ตอนที่ 316

1/4

Ep.316 - ทดสอบเลเวล D

ณ เมืองเฉิงหยาง ภายนอกโถงรับรองผู้ใช้พลัง

รถล่องเวหาสุดหรูเคลื่อนมาจอดหน้าประตู

พาหนะดังกล่าว ดึงดูดความสนใจ

ตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนมากมายที่มาทดสอบ

ต้องรู้นะว่า ผู้ใช้พลังที่อยู่ในโถงรับรอง

ส่วนมากเป็นกลุ่มคนที่เพิ่งจะปลุกพลังได้

และกำลังมาทำการทดสอบรับโลโก้ผู้ใช้พลังเลเวล G

ในส่วนของเลเวล F มีปะปนอยู่เล็กน้อย สำหรับเลเวล E น้อยครั้งนักที่จะพบเจอ!

ดังนั้นผู้คนเลยคาดเดากันไปว่าน่าจะเป็นเลเวล F คนหนึ่ง

แต่ผู้ใช้พลังเลเวล F ที่สามารถใช้รถล่องเวหาหรูหราแบบนี้ได้ …

เกรงว่าน่าจะเป็นคนร่ำรวยมั่งคั่ง

ไม่รอให้ผู้คนคาดเดาไปต่างๆนาๆ ประตูรถถูกเปิดออก

ผู้หญิงผมสีเงินก้าวลงมา เธอสวมใส่ชุดเดรสยาวสีฟ้าไล่ระดับจากอ่อนไปเข้ม

ครอบครองใบหน้างามล่มเมือง

ทุกสายตาถูกดึงดูดโดยหญิงสาว

จนกระทั่งสาวงามคนที่ว่าเดินไปข้างกายผู้ชาย และควงแขนเขา

ผู้คนถึงได้สังเกตเห็นว่าเธอมิได้มาลำพัง

พริบตานั้น

ดวงตาของพวกเขาต่างเผยให้เห็นถึงความริษยาและเกลียดชัง เพราะสุดท้ายแล้วสาวสวยกลับกลายเป็นมีเจ้าของ

ไม่รู้จริงๆว่าชายคนนั้นโชคดีขนาดไหน

แต่เมื่อผู้คนในโถงลองสังเกตดูดีๆ หลายคนก็เริ่มผงะตกใจ

“เดี๋ยวก่อน ทำไมเขาถึงได้ดูคุ้นหน้าจัง”

“เลเวล E งั้นหรอ? หรือว่าจะมาขอทดสอบเลเวล E1”

“นั่นไม่ใช่ผู้ว่าการสถานชุมชนเฟิงหลี ฉินเฟิงหรอกหรือ?”

“กะแล้วเชียว มิน่าทำไมฉันถึงได้รู้สึกคุ้นตาสาวสวยคนนั้น”

เกิดเสียงฮือฮาในฝูงชน

เมื่อทราบว่าฝ่ายชายเป็นฉินเฟิง

ผู้ใช้พลังในโถงก็สามารถตระหนักถึงสถานะของไป๋หลีได้อย่างชัดเจน

หญิงสาวผู้งดงามอีกคนคือใครน่ะหรือ?

เป็นที่เล่าลือกันว่าผู้ว่าการเขตเฟิงหลี

มักจะพาแฟนติดตัวไปด้วยเสมอ หากฝ่ายชายคือฉินเฟิง ฝ่ายหญิงย่อมไม่ใช่ใครอื่น

เป็นไป๋หลี!

ทั้งสองก้าวเข้ามาในโถงรับรองผู้ใช้พลังด้วยการ

เดินขึ้นไปยังห้องทดสอบเลเวล E บนชั้นสอง ฉินเฟิงกับไป๋หลีแทบไม่ต้องเสียเวลารอ

ก็มีคนก้าวเข้ามาต้อนรับ

“ยินดีต้อนรับผู้ว่าการฉิน คุณจะมาทดสอบเพิ่มขั้นเลเวล E

ใช่ไหม? โปรดเชิญทางนี้” เจ้าหน้าที่รีบก้าวออกมาทักทาย

“ไม่ใช่ พวกเรามาเพื่อทดสอบรับตราเลเวล D ” ฉินเฟิงกล่าว

“ว่าไงนะ!?” พนักงานที่ก้าวออกมาต้อนรับ เอ่ยทวนซ้ำด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง

“คุณได้ยินไม่ผิดหรอก” ฉินเฟิงย้ำอีกครั้ง

เจ้าหน้าที่คล้ายได้สติ เร่งออกแบบฟอร์มให้ฉินเฟิงกรอก และพาไปยังสถานที่ทดสอบ

“นี่คืออุปกรณ์ทดสอบพลังเลเวล D

คุณต้องการจะใช้พลังสมาธิหรือพละกำลังในการทดสอบมัน?”

“ขอใช้พละกำลังทดสอบก็แล้วกัน”

“รับทราบ เชิญเข้ารับการทดสอบได้”

ว่าจบ ชายคนนั้นก็ถอยห่างออกไปไกลกว่าสิบเมตร ต้องรู้นะว่า

การโจมตีของผู้ใช้พลังเลเวล D เพียงเล็กน้อยก็ส่งผลลัพธ์น่าตื่นตะลึง

แต่ภายหลัง เจ้าหน้าที่คนนั้นค้นพบว่า เหมือนตนจะคิดมากเกินไป

เพราะที่ฉินเฟิงทำ เป็นแค่การหวดกำปั้นดาดๆออกไปเท่านั้น!

‘นี่ผู้ว่าการฉินคิดจะมาเล่นตลกรึไง?

หรือว่าหมัดนี่จะแค่ลองเล่นๆ?’ เจ้าหน้าที่งงงวยในหัวใจ แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปาก

ใบหน้ายังคงแขวนด้วยรอยยิ้ม

ปงงงง!

หนึ่งหมัดซัดออก

กำปั้นของฉินเฟิงหวดเข้าใส่วัสดุบนเครื่องทดสอบ

วัสดุที่ทานทนต่อการโจมตีพลันบุบเบี้ยว ผิดรูปไปอย่างกระทันหัน

ขณะเดียวกัน ตัวเลขดิจิตอลบนเครื่องทดสอบ

พุ่งทะยานอย่างบ้าคลั่ง

10,000 , 20,000 , 30,000 , 40,000 , 50,000!

“ผลการทดสอบพลังโจมตี : 50,001 แต้ม ---ผ่านการทดสอบ!”

เจ้าหน้าที่ตรวจวัดผลที่ยืนห่างออกไปอ้าปากค้าง

ไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าฉินเฟิงจะผ่านการทดสอบจริงๆ!

“ไป๋หลี เธอเองก็มาทดสอบด้วย” ฉินเฟิงกล่าว “ …

แต่ถ้าคิดว่าไม่ไหว ก็ทดสอบแค่พลังสมาธิพอ”

ฉินเฟิงกลัวว่าไป๋หลีจะยั้งมือไม่เป็น

ชกทำลายเครื่องทดสอบในคราวเดียว

“ทดสอบพละกำลังนี่แหละ ฉันคิดว่าตัวเองทำได้”

ไป๋หลีก้าวไปข้างหน้า ออกหมัดเหมือนกับฉินเฟิง และผลลัพธ์ที่ออก ตัวเลขพุ่งสูงถึง

50,102 แต้ม!

แม้เธอจะไม่สามารถควบคุมพละกำลังได้แม่นยำเท่ากับฉินเฟิง

แต่ก็สามารถผ่านมาได้

หลังจากการทดสอบแรกจบลง การทดสอบอื่นๆผ่านไปอย่างง่ายดาย

พอทดสอบเสร็จ แววตาของเจ้าหน้าที่กลับกลายเป็นฟุ้งไปด้วยความยำเกรง

“ผู้ว่าการฉิน มิสไป๋หลี พวกคุณผ่านเงื่อนไขการทดสอบเลเวล D ตามข้อกำหนดแล้ว

แต่หากต้องการรับตราสัญลักษณ์เลเวล D พวกคุณต้องไปยังแนวหน้า เพื่อรับภารกิจล่า

กินระยะเวลาสามเดือน จากนั้นถึงจะสามารถรับตราผู้ใช้พลังเลเวล D ของคุณได้”

“สำหรับค่าเดินทางไปแนวหน้า

ทางพันธมิตรมนุษยชาติจะเป็นคนจัดการให้เอง เดินทางโดยฮอลศึกของกลุ่มซ่งเฉิง

ใช้เวลาเพียงสี่ชั่วโมงก็ไปถึง”

“ตำแหน่งแนวหน้าที่พวกเราแนะนำ

คือพื้นที่ทะเลทรายของสี่เมืองทะเลเหนือ ---ปราการชาตง!”

“ถ้าคุณพร้อม สามารถแจ้งเวลาเดินทางกับทางเราได้ตลอดเวลา”

เจ้าหน้าที่อธิบายไม่หยุด

แต่ฉินเฟิงรู้ถึงกฏระเบียบเหล่านี้อยู่แล้ว

“ผมจะเริ่มออกเดินทางในสัปดาห์หน้า ไปยังแนวทะเลทรายทะเลเหนือ”

ฉินเฟิงกล่าว

“รับทราบ ฉันจะจัดการให้ทันที”

“ขอบคุณ”

เมื่อการทดสอบเสร็จสิ้น ปัญหาก็หมดไปอีกเปราะ

หลังจากฉินเฟิงก้าวเท้าออกไป ข่าวของเขาก็แพร่กระจายไปทั้งเมืองเฉิงหยาง

การเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ที่สุดในเฉิงหยางของฉินเฟิง

ก่อนหน้านี้คือการทำลายตระกูลซิน แต่ถ้าจะกล่าวให้ถูกต้อง

สมควรบอกว่าการที่ตระกูลซินถูกกวาดล้างจนไม่เหลือซาก

ไม่ใช่ฝีมือของฉินเฟิงซะทีเดียว เขาเพียงสังหารผู้นำตระกูลซิน

เป็นอีกสามตระกูลใหญ่ต่างหากที่ผนึกกำลังกำราบตระกูลซินจนราบคาบ

ปรากฏกายขึ้นอีกที ฉินเฟิงก็ดันยกระดับขึ้นเป็นเลเวล D ซะแล้ว

เรื่องนี้ทำเอาทั้งหมดต่างตกตะลึง!

ติ๊ด!ติ๊ด! ติ๊ด!

อุปกรณ์สื่อสารของฉินเฟิงดังขึ้น

ฉินเฟิงก้มหน้าลง

พบว่าปลายสายเป็นทายาทสายตรงของสามตระกูลที่เหลือในเมืองเฉิงหยาง --เฉิงโจว

เฉิงโจวกับฉินเฟิงเคยประลองกันบนสังเวียนมาก่อน

แต่นั่นมันผ่านไปนานมากแล้ว ปัจจุบันอีกฝ่ายสามารถก้าวขึ้นสู่เลเวล E

เป็นที่เรียบร้อย

จู่ๆก็โทรหากันแบบนี้ เห็นได้ชัดว่ามีเรื่องแน่นอน

ฉินเฟิงขบคิดสักพักหนึ่ง สุดท้ายตัดสินใจรับสาย

ใบหน้าของเฉิงโจวปรากฏขึ้นตรงข้ามกับฉินเฟิง

“เฉิงโจว มีเรื่องอะไรรึเปล่า?”

“ผู้ว่าการฉิน คุณมาที่เมืองเฉิงหยาง ทำไมไม่บอกฉันก่อน

ตอนนี้ยังทันใช่ไหม ฉันอยากจะเชิญคุณไปทานมื้อเที่ยงด้วยกัน!”

“ทานมื้อเที่ยง?” ฉินเฟิงเลิกคิ้ว หัวเราะเบาๆ

“นั่นไม่จำเป็นหรอก ฉันยังมีบางอย่างต้องทำ ขอรับน้ำใจของนายไว้ก็พอ”

“ไม่ๆ ได้โปรดอย่าปฏิเสธเลย อาหารถูกเตรียมไว้พร้อมแล้ว”

“แต่ฉันไม่ว่างจริงๆ” ฉินเฟิงปฏิเสธอีกครั้ง

เวลานี้เขาอยู่ในเลเวล D แล้ว ฉะนั้นไม่อยากไปวุ่นวายกับเลเวล E ที่ไม่สนิทสนม

จริงอยู่ที่ฉินเฟิงสามารถสร้างกลุ่มของตัวเองได้แล้วในตอนนี้

แต่เขาไม่อยากให้ตระกูลเก่าแก่ที่อยู่เฉิงหยางมานานหลายปีมีส่วนร่วม

อีกอย่างเดี๋ยวเขาจะไม่อยู่ในสถานชุมชนเฟิงหลี

เกรงว่าจะเกิดสถานการณ์ยากรับมือขึ้น

ปลายสาย เฉิงโจวพอได้ยินคำปฏิเสธของฉินเฟิง

ก็เริ่มร้อนรนขึ้นมา

“ผู้ว่าการฉิน ได้โปรดช่วยฟังฉันให้จบประโยคก่อน

นอกจากเรื่องทานอาหารแล้ว ฉันยังมีอีกเรื่องหนึ่ง!” เฉิงโจวเอ่ยอย่างยากลำบาก

เพราะยังไงเสีย เขาก็เคยเป็นอัจฉริยะที่พูดอะไรคนก็คล้อยตามมาก่อน แต่ตอนนี้

เป็นเขาที่ต้องคล้อยตามคนอื่นแทน สลับตำแหน่งกันโดยสิ้นเชิงแบบนี้

มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

“เรื่องอื่น? เรื่องอะไรล่ะ?” ฉินเฟิงถาม

“คืออย่างนี้นะผู้ว่าการฉิน

ก่อนหน้านี้คุณได้ทำลายอำนาจปกครองอันโหดร้ายของตระกูลซินไปใช่ไหม ...

คุณช่วยตัดมะเร็งอย่างพวกมันออกจากเมืองเฉิงหยางของพวกเรา ดังนั้น

อีกสามตระกูลที่เหลือเลยอยากจะขอบคุณสำหรับเรื่องนี้

และคิดจะแบ่งทรัพย์สินที่หลงเหลือของตระกูลซินกัน ฉันเลยอยากชวนคุณเข้าร่วมด้วย”

“อ้อ” ฉินเฟิงหัวเราะออกมา

ที่แท้สิ่งที่อีกฝ่ายกำลังกังวลก็คือ

--หวาดระแวง

พวกเขาเกรงว่าฉินเฟิงจะมาฮุบเงินในภายหลัง!

แต่คราวก่อน ฉินเฟิงรีดไถเงินตระกูลซินออกไปจำนวนหนึ่งแล้ว

และนั่นมากพอให้เขารู้สึกพอใจ แต่ตระกูลซิน …

จะมีเงินอยู่แค่อย่างที่พวกมันสารภาพจริงๆน่ะหรือ?