4/5
Ep.274 -
การตายของนายน้อยในทุ่งล่า
ซงหยวนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
เขาคืออัจฉริยะอันดับหนึ่งของตระกูล
เริ่มฝึกฝนและวางรากฐานตั้งแต่พลังวรยุทธโบราณของตนยังไม่ตื่นขึ้น พออายุ 10
ขวบก็สามารถสังหารคนอายุ 19 ปีได้
เขาฝึกฝนทักษะแปรผันเลือดจนได้ครอบครองฝ่ามือโลหิต แต่ไม่คาดคิดเลย
ว่าวันนี้ในปัจจุบัน จะต้องมาตกตายลงอย่างกระทันหัน ภายใต้น้ำมือของใครก็ไม่รู้
ทั้งยังเป็นในสถานชุมชนที่เล็กและอ่อนแอ
ดวงตาที่เต็มไปด้วยเลือดของซงหยวนพยายามเพ่งมองอีกฝ่ายอย่างไม่ยินยอม
“แก … แกเป็น .. เป็นใครกัน … อ๊อก!”
เพียงซงหยวนขยับปาก เลือกก็ทะลักออกมา
เขาคว้าข้อมือของฉินเฟิง
แต่กลับไม่อาจผลักดันกำลังภายในนี้ได้เลย
“ทักษะลับกลืนดารา!”
ฉินเฟิงดูดซับกำลังภายในของซงหยวน
แม้ความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายจะอยู่ในเลเวล
F ซึ่งมันช่างน้อยนิด แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย เขาไม่อยากทิ้งให้มันเสียของ
ปัจจุบัน
ซงหยวนไร้ซึ่งกำลังที่จะต่อกรกับความตาย
“แกอยากรู้ว่าฉันเป็นใคร?
คนที่แกฆ่าไปมีตั้งมากมาย จะไปจำศัตรูของตัวเองได้ยังไง!”
ฉินเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง ภายในจิตใจ
ย้อนนึกไปถึงความทรงจำในชีวิตก่อนหน้า
ช่วงเวลานั้น
วันเวลาหลังจากฉีดยากระตุ้นก็ล่วงเลยมากว่า 3 ปีแล้ว ฉินเฟิงอายุได้ 19 ปี มากไปด้วยประสบการณ์ต่อสู้
ทั้งยังออกเดินทางท่องไปทั้งเหนือจรดใต้ จนในที่สุดก็มาถึงเลเวล E
อาจกล่าวได้ว่า
ช่วงเวลานั้นเขาได้หลุดพ้นจากเงามืดของห้องทดลองไปแล้ว
มีกระทั่งคู่หูและกลุ่มพันธมิตร เคยสัญญากันว่าจะก้าวขึ้นสู่เลเวล D
แล้วไปออกรบในแนวหน้าพร้อมกัน
แต่สุดท้าย
ระหว่างภารกิจคุ้มกันการขนส่ง เขาดันได้พบกับซงหยวน
ผลลัพธ์คือทั้งกลุ่มของฉินเฟิงกว่า 300 คน และคู่หูที่ร่วมต่อสู้ฟันฝ่ากันมา
ตายลงอย่างน่าอนาถ
ฉินเฟิงเองก็ถูกอีกฝ่ายโจมตีด้วยฝ่ามือเช่นกัน
โดนฟาดเข้าที่หน้าอก สิ้นท่าในลมหายใจเดียว
อย่างไรก็ตาม
เนื่องจากในกองคาราวานมีผู้เสียชีวิตมากเกินไป
แม้พลังพิเศษดูดกลืนของเขาในอดีตจะหลงเหลือความสามารถเพียง
1/10 ก็ตาม เนื่องจากมีคนตายเยอะมากๆ มันเลยช่วยดูดพลังงานโดยรอบ
ช่วยชีวิตฉินเฟิงเอาไว้ ทำให้เขารอดตายมาได้อีกครั้ง
เพียงแต่ต้องกลายเป็นคนที่แบกรับพลังงานของสหายทั้ง
300 ชีวิต เรื่องคราวนั้นทำเอาฉินเฟิงเกือบแทบบ้า
นามซงหยวน
เกรงว่าจะหนึ่งในบุคคลที่โหดร้ายที่สุดในโชคชะตาของฉินเฟิง
เป็นการดำรงอยู่ที่ไม่มีวันจะลืมเลือนไปจากความทรงจำ
ฉันเฟิงแทบรอไม่ไหวที่จะสังหารมัน
แต่ก่อนจะเกิดใหม่ เขาไม่มีทางแก้แค้นด้วยตนเองได้เลย
เพราะพัฒนาการของซงหยวนก้าวกระโดดเกินไป กว่าฉินเฟิงจะมาถึงเลเวล A
ซงหยวนก็ห่างไกลจากเลเวล A ช่วงต้นแล้ว
ทั้งยังเป็นหนึ่งในตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในเลเวล A เช่นเดียวกับหลุยเหมิงที่ในอดีตเป็นผู้ครอบครองทักษะลับกลืนดารา
---ไอ้สองตัวนี้คือปีศาจร้ายที่ทำแต่เรื่องชั่วช้าไม่อาจให้อภัย!
เป็นปีศาจร้ายที่ครอบครองอำนาจชนิดสามารถฆ่าล้างคนทั้งโลกได้
อย่างไรก็ตาม ในชีวิตมันแตกต่างออกไป
ซงหยวนยังไม่แข็งแกร่งถึงขั้นนั้น
อีกทั้งปัจจุบัน ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับตระกูลซง ฉินเฟิงก็ไม่หวาดเกรง!
แต่ฉินเฟิงคงไม่รู้
ว่าหลังจากการสังหารของตนในวันนี้ ผืนดินจะลุกเป็นไฟ!
ในแววตาของฉินเฟิง ฟุ้งไปด้วยเจตนาฆ่า
แต่ด้วยหน้ากากที่สวมใส่ เลยเป็นไปไม่ได้ที่คนอื่นจะมองเห็น
เวลานี้กำลังภายในของซงหยวนถูกพรากออกไปจนหมดสิ้น
กระทั่งหัวใจยังถูกแทงทะลุ แขนที่คว้าจับข้อมือของฉินเฟิงไร้ซึ่งกำลังสนับสนุน
สุดท้ายร่วงตกลง
ฉินเฟิงกระชากมีดสั้น
เลือดสาดกระเซ็นออกมา
ซงหยวนที่ไร้ซึ่งสิ่งใดคอยพยุง
ร่วงลงกับพื้น
กระบวนการทั้งหมดนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเกินไป
ไม่มีใครทันได้ตอบสนอง
ในเวลานั้นเอง
เสียงคำรามดั่งคลื่นโซนิคบูมพลันถูกกวาดเข้ามา
“หยุดมือ!”
ห่างออกไปจากกองทัพสัตว์ร้าย
กิ่งไม้ขนาดใหญ่ถูกย่ำหักร่วงตกจากต้น แรงกดดันของผู้ใช้วรยุทธโบราณเลเวล E
กวาดเข้าปกคลุมฝูงชน
หากเหล่าผู้ใช้พลังยังแทบทนไม่ไหว
แล้วจะนับประสาอะไรกับฝูงหมาป่าเทา
ที่ราชันย์ของพวกมันตายแล้ว ทั้งหมดแตกกระเจิง หลบหนีด้วยความหวาดกลัว
เพียงแต่ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าในที่แห่งนี้
จู่ๆจะมีผู้ใช้วรยุทธโบราณเลเวล E โผล่มาอย่างกระทันหัน!
ซึ่งสำหรับผู้ใช้พลังในสถานชุมชนฮั่นจวนโกว
เลเวล E คือระดับนายพล อาจเรียกได้ว่ามีสถานะเดียวกันกับผู้ว่าการเขต
เป็นการดำรงอยู่ที่น่าหวาดกลัว
ยิ่งไปกว่านั้น ตัวตนสุดแกร่งที่ว่า
กำลังอยู่ในความเดือดดาลสุดขีด! เร่งทะยานเข้ามายังจุดที่เกิดการนองเลือด
ผู้ใช้วรยุทธโบราณโฉบเข้ามาด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ
จากระยะไกล แค่ 4 - 5 วิก็มาถึงแล้ว
“นายน้อย!”
ชายคนนั้นคุกเข่าลงพยุงซงหยวนด้วยแววตาที่ตื่นตระหนก
แต่กลับพบว่า เลือดที่ทะลักออกมาจากหัวใจของอีกฝ่ายไม่สามารถหยุดได้
ทั้งยังไร้ซึ่งลมหายใจ
--ตายไปแล้ว!
แบบนี้ต่อให้เรียกเทพเซียนมารักษา
คงไม่สามารถช่วยเหลือได้!
“เจ้า!”
ชายคนนั้นสะบัดหน้าขึ้นอย่างแรง จดจ้องมายังฉินเฟิงด้วยความโกรธแค้น
ถึงตอนนี้
ใบหน้าของเขาจึงค่อยปรากฏสู่สายตาของฝูงชน
อายุประมาณ 50 ปี
เป็นผู้ใช้วรยุทธโบราณในเลเวล E5 มีสีหน้าดุร้าย
ที่เด่นชัดคือรอยแผลเป็นจากแก้มลากยาวลงมาถึงคอ
ใบหน้าของชายคนนี้
ทำให้คนอื่นๆกลายเป็นแข็งค้าง
ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!
วินาทีนั้นเอง
อุปกรณ์สื่อสารของหลายคนก็เกิดการสั่นสะเทือน กวาดตามองเพียงแวบเดียว
พวกเขาก็ทราบว่าเป็นเพราะอะไร
“นั่นผู้ดูแลตระกูลซง!”
“หัตถ์อาชูร่า จางเหวิน!”
“หนึ่งในอาชญากรหลบหนีเลเวล E !”
ในหัวใจของผู้คนฟุ้งไปด้วยความหวาดกลัว
ภายใต้แรงกดดันของจางเหวิน ทั้งหมดยากที่จะขัดขืน
กระทั่งคืบคลานหลบหนียังแทบเป็นไปไม่ได้
จู่ๆคนเช่นนี้ก็ปรากฏตัวขึ้น
ทั้งยังเปล่งเสียงเรียกคนในอ้อมแขนว่านายน้อย ---สายตาของทุกคนเบนตกลงบนศพ
“คนที่เพิ่งตายไป
ที่แท้ก็เป็นคนของตระกูลซง!”
“นายน้อยตระกูลซงตายลงที่นี่?
ต่อหน้าพวกเรา?”
“ซวยแล้วเขาต้องฆ่าพวกเราทั้งหมดแน่ๆเลย”
สำหรับคนจากกองกำลังมืด
หากฝ่ายตนสูญเสียเพียงหนึ่ง จะระบายความแค้นกับทั้งตระกูลของผู้ที่กระทำฝั่งตน
บางทีอาจถึงขั้นล้างชุมชน ก็ยังเป็นไปได้
ในขณะที่เหล่าฝูงชนในปัจจุบันที่อยู่ที่นี่
ไม่มีใครเลยที่จะสามารถต่อกรกับจางเหวินได้
ในตอนนั้นเอง
ทั้งหมดเบนมองไปยังฉินเฟิงด้วยความไม่พอใจ ต้องโทษไอ้บัดซบนี่
ที่สร้างปัญหาให้พวกตน
“เจ้าหนู ต่อให้แกอยากจะตายวันนี้
ก็อย่าหวังเลยว่าจะตายได้ ฉันจะทรมานแกชนิดที่ว่าแกจะต้องร้องขอความตาย!”
ทั้งร่างของจางเหวินลุกท่วมไปด้วยความโกรธ
ครั้งนี้เขาติดตามมาคุ้มกันนายน้อยเข้าสู่สุสานเทพสงคราม
และเนื่องจากเป็นคำขอของนายน้อย เขาจึงไม่คอยพิทักษ์อยู่ข้างกาย
ไม่ต้องกล่าวถึงอำนาจของทักษะแปรผันโลหิต ที่หากนายน้อยใช้มัน
ต่อให้ศัตรูเป็นเลเวล F9 ก็ไม่อาจต่อกรได้ ดังนั้นเขาเลยวางใจ
แต่จู่ๆไอ้สารเลวนี่มาจากไหนก็ไม่รู้
ใช้แค่มีดเดียว ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสามารถแทงนายน้อยซงหยวนได้
หากไม่จับตัวฉินเฟิงกลับไป
จางเหวินเองก็ไม่รู้จะอธิบายกับทางตระกูลซงอย่างไรดี
แต่ต่อให้จับตัวมันไป
ผลลัพธ์ก็คงเลวร้ายไม่ต่างกัน!
จางเหวินยิ่งนานก็ยิ่งรู้สึกเกลียดฉินเฟิงเขาแทบทนรอไม่ไหวที่จะหักกระดูกอีกฝ่าย
“ร้องขอความตาย? ก็อาจจะเป็นแบบนั้นนะ
แต่คนที่จะร้องน่ะ มันไม่ใช่ฉัน!” ว่าจบ อักษรรูนมืดก็พวยพุ่งขึ้นรอบตัวเขา
“ก้าวแห่งหมอก : ท่าร่างภูติพราย!”
ฉินเฟิงขยับกายวูบไหว
หลงเหลือเพียงภาพเบลอ
ทั้งคนทั้งร่างขยับกายไปมา
ราวกับสัมภเวสีดูน่าหวาดกลัว ทั้งยังปลดปล่อยเจตนาฆ่าออกมา
ฉินเฟิงพรวดเข้ามาจางเหวิน
“กล้าดียังไง!”
จางเหวินโกรธจนมิอาจควบคุมความโกรธต่อไปได้
เขายกมือขึ้น ฟาดออกไปต้อนรับฉินเฟิง
“ฝ่ามือละลายโลหิต!”
แม้จางเหวินจะเป็นแค่คนรับใช้ตระกูลซง
อีกทั้งกระบวนท่านี้ยังไม่ทรงพลังเทียบเท่ากับของซงหยวน
แต่มันอัดแน่นไปด้วยกำลังภายในอันน่าหวาดกลัว ฝ่ามือละลายโลหิตที่ปล่อยออกมา
จึงก่อปฏิกิริยาราวกับพายุเลือด
เพียงมองก็บอกได้ทันที
ว่าภายใต้ฝ่ามือนี้ คร่าชีวิตมนุษย์มามากมายเท่าใด
ฝ่ามือใหญ่ประทับเข้าใส่ใบหน้าเขา
ฉินเฟิงไม่คิดต้านทาน โฉบกายหลบเลี่ยง
ท่าร่างภูติพรายในปัจจุบัน
เปิดใช้งานอย่างแท้จริงแล้ว
ก่อนหน้านี้
ทุกเวลาที่ฉินเฟิงใช้ท่าร่างภูติพราย
เขามักจะหวาดเกรงว่าคนอื่นๆจะตระหนักได้ถึงรูนมืดของตน เลยไม่กล้าใช้จนเกินขอบเขต
แต่ตอนนี้ไม่จำเป็นอีกต่อไป
ทั้งร่างของเขาถูกปกคลุมไปด้วยหมอกสีดำ
การเคลื่อนไหวมีเอกลักษณ์และโดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง ต่อให้คนรู้จักมาเห็น
ก็คงไม่มีใครสงสัยว่าเขาคือผู้ว่าการจากสถานชุมชนเฟิงหลีที่มีชื่อเสียงโด่งดัง
เพราะสำหรับท่าร่างก้าวแห่งหมอก
ในบรรดาผู้ใช้วรยุทธโบราณ ถือเป็นท่าร่างธรรมดา
ทว่าเมื่อฉินเฟิงนำมาปรับแต่ง
ใช้ควบคู่ไปกับรูนมืด มันย่อมไม่ธรรมดา
ร่างกายพร่าเลือนดูโงนเงน
โฉบกายอ้อมวนไปข้างกายจางเหวิน มีดสั้นพุ่งเป้า
เตรียมเจาะเข้าใส่เอวและหน้าท้องของจางเหวินในมุมมองแปลกตา
ว่องไวเป็นอย่างมาก!
จางเหวินตกตะลึง!
ด้วยความเร็วดังกล่าวนี้
จางเหวินจะต้องถูกแทงอย่างแน่นอน แต่แล้วพอใช้สมองคิดเพียงครู่
จางเหวินก็ตัดสินใจรับคมมีดของฉินเฟิงโดยตรง ขณะเดียวกันก็ยกฝ่ามือ
และฟาดสวนกลับไป
---เขาไม่คิดป้องกัน
ตั้งใจแลกหมัดต่อหมัด ตาต่อตา ฟันต่อฟัน!
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved