Ep.943 - แค่คนเดียว?
หากไม่นับชูฟ่านที่อยู่ในมิติธารโลหิต
ผู้บริหารหลักอีกสองคนเข้าประชุมด้วยตัวเอง
และอีกครึ่งหนึ่งของผู้บริหารที่เหลือใช้ภาพฉายเสมือนจริงเข้าร่วม
“วันนี้ ผมได้รับข้อเสนอร่วมพัฒนามิติใหม่
โดยเป็นการร่วมมือกันระหว่างผู้ใช้พลังเลเวล S
ดังนั้นจำเป็นต้องแยกกำลังคนส่วนหนึ่งออกมา
รวมไปถึงการสนับสนุนทางการเงินและช่างเทคนิคบางส่วน”
ฉินเฟิงเอ่ยปาก น้ำเสียงรายเรียบ แต่สำหรับผู้คนในห้องประชุม
เสียงนี้ดั่งกระหึ่มดั่งสายฟ้าฟาด
แม้คนเหล่านี้จะทราบว่าฉินเฟิงแข็งแกร่งมาก แต่ปัจจุบัน
ฉินเฟิงยังเป็นแค่ผู้ใช้พลังเลเวล A เท่านั้น!
แต่เพราะด้วยความแข็งแกร่งของฉินเฟิงเช่นกัน
ทำให้ทุกครั้งที่เขาเข้าต่อสู้กับผู้ใช้พลังคนอื่นๆ ไม่เคยพ่ายแพ้เลย
ส่งผลให้สถานะของกลุ่มเฟิงหลี ยอดเยี่ยมเสมอมา
ในมิติธารโลหิต ฉินเฟิงสามารถต้านทานกำปั้นของหมัดเทพเจ้า
สุดท้ายได้รับพื้นที่มหาศาลในมิติธารโลหิต
แต่นั่นเป็นเพียงส่วนแบ่งที่ต้องช่วงชิงกับผู้ใช้พลังเลเวล A เท่านั้น
ทว่าครั้งนี้ เป็นการร่วมมือกันระหว่างเลเวล S จริงๆ
สถานการณ์ดังกล่าว มันน่าตกใจมากเกินไป
ฉินเฟิงบอกเล่าถึงสถานการณ์บนเกาะมังกรอย่างรวดเร็ว
สภาพแวดล้อมที่นั่นเลวร้ายมาก อย่างไรก็ตาม มันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพลังงานธาตุ
มหาศาลเกินกว่ามิตินี้จะเทียบเปรียบได้
หลังจากว่าจบ ผู้บริหารในห้องนี้
ก็เริ่มเกิดความกังวลขึ้นทันที
ประธานของพวกเขายกระดับเร็วเกินไป จนไม่มีใครสามารถไล่ตามทัน!
หากเป็นมิติธารโลหิตก็ว่าไปอย่าง แต่สำหรับมิติของพระเจ้านี้
พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับจักรพรรดิสัตว์ร้ายของจริง มันอันตรายเกินไป
สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ในหมู่พวกเขา
ไม่แม้จะสามารถส่งตัวแทนไปได้ด้วยซ้ำ เพราะในระดับผู้บริหาร ไม่มีผู้ใช้พลังเลเวล
A อยู่เลย
ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องนี้ฉุกละหุกนัก
ต่อให้เร่งติดต่อจ้างวานเลเวล A เป็นการชั่วคราว เกรงว่าจะไม่ทันการอยู่ดี
“จริงอยู่หากให้จัดการเรื่องเงินมันคงไม่มีปัญหาอะไร
แต่พวกเราไม่มีเลเวล A ถ้าท่านประธานและเลเวล S คนอื่นๆตกลงกันแล้ว
พวกเขาคงไม่คิดเล่นตุกติกใดๆ แต่กลัวว่าลูกน้องของเลเวล S คนอื่นๆจะไม่พอใจ … ”
“ถูกต้อง ต่อให้ร่วมมือกัน แต่กำปั้นใครใหญ่สุด
คนที่เหลือต้องปฏิบัติตาม ในแง่ของกำลังคน พวกเราไม่มีผู้ใช้พลังเลเวล A
และประเด็นก็คือ ต่อให้เป็นเลเวล B พวกเราก็ยังยากที่จะส่งออกไป!”
“ธุรกิจก็คือธุรกิจ แม้ตกลงร่วมมือ
แต่ไม่มีใครยินยอมตัดชุดเจ้าสาวเพื่อไปให้ผู้อื่นสวมใส่หรอก!”
ทุกคนถกเถียงกัน ผู้คนมักคิดในแง่เลวร้ายที่สุดก่อนเสมอ
แม้ผู้ใช้พลังเลเวล S เหล่านั้นจะมีชื่อเสียง
และหากทุกคนในที่นี้หากได้พบเจอพวกเขาข้างนอก
คงเกิดความชื่นชมและเคารพนับถืออย่างสุดแสน แต่ในกรณีที่อยู่ในจุดนี้
ในจุดที่เป็นหุ้นส่วนกัน จำเป็นต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
“อย่าพึ่งวิตกไป ผมก็จะอยู่ในมิติของพระเจ้าด้วยอีกสักพักหนึ่ง
ช่วงเวลานั้น พวกคุณต้องรีบตักตวงผลประโยชน์ให้ได้มากที่สุด!”
ฉินเฟิงเหลือบมองดูซูซิงฝู
สิบปีให้หลัง แม้ซูซิงฝูจะครอบครองทรัพยากรกองพะเนิน
และสามารถก้าวขึ้นเป็นเลเวล A แต่ปัจจุบันเขาเป็นแค่เลเวล C5 เท่านั้น
ความแข็งแกร่งเพียงแค่นี้ ฉินเฟิงไม่พอใจมาก
คงเป็นเพราะฉินเฟิงไม่สั่งการเด็ดขาด
และซูซิงฝูมิได้ทุ่มเทฝึกฝนให้หนักพอใช่หรือไม่?
ซูซิงฝูปั่นความคิดเร็วจี๋ สุดท้ายปิ๊งไอเดียหนึ่ง
เขาหัวเราะออกมา กล่าวว่า “อันที่จริงปัญหานี้แก้ง่ายมาก อา!
พวกคุณคงลืมนึกถึงสิ่งที่ชูฟ่านกำลังค้นคว้าในเร็วๆนี้ไปแล้วกระมัง?”
ฉินเฟิงเลิกคิ้ว มองไปทางชูฟ่าน
บนโต๊ะทำงานของชูฟ่าน หมาจักรกลกระโดดปราดขึ้นมา อ้าปากกล่าว
“ฉันพยายามอย่างหนักในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา
จนในที่สุดสามารถผลิตจักรกลชุดแรกที่ควบคุมโดยมนุษย์ได้แล้ว
ตราบใดที่ผู้ควบคุมมีพลังสมาธิอยู่ในเลเวล C
ก็ผ่านเงื่อนไขเปิดใช้งานหุ่นยนต์ที่มีพลังเทียบเท่ากับผู้ใช้พลังเลเวล A ได้!”
หมาจักรกลกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
ชูฟ่านพยักหน้า ยอมรับว่ามีเรื่องเช่นนั้นจริงๆ
แต่แทบจะในทันที เขากล่าวขัดว่า “แต่ผลลัพธ์งานวิจัยมีแค่เครื่องเดียว
ยังไม่มีวิธีการผลิตในปริมาณมาก วัสดุค่อนข้างขาดแคลนและหายาก
สำหรับหุ่นรบที่มีความแข็งแกร่งอยู่ในเลเวล A
อย่างน้อยต้องใช้วัสดุจากทั้งร่างของจักรพรรดิสัตว์ร้ายเลเวล A ที่สำคัญก็คือ
ประสิทธิภาพการรบของมันจะมากน้อยแค่ไหน ทั้งหมดล้วนขึ้นอยู่กับผู้ควบคุม
บางคนอาจทำให้มันสามารถปลดปล่อยอำนาจถึงขั้นระดับสัตว์เทวะ แต่บางคน …
กระทั่งปลดปล่อยพลังระดับนายพลสัตว์ร้าย เกรงว่าจะยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ!”
ในความคิดเห็นของชูฟ่าน การทดลองนี้ ไม่ต่างอะไรจากความล้มเหลว
“แค่อันเดียว? นั่นก็เพียงพอแล้ว!”
สายตาของฉินเฟิงกวาดไปรอบๆ สมองพลางขบคิด
‘ตอนนี้ชูฟ่านกำลังปกป้องมิติธารโลหิต ,
ซูซิงฝูจำเป็นต้องรั้งอยู่ในเมืองเฟิงหลีอย่างไม่ต้องสงสัย ,
ส่วนโจวฮ่าวยังไม่เหมาะที่จะเคลื่อนไหวตอนนี้ ’
สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ สถานที่ที่จะไปครั้งนี้
จำเป็นต้องรับมือกับผู้ใช้พลังเลเวล A คนอื่นๆ หากปล่อยให้คนที่ไม่เหมาะสมไป
เกรงว่าจะผลลัพธ์จะเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม
อันที่จริง
โกวก๋วนกับโกวซ่งที่ติดตามฉินเฟิงมาตั้งแต่เมืองหวังก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลว
แต่ทั้งสองเป็นคนจากพันธมิตรองค์กรมืด แม้ได้รับการชำระล้างมลทินแล้วก็ตาม
แต่พอได้ลองขบคิดดู ฉินเฟิงก็ยังไม่อยากส่งพวกเขาไปอยู่ดี เพราะหากตายขึ้นมา
ฉินเฟิงคงไม่สามารถหาลูกน้องที่มีความสามารถเช่นนี้ได้อีก
“วังเฉิน คุณไปกับผม!”
วังเฉินในตอนนี้เป็นมือปืนเลเวล C7
ฉินเฟิงเชื่อว่าขอแค่ใช้เวลาไม่กี่เดือนในมิติที่เปี่ยมล้นไปด้วยพลังงานวิญญาณ
อีกฝ่ายน่าจะสามารถตัดผ่านขึ้นสู่เลเวล B ได้ในไม่ช้า
“อา! รับทราบแล้ว” วังเฉินตอบตกลง
จากนั้น ซูซิงฝูก็วุ่นอยู่กับการระดมทุน
เตรียมสนับสนุนการก่อสร้าง , จัดแจงปืนใหญ่พลังงาน ฯลฯ
ทั้งหมดนี้จะถูกเตรียมมอบให้วังเฉินดูแล
ฉินเฟิงมอบหมายเรื่องราวทั้งหมดให้พวกเขาจัดการ
ห้าวันต่อมา ฉินเฟิงพาวังเฉินไปกับเขาแค่คนเดียว
มุ่งหน้าสู่รัฐที่ราบหิมะ
ในทุ่งล่าของรัฐที่ราบหิมะ
หากไม่ใช่เพราะหูซานบอกตำแหน่งแก่เขา ฉินเฟิงคงไม่ทันคาดคิดด้วยซ้ำ
ว่าที่พักของหูซาน จะอยู่ในสถานที่แบบนี้จริงๆ
คาดว่าคงเป็นเพราะรอยแยกที่นี่นำไปสู่เกาะมังกร
ควบคู่กับตรงทางเข้าอุดมไปด้วยพลังงานทางจิตวิญญาณฟ้าดิน
หลังจากหูซานได้รับบาดเจ็บสาหัส เขาเลยหลับใหลอยู่ที่นี่
อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นเรื่องในอดีตแล้ว
ปัจจุบันหลังจากหูซานได้สัมผัสกับมรดกของจ้าวเหนือหัว
ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า หากคิดก้าวหน้าไปไกลกว่านี้ใช่จะเป็นไปไม่ได้
จากนี้ไป อนาคตของชายชราผู้นี้ จะพลิกผันไปอีกทิศทางหนึ่ง
เมื่อฉินเฟิงมาถึงพร้อมกับวังเฉิน อีกสามกองกำลังก็มาถึงแล้ว
ทั้งยังมีจำนวนถึงหลักพัน
พลังสมาธิของฉินเฟิงกวาดออกไป เห็นได้ชัดว่าในบรรดาคนเหล่านี้
มีเลเวล A อยู่มากถึง 14 คน , เลเวล มากกว่า 300 คน , เลเวล C มากถึง 700 คน
แต่เกรงว่าเลเวล B และ C เหล่านี้
ทั้งหมดคงได้แค่ทำงานภายในป้อมปราการ สำหรับเรื่องการออกไปล่าสัตว์ร้าย
ไม่มีทางเป็นไปได้
เป่ยถังเฉียนเห็นฉินเฟิงปรากฏตัว
ต่อมาสายตาเขาเบนตกลงบนร่างของวังเฉิน รู้สึกอึ้งไปเล็กน้อย
“ฉินเฟิง คุณพากำลังคนมาที่นี่แค่คนเดียวหรือ? หรือว่าเขาแข็งแกร่งมาก
… ”
เป่ยถังพูดไม่ทันจบก็ต้องขมวดคิ้ว
เพราะเบื้องหน้าเขามันผู้ใช้พลังเลเวล C ชัดๆ ถ้าเป็นเลเวล B ยังว่าไปอย่าง
โอ้นี่มัน ..!
“แค่คนเดียวก็พอแล้ว” ฉินเฟิงกล่าว
“เอาเถอะ คุณวางใจได้ ถึงจะแค่คนเดียว
แต่พวกเราจะไม่ปฏิบัติต่อคุณอย่างไม่เป็นธรรม” เป่ยถังเฉียนกล่าว
ท้ายที่สุดแล้ว ฉินเฟิงเคยช่วยชีวิตพวกเขา
ปัจจุบันยังเป็นสมาชิกที่แท้จริงของพันธมิตรมนุษย์ อนาคตไร้ซึ่งขีดจำกัด
ดังนั้นจำนวนคนที่เขาพามาจะเป็นอย่างไร ไม่ใช่เรื่องสำคัญ
“ครับ” ฉินเฟิงไม่คิดอธิบายมากความ วังเฉินเวลานี้ประหม่ามาก
เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายน่าสยดสยองจากกายของเป่ยถังเฉียน
ทำให้เจ้าตัวรู้สึกไม่กล้าแม้จะมองปลายเท้าของอีกฝ่าย
เพราะเกรงว่าจะทำให้อีกฝ่ายขุ่นเคือง
เวลานี้ ตามร่างกายของวังเฉิน ยังรู้สึกได้ถึงสายตาของคนอื่นๆมองเข้ามา
สายตาของกลุ่มเลเวล C B ค่อนข้างสับสนงงงวย อย่างไรก็ตาม
ในส่วนของเลเวล A พวกเขาทราบถึงข้อตกลงระหว่างท่านผู้ใหญ่ทั้งสามและฉินเฟิง
“ฉินเฟิงทำแบบนี้ ใช่เป็นการเอาเปรียบกันเกินไปรึเปล่า?
แค่คนๆเดียวจะช่วยอะไรพวกเราได้?”
“ต่อให้เขาแข็งแกร่ง แต่มันก็เป็นความแข็งแกร่งในส่วนที่สามารถไล่ล่าสัตว์ร้ายเท่านั้น!”
“ฉันคิดไม่ตกเลยจริงๆ
ว่าทำไมท่านผู้ใหญ่หูซานถึงยอมร่วมมือกับอีกฝ่าย”
บางคนไม่ทราบถึงความแข็งแกร่งของฉินเฟิง
บางคนแค่ได้ยินจากปากคนอื่นเท่านั้น ส่วนมากเลยคิดว่าฉินเฟิงแค่โชคดี
แต่หากพวกเขาได้เห็นฉินเฟิงสู้กับตาจริงๆ พวกเขาจะต้องไม่มีความคิดแบบนี้แน่นอน
คนเหล่านี้มองมายังฉินเฟิงด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย
ก่อนสลับไปมองวังเฉิน
สายตาทิ่มแทงเหล่านี้ เพิ่มแรงกดดันแก่วังเฉินอย่างใหญ่หลวง!
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved