงสร้างตรงส่วนนี้ของศูนย์ประลอง

ไม่ด้อยไปกว่าโถงทดสอบอบิลิตี้ในเมืองเฉิงเป่ยเลย

และเกรงว่ามันยังมีอุปกรณ์ครอบคลุมยิ่งกว่าซะอีก

ส่วนกฏของศูนย์ประลอง

ชนะแต่ละครั้งจะได้รับรางวัลตอบแทน

ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้มีใครเล่นตุกติกดั่งสำนวนแสร้งเป็นหมูกินเสือ

อย่างเช่นการจับคู่ประลองกับคนที่อ่อนแอ

โถงลงทะเบียนจึงมีเครื่องมือทดสอบพลังที่สามารถวัดผลได้อย่างแม่นยำ

ไม่ว่าจะเป็นพลังสมาธิ , ความแข็งแกร่งทางกายภาพ

, กำลังภายใน

ทั้งหมดล้วนสามารถทดสอบได้

แต่โชคยังดีที่มันไม่มีเครื่องมือทดสอบรูนอบิลิตี้

มิฉะนั้นฉินเฟิงคงอดเข้าร่วมการต่อสู้นี้ซะแล้ว

และเพื่อป้องกันการโกงการประลอง

ไม่เพียงแต่จะไม่มีรางวัลในส่วนของคนที่ทำข้อตกลงว่าจะจับคู่ประลองกัน

แต่คนที่ขึ้นไปบนสังเวียนยังต้องจ่ายเงินอีกเป็นจำนวนกกว่า 10,000 เหรียญ

และผลแพ้ชนะจะต้องถูกตัดสินในเวลาครึ่งชั่วโมง

ซึ่ง 10,000 สำหรับผู้ใช้พลัง

มันก็แค่เศษเงิน

ทางฝั่งซินเจี่ยเซิง

เขาเป็นคนของเมืองเฉิงหยาง และเห็นได้ชัดว่ามิใช่มีสถานะเล็กจ้อย

เพราะทันทีที่เขาก้าวเข้ามา ผู้จัดการศูนย์ประลองก็ออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง

“วันนี้ทำไมนายน้อยซินถึงมีเวลาว่างมาแวะมาเยี่ยมเยือนขอรับ

ใช่ต้องการหาคู่มือสักคนสองคนรึเปล่า?”

แต่ซินเจี่ยเซิงตอนนี้อารมณ์ไม่ดีอย่างเห็นได้ชัด

เขายกอุปกรณ์สื่อสารของตนเอง และส่งหมายเลขนักสู้ของตนออกไปทันที

ปากเอ่ยเสียงเย็น “พอดีว่ามีไอ้เด็กตาบอดแส่หาที่ตาย

ดังนั้นก็เลยว่าจะมอบบทเรียนให้กับมันซักหน่อย!”

“ฮ่าฮ่า!” ผู้จัดการรีบประจบประแจง “ใครกันที่ตามืดบอด

นี่มันไม่รู้รึไง ว่าความแข็งแกร่งของนายน้อยซิน

ไม่ใช่สิ่งที่ใครๆจะสามารถต่อกรได้ โปรดรอสักครู่นะขอรับ

เดี๋ยวกระผมจะจัดเตรียมสังเวียนให้ในทันที!”

ผู้จัดการแยกไปเตรียมการ

ขณะเดียวกันในเวลานี้ ก็ยังมีคนอื่นๆเริ่มมารุมล้อม ทุกคนต่างก็รู้จักซินเจี่ยเซิง

หรือบางทีอาจจะเป็นพวกเขาที่รู้จักซินเจี่ยเซิงฝ่ายเดียว แต่แค่อยากประจบประแจง

เลยเสนอหน้าเข้ามา

ซินเจี่ยเซิงเรียกได้ว่ากลายเป็นดาราดังในพริบตา

ตรงกันข้ามกับฉินเฟิง

ที่กำลังเดินนำไป๋หลีเข้ามา เขาเพียงถูกกวาดมองขึ้นๆลงๆ และในแววตาของผู้คนฉายชัดถึงความสงสาร

แต่ก็มีบ้างที่ยินดีต่อความโชคร้ายของผู้อื่น

“นายน้อยซิน

คุณต้องการสั่งสอนเจ้าเด็กนี่ใช่ไหม? มันบ้าไปแล้ว

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันจะกล้าท้าทายคุณ!”

“เลเวลG งั้นหรอ?

ขยะแบบนี้มันไม่คุ้มค่าให้นายน้อยซินต้องลงมือหรอก ขอให้ผมได้จัดการมันแทนดีกว่า

ใช้แค่มือเดียวก็พอแล้ว!”

“ส่วนกระผมขอแค่สองเท้า

จะเตะมันให้ปลิวไปเลย!”

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”

ซินเจี่ยเซิงที่เฝ้ามองผู้คนประจบประแจง

ตวาดด้วยความรังเกียจ

“เขาไม่ใช่เลเวล G !

แต่แข็งแกร่งยิ่งกว่านั้นมาก!!” ซินเจี่ยเซิงเอ่ยปาก “แต่แข็งแกร่งแล้วมันยังไง?

เพราะสุดท้ายบนสังเวียน ยังไงก็ถูกฉันอัดคว่ำอยู่ดี!”

ประโยคนี้

บ่งบอกชัดว่าไม่เห็นฉินเฟิงอยู่ในสายตา