ตอนที่ 639

Ep.639 - บูชายัญมนุษย์

แผนเดิมในใจของฉินเฟิง

แน่นอนว่าเป็นการได้ครอบครองที่แห่งนี้แต่เพียงผู้เดียว แต่หากคิดจะทำแบบนั้น

มันยังไม่ใช่ตอนนี้

ดังนั้นฉินเฟิงจึงกล่าวว่า

“ต้นไม้เพลิงในดินแดนลาวาน่าประหลาดมาก มันสามารถกลืนกินอะไรลงไปก็ได้

โดยเฉพาะหลังดูดซับซากศพมนุษย์ จะให้กำเนิดลูกโทรลเป็นเท่าทวีคูณ ผมคิดว่า …

สถานการณ์ในตอนนี้ ควรกำจัดพวกมันโดยเร็วที่สุด

ไม่อย่างนั้นพวกเราคงต้องสู้กับมันตลอดไป”

เมื่อได้ยินประโยคนี้ ทั้งสามค่อยผ่อนคลายลง

เพราะนี่เท่ากับเป็นคำอนุญาตกลายๆจากฉินเฟิง

หมายความว่าการเดินทางในครั้งนี้ของพวกเขา ไม่มาเสียเที่ยวแล้ว

เหอเล่อหมิงกล่าว “ถ้าเรื่องนั้นน้องฉินวางใจได้

แต่ตอนนี้ฉันกลัวว่าจะมีคนอีกมากเข้ามา ปรารถนาตัดแบ่งชิ้นส่วนเค้กไป”

ฉินเฟิงพยักหน้าว่าเข้าใจ เอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“เรื่องนั้นช่างมันเถอะครับ

ผมก็แค่หวังว่าจะกำจัดอันตรายที่นี่ให้หมดไปโดยเร็วที่สุด ไม่มีเจตนาอื่นอีก!”

ทั้งสามสนทนากันอีกสักพัก

บางทีอาจเป็นเพราะสมบัติที่นี่ล่อต่อล่อใจมากเกินไป ดังนั้นทุกคนเลยอยากรีบออกไปดู

ไม่อยู่คุยนาน จบธุระก็พาขอตัวแยกจากไป

ฉินเฟิงยืนอยู่บนชั้นสองของวิลล่า สีหน้าแม้ยังคงสงบนิ่ง

หากแต่ในหัวใจเต้นครึกโครมราวกลองชุด

“ถ้าทุกอย่างเป็นไปอย่างราบลื่นมันจะดีมาก

จะกลัวก็แต่ว่าพวกเขาคงไม่ทันคิดเหมือนกันว่าสถานการณ์จะพัฒนาไปถึง ‘จุดนั้น’”

ข้อเท็จจริงนี้ได้รับการพิสูจน์แล้ว ว่าทั้งสามคนคิดง่ายเกินไป

ที่ใดมีผู้คน ที่นั่นย่อมมีแม่น้ำและทะเลสาบ ความหมายก็คือ

สถานที่ใดมีผลประโยชน์ ย่อมนำมาซึ่งการต่อสู้ฆ่าฟัน

ในวันแรก เหอเล่อหมิงและคนอื่นๆล่าได้ไม่เลว

แม้พวกเขาไม่ทรงพลังเท่าฉินเฟิง แต่ทุกคนสามารถสังหารปีศาจโทรลลาวาเดือดเลเวล C

ได้มากกว่า 200 ตัว ทั้งยังเป็นไปอย่างง่ายดาย

รับทรัพย์เป็นเงินกว่า 6 ล้านล้านในวันเดียว นี่เทียบเท่ากับเงินก้นครัวของคงโบะ

ตอนงัดออกมาซื้อวัตถุดิบระดับจักรพรรดิสัตว์ร้ายเลเวล B เลย

ยิ่งไปกว่านั้น นี่แค่วันแรก วันถัดมา ปรากฏผู้ใช้พลังเลเวล B

อีก 5 คนมาเยือน

วันที่สามเพิ่มมาอีก 9 คน

วันที่สี่เพิ่มมาอีก 13 คน

ในระยะเวลสั้นๆแค่ 4 วัน ปรากฏเลเวล B กว่า 30

คนบุกเข้าไปในดินแดนปีศาจโทรล นี่ถือว่าเป็นจำนวนที่มากจนน่าหวาดกลัว

เพราะขนาดในลุ่มน้ำตู่ซาน เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึง

เข้าถึงฤดูแมลงแตกรัง กระจายไปทุกหนแห่ง เกรงว่าจะมีผู้ใช้พลังเลเวล B

มารวมตัวกันแค่ไม่เกิน 10 คนเท่านั้น!

ในขณะที่ปีศาจโทรลลาวาเดือด แม้พวกมันแต่ละตัวมีมูลค่ามหาศาล

แต่จำนวนโดยรวมแล้วอยู่ที่ประมาณ 10,000 ตัวเท่านั้น

แล้วเช่นนั้นจะทำอย่างไรดี?

เหล่าเลเวล B ตัดสินใจร่วมกันอย่างรวดเร็ว

โดยการแบ่งพื้นที่เป็นซีกเป็นซีกคนละ 3 กิโลเมตร แล้วแยกย้ายกันไปล่าสังหารในพื้นที่ของตัวเอง

ส่วนเลเวล B ที่ตามมาสมทบภายหลัง

คงได้แต่ไปช่วงชิงพื้นที่จากอีกฝ่ายมา

ถูกต้อง ใช่ว่าเลเวล B ทุกคนจะอยู่ฝ่ายเดียวกันซะทีไหน

จากทั้งหมด 30 คน มีเลเวล B จากพันธมิตรองค์กรมืด 16 คน และ 14

คนจากพันธมิตรมนุษย์ สำหรับผู้มาใหม่ คงได้แต่ต้องบุกไปยังดินแดนของฝ่ายตรงข้าม

ช่วงชิงดินแดนกัน เกิดการต่อสู้ท้าทาย

สถานการณ์ตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย

มีหลายคนช่วงชิงดินแดนกันอย่างรุนแรง

ถึงแม้พวกเขาจะรู้แพ้รู้ชนะ สู้ไม่ได้ก็ถอยออกมาก็ตาม ถึงกระนั้น

ก็ยังมีผู้เสียชีวิตไปสองคน

ในวันที่สี่ อาณาเขตของโทรลที่จากเดิมขยับขยายมาหลายกิโลเมตร

ค่อยๆถูกตีวงแคบ แคบลงเรื่อยๆ

จนสุดท้ายเหลือเพียงพื้นที่ที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้เพลิง

ส่วนพวกปีศาจโทรลลาวาเดือดถูกสังหารจนเกือบหมด

พื้นดินโดยรอบยุบตัวลง ถูกเติมเต็มไปด้วยสระลาวา

ฉากนี้ไม่ต่างจากหายนะ ยามมองชวนให้อดรู้สึกรังเกียจไม่ได้

สำหรับเลเวล B ที่มาตั้งแต่ช่วงแรกๆ

ย่อมได้รับผลประโยชน์มหาศาล ส่วนที่เหลือซึ่งมาทีหลัง

ก็ได้แต่กินผลึกไฟจากแอ่งลาวาพวกนั้นไป

ณ เวลานี้ ภายในเมืองลาวาเดือด

ในห้องส่วนตัวชั้นบนของโรงแรมที่หรูหราที่สุดคนกลุ่มหนึ่งได้มารวมตัวกัน

โดยแบ่งเป็นเลเวล B ทั้งสิ้น 14 คน แต่ช่างน่าแปลกที่ดันมีเลเวล C

ที่เหลืออีกสองคนนั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ

มิใช่ใครอื่น เป็นฉินเฟิงกับไป๋หลี

“ทุกท่าน ตอนนี้ปีศาจโทรลลาวาเดือดได้ตายไปเกือบหมดแล้ว

เหลือแต่ต้นไม้เพลิง และเนื่องจากตอนนี้ต้นไม้เพลิงมีขนาดใหญ่มาก มันสูงกว่า 300

เมตร ผมเลยเกิดความรู้สึกขึ้นมาว่า

ถ้ายังปล่อยไว้แบบนี้ต่อไปมันอาจอยู่เหนือการควบคุม ฉะนั้นทำไมพวกเราไม่ร่วมมือกัน

กำจัดต้นไม้เพลิงเล่า!” ฉินเฟิงยื่นข้อเสนอ

บางคนก็เห็นด้วยกับเขา

แต่บางคนแสดงออกถึงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

นั่นเพราะพวกเขาไม่แน่ใจว่าหากต้นไม้เพลิงถูกกำจัดไปแล้ว

ตนจะสามารถได้รับผลประโยชน์อะไรอีกหรือไม่ ดังนั้นข้อเสนอนี้

ชัดเจนว่ามีหลายคนไม่พอใจ

“ข้อเสนอของผู้การฉินฟังดูมีเหตุผล ครั้งนี้พวกเขาสามารถต่อกรกับองค์กรมืดได้

ต้องขอบคุณท่านผู้การฉินและมิสไป๋ แต่ยังไงก็ตาม

สำหรับต้นไม้เพลิงแม้มันเป็นสิ่งที่แปลกประหลาด

แต่ถือว่ายังสามารถทำผลกำไรได้อยู่!”

“ใช่แล้ว ต้นไม้เพลิงสามารถให้กำเนิดลูกโทรลได้โดยการบูชายัญ

ทั้งยังบูชายัญได้ทุกอย่างโดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ

บางทีถ้าพวกเราไปขุดก้อนหินหรือตัดต้นไม้ โยนให้แก่มัน

ต้นไม้เพลิงอาจสามารถให้กำเนิดลูกโทรลได้อีกจำนวนมาก!”

เมื่อประโยคนี้จบลง ดวงตาของหลายคนในห้องประชุมพลันสว่างวาบ

ขณะที่บางคนถึงขั้นหัวใจเต้นแรง

อย่างไรก็ตาม ฉินเฟิงกลับแสยะยิ้มเย็นออกมา และกล่าวว่า

“นี่คุณจริงจังหรือ? คุณคงยังไม่สังเกตเห็นใช่ไหม ว่าอุณหภูมิล่าสุดของที่นี่

ไม่นานมานี้มันพุ่งสูงกว่าเดิมมาก”

“โอ? มีเรื่องแบบนั้นด้วยหรือ นายรู้สึกรึเปล่า?”

“ไม่น่า ผู้การฉินคงคิดไปเองแล้ว

บางทีนี่อาจเป็นเพราะสภาพอากาศกำลังเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ!”

ปัจจุบันเพิ่งย่างเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์

โดยปกติแล้วช่วงเวลานี้ของรัฐทะเลเหนือ ต้องยังมีอุณหภูมิอยู่ที่ -10ถึง-20 องศา

ยังถือว่าเย็นอยู่ และอาจมีหิมะตกด้วยซ้ำ

แต่ปัจจุบันอุณหภูมิกลับพุ่งสูงขึ้นมาอยู่ที่ 10 องศาแล้ว

ในขณะที่ผู้ใช้พลังมีภูมิคุ้มกันสภาพอากาศทั้งร้อนเย็น

เลยเป็นธรรมดาที่จะไม่รู้สึกถึงมัน

แต่สำหรับผู้คนทั่วไป พวกเขาเปลี่ยนไปสวมเสื้อฤดูกาลใหม่แล้ว

ไป๋หลีเองก็ถือโอกาสนี้เปลี่ยนไปสวมชุดเดรสยาวที่ถักทอขึ้นจากปีกจักรพรรดิผีเสื้อผงหอม

แต่ปัจจุบันกลับไม่มีเลเวล B คนใดสังเกตเห็น และที่สำคัญก็คือพวกเขาไม่รู้ว่าเลเวล

B ทั้งสองที่เสียชีวิตไป แท้จริงแล้วตกตายด้วยน้ำมือของไป๋หลี

ฉินเฟิงกล่าว “อันที่จริง

การทำลายต้นไม้เพลิงถือเป็นความคิดที่ดี ทุกท่านน่าจะทราบถึงพลังของแฟนผม

เธอมีความสามารถด้านพลังมิติ ถึงไม่มากเท่าไหร่

แต่ก็น่าจะเพียงพอให้พวกเราสามารถแกะหาร่องรอยของรอยแยกมิติที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้

หลังจากทำการเปิดช่องว่างมิติ พวกเราจะเข้าไปสำรวจมิติอื่น

และถ้าสิ่งมีชีวิตข้างในเต็มไปด้วยพวกโทรลแล้วล่ะก็ ….  ”

เมื่อถึงเวลานั้น อยากจะฆ่าเท่าไหร่ ก็ฆ่าได้เต็มที่เลย

พอได้ฟัง เหล่าผู้ใช้พลังเลเวล B

เริ่มเกิดความหวั่นไหวคล้อยตาม

แต่ในตอนนั้นเอง

อุปกรณ์สื่อสารของฉินเฟิงส่งเสียงเตือนขึ้นทันใด

“ฉินเฟิง แย่แล้วล่ะ มีปัญหาแล้ว!”

เสียงของโจวฮ่าวตะโกนลอดออกมา

ฉินเฟิงผงะตกใจ ไม่รอให้เขาทันได้เอ่ยถามสถานการณ์

โจวฮ่าวก็พูดออกมาจนหมดเปลือก

“กลุ่มพันธมิตรองค์กรมืดจู่ๆก็ขับยานบินขนาดใหญ่อย่างน้อยห้าลำเข้ามา

อีกทั้งข้างในยังเต็มไปด้วยผู้คน ตอนนี้พวกมันกำลังโยนคนลงไปในต้นไม้!”

สีหน้าของฉินเฟิงแปรเปลี่ยนกลับกลาย

“เข้าใจแล้ว ฉันจะไปเดี๋ยวนี้!”

ฉินเฟิงไม่ได้สนทนาเป็นการส่วนตัว

ดังนั้นทุกคนต่างก็ได้ยินข่าวนี้พร้อมกัน บังเกิดความตื่นตระหนกไปชั่วขณะ

เพราะพวกเขามีความคิดแค่จะโยนหินหรือต้นไม้ลงไปเท่านั้น

แต่ไม่คาดคิดเลยว่าพวกองค์กรมืดกลับเลือดเย็น ตัดสินใจโยนคนลงไป!

อย่างไรก็ตาม ไม่ต้องสงสัยเลย

ว่าการโยนเผ่าพันธุ์ทรงภูมิปัญญาเป็นอาหาร สำหรับต้นไม้เพลิงแล้ว

นั่นถือเป็นอาหารบำรุงชั้นยอด สามารถให้กำเนิดเป็นทวีคูณ!

“ไป๋หลี ไปเถอะ!”

ฉินเฟิงไม่สนใจผู้คนรอบข้างที่กำลังแสดงสีหน้าแตกต่างกันไป

เขาไม่คิดขออนุญาตหรือถามความเห็นจากคนพวกนี้ เมื่อเรียกไป๋หลี

ก็ใช้ออกด้วยเทเลพอร์ตทันที

วูซซซ!

ฉินเฟิงกับไป๋หลีหายวับไปจากโรงแรม

วิสัยทัศน์โดยรอบกลายเป็นมืดมิด ปรากฏกายขึ้นอีกทีในทุ่งล่า

ท่ามกลางความมืดมิด ในระยะไกลออกไป ปรากฏแสงไฟสว่างจ้า

หากมองจากที่ไกลๆ คุณจะสามารถเห็นพุ่มไม้ใหญ่แตกกิ่งก้านเป็นโดม

วูซซซซ!

ชั่วพริบตาเดียว ฉินเฟิงก็เข้าใกล้สถานที่นั้นยิ่งกว่าเดิม

บนท้องฟ้า ปัจจุบันปรากฏยานบินขนาดใหญ่กว่า 5 ลำ

ยานบินที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศนี้ มีลักษณะคล้ายคลึงกับรถไฟล่องเวหา

ยานบินแต่ละลำสามารถบรรทุกผู้คนอย่างน้อยร้อยชีวิต

ในตอนนั้นเอง ประตูห้องโดยสารถูกเปิดออก

หลายร่างเริ่มถูกโยนเข้าไปในต้นไม้เพลิง

“กรี๊ดดดดดด”

“อ๊าาา ไม่!”

เสียงกรีดร้องสยองขวัญ สะท้อนไปทั่วผืนฟ้ายามค่ำคืน

**พรุ่งนี้งดประจำสัปดาห์ครับ