ตอนที่ 867

Ep.867 - อ้อ นั่นคนกลุ่มผมเอง

ลูกรักของพระเจ้าอีกสามคน

หนึ่งในนั้นเป็นคนรู้จักเก่าแก่ของฉินเฟิง

นายน้อยของผู้การรัฐแห่งรัฐฮั่นชวน --ฮั่นจุน

ถือว่าวันเกิดของฮั่นจุนค่อนข้างดี เพราะยังเหลือเวลาอีก 2

เดือน เขาจะก็มีอายุ 20 ปี

ดังนั้นเลยสามารถเข้าร่วมงานประลองลูกรักของพระเจ้าได้อีกเป็นปีสุดท้าย

ปีที่แล้วอีกฝ่ายเคยถูกฉินเฟิงทุบตี

แม้สามารถหายจากอาการบาดเจ็บ แต่สุดท้ายก็ปีนหอคอยไม่สำเร็จ ปีนี้เขากลับมาแก้ตัวอีกครั้ง

แต่ความแข็งแกร่งยกระดับไปได้ไม่มากนัก ตอนนี้มาถึงเลเวล D5 เท่านั้น

แน่นอน

ว่านั่นเพียงพอแล้วที่จะใช้ต่อกรกับอัจฉริยะของเมืองหลวงมังกร

แต่เขาจะไปทันคิดได้อย่างไร ว่าพวกผิดปกติของกลุ่มเฟิงหลีในปีนี้

จะปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ไม่น่าเชื่อเลยว่าพวกเขาจะเชี่ยวชาญในการบ่มเพาะลูกรักของพระเจ้าถึงขนาดนี้

แต่ในความเป็นจริง

ไม่สามารถกล่าวได้ว่ากลุ่มเฟิงหลีมีความเชี่ยวชาญในการบ่มเพาะ

แต่มันเป็นเพราะกลุ่มเฟิงหลี มั่งคั่งเกินไปต่างหาก!

เมื่อคุณได้รับการดูแลที่ดี บวกกับมีความพยายามในตัวเอง

ได้รับทรัพยากรมหาศาล ตราบใดที่มีพรสวรรค์

การยกระดับอย่างก้าวกระโดดก็ไม่ใช่เรื่องยาก

นอกจากฮั่นจุนแล้ว ผู้ใช้พลังอีกสองคนไม่มีพื้นเพอะไร

กล่าวได้ว่าเป็นม้ามืด ด้วยเหตุผลหลายประการ หนึ่งในนั้นคือโชคช่วย

ทำให้ระหว่างการคัดเลือก ไม่ได้ปะทะกับกลุ่มเฟิงหลี ดังนั้นเลยได้มายืนอยู่ในจุดนี้

“ฉันเป็นหัวหน้าทีมในครั้งนี้ มีสกุลว่าฉิน

ตำแหน่งปัจจุบันคือนายพลประจำภูมิภาคเหนือแห่งกลุ่มพันธมิตรมนุษย์

พวกนายสามารถเรียกฉันว่านายพลฉินได้!”

มีเพียงสองคนเท่านั้นที่ไม่คุ้นหน้าฉินเฟิง

เมื่อครู่คนอื่นๆเอ่ยปากว่าประธานฉิน พวกเขาเองก็เกือบเรียกฉินเฟิงว่าท่านประธานแล้วเหมือนกัน

ฉินเฟิงกล่าวต่อ “ระหว่างเดินทาง

ฉันจะรับผิดชอบพวกนายอย่างเต็มที่ ให้ข้อมูลในการเดินทางเข้าสู่เมืองหลวงมังกร

ส่วนตอนนี้ขึ้นเรือเหาะก่อนเถอะ ถ้าคนไหนมีญาติ , ครอบครัว

หรือคนดูแลที่ต้องการติดตาม ก็สามารถมาด้วยกันได้”

อีกสองคนเป็นม้ามืด ฉะนั้นไม่มีคนดูแลติดตามมาด้วย

ทางด้านฮั่นจุนโบกมือ สั่งให้คนคุ้มครองเขาที่ซ่อนอยู่ในเงามืดปรากฏตัวขึ้น

เดินขึ้นไปบนเรือเหาะ

จากนั้น เรือเหาะก็เริ่มสตาร์ทเครื่อง และทำการจั๊มป์ผ่านมิติ

ปรากฏขึ้นในตำแหน่งตัวเชื่อมมิติของเมืองหลวงมังกร

เนื่องจากการพัฒนาการทางเทคโนโลยีของกลุ่มเฟิงหลีในปีที่ผ่านมา

ทำให้หลายคนสามารถเป็นเจ้าของเรือเหาะ

ดังนั้นเจ้าหน้าที่ที่ประจำการอยู่ในตำแหน่งตัวเชื่อมมิติเลยไม่ตกใจใดๆ

อย่างไรก็ตาม เรือเหาะไม่สามารถเข้าสู่เมืองหลวงมังกรได้

ฉินเฟิงจอดเรือเหาะทิ้งไว้ข้างนอก หลังจบงานประลอง

จะได้ใช้มันส่งลูกรักของพระเจ้ากลับไป

เขาบอกเล่ารายละเอียดต่างๆระหว่างทาง

พาตัวแทนลูกรักของพระเจ้าของภูมิภาคเหนือเข้าพักในโรงแรม แต่เมื่อมาถึง

ฉินเฟิงกลับหาเวลาว่างไม่ได้เลย

เพราะต้องคอยรับหน้ากับพวกอาวุโสตระกูลของเมืองหลวงมังกร

ได้รับคำเชื้อเชิญเป็นว่าเล่น ผู้คนนับไม่ถ้วนเดินทางมาหาฉินเฟิงด้วยตัวเอง

เพื่อชวนเขาไปรับประทานอาหารทั้งมื้อเที่ยง มื้อเย็นร่วมกัน กระทั่งมื้อดึกก็ยังมี

“มิสเตอร์ฉิน ฉันไม่นึกฝันเลย

ว่างานประลองลูกรักของพระเจ้าในปีนี้ กลุ่มเฟิงหลีของคุณ จะปรากฏผู้ใช้พลังเลเวล C

ขึ้นอีกคนหนึ่ง ดูเหมือนครั้งนี้ทางคุณจะได้รับรางวัลใหญ่อีกครั้งแล้ว!”

“ประธานฉิน ขอแสดงความยินดีด้วย ไม่ทราบว่าครั้งนี้

คุณมีแผนจะเดินทางไปสู้ที่ไหนหรือไม่ สนใจเป็นพันธมิตรกันรึเปล่า?”

“มิสเตอร์ฉิน ตลอดปีที่ผ่านมา พวกเราร่วมมือกันด้วยดี

ผลิตภัณฑ์ชิ้นอื่นที่จะได้ในปีนี้ คุณสนใจร่วมมือกับพวกเราอีกหรือไม่?”

เจอกันคราวก่อน คนพวกนี้ล้วนคิดข่มขู่ฉินเฟิงผ่านข้อตกลง

ฉกฉวยผลประโยชน์ แต่ตอนนี้ ทั้งหมดกลับยอมก้มหัวให้เขา

คาดหวังว่าฉินเฟิงจะยื่นมือออกมาสักเล็กน้อย ยอมปล่อยเศษอาหารลงมาให้

ฉินเฟิงหาแยแสไม่ แน่นอนเขาไม่คิดแบ่งผลประโยชน์กับคนเหล่านี้

ครั้งก่อนเนื่องด้วยเวลา สถานที่ และข้อจำกัดต่างๆ แต่ปัจจุบัน

เขาแข็งแกร่งมากพอที่จะไม่ต้องเกรงกลัวสิ่งใดแล้ว

ดังนั้น คนเหล่านี้ไม่อาจสร้างภัยคุกคามใดๆแก่เขาได้

แม้ยังคงเป็นความลับ

แต่บรรดาลูกรักของพระเจ้าที่ลงประลองในปีนี้ต่างได้รับข่าวว่าตัวแทนของภูมิภาคเหนือ

มีเลเวล C อีกคนปรากฏขึ้น

“ปีที่แล้วภาคเหนือก็มีเลเวล C ปีนี้ดันมีอีกแล้วหรอ!

แค่ฉินเฟิงก็น่าเหลือเชื่อพอแล้ว คราวนี้ยังมีโจวฮ่าวอีกคน นี่มันบ้าชัดๆ!”

“พูดก็พูดเถอะ

เอาจริงๆดูเหมือนว่าฉินเฟิงก็เป็นตัวแทนลูกรักของพระเจ้าเช่นกัน”

“ต่อให้เขาเป็นลูกรักของพระเจ้า

เขาก็ไม่ควรเข้าร่วมงานประลองนี้ แบบนั้นมันกลั่นแกล้งกันชัดๆ!

อย่าลืมสิว่าเขาเป็นเลเวล B แล้ว! ”

“ฉันได้ยินจากพ่อมา ว่าความแข็งแกร่งในปัจจุบันของฉินเฟิง

สามารถเอาชนะเลเวล A ได้อย่างไม่ยากเย็น!”

“โชคดีที่เขาไม่เข้าแข่งด้วย ไม่อย่างนั้นทุกคนคงทำอะไรไม่ได้

นอกจากหมอบแทบเท้าเขา”

รุ่นเยาว์สนทนากัน แต่ก็อย่างที่รู้

ฉินเฟิงจะไม่ปีนหอคอยประตูมังกรพร้อมกับพวกเขา แต่จะอยู่ด้านบนสุดตั้งแต่แรก

รอต้อนรับพวกเขา!

สองสามวันสำหรับการเตรียมตัวผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว จากนั้น

หอคอยประตูมังกรก็เปิดให้รุ่นเยาว์ได้เข้าท้าทาย

ณ บนสุดของหอคอยประตูมังกร

ฉินเฟิงกับผู้พิทักษ์หอคอยกำลังสนทนากัน

เมื่อปีที่แล้ว ผู้พิทักษ์หอคอยยังวางตัวเป็นอาวุโส

ชื่นชมฉินเฟิง พยายามโน้มน้าวให้เขาขายเทคโนโลยีให้อยู่เลย

แต่ตอนนี้ ทั้งสองนั่งอยู่ในฐานะที่เท่าเทียมกัน

แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ว่าลูกรักของพระเจ้าในปีนี้ ใครจะสามารถขึ้นมาได้เป็นคนแรก

และอนาคตของผู้ใดจะสดใส ไร้ขีดจำกัด

“ช่างร้ายกาจ! เลเวล C

ที่ชื่อโจวฮ่าวก็มาจากกลุ่มเฟิงหลีของคุณด้วยใช่ไหม? ยอดเยี่ยมจริงๆ”

ผู้พิทักษ์หอคอยกล่าว

ฉินเฟิงพยักหน้า “นั่นพี่น้องร่วมสาบานของผมเอง”

ผู้พิทักษ์ผงกหัว ก้มมองดูเหตุการณ์เบื้องหลัง

แต่แล้วสายตาของเขาก็แปลกไป “สาวน้อยคนนี้ไม่เลวเลย

สามารถใช้จักรกลได้อย่างเชี่ยวชาญ … ว่าแต่อาวุธปืนชิ้นนั้นมันคืออะไรกัน

ทรงพลังมากเลย!”

ฉินเฟิงก้มมอง กล่าวเห็นด้วย “นั่นลู่เหมิง

เธอพัฒนาไปอีกขั้นแล้ว”

“อ้าว คุณก็รู้จักเธอหรอ?”

“ครับ นั่นน้องสะใภ้ผมเอง”

ผู้พิทักษ์หอคอยรู้สึกทึ่งเล็กน้อยกับคำตอบ

แต่ยังคงสังเกตต่อไป

“ลูกรักของพระเจ้าคนนั้นก็ใช้ได้เหมือนกัน อ๋า

เขาก็มาจากภูมิภาคเหนืออีกแล้ว?”

“ครับ นั่นสมาชิกกลุ่มเฟิงหลีของผมเอง”

“ผู้ใช้อบิลิตี้คนนั้นน่าสนใจไม่เลว!”

“นั่นลูกชายของอาวุโสประจำกลุ่ม เขาก้าวหน้าไปมากทีเดียว!”

“คนนั้น … ”

“ครับ มาจากกลุ่มเฟิงหลีเหมือนกัน … ”

ผู้พิทักษ์หอคอยไม่อยากจะพูดอีกต่อไป เขาเอ่ยชมเชยรุ่นเยาว์

แต่สี่ในห้าคนดันมาจากเฟิงหลีได้อย่างไร?

สรุปเฟิงหลีส่งตัวแทนมาที่นี่กี่คนกันแน่?

ฉินเฟิงเฉลยอย่างหมดเปลือก

ว่าพวกเขาคือตัวแทนลูกรักของพระเจ้าของตน

แต่กลุ่มเฟิงหลีเพิ่งก่อตั้งเพียงสองปีเท่านั้น แล้วสามารถสร้างอัจฉริยะมากพรสวรรค์เยอะขนาดนี้ขึ้นมาได้อย่างไร?

เกรงว่าหากเป็นคนทั่วไปคงไม่มีทางจ่ายไหว

แน่นอน แม้คนนอกจะไม่รู้ แต่ทุกคนในกลุ่มเฟิงหลีต่างรู้ดี

ว่าฉินเฟิงโคตรจะร่ำรวย!

ต่อให้เพาะสร้างอัจฉริยะเช่นนี้ ให้มากกว่าเดิมถึง 2 เท่า

ฉินเฟิงก็ยังดูแลไหว

ไม่นาน อันดับหนึ่งที่สามารถขึ้นมายังชั้นสิบก็ปรากฏตัวขึ้น

ไม่ต้องสงสัยเลย มิใช่ใครอื่นนอกจากโจวฮ่าว!

“ห๊ะ? ไอ้บ้า! ทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่!”

โจวฮ่าวมองฉินเฟิงด้วยความตกใจ

ฉินเฟิงกล่าว “พอดีว่าฉันได้รับเลือกเป็นพิเศษ

และแน่นอนฉันจะไปมิติอื่นด้วย แต่ฉันไม่ได้มีส่วนร่วมในงานประลองของหอคอยประตูมังกร”

โจวฮ่าวพูดไม่ออก สักพักถึงค่อยเอ่ยได้ว่า “นั่นถูกแล้ว

นายห้ามเข้าร่วมงานประลองในหอคอยประตูมังกรเด็ดขาด

ไม่อย่างนั้นจะเป็นการทำลายความมั่นใจของคนอื่นๆ และแบบนี้สิดี!

เพราะฟังจากคำพูดนายแล้ว หมายความว่าฉันคืออันดับหนึ่งของงานประลองในครั้งนี้!!”

ผู้พิทักษ์หอคอยกระแอมสองสามครั้ง และกล่าว่วา

“ลูกรักของพระเจ้า โจวฮ่าวแห่งภูมิภาคเหนือ ขอแสดงความยินดีด้วย

เจ้าคืออันดับหนึ่งในงานประลองลูกรักของพระเจ้าในปีนี้!”

“ขอบพระคุณท่านอาวุโส! ถึงไม่ใช่คนแรกที่มาถึง

แต่เป็นอันดับแรกก็พอแล้ว” โจวฮ่าวกล่าวพลางฉีกยิ้มกว้าง

เพราะท้ายที่สุดแล้ว คนแรกที่มาถึง ย่อมเป็นฉินเฟิง

จากนั้น

รุ่นเยาว์คนอื่นๆก็ฝ่าฟันขึ้นมายังชั้นสูงของหอคอยประตูมังกร

เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว มันมากจากเดิมเป็นเท่าตัว จำนวนคนที่ผ่านด่านในปีนี้ มีถึง

13 คน

แต่ลูกรักของพระเจ้าที่ฉินเฟิงเจอเมื่อปีที่แล้ว ครั้งนี้ไม่โผล่มาให้เห็นอีกเลย

แต่นี่ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะผู้ที่กลายเป็นลูกรักของพระเจ้า

ไม่จำเป็นต้องสามารถทะลุชั้นสิบของหอคอยประตูมังกรเสมอไป ผู้ที่สามารถฟันฝ่า

จำเป็นต้องมีความแข็งแกร่งในระดับราชันย์ขึ้นไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

คนพวกนี้ ในอนาคตจะกลายเป็นผู้ใช้พลังเลเวล A

และคาดหวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าจะมีคนที่สามารถไปถึงเลเวล S !