4/4
Ep.186 -
ปืนใหญ่พลังงาน
“เลเวล G
จะจัดอยู่ในหมวดหมู่ผลงานกึ่งสมบูรณ์ พวกเขาได้รับการติดเชื้อทางยีน
ทำให้กลายเป็นกึ่งสัตว์ร้ายทันที
และแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะอายุยืนไปถึงวัยผู้ใหญ่ ทั้งยังอ่อนแอ
ไม่ได้แข็งแกร่งไปกว่าผู้ใช้วรยุทธโบราณมากมายนัก เป็นผลงานจำพวกไม่มีค่า
ถือเป็นตัวทดลองล้มเหลว”
“ในส่วนของเลเวล F
ยังสามารถคืนร่างด้วยตัวเองได้ หากอยากกลายร่างก็ฉีดตัวยาที่ทำมาโดยเฉพาะ
มีความแข็งแกร่งในระดับนายพลหรือราชันย์สัตว์ร้าย
ได้รับความว่องไวและประสิทธิภาพในการต่อสู้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก
แต่ข้อเสียที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ จะค่อยๆสูญสิ้นจิตสำนึกไป
และจะกลับมาหลังจากจบการต่อสู้เท่านั้น”
“ในเลเวล E … ก็เหมือนกับฉัน
ไม่จำเป็นต้องอยู่ในรูปลักษณ์ของสัตว์ร้าย แต่สามารถครอบครองความสามารถของมัน
ที่เปลี่ยนไปมีแค่สีผม ดวงตา เล็บ ที่เหลือล้วนอยู่ในสภาพสมบูรณ์”
ฉินเฟิงเอ่ยเสียงหม่น “งั้นมีการทดลองมนุษย์กลายพันธุ์เลเวล
D กับ C รึเปล่า?”
“น่าจะมีนะ
และความแข็งแกร่งของพวกเขาคงมากกว่าฉันเป็นทวีคูณ
ทั้งยังเป็นในทิศทางที่ต่างออกไป
ระหว่างนี้พวกเขาก็กำลังทดสอบกับฉันอยู่เหมือนกัน
โดยหวังว่าฉันจะสามารถครอบครองพลังของสัตว์ร้ายได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งๆที่ยังอยู่ในร่างมนุษย์ได้”
051แข็งแกร่งก็จริง แต่ยังไม่มากพอ
แน่นอนที่ว่าไม่มากพอนั่นหมายถึง
‘ยังไม่มากพอเท่ากับความแข็งแกร่งของหนูหลากสีระดับราชันย์’
เพราะครั้งหนึ่งในช่วงที่มันปรากฏกายขึ้น
อำนาจทำลายล้างกล่าวได้ว่ามันเพียงหนึ่ง สามารถโค่นมนุษย์นับ 10,000
ลงได้เลยทีเดียว
และฉินเฟิงก็พอจะเดาได้ ว่าหากมีเลเวล
D ก็คงจะมีเลเวล C เช่นกัน บางทีมนุษย์กลายพันธุ์ในเลเวลที่กล่าวมา
อาจไม่ใช่การทดลองเกี่ยวกับการเปลี่ยนรูปร่าง
แต่น่าจะถูกทดลองกับยีนของสัตว์ร้ายระดับสูง
บางทีหากการทดลองสามารถไปได้ถึงในระดับลึก
พวกเขาอาจสามารถกระทั่งจำลองยีนของมังกร แล้วฉีดลงไปในร่างกายมนุษย์ได้
ก่อนที่ฉินเฟิงจะเกิดใหม่
เขาไม่ค้นพบองค์กร Z แต่ท่ามกลางองค์กรมืด
ปริมาณของมนุษย์กลายพันธุ์น่ะมีไม่ใช่จำนวนน้อยๆแน่นอน
เขาไม่คาดคิดเลย ว่าอำนาจขององค์กร Z
จะมากมายถึงขนาดนี้
และเมื่อทั้งสองยอมเลิกราที่จะต่อสู้
หมอกมืดและหมอกสีเขียวก็ค่อยๆสลายไป
ห้องทดลองในสภาพเละเทะเผยโฉมออกมาอีกครั้ง
ผลปรากฏว่าฉินเฟิงยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่บุบสลายใดๆ ตรงกันข้ามกับ 051
ที่มีสภาพดูไม่ได้ ทว่าคนที่โดดเด่นสะดุดตามากที่สุด ก็คือไป๋หลี
051มองหน้าอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
เพราะตำแหน่งที่ไป๋หลียืนอยู่ มันไม่หลุดไปจากที่เดิมในครั้งเมื่อเริ่มต้นต่อสู้เลย
ราวกับว่าไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหน
แต่ก่อนที่051 กับ ฉินเฟิงจะต่อสู้กัน
พื้นที่ในห้องทดลองส่วนใหญ่ก็ถูกทำลายลงไปแล้ว
แต่กระนั้นก็ยังไม่สามารถสัมผัสได้ถึงการดำรงอยู่ของไป๋หลีเลย
ไป๋หลีแน่นอนว่าต้องใช้อบิลิตี้มิติของเธอ
เข้าไปซ่อนตัวอยู่ในความว่างเปล่า เฝ้าดูฉินเฟิงต่อสู้เพียงลำพัง
ในช่วงเวลาที่051มองมาทางไป๋หลี
เธอก็เอ่ยปากขึ้นอย่างกระทันหัน “จงมองมาที่ฉัน!”
กลิ่นอายราชินีทรงอำนาจพลันระเบิดออก
สัตว์ร้ายน่ะมีลำดับชั้นที่ค่อนข้างชัดเจน สำหรับหนูหลากสีแม้จะแข็งแกร่ง
แต่ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของสัตว์ร้ายมิติอย่างแน่นอน
ในบรรดาเผ่าพันธุ์สัตว์ร้าย
ไป๋หลีถือว่าเป็นตัวตนที่อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร
051 ถูกควบคุมจิตใจทันที
“จงบอกมา
ว่านายมาอยู่กับห้องทดลองแห่งนี้ได้ยังไง”
รูม่านตาของ 051 ขยายออก ปากเอ่ยกล่าวอย่างไม่ลังเล
“ฉันเป็นเด็กกำพร้าจากเมืองฟูเฉิง หลังจบการศึกษาจากสถาบันระดับกลาง
ก็สามารถปลุกอบิลิตี้ไม้ให้ตื่นขึ้นมาได้ แต่ในวันที่ 2 หลังจากการปลุกพลัง
ก็ถูกจับมาที่ห้องทดลองแล้ว”
ฉินเฟิงไม่คาดคิดเลยว่าประสบการณ์ของ
051 จะคล้ายคลึงกับของตนเองเช่นนี้ บางทีในชีวิตก่อนหน้า
ชีวิตที่ฉินเฟิงไม่ได้บุกมาที่นี่ เกรงว่า051 อาจจะต้องอยู่ในห้องทดลองยาวนานกว่า
5 ปีอย่างในปัจจุบัน
หลังจากพิจารณาด้วยประสบการณ์ 10
ปีจากชีวิตก่อน และเรื่องที่มีโชคชะตาคล้ายคลึงกัน
ฉินเฟิงจึงตัดสินใจลดความระมัดระวังขั้นสุดท้ายกับตัว051 ลง
เขาหันไปพยักหน้าให้ไป๋หลี
ไป๋หลีคลายพลังสมาธิ 051เงยหน้าขึ้น
จ้องมองไป๋หลีด้วยแววตาที่แฝงประกายของความหวาดกลัว
ความสามารถนี้
ดันมาใช้กับผู้ใช้อบิลิตี้อย่างเขาได้อย่างไร?
พลังสมาธิต้องมากกว่าตนขนาดไหนกันถึงสามารถทำได้?
“เธอ .. เป็นใครกันแน่” 051
มองไป๋หลีด้วยความระแวดระวังยิ่งขึ้น
ไป๋หลีเอ่ยอย่างเป็นธรรมดาชาติว่า
“ฉันเป็นแฟนของเขา”
ฉินเฟิง: "........ "
ถึงคำอธิบายมันจะไม่ได้ผิดอะไรก็เถอะ
แต่ไอ้การแนะนำตัวแบบมั่นใจถึงขนาดนั้น ไป๋หลีไม่คิดหรือรู้สึกว่ามันแปลกๆเลยหรอ?
051 เห็นได้ชัดว่าตกใจกับคำตอบของไป๋หลีเช่นกัน
บรรยากาศระหว่างหนึ่งคน , หนึ่งมนุษย์กลายพันธุ์
และหนึ่งราชันย์สัตว์ร้ายเริ่มกลายเป็นน่าอึดอัดใจ
เมื่อมาถึงเวลานี้
หมอกสีเขียวและดำส่วนใหญ่ได้หายไปแล้ว
เลยทำให้กล้องวงจรปิดสามารถมองเห็นฉากข้างในได้อย่างชัดเจนอีกครั้ง
เห็นฉินเฟิงที่ยังคงอยู่ในสภาพเดิม
แต่051 สภาพดูไม่ได้ ใบหน้าของศาสตราจารย์หวางกลายเป็นน่าเกลียดอย่างเห็นได้ชัด
“เดิมทีฉันคิดจะเก็บซากศพทั้งสองเอาไว้เป็นวัตถุดิบในการทดลอง
แต่ดูเหมือนว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ ในเมื่อเป็นแบบนั้น ก็ลงนรกกันให้หมดทุกตัวซะ!”
ศาสตราจารย์หวางกดสวิตช์ทันที
ช่วงเวลาต่อมา เพดานเหนือห้อง 051 ก็พลันพังทลาย
ปืนใหญ่พลังงานผุดออกมาจากท่อสีดำ
และใจกลางกระบอกปืนใหญ่
ปรากฏรังสีแสงสีฟ้ากำลังกลั่นตัว
สีหน้าของฉินเฟิงกับ 051
แปรเปลี่ยนไปอย่างกระทันหัน
จักรกลขนาดใหญ่เช่นนี้
ในชีวิตนี้ฉินเฟิงเคยเห็นมันมาก่อนแล้ว
มันคือปืนใหญ่พลังงานที่ตั้งอยู่บนกำแพงเมืองเฉิงหยางและเมืองฟูเฉิง!
เป็นอาวุธสังหารที่เพียงยิงนัดเดียว
ต่อให้เป็นราชันย์สัตว์ร้ายเลเวล E ก็ยังได้รับบาดเจ็บสาหัส!
ดังนั้นหากเป้าหมายของมันคือมนุษย์ที่อ่อนแอ
ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะทานทนต่อพลังงานของปืนใหญ่ดังกล่าว
ฉินเฟิงแม้จะแข็งแกร่ง
แต่ก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะรอดในสภาพสมบูรณ์ภายใต้การโจมตีนี้หรือไม่
“สารเลวหวาง ไอ้ลูกสำส่อน! บ้าเอ๊ย!”
051 สบถหยาบคาย
เจ้าตัวอยู่ในห้องทดลองมากว่า 5 ปี
ฉะนั้นจะไม่ทราบได้อย่างไรว่ากำลังเผชิญกับภัยคุกคามแบบไหน?
อันที่จริงแล้วเขาถือว่าเป็นหนึ่งในตัวทดลองที่ยินยอมเชื่อฟังมากกว่าตัวอื่นๆ
และความแข็งแกร่งของเขาเองก็ค่อยเพิ่มพูนขึ้นมาอย่างช้าๆ
ดังนั้นไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม และเฝ้ารอโอกาสเหมาะๆที่จะหลบหนีจากไป
แต่ตอนนี้ ความหวังที่เพิ่งปรากฏขึ้น
กลับมอดดับลงอย่างกระทันหัน
เบื้องหน้าคือปืนใหญ่พลังงานรุ่นดัดแปลง
มันทรงพลังเป็นอย่างมาก แต่ก็มีเพียงห้องทดลองแห่งนี้
จุดเดียวเท่านั้นที่จะได้รับผลกระทบ มันจะยิงออกมาในรูปลักษณ์ตาข่ายพลังงาน
ที่ไร้ซึ่งหนทางหลบหนี
แม้ว่าหนูหลากสีจะอยู่ในตระกูลสัตว์ที่ครอบครองฟันแหลมคมในการกัดแทะ
แต่ 051 ไม่ได้สืบทอดความสามารถในการขุดหลุมของมันมา
น่ากลัวว่าคงไม่รอดพ้นหายนะนี้
ยังไงก็ตาม ถึงเขาจะสิ้นหวัง
แต่ฉินเฟิงไม่!
“เสี่ยวไป๋! พาพวกเราออกไป อ้อ
พาเขาออกไปด้วย!” ฉินเฟิงชี้ไปทางหมายเลข 051
แทบจะในทันทีที่สิ้นเสียง
ไป๋หลีก็ลากเอาฉินเฟิงและ 051 หายวับไป
ขณะเดียวกันตลอดทั้งห้องทดลองพลันถูกปกคลุมไปด้วยแสงจ้า
กระทั่งกล้องวงจรปิดยังถูกทำลาย ไม่อาจมองเห็นถึงฉากใดๆ
ศาสตราจารย์หวางแสยะยิ้มหยัน
ดึงดิสก์หน่วยความจำออก และรีบเดินออกจากฐานทดลองที่ตกอยู่ในสภาพเละเทะ
ช่วงเวลานั้นเอง สัญญาณเตือนสีแดงเริ่มกระพริบไหว
【เปิดใช้งานระบบทำลายตัวเอง ,
ระบบทำลายตัวเองจะเริ่มนับถอยหลังใน 3 นาที!】
【คำเตือน! โปรดอพยพ
รีบอพยพโดยเร็วที่สุด!】
ศาสตราจารย์หวังก้าวเดินอย่างเชื่องช้า
คล้ายมีเวลาเหลือเฟือ และในจังหวะนั้นเอง คนหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส
เป็นนักวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ยังไม่ตายแต่มือเปื้อนไปด้วยเลือดพยายามคว้าจับศาสตราจารย์หวัง
“ได้โปรด พาผมไปด้วย ศาสตราจารย์ ผมยังไม่อยากตาย ผมสัญญาว่าจะเป็นผู้ช่วยที่ดี!”
อย่างไรก็ตาม
ศาสตราจารย์หวังไม่แม้แต่จะเหลือบมองอีกฝ่าย
ช่วงเวลาต่อมา
ศาสตราจารย์หวังก็ก้าวเข้าสู่เส้นทางหลบหนี เปิดใช้งานรถล่องเวหา
บินออกไปจากช่องทางลับ
ย้อนกลับไปสักเล็กน้อย
ภายนอกภูเขา ฉินเฟิง , 051
และไป๋หลีได้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง
051 แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
ว่าเขาสามารถรอดพ้นจากความตายที่อยู่แค่เอื้อมมาได้
“เหอะ คิดหนีจากฉัน เรามาดูกัน
ว่าจะหนีไปได้ไกลแค่ไหน!”
ความโกรธปะทุกรุ่นในหัวใจของฉินเฟิง
แต่เขายังไม่ลงมือทำอะไร
ต้องทราบนะว่า
หลังจากไป๋หลีพาทั้งสองออกจากห้องทดลอง
ระบบทำลายตัวเองก็ถูกเปิดใช้งานแทบจะในทันที
ฉินเฟิงจึงไม่กล้าเสี่ยงควานหาตัวศาสตราจารย์หวังที่ยังอยู่ภายใน
ปัจจุบันเขาเลยเลือกที่จะเฝ้ารอ
เพราะศาสตราจารย์หวังยังไงก็ต้องออกมา เวลานี้เขาอยากจะรู้จริงๆ
ว่าหากศาสตราจารย์หวังได้เห็นหน้าของ 3 คนที่น่าจะตายไปแล้ว
อีกฝ่ายจะทำหน้าอย่างไร
พลังสมาธิของฉินเฟิงปกคลุมตลอดทั้งภูเขา
ไม่ถึง 2 นาที เขาก็รับรู้ได้ถึงตำแหน่งหินที่ร่วงหล่นลง ช่องทางถ้ำเผยโฉม
จากนั้น รถล่องเวหาก็ขับออกมา …
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved