ตอนที่ 607

Ep.607 - ว่าจ้างหยวนเสี่ยวกวง

หยวนเสี่ยวกวงเป็นคนเดียวที่แยกตัวจากทีม

สำรวจลึกเข้าไปในเขตของผีเสื้อผงหอมพร้อมฉินเฟิงกับไป๋หลี

ผลลัพธ์คือถูกกับดักผงดึงดูดสัตว์ร้ายของกลุ่มชินระ

ชักนำแมลงสัตว์นับไม่ถ้วนมารุมล้อมพวกเขา สุดท้ายเป็นตนเองถูกพิษ จนเกิดภาพหลอน

แต่หลังจากถูกฉินเฟิงสับคอจนสลบไสล

เจ้าตัวก็ไม่ทราบว่ามันเกิดอะไรขึ้นอีก เมื่อถูกปลุกขึ้นมา

เขาที่กำลังสับสนมึนงงก็เร่งเข้าร่วมการต่อสู้ จนภารกิจลุล่วง ทว่าตั้งแต่กลับไป

เขานอนไม่หลับทั้งคืน

เพราะไม่ทราบจริงๆว่าตัวเขาสามารถหนีรอด

หลุดพ้นจากสถานการณ์คับขันเช่นนั้นได้อย่างไร

จนมาถึงตอนนี้ หยวนเสี่ยวกวงถึงค่อยเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง

ว่าแท้จริงแล้วเป็นฉินเฟิงกับไป๋หลีนี่เอง ที่สังหารจักรพรรดิผีเสื้อ ทำลายรังแมลง

แล้วลากตนออกมา

‘เดี๋ยวก่อนนะ นี่มันหมายความว่ายังไงกัน?

มันหมายความว่าพวกเขาแค่สองคน สามารถสังหารจักรพรรดิแมลงกับทำลายรังของพวกมันได้โดยลากเอาตัวถ่วงอย่างฉันไปด้วยงั้นหรอ?

บ้าน่า ต้องฝันไปแน่ๆ หรือว่าตอนนี้ฉันยังมีอาการหลอนจากพิษอยู่?’

หยวนเสี่ยวกวงอดไม่ได้ที่จะสงสัย แต่สักพัก

เขาก็ขมวดคิ้วและกล่าว “ไม่น่าใช่ ถ้าฉันยังติดอยู่ในภาพลวงตาจริงๆ

ตอนนี้ต้องเป็นฉันต่างหากที่สมควรมีอำนาจมากที่สุด

ต้องเป็นฉันต่างหากที่เกิดภาพจินตนาการว่าตัวเองเป็นคนกำจัดจักรพรรดิแมลง

และทำลายรังของมัน เพราะงั้นทั้งหมดนี้ … เป็นเรื่องจริง!”

แน่นอน ว่ามันเป็นเรื่องจริง

พลังสมาธิของหยวนเสี่ยวกวงสามารถรับรู้ได้ทุกสิ่ง ความรู้สึกในตอนนี้

มันไม่เหมือนกับกำลังตกอยู่ในภาพหลอนอย่างสิ้นเชิง

ผลลัพธ์นี้ช่างน่าเหลือเชื่อนัก

ระหว่างหยวนเสี่ยวกวงกำลังพูดกับตัวเอง ฝูงชนโดยรอบบังเกิดความโกลาหลขึ้น

ซื่อฉิงเป็นคนแรกที่ก้าวออกมา อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม

“เมื่อวานนี้นายไปพื้นที่เขต 13

แล้วสามารถบุกทำลายรังแมลงได้งั้นหรอ?”

ฉินเฟิงพยักหน้าไม่ปิดบัง “ใช่ หลังแยกจากคุณ

ผมก็รับภารกิจของมิสเตอร์คงโบะ เข้าไปในเขต 13 พร้อมกับเขา”

“นี่นาย … เอาเถอะ ถ้าเป็นแบบที่พูดจริงๆ

บางทีนายอาจออกสำรวจเขต 5 คนเดียวก็ได้

แต่ไม่คิดจะชักชวนคนอื่นๆไปด้วยจริงๆน่ะหรอ?”

ฉินเฟิงขบคิด และกล่าว “อา อาจจะชวนไปสักสี่ห้าคน

แต่ไม่ใช่ให้ช่วยสู้ เป็นช่วยเก็บกวาดสนามรบ”

ซื่อฉิงไร้คำจะกล่าว ที่เขาถามหมายถึงพาคนไปสู้

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ลุยเพียงลำพังอาจไม่ปลอดภัย แต่ผลลัพธ์คือฉินเฟิงเข้าใจผิด

คิดว่าเขาเตือนว่าจะเก็บกวาดสนามรบยังไงถ้าไปคนเดียว

ครั้งนี้ไป๋หลีพยักหน้าบ้าง และกล่าว “รังแมลงก่อนหน้านี้

ยังเหลือวัตถุดิบสัตว์ร้ายอีกมากที่ตายอยู่ในรัง แต่เนื่องจากพวกเราคนไม่พอ

เลยไม่มีเวลาทันได้เก็บกวาดมัน”

--ไม่มีเวลาทันได้เก็บกวาดมัน!!

ผู้ใช้พลังบางคน ได้ยินถึงคำนี้ต้องหูผึ่งทันใด

ที่พูดนั่นเป็นความจริงใช่ไหม? งั้นถ้าไปยังเขต 13 ตอนนี้

บางทีอาจได้รับโชคก้อนใหญ่ก็ได้

“เอาล่ะๆ พวกนายไปเถอะ ระมัดระวังตัวด้วยแล้วกัน

จำไว้ว่าหลังจากกลับมาตอนเย็นแล้ว ต้องมารายงานภารกิจที่ตึกผู้ใช้พลังด้วย”

“รับทราบท่านนายพล”

ฉินเฟิงกล่าว และในที่สุดก็ได้ออกจากตึกผู้ใช้พลังสักที

ภายนอกตึกผู้ใช้พลัง มีคนกลุ่มหนึ่งได้มารวมตัวกันอยู่ก่อนแล้ว

คนเหล่านี้มีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับ D บางคนก็แค่ E เท่านั้น

ทั้งหมดที่ว่ามานี้มีอาชีพเป็นมือปืน

มารอเพื่อเฝ้าหวังว่าจะมีใครบางคนรับสมัครพวกเขาไปยังแนวหน้า แล้วแบ่งปันแต้มสงครามกัน

ทว่าบุคคลที่เลือกทำแบบนี้ ทั้งหมดคือคนที่พร้อมตายได้ทุกเมื่อ

ไปอยู่แนวหน้าพร้อมผู้ใช้พลังระดับสูง

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพวกเขาแทบต่อสู้ไม่ได้ แต่ก็ใช่ว่าจะทำอะไรไม่ได้เลย

เพราะอย่างน้อยก็ยังสามารถรับหน้าที่สอดแนมศัตรู รับผิดชอบในด้านสำรวจค้นหา กระทั่งในช่วงวิกฤต

ก็ยังสามารถเป็นตัวล่อให้ผู้ใช้พลังที่ว่าจ้างหลบหนีไป ปล่อยให้พวกเขาถูกทิ้งไว้

กลายเป็นอาหารของเผ่าแมลง

อาจกล่าวได้ว่าเป็นเหยื่อล่อชั้นดีสำหรับแผนหลบหนี

แต่จะโทษใครได้ ก็แล้วใครใช้ให้พวกเขาอ่อนแอกัน?

อย่างไรก็ตาม งานพวกนี้แม้มีความเสี่ยงสูง

แต่ก็ให้ผลตอบแทนที่สูงเช่นกัน สิ่งใดก็ตามที่ได้รับจากมือของผู้ใช้พลังระดับสูง

แค่ภารกิจเดียวก็เทียบเท่าได้กับพวกตนต้องทำงานอย่างหนักเป็นเวลาครึ่งปี

ฉินเฟิงกับไป๋หลีเดินออกมา ผู้ใช้พลังระดับต่ำเหล่านี้

มองมาทางสองร่างของพวกเขา แต่สักพักก็ต้องผิดหวัง และลดศีรษะลง

เพราะตระหนักดีว่าต่อให้ถูกว่าจ้างไป ก็คงได้กินแต่น้ำ มิได้เนื้อ

เนื่องจากคนเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นเลเวล D แล้ว

ความแข็งแกร่งห่างชั้นจากผู้ใช้พลังในโถงแค่ช่วงชั้นเดียวเท่านั้น ต่อให้ถูกเลเวล

C จ้างก็ไม่ค่อยมีประโยชน์อะไร เป้าหมายของคนกลุ่มนี้คือเลเวล B

แต่สำหรับเลเวล E บางส่วน

พวกเขาถือว่ายังห่างชั้นกับผู้คนในโถงผู้ใช้พลัง ไม่มีความแข็งแกร่ง

ดังนั้นไม่มีคุณสมบัติที่จะเลือกมากเหมือนพวกเลเวล D

“รับสมัครผู้ใช้พลังเลเวล E จำนวน 5 คน ออกสำรวจพื้นที่เขต 5

เป็นเวลาหนึ่งวัน รับผิดชอบในการเก็บรวบรวมวัตถุดิบ” ฉินเฟิงอ้าปากตะโกน

ท่ามกลางฝูงชน ฉันมองนาย นายมองฉัน

บางคนเห็นได้ชัดว่าในแววตาเกิดความเคลือบแคลงสงสัย ในหัวใจนึกคิดว่า

หากฉินเฟิงพาพวกเขาไป คงไม่อาจปกป้องชีวิตของพวกเขาได้

คาดว่าน่าจะแค่ต้องการมองหาเหยื่อไว้คอยรับเคราะห์แทนมากกว่า!

ส่งผลให้ในเวลานี้ ไม่มีใครยอมขยับ

ฉินเฟิงเองก็นึกไม่ถึงเหมือนกัน ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นแบบนี้

แต่ในตอนนั้นเอง คนๆหนึ่งได้วิ่งไล่ตามฉินเฟิงออกมา

กล่าวอย่างเร่งร้อน “ฉันสมัคร! ฉันขอไปด้วยคน”

ฉินเฟิงหันหลังกลับไป และพบว่าเป็นหยวนเสี่ยวกวง!

ฉินเฟิงไม่ทราบว่าควรหัวเราะหรือร้องไห้ดี “ขอโทษที

ผมกำลังมองหาเลเวล E ”

“ไม่เป็นไร! นายแค่คิดว่าฉันเป็นเลเวล E ก็ได้”

หยวนเสี่ยวกวงเร่งกล่าว

ฉินเฟิง “เรื่องนั้นน่ะทำได้

แต่คุณสามารถยอมรับรางวัลตอบแทนที่ไม่คุ้มค่ากับความสามารถของคุณจริงๆน่ะหรอ

รางวัลภารกิจในครั้งนี้คือแก่นนายพลสัตว์ร้ายเลเวล E นะ”

หยวนเสี่ยวกวงกลายเป็นบื้อใบ้ “เอ่อ .. นั่นมันต่ำเกินไป

แต่ฉันก็ไม่ต้องการอะไรมากมาย ขอแค่แก่นนายพลสัตว์ร้ายเลเวล C ก็พอ!”

ดูเหมือนว่าหยวนเสี่ยวกวงจะยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ

สำหรับฉินเฟิงในปัจจุบัน เขามีแก่นนายพลสัตว์ร้ายเลเวล C  สะสมอยู่มากมาย

จากบรรดาสัตว์ร้ายนับไม่ถ้วนที่เคยล่าในอดีต ขอแค่เพียงหยิบออกมาอย่างลวกๆ

ก็มอบเป็นรางวัลได้แล้ว อย่างแย่ที่สุด ถ้าไม่อยากให้มันก็แค่จ่ายด้วยเหรียญพลังงาน

ฉินเฟิงก็เหมือนกับคงโบะ

ที่มอบรางวัลว่าจ้างด้วยแก่นนายพลสัตว์ร้าย

ยังไงก็ตาม สำหรับผู้ใช้พลัง

การได้รับแก่นนายพลสัตว์ร้ายในเลเวลเดียวกัน

สัตว์ร้ายที่ตนไม่สามารถสังหารได้ด้วยตัวเอง รางวัลนี้ถือว่ามีเสน่ห์ดึงดูดมาก

“ไม่ต่ำต้อย! รางวัลนี้ไม่ต่ำต้อยเลย

มิสเตอร์โปรดนับรวมฉันเข้าไปด้วยหนึ่งคน”

ผู้ใช้พลังเลเวล E ถึงกับกล้าเถียงคำพูดของหยวนเสี่ยวกวง

เร่งร้องขอสมัคร

แก่นนายพลสัตว์ร้ายเลเวล E แลกกับการทำงานแค่วันเดียว

นั่นไม่เท่ากับว่าภายในหนึ่งเดือนสามารถรวมกันเป็นเม็ดเงินได้มากกว่าร้อยล้านหรอกหรอ?

ภารกิจนี้เทียบเท่ากับการเข้าร่วมสงครามครั้งใหญ่เลยนะ!

“มิสเตอร์ ได้โปรดนับรวมฉันด้วย”

“ฉันด้วย! ฉันก็ขอเข้าร่วมเหมือนกัน!”

ไม่นาน คนกลุ่มหนึ่งก็มารุมล้อมรอบกายฉินเฟิง

หยวนเสี่ยวกวงอดรู้สึกขมขื่นไม่ได้

เหมือนว่าภารกิจครั้งนี้เขาคงอดซะแล้ว

“แต่หลังจากที่ฉันลองคิดดูดีๆ

จ้างคุณเพิ่มอีกคนก็ไม่น่าจะเป็นอะไร แต่รางวัลจะเป็นแค่แก่นนายพลสัตว์ร้ายเลเวล C

กับเงินอีก 50 ล้านเท่านั้นนะ ตกลงไหม”

ความแข็งแกร่งในปัจจุบันของฉินเฟิง เหนือล้ำชนิดเลเวล C

ด้วยกันไม่อาจเอื้อมถึงได้ ในความคิดของเขา

รางวัลที่หยวนเสี่ยวกวงเอ่ยขอไม่นับว่าเป็นสิ่งใด เพราะอย่างเลวร้ายที่สุด

ที่พอจะอยู่ในสายตาฉิน ต้องเป็นแก่นราชันย์สัตว์ร้ายเลเวล C

ที่ราคามากกว่าแก่นนายพล 1,000 เท่า ไม่ก็แก่นระดับจักรพรรดิ ที่ราคามากกว่า

10,000 เท่า

แต่สำหรับเรื่องนี้ ฉินเฟิงไม่พูด คิดว่าคนอื่นๆก็คงไม่เข้าใจ

“ตกลง ตกลง! ฉันยอมรับ! ”

ซึ่งผู้ที่ถูกเลือก คือเลเวล E 5คนแรกที่เอ่ยปากตะโกน

คนเหล่านั้น ตอนนี้มีความสุขมาก

ทีมขนาดเล็กทั้งสิ้นแปดคน ขึ้นนั่งบนรถศึกสองคัน

ขับออกจากเมืองกลางตู่ซาน

ปัจจุบันลุ่มน้ำตู่ซานย่างเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว

สัตว์ร้ายส่วนใหญ่ไม่ยินดีที่จะเคลื่อนไหว ดังนั้นความถี่ที่จะพบเจอพวกมันระหว่างทางจึงไม่สูงมาก

อีกทั้งสิ่งนี้ยังช่วยให้ผู้ใช้พลังสามารถจัดวางกองกำลัง

ปิดล้อมเข้าปราบปรามรังของพวกมันได้ แต่หากเฝ้ารอจนฤดูร้อนมาถึง

การจะปิดล้อมรังแมลง คงทำไม่ได้

พวกแมลงจะออกจากรัง กระจายกันไปทั่ว มนุษย์ภายในพื้นที่ลุ่มน้ำตู่ซาน ได้แต่เข้าสู่สภาวะป้องกัน

ไม่ก็ยื่นเรื่องเรียกร้องผู้ใช้พลังเลเวล A

ให้มาเก็บกวาดรังแมลงที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ ลดปริมาณสัตว์ร้ายที่รุกรานลง

แต่หากเป็นช่วงเวลานี้ หากยังไม่ถึงอาณาเขตของรังแมลง

การออกมาข้างนอกถือว่าค่อนข้างปลอดภัย

ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด

อุปกรณ์สื่อสารของฉินเฟิงดังขึ้น

เป็นสัญญาณสื่อสารของทีมที่สร้างขึ้นมาชั่วคราว

“ฉินเฟิง พวกเรากำลังเข้าสู่เขตสีเหลือง

คุณต้องการให้ขับรถศึกต่อไปรึเปล่า?” หยวนเสี่ยวกวงเอ่ยถาม

บนแผนที่ ฉินเฟิงและคนอื่นๆ

ได้เข้ามาในลุ่มน้ำซึ่งเป็นพื้นที่สีเหลืองแล้ว นั่นหมายความว่ามีอันตรายอยู่บ้าง

แต่ไม่มีแมลงสัตว์ร้ายกระจุกตัวกันหนาแน่นเกินไป ดังนั้นไม่ต้องหวาดกลัว

“ขับต่อไป”

“รับทราบ” หยวนเสี่ยวกวงรับคำสั่ง ขับรถศึกลอยฟ้าติดตามฉินเฟิง

ฉินเฟิงใช้ออกด้วยพลังสมาธิ รูนมืดโถมเข้าปกคลุมพาหนะทั้งสอง