1/4
Ep.191 -
ประเมินสินทรัพย์
กว่าอันเจิ้งเว่ยจะมาถึงสวนชิงหูของฉินเฟิง
เวลาก็ล่วงเลยไปกว่า 1 ชั่วโมงแล้ว และเมื่อเขาได้เห็นถึงสินสงครามของฉินเฟิง
เจ้าตัวก็ค้นพบว่ามันมากกว่าที่คิด เป็นจำนวนที่น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง
อุปรกรณ์รูนมิติแต่ละอันถูกแสดงพื้นที่มิติของมันเอาไว้อย่างชัดเจน
จะได้ไม่โก่งราคามากจนเกินไป
การประเมินราคาเป็นไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากหักมูลค่าที่แตกต่างกัน พื้นที่มิติโดยรวมจะอยู่ที่ 220 ตร.ม.
นั่นหมายถึงจำนวนเงินที่มหาศาล
--มากกว่า 1.1 พันล้านเหรียญ!
“อีกไม่นานทางกลุ่มหวันซ่งของคุณกำลังจะจัดงานประมูลขึ้นที่เมืองไห่
ผมตั้งใจว่าจะไปเหมือนกัน ดังนั้นเงินจำนวนนี้ ผมขอแลกเปลี่ยนเป็นเงินสด ”
ฉินเฟิงกล่าว
เงิน 1.1 พันล้านไม่ใช่จำนวนน้อยๆ
แต่สำหรับกลุ่มหวันซ่ง มันก็แค่เด็กๆ
“ไม่มีปัญหา!”
“และยังมีของบางอย่างถูกเก็บเอาไว้ในพื้นที่มิติ
ซึ่งผมไม่ได้ใช้ ตรงส่วนนี้ฝากคุณประเมินราคาแล้วขายมันด้วย แน่นอน
ว่าในส่วนของที่ระดับต่ำเกินไป ผมสามารถฝากให้ซุนเชี่ยนเป็นคนจัดการได้”
“ไม่เป็นไรหรอก มิสเตอร์ฉิน
ฉันจะช่วยจัดการเรื่องนี้ให้กับคุณเอง”
“งั้นรบกวนด้วยนะครับ”
สิ่งที่อยู่ในพื้นที่มิติ
มันมีมูลค่ามากกว่าอุปกรณ์รูนมิติอย่างมหาศาล แม้ในส่วนของผู้ใช้พลังเลเวล F
จะไม่มากเท่าไหร่ มีราคาสูงสุดก็อยู่ที่ 10 ล้าน แต่สำหรับเลเวล E
ทุกสิ่งที่พวกเขาเก็บไว้ในครอบครองจะมีมูลค่าสูงเป็นอย่างยิ่ง อย่างชิหลง
กระสุนลูกนึงก็ปาเข้าไป 100 ล้านแล้ว ดังนั้นหากมีหลายลูก มันจะเป็นจำนวนเงินมหาศาล
แต่ฉินเฟิงเองก็ได้ตรวจสอบมันดูเล็กๆน้อยๆแล้วเช่นกัน
เขาพบว่านักฆ่าเลเวล E แต่ละคนมีมูลค่าทรัพสินย์เกือบ 200 ล้าน แต่ในกลุ่มเลเวล F
อยู่ห่างไกลพอสมควร แต่ละคนมีสินทรัพย์สะสมแค่ 7 - 8 ล้านเท่านั้น
ส่วนอุปกรณ์รูนมิติของพวกเขา คาดว่าน่าจะเป็นรางวัลที่ได้รับมาจากห้องทดลอง
ขณะที่ภายในพื้นที่มิติของศาสตราจารย์หวาง
มีวัตถุดิบทดลองล้ำค่าเป็นจำนวนมาก หลังจากคำนวณคร่าวๆ อาจจะขายได้ประมาณ 500
ล้านเหรียญ
เพียงจัดการกับสินสงครามยิบย่อยเหล่านี้
ฉินเฟิงก็ได้เงินมาในครอบครองแล้วกว่า 1.3 พันล้านเหรียญ บวกกับเงินอีก 400
กว่าล้านตอนกอบกู้เมืองหาน และบัตรสีดำของศาสตราจารย์อีกใบละกว่า 150 ล้าน
เมื่อนำราคาขาย ‘อุปกรณ์รูนมิติ’
มารวมกับ ‘สินสงครามภายในพื้นที่มิติ’ ฉินเฟิงจะมีเงินมากถึง 3,000 ล้านเหรียญ!
เงินดังกล่าว คือจำนวนที่เลเวล E
ธรรมดาๆ ต้องทำงานงกๆไปทั้งชีวิตถึงจะสามารถครอบครองทรัพย์สินเทียบเท่ากับเงินในมือของฉินเฟิง
มันก็จริงอยู่
ที่ทรัพสินของฉินเฟิงน่ะมาจากการฆ่าคน และฉินเฟิงก็ไม่ชอบฆ่าคนบริสุทธิ์
อย่างไรก็ตาม นั่นช่วยไม่ได้ เพราะเขาดันกลายเป็นหนามยอกอกในสายตาของผู้อื่น
เมื่อหนามทิ่มแทง ผู้คนก็ย่อมอยากดึงมันโยนออกไปให้พ้นๆทางเป็นธรรมดา
หลังจากได้รับ
ยาหวนคืนสู่ความเที่ยงแท้ 20 เม็ดจากอันเจิ้งเว่ย ฉินเฟิงก็ปิดอุปกรณ์สื่อสาร
เดินออกไปส่งแขก แล้วปิดประตูบ้านเพื่อพักผ่อน
…
ระหว่างกลางดึกเงียบสงัด
ภายใต้ท้องฟ้าอันมืดมิดเป็นฉากหลัง ฉินเฟิงนั่งขวาทับซ้ายอยู่ในห้องฝึกฝน รับรู้ถึงความปั่นป่วนในร่างกาย
ท่ามกลางความมืดมิด
วิสัยทัศน์ของฉินเฟิงเพ่งอยู่แต่ภายในตันเถียน
เขาสามารถมองเห็นได้ถึงกลุ่มหมอกที่ควบแน่น ลอยอยู่กลางอากาศ
หลังจากกินยาเที่ยงแท้ไปเพียงเม็ดเดียว
กำลังภายในก็พุ่งทะยานจนท่วมไปทั้งร่างกาย
ต้องไม่ลืมนะว่านี่คือยาสำหรับผู้ที่ใช้พลังเลเวล
E เท่านั้นถึงจะสามารถใช้ได้ หากควบคุมผิดพลาดเพียงเล็กน้อย
มันอาจเกิดการระเบิดจากภายในจนร่างกายแหลกเหลว
แต่นับว่าโชคยังดีที่ฉินเฟิงมีพลังพิเศษติดตัว
“ดูดกลืน!”
“ดูดกลืน!!”
“ดูดกลืน!!!”
เดิมทีกลุ่มหมอกกำลังภายในที่มี
ฉินเฟิงหลอมกลั่นมันจนมาถึง 85 กลุ่มแล้ว
แต่ ณ ขณะนี้
เมื่อดูดกลืนเม็ดยาของเลเวล E กลุ่มหมอกกำลังภายในก็เริ่มเพิ่มขึ้นอีกครั้ง
…
สองวันถัดมา
กลุ่มหมอกกำลังภายในก็มาถึงขีดจำกัดที่ 99
ภายในตันเถียน
กลุ่มหมอกกำลังภายในกระจุกตัวกันแน่น ราวกับจะระเบิดให้ได้ตลอดเวลา
สุดท้ายมันก็ทำลายขีดจำกัดเดิม
ตันเถียนเกิดการขยายใหญ่ขึ้น
ผนังด้านในหนาและสามารถรองรับกำลังภายในได้มากกว่าเดิม ไม่เพียงแค่นั้น
แต่รูปลักษณ์ของกำลังภายในก็เปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน
จ๋อม!
หากกลุ่มหมอกกำลังภายในก่อนหน้านี้อยู่ในรูปแบบลอยกลางอากาศ
แต่ปัจจุบัน กำลังภายในคล้ายกับมีน้ำหนักเป็นของตัวเอง มันหลอมรวมเข้าด้วยกัน
ก่อตัวจนมีรูปทรงเหมือนกับเมฆ
จมลงสู่เบื้องล่างของตันเถียน
อย่างที่เคยกล่าวไป กำลังภายในของเลเวล
F คือ กลุ่มหมอก
ส่วนกำลังภายในของเลเวล E
จะเปลี่ยนเป็น ทะเลเมฆ
ทะเลเมฆร่วงตกลง
กลายเป็นแอ่งอยู่บริเวณเบื้องล่างของตันเถียน มันสามารถกลิ้งม้วนไปมาได้
ดูคล้ายกับคลื่นที่ซัดสาด
“ทักษะลับกลืนดารา”
จ๋อม!
อีกหนึ่งหมอกหนาหลอมรวมกันกลายเป็นทะเลเมฆ
และจมลงไปอีกครั้ง
จมครั้งที่สาม , ครั้งที่สี่ , ที่ห้า
….
อย่างรวดเร็ว ภายในตันเถียนก็ปรากฏ 9
ทะเลเมฆ
หาก 1
ชั้นของทะเลเมฆแสดงถึงระดับย่อยของผู้ใช้วรยุทธโบราณเลเวล E
ปัจจุบันกำลังภายในของฉินเฟิง
กล่าวได้ว่าได้มาหยุดยืนในจุดเดียวกับจุดสูงสุดของเลเวล E แล้ว!
อย่างไรก็ตาม อย่างที่เคยอธิบายไป
ว่าฉินเฟิงน่ะคือผู้ใช้พลังที่ครอบครองความแข็งแกร่งมากกว่าคนปกติถึง 9 เท่า
ดังนั้นเพื่อให้รากฐานมั่นคง จึงต้องอาศัยความสามารถพิเศษของทักษะลับกลืนดารา
และการบีบอัด หลอมกลั่นของพลังพิเศษติดตัว : ดูดกลืน
ทำให้ในด้านความเข้มข้นและความจุของตันเถียนในปัจจุบันผิดแผกไปจากคนธรรมดา
“ฟู่ว … ”
ลมหายใจเฮือกใหญ่ผ่อนออกเต็มปาก ฉินเฟิงรับรู้ถึงการปั่นป่วนของกำลังภายในที่เพิ่มขึ้น
สำหรับการเดินทางไปเยือนตระกูลซินในครั้งนี้ เขามีความมั่นใจมากขึ้นหลายส่วน
“งานเลี้ยงวันเกิดอย่างงั้นสินะ …
งานเลี้ยงที่ทั้งตระกูลมาอยู่กันพร้อมหน้า!!” ฉินเฟิงเยาะหยัน
“ถึงเวลาไปเยี่ยมพวกมันแล้ว!”
วันถัดมา ฉินเฟิงตื่นตามเวลาปกติ
เขาบอกไป๋หลีให้นำรถลิมูซีนที่ชิหลงมอบให้ออกมา แล้วขับมุ่งหน้าสู่เมืองเฉิงหยาง
เป็นเวลากว่าครึ่งเดือน
ในที่สุดเขาก็ได้กลับมาอีกครั้ง
ประวัติคร่าวๆของตระกูลซิน เดิมตั้งรกรากอยู่ในเมืองเฉิงหยางมายาวนานกว่า
40 ปีแล้ว แต่สำหรับพวกเขา มันราวกับเพิ่งผ่านไปแค่พริบตาเดียว
ภูมิหลังของตระกูลซินนั้นยิ่งใหญ่มาก
ในเช้าวันนี้ มีผู้คนหลั่งไหล
แวะเวียนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ทางสามตระกูลใหญ่ที่เหลือก็ส่งรุ่นเยาว์หรือตัวแทนของตนเองมา
และทุกคนเป็นตัวตนทรงพลังเลเวล F ทั้งสิ้น ทั้งยังมีดาวรุ่งบางคนที่อายุแค่ 20 ปี
หน้าทางเข้าตระกูลซิน
ซินเจี่ยเซิงกำลังยืนอยู่กับวัยรุ่นอีกคนที่มีท่าทีและแววตาดุดัน
คอยต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน
ซึ่งผู้ชายที่มีท่าทีดุดัน
ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือพี่ใหญ่สายตรงของรุ่นเยาว์ตระกูลซิน อายุ 29 ปี
เป็นผู้ใช้วรยุทธโบราณเลเวล E มีชื่อว่าซินเจี่ยหยู
“อยากจะรู้จริงๆ
ไอ้ฉินเฟิงที่นายพูดถึงมันจะมารึเปล่า ฉันล่ะอย่างเห็นหน้ามันใจจะขาด
ว่าคนที่สามารถฆ่าซินกวงได้ จะแข็งแกร่งสักแค่ไหน!”
ในหมู่เลเวล E ด้วยกัน
ความแข็งแกร่งจะแตกต่างกันออกไป สำหรับผู้ที่ถูกเรียกว่าอัจฉริยะ
จะสามารถต่อสู้กับคนที่มีระดับย่อยเหนือกว่าได้
ในขณะที่หากพบเจอกับคนระดับย่อยเดียวกัน ก็จะดูแคลนอีกฝ่าย
(ระดับย่อยคือเลขหลังเลเวล เช่น E 1 2 3 …)
แม้ว่าซินกวงจะอาวุโสกว่าทั้งซินเจี่ยเซิงและซินเจี่ยหยู
แต่ก็เป็นแค่คนจากสาขารอง ดังนั้นความสัมพันธ์มิได้สนิทชิดเชื้อกัน
ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่พวกเขาเป็นตระกูลใหญ่
ดังนั้นย่อมมีการแข่งขันภายในที่ดุเดือด อยู่สังกัดตระกูลเดียวกัน
แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นมิตรกันเสมอไป
“พี่ใหญ่ ควรระวังตัวให้มากกว่านี้
พ่อบ้านที่ไปเชิญฉินเฟิงแล้วรอดกลับมา บอกว่ามันเองก็ยกระดับขึ้นมาถึงเลเวล E
แล้ว ไม่สมควรประมาท เพราะต่อให้พี่เป็นเรือใหญ่
แต่ถ้าจะฝืนฝ่าผ่านรางน้ำเล็กๆก็อาจพลิกคว่ำได้!”
ซินเจี่ยเซิงต้องการเตือนสติพี่ใหญ่ไม่ให้เกิดความคิดดูถูกศัตรู
แต่คำพูดเหล่านี้ เห็นได้ชัดว่าส่อถึงความอ่อนแอ!
“เจ้าขยะ
แกมันไม่มีความกล้าหาญเอาซะเลย!” ซินเจี่ยหยูตวาด
ซินเจี่ยเซิงหน้าแดงด้วยความโกรธ
แต่เขาก็ไม่กล้าโต้แย้ง หันหน้าไปอีกทาง ทักทายผู้มาเยือน
และยิ้มต้อนรับอย่างอบอุ่น
และสภาพเช่นนี้ก็ดำเนินต่อไปอีกนาน
คงไม่ต้องอธิบายหรอกกระมังว่าซินเจี่ยเซิงรู้สึกอึดอัดมากแค่ไหน!
กระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึง 10 โมงเช้า
และงานเลี้ยงกำลังจะเริ่มต้น แต่ก็ยังไม่เห็นแม้วี่แววของฉินเฟิง
สีหน้าของซินเจี่ยหยูกลายเป็นน่าเกลียด
แม้การที่ผู้ใช้วรยุทธโบราณยืนอยู่ท่ามกลางอากาศอบอ้าวเป็นเวลานานมันจะไม่ส่งผลกระทบใดๆ
หลายชั่วโมงก็ไม่เหนื่อย แต่ยิ่งเฝ้ารออีกฝ่ายนานเท่าไหร่
ซินเจี่ยหยูก็ยิ่งรู้สึกกำลังถูกตบหน้า
แต่ในเวลานั้นเอง ณ จุดที่ห่างไกลออกไป
รถล่องเวหาที่ดูหรูหรา ขับเคลื่อนโดยพลังงานเหลวที่สิ้นเปลืองเงินตราก็ค่อยๆใกล้เข้ามา
สำหรับเมืองเฉิงหยาง มีแค่ตระกูลที่ที่ร่ำรวยและกุมอำนาจระดับหนึ่งเท่านั้น
ถึงจะสามารถขับรถศึกดังกล่าวได้
อย่างไรก็ตาม ..
ที่กล่าวมาทั้งหมดล้วนอยู่ภายในงานแล้ว!
“ใครกัน?” ซินเจี่ยเซิงและเจี่ยหยู
เกิดความคิดเดียวกันผุดขึ้นมาในจิตใจ
ไม่นาน ลิมูซีนก็จอดลงหน้าทางเข้า
ประตูรถถูกเปิดออก และคนที่พวกเขาเฝ้ารอก็ปรากฏกายออกมา---
---เป็นฉินเฟิง!
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved