ตอนที่ 215

1/4

Ep.215 -

หลอมกลั่นโดยรูบิควิเศษ

ตั้งแต่ต้นจนจบการประมูลตั๋ว

ฉินเฟิงไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรเลย

“คุณดูเหมือนจะไม่สนใจสักเท่าไหร่เลยนะ

นี่ไม่ตื่นเต้นเลยหรือ? ภายในเกาะ แค่ดูจากวิดีโอ

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามีโชคก้อนใหญ่กำลังรออยู่!”

ชิหลงมองไปยังเหล่าผู้คนที่ได้รับตั๋วด้วยความอิจฉา

แต่เขาไม่ได้มีคนทรงอิทธิพลคอยหนุนหลัง ฉะนั้นไม่อาจปล้นชิงตั๋วจากคนใหญ่คนโตเหล่านี้ได้

ฉินเฟิงยิ้มอย่างเฉยเมย

“อย่าเพิ่งรีบร้อนไป โชคก้อนใหญ่น่ะมีแน่ๆ

แต่ช่วงเวลาที่จะได้เพลิดเพลินกับมันยังมาไม่ถึง”

ระหว่างกล่าว

สายตาของเขาก็ตกลงบนกลุ่มคนจากองค์กรมืด

เขาพบว่าคนเหล่านี้กำลังมองหน้ากันและกัน

ในแววตาสื่อความหมายบางอย่างที่ไม่อาจอธิบายได้

อย่างไรก็ตามไม่ต้องสงสัยเลย

ว่าคนพวกนี้กำลังคิดเรื่องไม่ดีอยู่แน่ๆ

ชิหลงเหมือนจะสังเกตเห็นเช่นกัน

เขาขมวดคิ้วอย่างช่วยไม่ได้และกล่าว “ด้วยอิทธิพลของกลุ่มหวันซ่ง

ไม่ใช่สิ่งที่คนพวกนี้จะสร้างปัญหาได้”

แต่ฉินเฟิงกลับไม่คิดแบบนั้น

เพราะถ้าองค์กรมืดหวาดกลัวอะไรแบบนี้จริงๆ

พวกมันคงไม่ถูกเรียกว่าองค์กรมืดหรอกจริงไหม?

ไม่ต้องกล่าวถึงประสบการณ์ก่อนเกิดใหม่ที่ได้บอกกับฉินเฟิง

ว่าอีกไม่นาน จะมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น

“ถ้าคุณไม่ติดธุระอะไร

ขอแค่อยู่พักต่ออีกสักวันหนึ่ง แล้วค่อยออกเดินทาง”

ฉินเฟิงบอกชิหลงและฮั่นเจียน

คนแรกตอบตกลงทันที ส่วนคนหลังลังเล

เพราะฮั่นเจียนเองก็สามารถประมูลสินค้าบางอย่างได้เหมือนกัน

ทั้งยังพกเงินติดตัวเป็นจำนวนมหาศาล

ตามปกติแล้วสมควรให้ความสำคัญกับมันมากกว่าสิ่งอื่น

และเพื่อความปลอดภัยจะต้องรีบกลับไปยังเมืองของตัวเองทันที

ถึงให้เร็วขึ้นสักเล็กน้อยก็ยังดี

ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งเหล่านี้บางส่วนยังต้องนำไปให้คนอื่นๆในสถานชุมชนอีกทอดหนึ่ง

แต่เมื่อมองไปยังท่าทีที่สงบและมั่นคงของฉินเฟิง

เขาก็เริ่มเกิดความเชื่อมั่นในตัวอีกฝ่าย

‘ฉินเฟิงสามารถเติบโตมาได้ถึงขนาดนี้ในระยะเวลาอันสั้น

แสดงว่าเขาต้องรู้หรือครอบครองบางสิ่งบางอย่างที่พิเศษออกไป

ไม่งั้นวัยรุ่นอย่างเขาจะกลายมาเป็นตัวตนทรงพลังดั่งเช่นปัจจุบันได้อย่างไร?

อย่างน้อยที่สุดโชคของเขาสมควรไม่เลวร้าย! ’

เมื่อลองพิจารณาถึงพัฒนาการแบบก้าวกระโดดของฉินเฟิง

ฮั่นเจียนก็ตัดสินใจค้างที่นี่ต่ออีกหนึ่งคืน

ณ เวลานี้ งานประมูลได้สิ้นสุดลงแล้ว

ทุกคนแยกย้ายกันไป บางส่วนออกจากเมืองไห่ทันที แต่ก็ยังมีบางส่วนที่พักต่อเช่นกัน

ฉินเฟิงกลับห้องเพื่อพักผ่อน

และบอกหลิงหวูยี่ให้ตื่นตัวตลอดเวลา

เพราะจะมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นในช่วงเวลากลางคืน

ส่วนฮั่นเจียนกับชิหลง

ฉินเฟิงไม่ได้บอกอะไรทั้งสองเป็นพิเศษ

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ทั้งสองคนนี้

หลังจากได้เข้าไปยัง ‘พื้นที่ลึกลับ’ อาจจะผันตัวมาเป็นศัตรูกับตนก็ได้

“แก่นพลังงานพวกนี้สำหรับเธอ”

ฉินเฟิงมอบแก่นพลังงานที่ประมูลมาให้แก่ไป๋หลี “แต่ตอนนี้เธอขึ้นเป็นเลเวล E แล้ว

ฉะนั้นการยกระดับมันจะยากกว่าก่อนๆ จำนวนเท่านี้อาจไม่เพียงพอ

แต่ราชันย์สัตว์ร้ายน่ะทรงพลัง ยากต่อการสังหาร อีกทั้งยังยากจะหาตัวเจอ

พอลองพิจารณาดูแล้ว ถือว่าจำนวนแก่นพลังที่พวกเราประมูลมาได้

ก็มากเกินกว่าที่คิดเยอะแล้ว”

ไป๋หลีพยักหน้าและกล่าว

“ถ้าสามารถวิวัฒนาการได้อีกครั้ง ไม่ต้องพูดถึงแค่เรื่องเลเวล D

บางทีฉันอาจสามารถเลื่อนขั้นเป็นระดับจักรพรรดิสัตว์ร้ายเลยก็ได้!”

จักรพรรดิสัตว์ร้าย!

ได้ยินสี่คำนี้

ในหัวใจฉินเฟิงก็เต้นครึกโครม เขาไม่เคยคาดฝันเลย

ว่าไป๋หลีจะสามารถพัฒนาความแข็งแกร่งขึ้นได้ถึงระดับนั้น

อย่างไรก็ตาม ยิ่งเธอแข็งแกร่งมากขึ้นเท่าไหร่มันก็ยิ่งดี

เพราะยังไงซะ ไป๋หลีก็ถือเป็นผู้ช่วยอันดับหนึ่งของฉินเฟิง

“นั่นฟังดูยอดไปเลยนี่นา!

แล้วเธอคิดว่าตอนนี้ต้องการแก่นพลังงานสักกี่ก้อนกัน?”

ไป๋หลี “น่าจะอีกสักราวๆ 10

เท่าของที่มีอยู่ตอนนี้!”

สมองของฉินเฟิงกลายเป็นว่างเปล่าไปอย่างกระทันหัน

ดูเหมือนว่าแม้ตนจะสามารถทำเงินได้อย่างรวดเร็ว

แต่ก็ยังไม่พอที่จะใช้เลี้ยงไป๋หลีแบบอุดมสมบูรณ์!

“เธอไปจัดการเรื่องแก่นพลังงานแล้วพักเถอะ

ส่วนฉันขอตัวไปทดสอบสินค้าประมูลที่พวกเราได้รับมา”

ไป๋หลีพยักหน้าเห็นด้วย

แก่นพลังงานที่ฉินเฟิงมอบให้ นับว่าเพียงพอให้เธอดื่มด่ำกับมันไปอีกสักพัก!

สนทนากับไป๋หลีจบ

ฉินเฟิงก็หยิบวัตถุดิบจากงานประมูลช่วงเช้าออกมา รวมทั้งรูบิควิเศษ

“ตอนนี้มาดูกัน”

ในความเป็นจริงแล้วรูบิคยังมีจุดอ่อนอยู่อีกอย่างหนึ่ง

นั่นคือหากต้องการยกระดับอุปกรณ์ไปอีกขั้นหนึ่ง

จะสามารถอัพเกรดได้ทีละขั้นเท่านั้น ไม่สามารถกระโดดข้ามขั้นได้

มิฉะนั้นอุปกรณ์รูนจะพังทลาย

อย่างไรก็ตาม

เรื่องแค่นี้หากเทียบกับฟังก์ชั่นอื่นๆของมันแล้ว ถือว่าส่งผลกระทบน้อยมาก

ดังนั้นฉินเฟิงเลยให้หลิงหวูยี่ชิงพูดข้อเสียของมัน

เพื่อให้ผู้ประมูลคนอื่นๆเกิดความรู้สึกลังเล

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะฉินเฟิงมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรูบิควิเศษอยู่ก่อนแล้ว

มันเลยช่วยขจัดปัญหาต่างๆที่จำเป็นต้องทดลอง

ยังไงก็ตาม วัตถุชิ้นแรกที่ฉินเฟิงหยิบออกมา

ไม่ใช่มีดกษัตริย์คราม

แต่เป็นกรงเล็บเพลิงสีชาดเลเวล F5!

นี่คืออุปกรณ์รูนอบิลิตี้ที่เติ้งเหนียนมอบมันให้แก่เขา

“ครั้งแรกขอลองด้วยเจ้านี่ก่อนแล้วกัน!”

ฉินเฟิงวางกรงเล็บเพลิงสีชาดลงบนโต๊ะ

ให้รูบิควิเศษนำมันเข้าไป

กรงเล็บรวมเข้ากับรูบิค

สภาพภายในกรงเล็บกลายเป็นโปร่งใส

ฉินเฟิงสามารถมองเห็นทุกวัสดุภายในมันได้อย่างชัดเจน

ทั้งยังเห็นถึงโหนดพลังงานจำนวนมาก รอบแก่นอบิลิตี้

--มันคือองค์ประกอบที่ช่วยเสริมให้เขาปลดปล่อยอบิลิตี้ได้รุนแรงขึ้น

ยามใช้งานมันพร้อมกับกรงเล็บ

ในสายตาของคนอื่นๆ

อาจเห็นว่ามันคืออุปกรณ์รูนอันยอดเยี่ยม แต่ในมุมมองของฉินเฟิง

เห็นได้ชัดว่าวัสดุหลายชิ้นที่ใช้หลอมมันค่อนข้างไร้ประโยชน์!

ฉินเฟิงนำวัตถุดิบธาตุไฟระดับราชันย์สัตว์ร้ายออกมา

นี่ไม่ใช่สินค้าจากการประมูล แต่มันคือวัตถุดิบจากอุปกรณ์รูนมิติของศาสตราจารย์หวางที่เขาชิงมาจากฐานทดลองแถวๆฟูเฉิง!

“ที่จริงแล้วเวลาป้องกันส่วนใหญ่ฉันแทบจะไม่ได้ยกอุปกรณ์รูนอบิลิตี้ชิ้นนี้ขึ้นมาปัดป้อง

ดังนั้นมันไม่จำเป็นต้องมีขนาดใหญ่โตแบบนี้!”

“ต้องปรับแต่งให้มันดูมีความคล่องตัวมากขึ้น!”

“รูนที่ปลดปล่อยจากมันเองก็ต้องปรับแต่งให้ทรงพลังมากยิ่งขึ้น!”

ภายใต้การปรับแต่งโดยพลังสมาธิของฉินเฟิง

เขานำวัสดุที่ดีกว่าเข้าไปทดแทน และแยกวัสดุที่ไม่จำเป็นออกไปจนหมดสิ้น กรงเล็บเพลิงสีชาดในรูบิค

เริ่มหลอมละลายรวมกับวัสดุใหม่

เฝ้ารอไม่ถึงนาที

กรงเล็บเพลิงสีชาดก็ทะยานขึ้นจากระดับ F5 กลายมาเป็นเลเวล E5 ! และแน่นอน

ว่าไม่มีตราแสดงถึงตัวตนใดๆบนมัน เพราะท้ายที่สุดแล้วของแบบนั้นจะถูกสลักลงไปโดยปรมาจารย์ผลิตอุปกรณ์รูนที่เป็นคนสร้างมัน

จากนั้นฉินเฟิงก็ใส่วัตถุดิบธาตุไฟที่ซื้อจากงานประมูลลงไปอีกครั้ง

--เป็นเขาสิงโตเพลิงระดับราชันย์ ทั้งยังแก่นอบิลิตี้ไฟ

เนื่องจากถูกปรับแต่งโดยรูบิควิเศษ

ส่งผลให้อุปกรณ์รูนชิ้นนี้ ไม่สาดแสงสีม่วงอีกต่อไป ปัจจุบันมันได้สาดแสงสีเงิน

กลายเป็นอุปกรณ์รูนระดับราชันย์ไปซะแล้ว!

เพียงถูกรูบิควิเศษกลืนเข้าไปและคายออกมา

กรงเล็บเพลิงสีชาดรูปแบบใหม่ก็เสร็จสมบูรณ์ ยามใช้งานเจ้าสิ่งนี้

อานุภาพของอบิลิตี้ที่ปลดปล่อยออกมาจะเพิ่มพูนขึ้นเป็นอย่างมาก

ต่อมา

ฉินเฟิงก็จัดการปรับแต่งชุดต่อสู้ของเขา

นี่เองคือเหตุผลที่ว่าทำไมฉินเฟิงถึงประมูลวัตถุดิบระดับราชันย์สัตว์ร้ายมามากมายถึงขนาดนี้

ทั้งหมดก็เพื่อจับมันมายัดลงในรูบิควิเศษ

แล้วทำการหลอมละลายเป็นอุปกรณ์ชิ้นใหม่!

ทุกอย่างดำเนินไปจนเหลืออุปกรณ์ชิ้นสุดท้ายของฉินเฟิง

--มีดกษัตริย์คราม

มีดกษัตริย์ครามถูกนำเข้าไปในรูบิควิเศษ

ภายใต้การควบคุมโดยพลังสมาธิของเขา วัสดุของมีดกษัตริย์ครามแยกกระจัดกระจาย

ในบรรดาชิ้นที่แยกออก มีหนึ่งอันที่เจิดจรัสพรั่งพราว โดดเด่นสะดุดตาที่สุด--

--เป็นเหล็กดารา

มันคือวัสดุที่ไม่มีวันถูกทำลาย

แน่นอน

มีวัสดุบางชิ้นที่มืดมนจนน่าใจหายเช่นกัน

ซึ่งพวกมันล้วนเป็นวัตถุดิบดั้งเดิมที่ใช้ทำมีดกษัตริย์ครามในตอนแรก

ส่วนใหญ่แล้วเป็นของราชันย์หนูยักษ์

ฉินเฟิงกวาดพวกมันออกไปอย่างไม่ลังเล

จากนั้น ก็ยัดวัตถุดิบใหม่ที่เขาซื้อมา

ผสมลงไปรวมกับมีดกษัตริย์ครามอย่างไม่หยุดยั้ง

พริบตาเดียว

มีดกษัตริย์ครามก็กลายเป็นอุปกรณ์รูนระดับราชันย์เลเวล E

ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่มีแสงสีเงินปรากฏออกมาแล้ว ทำให้ใบมีดดูลึกลับมากยิ่งขึ้น

“มาดูกันดีกว่า

ว่ามีดกษัตริย์ครามจะไปได้ไกลยิ่งกว่านี้ไหม”

ว่าจบ

ฉินเฟิงก็นำกระดูกและเกล็ดของสัตว์ทะเลยักษ์ที่พบในโพรงถ้ำเมื่อสิบวันก่อนออกมา

ต้องทราบนะว่านี่คือวัตถุดิบของราชันย์สัตว์ร้ายเลเวล

D

แม้รูบิควิเศษ

จะคัดวัตถุดิบไร้ค่าออกไปหมดแล้ว แต่วัตถุดิบที่เหลือยังมีอีกเยอะมากอยู่ดี

มีดกษัตริย์ครามจึงมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

รูปทรงของมันเกิดการขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว

ตลอดทั้งมีดกษัตริย์คราม

ปัจจุบันมีขนาดยาวเทียบเท่ากับความสูง ⅔ ของฉินเฟิงอย่างกระทันหัน มันยาวกว่า 165

ซม. โดยด้ามจับยาว 25 ซม. และใบมีดยาวถึง 140 ซม. ตรงส่วนใบมีด ตำแหน่งที่กว้างที่สุดมีขนาดกว้างถึง

22 ซม. และหนากว่า 1.5 ซม.

เพียงมอง

ก็พอจะคาดคะเนถึงความหนักเบาของมีดเล่มนี้ได้

ตัวมีดกษัตริย์ครามยังคงเป็นสีน้ำเงินหมึก

ในทางกลับกันตรงส่วนของใบมีดกลับดำสนิท

และปรากฏลวดลายเกล็ดปลาตรงขอบขึ้นอย่างไม่คาดฝัน

ฉินเฟิงพึงใจกับผลลัพธ์นี้มากพอแล้ว!

ฉินเฟิงกระตุ้นพลังสมาธิ

แสงสีเงินสาดออกมาจากรูบิควิเศษ และมีดกษัตริย์ครามรูปโฉมใหม่ก็เผยออกมา