3/3
Ep.250 -
กระตุกหนวดเสือ
“อ้าว ทำไมเขาจึงไปแล้วล่ะ?
พวกเราทำอะไรให้มิสเตอร์ฉินขุ่นเคืองรึเปล่า?” หยูกังเฝ้ามองฉินเฟิงจากไป
ด้วยกายที่สั่นไหวเล็กน้อย
ตันหยูเองก็รู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมากเช่นกันในตอนนี้
เขากัดฟันกล่าว
“ฉันมอบแต้มสงครามให้กับมิสเตอร์ฉินแล้ว ถึงแม้ว่าเขาจะไม่พอใจมันก็ไม่เป็นไร
เพราะแต้มสงครามเหล่านี้น่าจะพอชดเชยสิ่งที่ว่าได้!”
บอกตามตรง
ตันหยูก็หวาดกลัวฉินเฟิงเช่นกัน
ว่าฉินเฟิงอาจจะเปลี่ยนเป็นปีศาจเสพวิญญาณไปแล้วจริงๆ
ปัจจุบัน นี่ก็นับเป็นวันที่ 3
แล้วที่ปีศาจเสพวิญญาณปรากฏตัวขึ้นในผิงหยุน ทางเมืองต่างๆก็กำลังส่งผู้ใช้พลังมาช่วยเหลือ
แต่ระหว่างเดินทาง พอได้ทราบข่าวจากตันหยูว่าการต่อสู้จบลงแล้ว
ทั้งหมดอดขมวดคิ้วไม่ได้
“อันดับแรก มอบรางวัลให้เขาไปก่อน
เรื่องต่อจากนี้ ไว้ค่อยคุยกันทีหลัง!”
ด้วยเหตุนี้ แต้มของกลุ่มซ่งเฉิง
จึงถูกส่งมาเป็นรางวัลในการต่อสู้ของฉินเฟิง โดยเป็นจำนวนมากกว่า 300,000
แต้มสงคราม
ฉินเฟิงที่กำลังหลับตาพักผ่อน
เปิดระบบขับขี่อัตโนมัติออกจากผิงหยุน
จู่ๆก็รู้สึกถึงการสั่นสะเทือนของอุปกรณ์สื่อสาร
--เป็นข้อความจากระบบแจ้งเตือน
ระบุเอาไว้ว่า :
ฉินเฟิงได้กลายเป็นสมาชิกภายในกลุ่มซ่งเฉินชั่วคราว
แต่ไม่ได้มีส่วนลดพิเศษอะไรให้ และจำเป็นต้องใช้แต้มสงคราม 300,000
ในคราวเดียวเพื่อแลกเปลี่ยนสิ่งที่ตนต้องการ หลังจากนั้นสถานะสมาชิกจะถูกยกเลิก
และสิทธิ์ในการเข้าถึงรายการคลังสมบัติจะถูกถอนคืน
ฉินเฟิงเมื่อเห็นข้อความนี้
ก็ตระหนักได้ทันทีถึงความหมายที่ทางกลุ่มซ่งเฉินต้องการจะสื่อออกมา
“เอาเถอะ
ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลยล่ะนะ”
เพราะเดิมทีจุดหมายของฉินเฟิงคือการออกตามล่าปีศาจเสพวิญญาณ
ดังนั้นรางวัลจากทางกลุ่มซ่งเฉิงที่มอบให้เขาถือเป็นประเด็นรอง
อย่างไรก็ตาม
เมื่อฉินเฟิงเปิดหน้าเว็บในส่วนสมาชิกของกลุ่มซ่งเฉิง เจ้าตัวก็ถึงกับสูดหายใจลึก
เพราะสมบัติในคลังของอีกฝ่าย
มันมหาศาลยิ่งกว่าของฟูเฉิงอย่างเห็นได้ชัด
แม้สิ่งที่มีให้ฉินเฟิงเลือก
ทั้งหมดล้วนมูลค่าต่ำกว่า 300,000 แต้มสงคราม แต่ในส่วนของเลเวล E
มันกลับมีจำนวนให้เลือกเยอะมากราวกับขนบนตัววัว
ทว่าเรื่องนี้พอเข้าใจได้ เพราะยังไงซะ
ผู้ใช้พลังเลเวล D ในฟูเฉิงน่ะมีแค่หยิบมือเดียวเท่านั้น ในขณะที่ทางกลุ่มซ่งเฉิง
มีเลเวล D อยู่มากมาย และประธานกลุ่มของพวกเขาก็มิใช่ตัวตนเล็กจ้อย
ฉินเฟิงไม่เสียเวลาวุ่นอยู่กับมันนานเกินไป
เขาตัดสินใจเลือกค้นหาของดีที่สุด โดยให้จัดเรียงรายชื่อนับจากราคาสูงสุดไปต่ำสุด
ทันใดนั้น สิ่งที่ปรากฏในสายตาของฉินเฟิง
มันล้วนเป็นสิ่งที่มีค่าอย่างไม่น่าเชื่อ
อันดับแรก คือเทคนิคแมกมา
ซึ่งเป็นเทคนิคระดับเดียวกันกับเทคนิคมังกรไฟ
เนื่องจากเทคนิคมังกรไฟที่ได้จากฟูเฉิงมีส่วนลดเป็นตัวช่วย
ในคราวนั้นฉินเฟิงจึงสามารถแลกเปลี่ยนมันได้ในราคา 100,000 แต้มสงคราม
แต่ปัจจุบันไม่มีส่วนลด
ฉินเฟิงเลยตัดสินใจใช้ 300,000 แต้มสงครามทั้งหมดอย่างไม่ลังเลใดๆ
“ขอแลกเปลี่ยนกับเทคนิคแมกมา
และช่วยนำมันไปส่งที่สถานชุมชนเฟิงหลีด้วย”
ฉินเฟิงกรอกแบบฟอร์ม
และช่องในส่วนของสมาชิกก็หายไป
ฉินเฟิงหลับตาลงอีกครั้ง
และคราวนี้เขาไม่ลืมที่จะปรับอุปกรณ์สื่อสารให้อยู่ในโหมดห้ามรบกวน
ในเวลาเดียวกัน
ทางฝั่งกลุ่มซ่งเฉิงก็ได้รับข้อความของเขา
“ฉินเฟิงเลือกของที่จะแลกเปลี่ยนได้แล้ว!”
“อะไร? มันคืออะไร?
ใช่สิ่งที่ช่วยฟื้นฟูพลังสมาธิรึเปล่า? ฉันว่านะ ถึงการต่อสู้จะจบลงแล้ว
แต่การเผชิญหน้ากับปีศาจเสพวิญญาณ
เขาจะต้องสูญเสียพลังสมาธิไปเป็นจำนวนมากอย่างแน่นอน”
“ถามแบบนี้
เหมือนคุณกำลังสงสัยอยู่เลยนะ ว่าเขาเป็นปีศาจเสพวิญญาณปลอมตัวมา?”
“ก็ถามเพราะกลัวไง
แค่ระวังตัวไว้ก่อนมันผิดนักหรอ?”
ถูกต้อง สิ่งที่คนเหล่านี้รู้สึก
มันคือความหวาดกลัวจริงๆ
หวาดกลัวว่าร่างของฉินเฟิงจะถูกยึดครองโดยปีศาจเสพวิญญาณ
เนื่องจากเดิมฉินเฟิงก็แข็งแกร่งมากอยู่แล้ว หากถูกปีศาจเสพวิญญาณยึดครองไปอีก
เกรงว่าในอนาคตคงจะเกิดเรื่องวุ่นวายตามมาอีกมากมาย!
ตันหยูส่ายมือให้คนอื่นๆ
พลางถอนหายใจโล่งอก
“ไม่ต้องกังวลกันไป
ผู้ว่าการฉินเลือกแลกเปลี่ยนเป็นเทคนิคแมกมา!”
“เทคนิคแมกมางั้นหรอ?
ไม่ใช่ว่าเขามีเทคนิคมังกรไฟอยู่แล้ว?”
“นั่นสิ เขาจะแลกเทคนิคแมกมาไปทำไม
แค่อบิลิตี้มังกรไฟก็ยากที่จะฝึกฝนมากพอแล้ว คิดฝึกเทคนิคแมกมาควบคู่ไปด้วย
แบบนี้มันจะไม่โลภเกินไปหน่อยหรอ!”
ตันหยูส่ายหัว หากเทียบกับคนพวกนี้
ตัวเขาถือว่าเข้าใจฉินเฟิงมากกว่าเยอะ
“มิสเตอร์ฉินเพิ่งได้รับเทคนิคมังกรไฟเมื่อไม่นานมานี้เอง จากข้อมูล ฉันคิดว่าเขาน่าจะได้รับมันมาจากฟูเฉิง
และข้อมูลที่ว่า ไม่น่าจะถึงหนึ่งเดือนด้วยซ้ำ
แต่มิสเตอร์ฉินกลับสามารถใช้มันได้แล้ว!”
ซู๊ด---
ฝูงชนพากันสูดหายใจลึก
และจู่ๆพวกเขาก็เกิดความคิดขึ้นมา
ว่าหากเป็นฉินเฟิง การสังหารปีศาจเสพวิญญาณก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้!
ทางฝั่งเฉียนหยวนและพี่น้องตระกูลฟาง
เกรงว่าฉินเฟิงคงกลายเป็นตำนานที่จะถูกจดจำไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิต!
…
ฉินเฟิงหลับสนิทไปทั้งวัน
พอตื่นขึ้นมาอีกที เขาก็พบว่ารถศึกกำลังแล่นเข้าใกล้อาณาเขตของเมืองเฉิงหยางแล้ว
อุปกรณ์สื่อสารถูกเปิดอีกครั้ง
ข้อความผุดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เห็นได้ชัดว่าระหว่างที่กำลังพักผ่อน
ทุกคนต่างตามหาตัวเขา
ฉินเฟิงปัดอ่านไปทีละข้อความ
แต่แล้วเมื่อเจอข้อความหนึ่ง เขาก็ต้องขมวดคิ้วอย่างช่วยไม่ได้
ฉินเฟิงเปิดฟังก์ชั่นโทรออก
ติดต่อหาซูซิงฝูทันที
ทางฝั่งซูซิงฝูรับสายเขาอย่างรวดเร็ว
“ลูกพี่ ในที่สุดคุณก็ตอบกลับ
ฉันคิดว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับคุณแล้วซะอีก!” ซูซิงฝูกล่าวอย่างร้อนรน
“ไม่มีอะไรหรอก
อย่าไปเก็บข่าวจากพวกคนนอกมาใส่ใจนักเลย ตอนนี้บอกผมมาได้แล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
ฉินเฟิงกล่าว
ซูซิงฝู เร่งอธิบาย
“ช่วงที่ผ่านมาการค้าขายเป็นไปด้วยดี
ผู้คนมากมายนำสินค้าบางอย่างที่ขายได้ยากมาให้พวกเรา
จนสินค้าระดับต่ำเป็นกองพะเนิน ฉันเลยติดต่อไปทางสถานชุมชนเล็กๆหรือเมืองต่างๆ
เพื่อขายสินค้าจำนวนมากในราคาถูก
และมีพ่อค้าจากสถานชุมชนขนาดเล็กคนหนึ่งตอบรับคำเชิญของฉัน แต่ระหว่างเดินทาง
กลับ ดันถูกปล้นโดยพวกองค์กรมืด!”
ระหว่างกล่าว
รู้สึกได้ถึงความโกรธของซูซิงฝู “มีคนเดียวเท่านั้นที่สามารถหนีรอดมาได้
เขาวิ่งกลับมายังเฟิงหลี และบอกว่ามันเป็นความผิดของพวกเรา
ว่าถ้าหากเขาไม่มาที่นี่ คงไม่มีใครต้องตาย ถึงตอนนี้เขาจะสงบลงแล้วก็ตาม
แต่ข่าวนี้ชัดเจนว่าไม่ใช่เรื่องดีสำหรับพวกเรา!”
เนื่องจากเฟิงหลีเพิ่งก่อตั้งขึ้น
ดังนั้นยังคงขาดแคลนผู้ใช้พลัง ปัจจุบันเลยมีหน้าที่รับผิดชอบเพียงขายสินค้า
แต่ยังขาดในเรื่องของการบริการด้านความปลอดภัย
หรือพูดอีกอย่างก็คือ
หากส่งผู้ใช้พลังออกไปช่วยปกป้องสินค้า ในสถานชุมชนเฟิงหลีคงไม่เหลือผู้ใช้พลังคอยรักษาการณ์!
สรุปง่ายๆว่า
สำหรับลูกค้าที่ได้ออกจากเฟิงหลีไปแล้ว จะถือว่าอยู่นอกความรับผิดชอบ
ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเฟิงหลีอีก
แต่ในความเป็นจริงก็คือ
หากข่าวนี้ถูกส่งต่อออกไป มันคงจะฟังดูไม่ดี และอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจในอนาคตได้
เพราะสถานชุมชนเล็กๆจำนวนมาก ถือเป็นแหล่งทำเงินของเฟิงหลี
“คุณรู้รึเปล่าว่าใครเป็นคนทำ?”
ฉินเฟิงเอ่ยถาม
“รู้ เป็นกลุ่มตู่เซี่ย! (แมงป่องพิษ)
” ซูซิงฝูตอบ
“พวกมันคงไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกแล้วสินะ
… ” น้ำเสียงของฉินเฟิงกลายเป็นเย็นชา เขาเพิ่งจัดการเชือดไก่ถึง 3 ตัวให้ลิงดูไป
แต่กลุ่มตู่เซี่ยกลับไม่หวาดเกรงกระนั้นหรือ?
ซูซิงฝูเร่งอธิบายต่อ
“หลังงานประมูลของกลุ่มหวันซ่ง แม้จะมีผู้คนจากสถานชุมชนต่างๆเสียชีวิตไปเป็นจำนวนมาก
แต่ทางฝั่งคนจากองค์กรมืดก็สูญเสียไปไม่น้อยเช่นกัน
ตอนนี้คนฝั่งองค์กรมืดกำลังต่อสู้แย่งชิงอาณาเขตกันอย่างลับๆ
และในบรรดากลุ่มองค์กรมืด
เป็นกลุ่มตู่เซี่ยที่สามารถขยายอิทธิพลเป็นวงกว้างเมื่อไม่นานมานี้”
ฉินเฟิงหัวเราะหยัน “ไอ้บ้าตัวไหนกันที่ไปกล่อมประสาทมัน
ให้กล้าทำแบบนี้กับเฟิงหลี?”
ซูซิงฝูไม่กล้าเอ่ยต่อ
เพราะรู้สึกได้ชัดว่าฉินเฟิงกำลังโกรธ
ความแข็งแกร่งในปัจจุบันของฉินเฟิงคือเลเวล
E และเนื่องจากก่อนหน้านี้เขาได้ทำการเชือดไก่ให้ลิงดู
เลยส่งผลให้หลายคนรู้สึกยำเกรงฉินเฟิง
นี่แหละคือประโยชน์ของสิ่งที่เรียกกันว่า
‘ความแข็งแกร่ง’
เดิมฉินเฟิงคิดว่าตัวเองจะได้พักหายใจสักสองสามวัน
แต่ช่างน่าฉงน ที่กลับมีคนก้าวออกมายั่วยุเขาอีกแล้ว
ไม่ว่าคนเหล่านี้จะตั้งใจหรือไม่
ฉินเฟิงก็คร้านจะใส่ใจ
อย่างไรก็ตาม เขามิได้รังเกียจมัน
ถูกเสนอตนก็สนอง แค่ฆ่าอีกรอบให้จบๆไป
ย้ำเตือนให้ผู้คนที่กำลังคอยสอดแนมและคิดฉกฉวยผลประโยชน์จากเฟิงหลีได้รู้ซึ้งอีกครั้ง
“น่ากลัวว่าคงไม่ใช่แค่กลุ่มตู่เซี่ย
กลุ่มเดียวแน่ที่คิดจะทำแบบนี้
พวกมันคงคิดว่าขอแค่ไม่เข้าไปย่างกรายถึงสถานชุมชนเฟิงหลีก็จะปลอดภัยงั้นหรือ?
มันเห็นพวกเราเป็นแค่แกะอ้วนใช่ไหม? ไป! จงไปนำเงินออกมา
แล้วติดต่อกับเครือข่ายนักล่าเงินรางวัล
บอกว่ามีคนเสนอค่าหัวผู้นำกลุ่มตู่เซี่ยเป็นเงิน 1,000 ล้านเหรียญ , สมาชิกเลเวล
F ต่อหัวในราคา 10 ล้านเหรียญ และเลเวล G ต่อหัวในราคา 100,000 เหรียญ!”
**พรุ่งนี้งดประจำสัปดาห์ครับ
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved