ตอนที่ 287

3/6

Ep.287 -

ตระกูลซงไล่ล่า

“ราชันย์สัตว์ร้าย!!!”

หลังจากจ้าวหยิงอี้เห็นไป๋หลี เขาตกใจแว่บหนึ่ง แต่สักพัก

ดวงตาของเขาก็เปล่งประกายเจิดจรัส “สัตว์ร้ายพันธะสัญญางั้นหรือ? ไอ้หนู

แกโชคดีมาก ที่สามารถทำสัญญากับราชันย์สัตว์ร้ายได้

แต่คิดจริงๆหรือว่าแค่นี้จะสามารถโค่นฉัน?”

จ้าวหยิงอี้มั่นใจในตัวเองมาก

เพราะท้ายที่สุดแล้ว บนกายเขา

คือเกราะในของราชันย์สัตว์ร้ายเลเวล D

ดังนั้นการโจมตีของฉินเฟิงและไป๋หลี

ไม่อาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อเขา

“ยังไงก็เถอะ ฉันคงไม่มีเวลามาเล่นด้วย

ตอนนี้พวกตาแก่ตระกูลซงหลายคนกำลังออกมาแล้ว พวกมันคิดจะฮุบผลประโยชน์ไว้คนเดียว

เกรงว่าอีกไม่กี่นาทีคงมาถึงที่นี่”

ฉินเฟิงพอได้ยินก็เงียบไปครู่หนึ่ง

ก่อนจะเอ่ยปากว่า  “ถ้าอย่างนั้น

ฉันคงไม่สามารถเสียเวลากับนายได้เหมือนกัน เพราะถ้าต้องสู้กับเลเวล D

หลายคนในคราวเดียว ต่อให้เป็นฉัน ก็ไม่แน่ใจว่าจะชนะ”

จ้าวหยิงอี้หัวเราะ “เห?

งั้นแกกำลังจะบอกว่าถ้าฉันคนเดียวยังไงก็ชนะได้งั้นสิ

จะมั่นใจในตัวเองมากเกินไปหน่อยมั้ง!”

จ้าวหยิงอี้คือใคร?

เขาคือคนที่ถูกเรียกว่าอัจฉริยะมาตั้งแต่เด็ก ครอบครองพละกำลังอันแข็งกร้าว

ไม่ว่าจะสัตว์ร้ายเลเวล D หรือผู้ใช้พลังเลเวล D ล้วนไม่คณามือเขา  ในยามที่ตนมีเลเวล E8 E9

เขาถึงขั้นสามารถไล่ล่าและสังหารมือปืนเลเวล D มาแล้ว!

ดังนั้น คำกล่าวของฉินเฟิง

จ้าวหยิงอี้มิให้ค่าใดๆ

บางที

หากเทียบระหว่างเขากับบลัดฮันเตอร์ ในกรณีที่อยู่ในเลเวลเดียวกัน

อีกฝ่ายจะแข็งแกร่งกว่านิดหน่อยก็จริง

แต่ปัจจุบันเลเวลของทั้งสองห่างชั้นกันมากเกินไป

ยังไงก็ตาม เพื่อความปลอดภัย

เขาเลยเฝ้ารอให้นักฆ่าคนอื่นๆกดดันฉินเฟิงอีกสักหน่อย

พอถึงเวลาที่เหมาะสมก็ออกมาเก็บเกี่ยว

ณ เวลานี้

สองมีดสั้นในมือของฉินเฟิงหายวับไป เห็นได้ชัดว่าเก็บเข้าพื้นที่มิติ

จากนั้น

ในมือของฉินเฟิงก็ปรากฏมีดอีกเล่มหนึ่ง

รูปทรงของมันค่อนข้างยาว

ตัวใบมีดก็หนัก และกว้างอย่างไม่น่าเชื่อ เกือบจะเป็นดาบอยู่แล้ว

---ยามผู้คนจ้องมอง จะให้ความรู้สึกเปี่ยมไปด้วยความแข็งแกร่ง

และสิ่งสำคัญที่สุดก็คือ มีดนี้เหมือนจะไม่ได้ทำจากฝีมือมนุษย์ ถูกดัดแปลงมากมายจนดูมีแสงที่พิเศษออกไป

ไม่อาจทราบได้ว่าอยู่ในระดับใด

จ้าวหยิงอี้ขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว

“หรือนี่จะเป็นอาวุธเทวะ?”

ตั้งแต่โลกถูกรุกรานโดยรอยแยกมิติ

หลายตำนานที่สาบสูญก็คล้ายจะได้รับคำตอบ

อย่างอาวุธบางชนิดที่เหล่าบุคคลระดับตำนานในประวัติศาสตร์เคยใช้

ที่มักสามารถสำแดงอำนาจเกินกว่ามนุษย์จะรังสรรค์ออกมาได้

อาวุธดังกล่าว

มักจะถูกเรียกว่าอาวุธเทวะ

ถ้านี่เป็นของจริง

เขาต้องระมัดระวังตัวให้ดี

“น่าสนใจดีนี่ ในเมื่อแกมีของดี

งั้นมาดูกันว่าแกจะดึงความสามารถของมันออกได้ดีเหมือนกันรึเปล่า!”

ว่าจบ จ้าวหยิงอี้ก็เรียกกระบองออกมา

มันคืออาวุธในเลเวล D เช่นกัน ทั้งยังสาดประกายสีเงินขาวดูนวลตา

ในเมื่อจ้าวหยิงอี้แข็งแกร่ง

ฉะนั้นอาวุธที่เขาครอบครองก็ย่อมแข็งแกร่งด้วยเป็นธรรมดา

ฉินเฟิงไม่สะทกสะท้าน

ก้าวเข้าชาร์จอีกฝ่าย

“พลุไฟสงคราม!” แค่เริ่มต่อสู้

ฉินเฟิงก็งัดกระบวนท่าสังหารออกมาทันที

“พันสงฆ์สยบมาร!”

จ้าวหยิงอี้ไม่น้อยหน้า

ระเบิดกระบวนท่าวรยุทธที่ร้ายกาจที่สุดของตน

กำลังภายในจำนวนมหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่อาวุธ

ปรากฏเสียงหึ่งๆกังวาน

ณ ตำแหน่งที่พวกเขายืนอยู่

คือใจกลางภูเขาใหญ่ ดังนั้นเสียงนี้จึงสะท้อนไกลออก

ส่งผลให้พวกซงหยูไคและคนอื่นๆที่กำลังค้นหาร่องรอย

สามารถพบทิศทางที่ถูกต้องได้ทันที

ในระหว่างนั้นเอง

การต่อสู้ระหว่างฉินเฟิงกับจ้าวหยิงอี้ ยิ่งมายิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

ช่วงจังหวะนั้นเอง

พลังสมาธิของฉินเฟิงพลันกระตุกไหวอย่างรุนแรง

เขารู้สึกได้

ว่าพลังสมาธิที่ปลดปล่อยออกไปรอบนอก กวาดโดนผู้ใช้พลังเลเวล D หลายคน

บางที

นี่อาจเป็นตระกูลซงที่จ้าวหยิงอี้กล่าวถึง

ดูเหมือนต้องรีบแก้สถานการณ์ให้จบโดยเร็วซะแล้ว!

ข้อมือของฉินเฟิงพลิกกลับ

ยามปะทะกับกระบองจ้าวหยิงอี้ เขาก็ดีดตัวถอยออกมากว่า 3 เมตร

จ้าวหยิงอี้ยิ่งสู้ก็ยิ่งรู้สึกตกใจ

เขาไม่คาดคิดเลยว่าฉินเฟิงจะแข็งแกร่งขนาดนี้

แต่นั่นก็ทำให้จ้าวหยิงอี้ยิ่งอยากสังหารอีกฝ่ายลงมากกว่าเดิม

เมื่อเห็นฉินเฟิงถอย จ้าวหยิงอี้ก็ไล่ติดตามทันที

ในเวลานั้นเอง

พลังสมาธิของฉินเฟิงถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง

“ระเบิดแมกมา!”

ตูม!

คลื่นอัดอากาศร้อนผ่าวลุกฮือขึ้นจากพื้นดิน

โถมเข้าปกคลุมจ้าวหยิงอี้ทันใด

จ้าวหยิงอี้ไม่ทันป้องกัน

ร้องโวยวายด้วยความตกใจ

“นี่มันบ้าอะไรกัน!!”

ปราณกำลังภายในโดยรอบที่คอยคุ้มกายถูกลดทอนพลังงานลงอย่างรวดเร็ว

จ้าวหยิงอี้ย่ำเท้าออกไป ดีดตัวขึ้นกลางอากาศ หลุดพ้นจากระยะโจมตีของเสาแมกมา

ในตอนนั้นเอง

รอยแยกสีดำพร้อมกับแสงสีเงินพลันสาดออกมา

ปรากฏขึ้นในตำแหน่งที่เขาดีดตัวหลบเลี่ยงอย่างกระทันหัน

จ้าวหยิงอี้ไม่ทราบว่าสิ่งนี้คืออะไร

แต่ด้วยสัญชาตญาณบอกได้ว่ามันไม่ใช่เรื่องดี พยายามหลบเลี่ยงโดยจิตใต้สำนึก

เมื่อกายฉีกวูบไปอีกทาง

เบื้องหลังเขาก็ปรากฏอีกรอยแยกหนึ่งขึ้นมาอย่างกระทันหัน ยังไม่พอ

เพียงพริบตาเดียว รอยแยกก็ผุดออกมามากขึ้น

มากขึ้นเรื่อยๆจะแทบจะปกคลุมรอบกายของจ้าวหยิงอี้

ปุ

ปุ ปุ ปุ!

รอยแยกมิติพยายามตัดเฉือนแขนขาของจ้าวหยิงอี้

หากปล่อยไว้อีกไม่นานคงทำได้สำเร็จ

เป็นฝีมือของไป๋หลี!

ฉินเฟิงแน่นอนไม่รอช้า โฉบกายเข้าหาศัตรู

“โอบกอดทมิฬ!”

ความมืดมิดปกคลุมจ้าวหยิงอี้

“นี่มัน-- ”

จ้าวหยิงอี้เสียจังหวะอีกครั้ง แต่ก็เร่งรีดเร้นกำลังภายในมหาศาลระเบิดออกมา

ขับไล่รูนมิติสีเงินไป รอยแยกมิติโดยรอบถูกหุบกลับคืน

นี่เองคือเหตุผลที่ว่าทำไมเลเวล D

จึงสามารถเข้าร่วมรบในแนวหน้าได้

เพราะเลเวล D

นอกจากสามารถแปรสภาพกำลังภายในสู่ภายนอกได้แล้ว

ยังสามารถใช้มันปิดรอยแยกมิติเล็กๆน้อยๆได้อีกด้วย

ในระดับที่สูงขึ้นไป อบิลิตี้มิติ

มิใช่พลังที่คงกระพันอีกต่อไป!

อย่างไรก็ตาม

อบิลิตี้มิติแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะป้องกัน หากคิดเผชิญหน้ากำไรย่อมไม่คุ้มเสีย

มันสิ้นเปลืองกำลังภายในและสมาธิมากเกินไป และฉินเฟิงไม่พลาดโอกาสนี้

“ลำแสงแห่งความมืด!”

เส้นรังสีทมิฬอันเข้มข้น

ตกลงบนตัวจ้าวหยิงอี้

จ้าวหยิงอี้รู้สึกว่าตนเองกลายเป็นคนอ่อนแอทันใด

พละกำลังเหือดหายลงเป็นอย่างมาก

ณ ขณะนี้

เหมือนเขาจะรู้ตัวแล้วว่าตนกำลังเผชิญหน้ากับอะไร!

“ที่แท้ก็เป็นอบิลิตี้ไฟ

กับอบิลิตี้มืด!”

ไม่ผิดแล้ว มันคืออบิลิตี้แน่นอน

แต่ว่านะ

บลัดฮันเตอร์เป็นผู้ใช้วรยุทธโบราณไม่ใช่หรือ ตกลงเขาเป็นอาชีพอะไรกันแน่!?

ไม่อนาุญาตให้จ้าวหยิงอี้ฟุ้งซ่านไปกว่านี้

ฉินเฟิงตัดสินใจสังหารทันที

“ทักษะลับกลืนดารา!”

แรงดึงดูดมหาศาลของฉินเฟิง

ดูดซับกำลังภายในของจ้าวหยิงอี้

“ออกไปให้พ้น!”

จ้าวหยิงอี้หวดกระบองในมือเขา จนหลุดพ้นจากอำนาจดึงดูดของฉินเฟิง

เขาช่างทรงพลังจริงๆ

เป็นไม่กี่คนเลยที่สามารถหลุดพ้นจากกลืนดาราได้แทบจะในทันที!

ในตอนนั้นเอง

ไป๋หลีพลันปรากฏกายขึ้นอีกครั้ง

จ้าวหยิงอี้มัวแต่ใช้กำลังภายในสลายโอบกอดทมิฬ

รู้สึกตัวอีกที ไป๋หลีก็อยู่ในสายตาของเขาแล้ว

“จงมองมาที่ฉัน!”

ดวงตาของไป๋หลีสาดประกายสีเงินลึกล้ำ

วิสัยทัศน์ของจ้าวหยิงอี้กลายเป็นพร่าเลือนชั่วขณะ

เขาคือผู้ใช้วรยุทธโบราณ

ดังนั้นพลังสมาธิมิได้แข็งแกร่ง ย่อมไม่อาจต้านทานอบิลิตี้ระดับราชันย์ได้

ไป๋หลีเอ่ยอีกครั้ง “อย่าขยับ!”

ร่างของจ้าวหยิงอี้พลันแข็งค้าง

ฉินเฟิงตวัดมีดเฉือนในคราวเดียว

จ้าวหยิงอี้ขัดขืน

โยกตัวถอยหลังไปครึ่งก้าว

อย่างไรก็ตาม มันสายเกินไป

พรวดดด!

ลำคอของจ้าวหยิงอี้ถูกตัดจนเกือบขาดโดยมีดกษัตริย์ครามของฉินเฟิง

“อึก …. อ๊อก … ”

จ้าวหยิงอี้ต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ไร้กำลังจะเอ่ย

ฉินเฟิงก้าวไปข้างหน้า

ก่อนที่อีกฝ่ายจะตาย กำลังภายในในตันเถียนยังคงอยู่ ดังนั้นวางมือนาบลงและ--

--กลืนดารา!

กำลังภายในพลุ่งพล่าน

ไหลทะลักออกมาอย่างบ้าคลัง ถูกสูบเข้ามาในตันเถียนของฉินเฟิง

มันกระจุกตัวกันหนาแน่นจนแทบระเบิด!

ต่อสู้เพียงวันเดียว

เมื่อรวมกำลังภายในของจ้าวหยิงอี้แล้ว ตันเถียนของฉินเฟิงถึงขีดกำจัด

มันเอ่อล้นไปด้วยทะเลเมฆกำลังภายในถึง 99 ชั้น!

แม้กำลังภายในของอีกฝ่ายจะยังถูกสูบกลืนมาไม่หมด

แต่ฉินเฟิงไม่กล้าทำอะไรไปมากกว่านี้ ยอมตัดใจปล่อยมือ

ขณะเดียวกัน สามผู้ใช้อบิลิตี้เลเวล D

อีกไม่กี่ร้อยเมตรก็จะประชิดตัวเขาแล้ว!

ฉินเฟิงยกมือขึ้น เพลิงโลกันต์ผุดออกมา

สลายร่างของจ้าวหยิงอี้ ทั้งเกราะในเลเวล D และอุปกรณ์อื่นๆถูกชิงมาหมดสิ้น

หลังจากหยิบอุปกรณ์รูนมิติมาเป็นอย่างสุดท้าย ฉินเฟิงกวาดขาเตะออกไป

กวาดขี้เถ้าลอยฟุ้งไปในอากาศ

“เปลวไฟและความมืดเอ๋ยจงกลับคืน!”

รูนทั้งหมดที่แปลงเป็นท่าอบิลิตี้ถูกรวบรวมกลับมาโดยฉินเฟิง

หากไม่ใช้เครื่องมือพิเศษ เป็นไปไม่ได้ที่จะตรวจพบความผันผวนของอบิลิตี้ที่นี่

ตอนนี้

หลงเหลือเพียงจุดเดียวที่ต้องกลบเกลื่อน

คือพื้นดินที่ปลดปล่อยเสาลาวาออกมาเมื่อครู่

ปัจจุบันมันกลายเป็นลักษณะของแอ่งที่เหลือจากการระเบิดของภูเขาไฟ