Ep.781 - พื้นที่ต้องห้าม
เจ้าสิ่งที่เรียกว่ามิติทับซ้อน เคยเกิดขึ้นมาแล้วสองครั้ง
ครั้งแรกเกิดขึ้นบนถนนเส้นหลักที่ใช้มุ่งหน้าสู่เมืองใหญ่ที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
ผลคือยานพาหนะที่เดินทางผ่านไปผ่านมาสูญหายบ่อยครั้ง
จนกระทั่งเวลาล่วงเลยกว่าหนึ่งเดือน มีผู้ใช้พลังเลเวล A
คนหนึ่งพร้อมทีมของเขาได้อาสาเข้าไป แต่สุดท้ายก็ขาดการติดต่อ ผู้คนจึงเริ่มตื่นตระหนก
และสิ่งที่น่ากลัวก็คือ ในมิติทับซ้อน อักษรรูนจะถูกสกัดกั้น ไม่สามารถเรียกใช้ได้
สถานที่แห่งนั้นถูกจัดให้เป็นพื้นที่ต้องห้าม
จนกระทั่งห้าปีให้หลัง เลเวล A ที่ขาดการติดต่อไปนานก็ได้กลับออกมา
จากคำบอกเล่า คนๆนั้น ดิ้นรนต่อสู้ในมิติทับซ้อนเป็นเวลาหลายปี
ความแข็งแกร่งพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด แต่คนอื่นๆที่เคยติดตามเข้าไปพร้อมเขา
ทั้งหมดล้วนเสียชีวิต
ครั้งที่สองเกิดขึ้นในเทือกเขาท่ามกลางทุ่งล่า
แต่มิติทับซ้อนคงอยู่แค่สามวันก็หายไป อย่างไรก็ตาม ระหว่างเกิดขึ้น
มันได้ทิ้งนายพลสัตว์ร้ายเลเวล B ฝูงหนึ่งเอาไว้
ในขณะที่สถานชุมชนเล็กๆหรือเมืองบริเวณใกล้เคียง
มีผู้ใช้พลังแข็งแกร่งที่สุดอยู่แค่เลเวล C เท่านั้น
ผลลัพธ์เลยกลายเป็นว่าทั้งหมดถูกฆ่าตาย
พวกนายพลสัตว์ร้ายไล่สังหารชาวเมืองจนหมดสิ้น สร้างความเสียหายใหญ่หลวง
และเหตุการณ์ในปัจจุบัน นี่คือครั้งที่สาม!
ไม่ใช่แค่นั้น
ครั้งนี้มันเลวร้ายกว่าครั้งก่อนๆอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากมิติทับซ้อนนี้
ดันมาเกิดขึ้นใจกลางเมืองใหญ่ที่เจริญรุ่งเรืองมาก
ในช่วง 200 ปีที่ผ่านมา ไม่ใช่ว่ามนุษย์จะอยู่เฉย
พวกเขาได้ทำการศึกษา ค้นคว้าว่าเหตุใดจึงเกิดปรากฏการณ์เช่นนี้ขึ้น
ก่อนยุครอยแยกมิติครั้งใหญ่
ผู้คนมักได้รับคำตอบทุกอย่างด้วยเทคโนโลยี แต่เมื่อพบบางสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้
แนวคิดใหม่ๆก็เริ่มเกิดขึ้น
เกี่ยวกับมิติทับซ้อน
นักทฤษฎีคนหนึ่งที่รอบรู้ที่สุดในยุครอยแยกมิติ ได้ข้อสรุปว่า
รอยแยกมิติที่เกิดจากมิติทับซ้อนมีความอันตรายเป็นอย่างยิ่ง
หากสองมิติอยู่ในระนาบเดียวกัน ด้านหนึ่งจะแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ตรงกันข้าม
อีกด้านหนึ่งจะอ่อนแออย่างสิ้นเชิง
จากนั้นก็มีแนวโน้มว่าจะเกิดปรากฏการณ์กลืนกินกันและกัน
ปัจจุบัน ในมิติโลกมนุษย์ ผู้คนก็ใช้ชีวิตลำบากอยู่แล้ว
หากมีอีกมิติหนึ่งทับซ้อนเข้ามา สิ่งที่ต้องทำคืออะไรน่ะหรือ?
เนื่องจากไม่มีใครอยากให้มิติของตัวเองถูกกลืนหายไป
ดังนั้นต้องบุกเข้าไปอาณาเขตดังกล่าวเพื่อต่อสู้กับสัตว์ร้าย
ฟันฝ่าวิกฤตนับไม่ถ้วน และชิงมันกลับมา!
ไป๋หลีรับฟังคำอธิบายเป็นจริงเป็นจังของซางฮัน
สีหน้าของเธอค่อยๆกลายเป็นเคร่งขรึม จากนั้นหันไปมองฉินเฟิง
แต่กลับพบว่าสายตาของฉินเฟิงกำลังเผยถึงความสงสัย อย่างไรก็ตาม
เมื่อรู้สึกตัวว่าไป๋หลีกำลังมองมา เขาก็พยักหน้าให้เธอ
“จ้าวพรมแดนซาง ฉันจะไปที่นั่นทันที” ไป๋หลีกล่าว
ได้ยินแบบนั้น ซางฮันค่อยผ่อนคลายลง ขณะเดียวกันไม่ลืมเตือนว่า
“สถานการณ์ในเมืองฉงโหลวตอนนี้แปลกมาก ไม่สามารถเปิดใช้งานตัวเชื่อมมิติได้
แต่ต่อให้มันใช้ได้ ฉันก็ไม่แนะนำให้ใช้วิธีนั้นเข้าไปในเมืองโดยตรงอยู่ดี
ต้องขอโทษจริงๆ แต่คุณคงต้องหาทางไปเอง”
ฉินเฟิงเดินมาข้างๆไป๋หลี
ก้าวเข้ามาอยู่ในกล้องอุปกรณ์สื่อสารและพูดตรงๆว่า “นี่ไม่ใช่งานยากสำหรับพวกเรา
ท่านจ้าวพรมแดนโปรดวางใจ”
“ ‘พวกเรา?’ ฉินเฟิง อย่าบอกนะว่าคุณจะไปด้วย?”
“แน่นอนอยู่แล้ว!” ฉินเฟิงกล่าวอย่างไม่ลังเล
ซางฮันขัดทันที “แต่ภารกิจนี้ไม่ธรรมดา ตามข่าวที่ได้มา
มีหลายทีมถูกส่งเข้าไป สุดท้ายทั้งหมดขาดการติดต่อไปอย่างลึกลับ ไม่ได้ออกมาอีกเลย
ไม่เพียงเท่านั้น แต่หลังจากที่พวกเขาเข้าไปแล้ว ทุกคนต่างสูญเสียพลังในการต่อสู้
สามารถพึ่งพาได้แค่พละกำลังเท่านั้น”
ยิ่งฉินเฟิงได้ฟังเขาก็ยิ่งสงสัย แต่ขณะเดียวกันรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาเล็กน้อย
ยังคงกล่าวยืนยันว่า “ถ้าที่นั่นสามารถใช้ได้แค่ความแข็งแกร่งทางกายภาพ
ผมก็น่าจะไหว เพราะผมมีอาวุธเทวะอยู่ในมือ
นอกจากนี้ยังได้ฝึกฝนเทคนิคคู่ขนานบางแขนงมาบ้าง
อย่าลืมสิว่าอย่างน้อยผมก็ครอบครองร่างกายของผู้ใช้วรยุทธโบราณเลเวล B4!”
ฉินเฟิงพูดแบบนี้ ซางฮันก็รู้สึกดีใจเล็กน้อย
แต่ขณะเดียวกันก็ต้องลอบถอนหายใจ
ไม่ว่าจะเป็นวรยุทธโบราณหรืออบิลิตี้
ฉินเฟิงคนนี้สามารถฝึกควบคู่ไปด้วยกันได้
ดังนั้นเรื่องความแข็งแกร่งทางกายภาพคงไม่ต้องกล่าวถึง
“เข้าใจแล้ว ฉันจะรอฟังข่าวดีจากคุณ”
“ครับ”
ฉินเฟิงพยักหน้า ทั้งสามไม่มัวโอ้เอ้เสียเวลา พอวางสายสนทนา
ฉินเฟิงกับไป๋หลี ก็อ่านข้อมูลจากซางฮันทันที
ข้อมูลชุดนี้ ระบุถึงที่ตั้งของเมืองฉงโหลว
พอได้เห็นมัน ความรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาก็หายไปทันที
แต่สองคิ้วบนหน้าผากฉินเฟิงกลับขมวดมุ่น
“อย่างที่คิดจริงๆ มันคือพื้นที่ต้องห้าม!”
สถานที่แห่งนี้ ในชีวิตก่อน ฉินเฟิงไม่เคยไปที่นั่น
เอาจริงๆเขาไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าเมืองฉงโหลวเคยเป็นหนึ่งในภูมิภาคเหนือและมีผู้นำเป็นถึงเลเวล
A !
เพราะในชีวิตก่อน ในยุครอยแยกมิติครั้งใหญ่ปี 219
หรือก็คือช่วงเวลาปัจจุบันในชีวิตนี้ ความแข็งแกร่งของฉินเฟิงยังอยู่แค่เลเวล E7
เท่านั้น ทั้งยังเพิ่งเริ่มออกเดินทาง
ตลอดการเดินทางอันวุ่นวายและยาวนาน
ในที่สุดเขาก็มาถึงปราการชาตงแห่งใหม่ เมื่ออาศัยอยู่ที่นั่น
เขาถึงค่อยรู้จักรัฐทะเลเหนือเป็นครั้งแรก ได้รู้ว่าภูมิภาคเหนือมีทั้งสิ้น 16 รัฐ
ส่วนรายละเอียดเชิงลึกอย่างรัฐฮุยหลูในครั้งอดีตเกิดอะไรขึ้นบ้าง
เขาจะไปทราบได้อย่างไร?
กว่าเขาจะรู้เรื่องรู้ราว เมืองฉงโหลวก็หายไปแล้ว
สิ่งเดียวที่ฉินเฟิงทราบ คือที่นั่นกลายเป็นพื้นที่ต้องห้าม
ครั้งนี้ฉินเฟิงไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันจะเกิดหายนะเช่นนี้ขึ้น
ในชีวิตก่อนแม้แต่ข่าวหลังเกิดเรื่องราว ก็ไม่มีใครพูดถึงมัน
เนื่องจากที่นี่ได้กลายเป็นดินแดนรกร้างและน่าหวาดกลัว
พลังงานทั้งหมดเป็นสิ่งต้องห้ามที่นี่ ไม่ว่าจะกำลังภายใน ,
พลังสมาธิ , อักษรรูน กระทั่งปืนพลังงานก็ไม่สามารถยิงได้
เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นอาวุธดินปืนระดับต่ำ
ภายในสถานที่แห่งนี้
มีเพียงพลังจากความแข็งแกร่งทางกายภาพเท่านั้น จึงจะสามารถเดินเหินอย่างอิสระ
ยังไงก็ตาม สัตว์ร้ายที่อยู่ข้างใน เลเวลต่ำสุดคือ D แต่สูงสุดคือ B
ซึ่งเท่ากับว่า ต่อให้เป็นผู้ใช้อบิลิตี้เลเวล A
ก็อาจถูกกินโดยสัตว์ร้ายเลเวล D ได้ เพราะไม่อาจปลดปล่อยพลังของพวกเขา
สำหรับฉินเฟิง นี่ถือเป็นวิกฤตเช่นกัน
แต่เมื่อเทียบกับคนอื่นๆแล้ว เขาดีกว่ามากนัก
“พวกเราควรไปที่ตำแหน่งนี้ แน่นอน อย่าเข้าใกล้จนเกินไป … ”
ฉินเฟิงกำลังเอ่ยแผนการ แต่ยังไม่ทันเอ่ยจบ เขาก็ถูกขัดจังหวะโดยสายเรียกเข้า
และเมื่อยกมือขึ้นมอง ปรากฏกว่าเป็นแซดโทรมา!
คิ้วของฉินเฟิงขมวดเข้าหากัน แต่ก็ยอมกดรับสาย
“ฉินเฟิง ฉันมีบางอย่างต้องการให้นายทำ ถ้าจบเรื่องแล้ว
พวกหัวใจต้นไม้ที่ยังเหลือ ไม่ต้องเอามาให้แล้วก็ได้!”
ฉินเฟิงเลิกคิ้ว กล่าวน้ำเสียงสับสน “อะไร?”
ขณะนี้ สภาพของแซดดูน่าอนาถนัก
แต่รองเท้าทั้งสองข้างดูใหม่เอี่ยม คาดว่าเพิ่งเปลี่ยนมา อย่างไรก็ตาม บนขาข้างหนึ่งของเขา
ขากางเกงกลับหายไป
ก่อนหน้านี้พลังมิติได้ตัดขาข้างหนึ่งของแซด สำหรับเลเวล S
บาดเจ็บถึงขนาดนั้นนับว่าสาหัสแน่นอน
แต่ในกรณีของแซดมันไม่ใช่!
ในฐานะนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง เขาเคยทำการทดลองกับตัวเอง
สร้างจิตวิญญาณนักรบโดยไม่คำนึงถึงผลที่ตามมา ไม่ทราบเลยว่าเขาทดลองกับตัวเองมากี่ครั้งแล้ว
แต่สิ่งที่โชคดีก็คือ การทดลองเหล่านั้นดันประสบความสำเร็จ
เขาแตกต่างจากคนปกติทั่วไป กระทั่งร่างกายก็สามารถเปลี่ยนแปลงมันด้วยพลังงานได้
เป็นตัวประหลาดอย่างแท้จริง
เวลานี้ แซดเติมเต็มพลังงานให้กับขาของเขา
แปลงสภาพมันให้กลายเป็นเนื้อหนังอีกครั้ง
ในขณะที่คนอื่นๆต้องใช้สมบัติฟ้าดินมากมายเพื่อสร้างเนื้อพวกนี้ขึ้นใหม่ …
แซดช่างแตกต่าง ไม่เหมือนใครจริงๆ
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ได้หมายความว่า
แซดจะไม่สนใจทุกสิ่งที่ขวางหน้า
สำหรับสิ่งที่เรียกว่ามิติทับซ้อน
แน่นอนแซดย่อมมีความรู้เกี่ยวกับมัน
ยิ่งไปกว่านั้น แซดเพิ่งหนีออกมาจากข้างใน แม้เขาจะเป็นเลเวล S
แต่ในเวลานี้ยังไม่กล้าเข้าไปในมิติอันแสนประหลาดนี้ อย่างไรก็ตาม
สัตว์ร้ายจอมเขมือบยังจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือ
ดังนั้น เขาจึงตัดสินใจโทรสายนี้
ฉินเฟิงฟังคำอธิบายของแซด และพบว่าเป็นเมืองฉงโหลวพอดี
เนื่องจากมีเป้าหมายเป็นสถานที่เดียวกัน ทั้งยังสามารถล้างหนี้บุญคุณได้
ฉินเฟิงเลยตอบตกลงทันที
ก่อนไปฉินเฟิงแจ้งเรื่องต่อผู้บริหารระดับสูงของเฟิงหลี
จากนั้นไป๋หลีฉีกช่องว่างมิติและจากไป
เมื่อปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง
สภาพแวดล้อมมิใช่ภายในวิลล่าอีกต่อไป แต่มาโผล่ในทุ่งล่าแทน
ฉินเฟิงกับไป๋หลีมองไปยังอุปกรณ์สื่อสารพร้อมๆกัน
“ยังไม่ถึงที่หมาย แต่นับว่าใกล้มากแล้ว
เพิ่มความระมัดระวังด้วย” ฉินเฟิงเตือน
“อื้ม เข้าใจแล้ว!”
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved