ตอนที่ 170

4/4

EP.170 - ร่วมมือ

หากผู้ใช้พลังเลเวล E

ต้องการมอบความบันเทิงแก่ใครสักคน ความบันเทิงที่ว่าแน่นอนย่อมไม่ธรรมดา

แม้ชิหลงจะเป็นมือปืนเลเวล E ก็ตาม แต่เขาก็มีของดีๆไว้ในครอบครองมากมาย

บนโต๊ะอุดมไปด้วยอาหารหรูหรา

นอกจากนี้ยังเป็นอาหารที่เปี่ยมโภชนาการสำหรับผู้ใช้พลังเลเวล F หากเป็นคนอื่นได้มองมัน

คงอดน้ำลายสอไม่ได้

แตใบหน้าของฉินเฟิงกลับไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ

เขากินไปอย่างละนิด อย่างละหน่อยเท่านั้น

ในทางตรงกันข้าม

เป็นไป๋หลีที่ไม่เอ่ยคำใดเลย เมื่อมาถึงโต๊ะ ก็จัดการแช่ตัวเอง จมอยู่กับอาหาร

เพลิดเพลินไปกับมัน ยัดทุกสิ่งเข้าใส่ปากน้อยๆไม่ยอมหยุด

ชิหลงกวาดสายตาลงบนร่างของไป๋หลี

ชำเลืองมองตรงหน้าอกของอีกฝ่าย แม้วันนี้เขาจะไม่ได้เห็นไป๋หลีลงมืออะไรมากมาย

ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นฝีมือของฉินเฟิงซะมากกว่า แต่สาวน้อยคนนี้ก็เป็นเลเวล F

เช่นกัน ดังนั้นชิหลงไม่กล้าดูถูก!

อาหารมื้อค่ำได้จบลง

แน่นอนว่าความสนใจของฉินเฟิงไม่ได้อยู่ที่การกินอาหาร

ในที่สุดชิหลงก็เอ่ยจุดประสงค์ของเขา

“วันนี้มิสเตอร์ฉินไม่ได้เข้าร่วมภารกิจของผู้ใช้พลัง

แต่เมื่อเทียบกับทีมต่างๆที่เข้าร่วมภารกิจ

มิสเตอร์ฉินเพียงลำพังกลับทำได้ดียิ่งกว่า อบิลิตี้ของมิสเตอร์ฉินทรงพลังมากซะจนทำให้ฉันยังรู้สึกละอาย

… แต่ว่านะ ความแข็งแกร่งของมนุษย์เพียงลำพังน่ะ ยังไงก็ย่อมมีขีดจำกัด!”

ฉินเฟิงรับฟังคำกล่าวของชิหลงอย่างเงียบๆ

เขาผงกศีรษะตอบ “อ่า เรื่องนั้นผมเองก็ทราบดี”

แต่ถึงจะรู้ สำหรับฉินเฟิง

การทำงานเป็นทีมมีแต่จะคอยฉุดแข้งฉุดขาเขา

ชิหลงเมื่อเห็นว่าฉินเฟิงมิได้โต้แย้ง

ก็เอ่ยต่อ “หากมีใครร่วมมือกับมิสเตอร์ฉิน

ฉันคิดว่ามันน่าจะช่วยให้ผลงานมีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิม

และความหวังที่พวกเราจะกู้คืนเมืองหานก็จะเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน!”

“ร่วมมืออย่างงั้นหรือ?”

ฉินเฟิงเลิกคิ้ว

ย้อนนึกไปถึงครั้งก่อนๆ

ไม่ว่าจะเป็นในภารกิจปฏิบัติการปราบปรามกองทัพซากศพ หรือตอนฝ่าวงล้อมเมืองหาน

ในช่วงท้ายถึงจะมีคนส่วนหนึ่งให้ความร่วมมือ แต่ก็มีคนจำนวนมากที่ไม่คิดทำอะไรเลย

คอยเป็นปลิงเกาะเขาอยู่ดี

ซึ่งในช่วงเวลาที่ว่ามา หากร่วมมือกัน

เป็นธรรมดาที่สถานการณ์จะแตกต่างออกไป

“ถูกต้อง

ฉันจะส่งทีมเฉพาะกิจมาร่วมมือกับมิสเตอร์ฉิน ให้พวกเขาช่วยล่อแมลงออกมา

แล้วจะให้มิสเตอร์ฉินรับหน้าที่ลงมือสังหารพวกแมลง

กลยุทธ์นี้จะช่วยประหยัดเวลาได้เป็นอย่างมาก ทั้งยังช่วยให้พวกเราสามารถทำการช่วยเหลือผู้รอดชีวิตอยู่ในเมืองได้อีกด้วย

ฉินเฟิงพอได้ยินประโยคนี้

บนหน้าผากเขาก็เริ่มปรากฏรอยเหี่ยวย่น

“หมายความว่าคุณตั้งใจจะใช้แผนเหยื่อล่อสินะ?

แล้วใครกันที่จะเป็นเหยื่อ? อย่าบอกนะว่าเป็นพวกคนธรรมดา!”

เรื่องอะไรแบบนี้

มักเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง

ตราบใดที่เหยื่อสามารถวิ่งหนีได้

มันก็ยังโอเค หน้าที่ของพวกเขาคือล่อแมลงไปยังสถานที่ๆกำหนด

และมันจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากกรีดมีดลงบนร่างกายเหยื่อเพื่อเปิดแผล

ปล่อยให้กลิ่นเลือดและกลิ่นอายมนุษย์โชยไปแตะจมูกของพวกแมลง

ล่อลวงให้พวกมันกระตือรือร้นที่จะไล่ตาม

หัวใจของชิหลงเต้นระรัว

เขาตระหนักได้ถึงความรู้สึกไม่พอใจของฉินเฟิง

เจ้าตัวเร่งเปลี่ยนคำที่จะสื่อทันที

กล่าวออกไปว่า “ไม่ใช่แน่นอน ฉันจะจัดส่งผู้ใช้พลังไป มันง่ายดายสำหรับพวกเขา

หากจะรับหน้าที่เป็นเหยื่อล่อ!”

ฉินเฟิงพอใจกับการตัดสินใจของอีกฝ่าย

ในสถานการณ์ที่ชุมชนล่มสลายเช่นนี้

พลเมืองที่รอดชีวิตมาได้ถือว่าเป็นส่วนเกินที่ยากจะจัดการ

และบางคนยังถูกส่งออกไปร่วมสงคราม

ดังนั้นน่ากลัวว่าพวกเขาอาจกลายเป็นตัวตายตัวแทน

รับหน้าที่เป็นเหยื่อ ออกไปล่อพวกแมลงออกมา

ซึ่งฉินเฟิงไม่ต้องการแบบนั้น

สำหรับเขา

ขอเพียงมอบทีมผู้ใช้พลังเล็กๆให้ ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว

“งั้นรางวัลหลังจากจบศึกสุดท้าย

จะแจกจ่ายมันยังไง?” ฉินเฟิงเอ่ยถาม

เพราะการร่วมมือกันในครั้งนี้

มันเกี่ยวข้องกับเรื่องผลประโยชน์โดยตรง!

ประกายแสงวาบผ่านเข้ามาในดวงตาของชิหลง

วันนี้เพียงวันเดียว ฉินเฟิงสามารถสังหารตั๊กแตนใบมีดได้มากกว่า 1,000 ตัว

ต่อให้ไม่มีราชันย์สัตว์ร้าย แต่เกรงว่าน่าเก็บเกี่ยวได้มากถึง 20 ล้าน

แล้วหากเป็นการกวาดล้างทั้งเมืองหานเล่า?

เม็ดเงินจะมากมายมหาศาลเพียงใด?

ตามปกติ หากเป็นผู้ใช้พลังเลเวล E  ที่รับภารกิจโจมตี

เขาอาจได้รับวัตถุดิบมาเป็นจำนวนหลายล้านชิ้น

และมักจะใจป้ำแบ้งปันกับผู้ที่ให้ความร่วมมือ

นั่นเท่ากับว่าทุกคนจะได้รับผลประโยชน์มหาศาล

ระหว่างที่เขาคิด

ก็ได้ยินเสียงฉินเฟิงเอ่ยว่า “เรื่องการต่อสู้ทั้งหมดปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเอง

ในกรณีนี้มันจะได้คำนวณกันง่ายๆ เพราะผมแค่จ้างคนอื่นมาร่วมมือก็เป็นอันจบ”

“ยังไงก็ตาม

ผู้บัญชาการชิสมควรมอบแต้มสงครามกับพวกเขาด้วยเช่นกัน ส่วนทางผมจะมอบเงิน

100,000 เหรียญให้แก่ผู้ใช้พลังทุกคนที่อยู่ในทีมช่วยเหลือผู้รอดชีวิต  และ 10,000 เหรียญสำหรับบุคคลทั่วไป ที่ช่วยผมเก็บรวบรวมวัตถุดิบ

และเครดิตบางส่วนให้แก่พวกเขา”

ชิหลงได้สติจากคำพูดของฉินเฟิง  แม้จะเจ็บปวดที่เสียโอกาสสร้างกำไรไปบ้าง

แต่พอได้ยินคำอธิบายของฉินเฟิง เขาก็เห็นได้ถึงความตั้งใจดีของอีกฝ่าย

อีกอย่าง จะขัดใจก็ไม่ได้

เพราะเดี๋ยวฉินเฟิงจะหันกลับมาแว้งกัดเขาซะเอง

ถ้าเกิดกรณีนี้ขึ้นชิหลงกลัวว่าตนจะเสียผลประโยชน์ยิ่งกว่าเดิม

ดังนั้นเขาเลยจำเป็นต้องเออออไปกับฉินเฟิง

“ตกลง เอาตามที่มิสเตอร์ฉินเห็นสมควร” ชิหลงกล่าว

“ส่วนคนที่จะร่วมมือกัน ผมจะเป็นคนเลือกด้วยตัวเอง

ไม่คิดรบกวนผู้บัญชาการชิ ในเรื่องการขนส่งและเดินทาง

หวังว่าทางผู้บัญชาการชิจะให้การสนับสนุน” ฉินเฟิงกล่าว

“ไม่มีปัญหา

คงต้องลำบากมิสเตอร์ฉินแล้ว”

ระหว่างการสนทนา

กลับกลายเป็นฉินเฟิงที่กุมอำนาจในตอนท้าย สามารถตัดสินแผนได้ดั่งใจนึก

หลังมื้ออาหารเย็น

ฉินเฟิงเดินออกจากกองบัญชาการ เพื่อนำวัตถุดิบของตั๊กแตนใบมีดที่รวบรวมมาได้ไปขาย

เขากระจายขายมันให้กับพ่อค้าแต่ละคน

แม้ทั้งหมดล้วนเป็นวัตถุดิบธรรมดา แต่ก็สามารถทำเงินได้มากกว่า 20

ล้านอย่างที่ชิหลงคำนวณเอาไว้จริงๆ

ยังไม่พอ

ชิหลงยังนำการล่าสังหารตั๊กแตนในครั้งนี้ รวมเข้ากับแต้มสงครามของฉินเฟิง

ส่งผลให้การจัดอันดับทางทหารของฉินเฟิงพุ่งสูงขึ้นไปอยู่ในรายชื่ออันดับต้นๆ

มีคะแนนสะสมมากกว่าคนที่อยู่ในเมืองหานมาทั้งสัปดาห์ก่อนหน้าซะอีก

จากนั้น ฉินเฟิงก็กลับไปยังทีมของโจวฮ่าว

“ฉินเฟิง

ผู้บัญชาการชิเรียกนายไปทำไม?” โจวฮ่าวเอ่ยถาม

แม้ชิหลงในสายตาของฉินเฟิงจะเป็นเพียงตัวตนเล็กจ้อย

แต่สำหรับวัยรุ่นคนอื่นๆที่เติบโตมาแค่ในสถานชุมชนทางตอนเหนือ

ที่มีผู้ว่าการสูงสุดเป็นเลเวล E ไม่ต้องกล่าวถึงเติ้งเหนียนที่มีเลเวล E

และครอบครองชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆไม่แพ้กัน

“เขาหารือกับฉันเรื่องกวาดล้างเส้นทางในเมืองหาน

อ้อ นายไม่ต้องรับภารกิจในวันพรุ่งนี้นะ เพราะฉันจะจ้างเอง!”

น้ำที่อุดมสมบูรณ์ไม่ควรไหลลงสู่นาของบุคคลภายนอก

ดังนั้นนี่มิได้หมายความว่าฉินเฟิงเลือกปฏิบัติอย่างไม่ยุติธรรมเฉพาะฝ่ายของตนเองแต่อย่างใด

เพราะโจวฮ่าวและคนอื่นๆไม่สามารถรับมือกับสัตว์ร้ายระดับสูงได้

แต่การล่อและวิ่งหนีมันยังนับว่าพอไหว

“ตกลง” โจวฮ่าวกล่าวอย่างไม่ติดใจใดๆ

จางเทียนและจ้าวหยูก็เอาด้วย ยินดีให้ความร่วมมือกับฉินเฟิง

ลู่เหมิงเนื่องจากอยู่ทีมเดียวกันแล้ว เลยรับปากเช่นกัน

ในกรณีนี้ หากนับรวมวังเฉินกับไป๋หลี

จะมีผู้ใช้พลังทั้งสิ้น 6 คน นี่นับว่าเพียงพอแล้ว

อีกหนึ่งค่ำคืนอันเลวร้ายได้ผ่านพ้นไป

ในวันถัดมา ชิหลงได้จัดหาสกู๊ตเตอร์ขนาดเล็กหลายคัน และรถบรรทุกขนาดใหญ่

พร้อมกับรถบัสเสริมเหล็กป้องกันมาให้ เพื่อคอยสนับสนุนทางด้านการเดินทาง

ฉินเฟิงยืนอยู่หน้าทางเข้ากองบัญชาการใหญ่

และรับภารกิจที่ถูกมอบหมาย

ไม่นาน คนธรรมดาจำนวนมากก็ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าฉินเฟิง

คนธรรมดาเหล่านี้มีท่าทีค่อนข้างวิตกกังวล

แต่ก็มีเป็นจำนวนมาก ทั้งหมดต่างจ้องมองฉินเฟิงราวกับหมาป่าหิวโซ

ในมุมมองของพวกเขา

ฉินเฟิงเห็นเพียงตัวแทนของคนโง่ แต่มั่งคั่งไปด้วยเงินตรา!

“มิสเตอร์ฉิน โปรดเลือกฉัน

ฉันจะต้องอดตายแน่ๆถ้าไม่ได้งานนี้ ”

“มิสเตอร์ฉิน เลือกฉันดีกว่า”

“มิสเตอร์ฉิน”

“มิสเตอร์ฉิน …. ”

“เงียบ!!!” ฉินเฟิงตะคอกเสียงเย็นชา

กำลังภายในอัดแน่นอยู่ภายในเสียงราวกับฟ้าคะนอง ระเบิดเข้าในรูหูของผู้คน

“ฉันต้องการคนธรรมดา 20 คน

ถ้าฉันชี้ไปที่ใคร ก็ขอให้คนๆนั้นเดินออกมา อย่าคิดแย่งชิงคนอื่น

เพราะฉันไม่ได้มาทำงานการกุศล”

ในเวลานี้ ทุกคนต่างมองมาทางฉินเฟิงด้วยความหวาดกลัว

ฉินเฟิงกวาดแนวสายตาออกไป

“คุณ คุณ และคุณก้าวออกมา!”

บุคคลที่ฉินเฟิงชี้

แม้จะมีท่าทีขลาดกลัว แต่อย่างน้อยพวกเขาทั้งหมดก็แข็งแรง

โดยไม่คำนึงถึงเพศชายหญิง แม้นี่จะเป็นงานเก็บรวบรวมวัตถุดิบก็ตาม

แต่พวกเขาต้องเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องตัว เพราะพละกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญ

ฉินเฟิงกวาดมองอีกรอบ

ทันใดนั้นสายตาของเขาก็ตกลงบนร่างของผู้หญิงอ่อนแอที่ตนช่วยชีวิตเอาไว้เมื่อวานนี้

หลังจากผ่านไปเพียงวันเดียว

ผู้หญิงคนนี้คล้ายจะเริ่มหายดีแล้ว แต่ในสายตายังคงด้านชา

ส่อไปด้วยกลิ่นอายของความตาย

“แล้วก็คุณชื่ออะไร?”

ฉินเฟิงชี้ไปที่เธอและเอ่ยถาม