ตอนที่ 646

Ep.646 - มิติลาวาเดือด

ไม่ไกลจากเมืองลาวาเดือด

ถนนแปดเลนถูกสร้างขึ้นในเวลาเพียงครึ่งวัน ตลอดทั้งสองฟากฝั่งของมัน

ปรากฏมีหอคอยรักษาการณ์ตั้งอยู่ในทุกๆ 100 เมตร

ติดตั้งอาวุธและคมเขี้ยวไว้พร้อมสรรพ คอยจับจ้องการมาเยือนของผู้คนตลอดเวลา

ส่วนบนท้องฟ้า มีโดรนคอยสอดส่องพื้นที่ทั้งหมดในทุ่งล่าบริเวณนี้

และสุดถนนสายนี้ คือป้อมปราการขนาดไม่ใหญ่มากตั้งอยู่

มันมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 300 เมตรเท่านั้น

แต่กำแพงทั้งหมดถูกติดตั้งไว้ด้วยปืนใหญ่พลังงานแก่นสัตว์ร้าย

ภายใต้แสงระยิบระยับพรั่งพราวตาของมัน ชวนให้ผู้คนรู้สึกสั่นกลัว

เบื้องบนท้องฟ้า ปรากฏเมืองที่ดูวิจิตรงดงาม

หลายคนจดจำได้ดีว่ามันคืออะไร

นี่คือเมืองลอยฟ้าที่ถูกทิ้งไว้โดยเผ่าพันธุ์อัจฉริยะ

เมืองลอยฟ้าอันเลื่องชื่อ เป็นตำนานที่สามารถสังหารตัวตนทรงพลังเลเวล A

--เมืองลอยฟ้าเผ่ากริม! แต่ปัจจุบัน

มันถูกเรียกขานใหม่ว่าเมืองลอยฟ้าเฟิงหลี

สรุปสั้นๆเลยคือป้อมปราการแห่งนี้มีระบบความปลอดภัยดีเยี่ยม!

เพราะสถานที่แห่งนี้

คือที่ตั้งของประตูสู่มิติลาวาเดือดที่ก่อสร้างขึ้นใหม่โดยฉินเฟิง

ตั้งแต่ติดตั้งเสร็จเมื่อวาน ฉินเฟิงก็เสริมการป้องกัน

ติดตั้งระบบติดอาวุธต่อเป็นอันดับแรก ต่อจากนั้น ก็เริ่มก่อสิ่งถูกสร้างที่จำเป็น

ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม , โรงพยาบาล , ร้านอาหาร , ร้านค้า ฯลฯ ทยอยกันเปิดให้บริการ

และแน่นอน ว่าใจกลางของป้อมปราการแห่งนี้ ยังคงเป็นจัตุรัสกลาง

ประตูมิติที่ถูกสร้างขึ้นจากศิลามิติสองก้อนเชื่อมต่อกัน

พร้อมที่จะเปิดใช้งานได้ตลอดเวลา

จากเดิม เนื่องจากโทรลลาวาเดือดหายไป

ต้นไม้เพลิงทำการโจมตีอย่างบ้าคลั่ง ด้วยความแข็งแกร่งของมัน ทำให้เลเวล B

ไม่มีทางเลือกนอกจากหนีเอาชีวิตรอด ส่วนเลเวล C ไม่กล้ารั้งอยู่

ทยอยกันอพยพในชั่วข้ามคืน

อย่างไรก็ตาม ในวันต่อมา หลังจากข่าวนี้แพร่กระจายออกไป

ผู้คนในรัฐทะเลเหนือกลับไม่ลดลง หากแต่เพิ่มขึ้น

ภายในป้อมปราการยังไม่มีข่าวคราวอะไรประกาศออกมา

แต่หลายคนก็พอจะคาดเดาได้ว่า ฉินเฟิงคงกำลังบุกต่างมิติ

และเก็บเกี่ยวผลประโยชน์มหาศาล

แค่นึกถึงเรื่องนี้ พวกเขาก็เฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ

แต่คนของเฟิงหลีกลับทำอะไรเชื่องช้า ทุกอย่างเป็นขั้นเป็นตอน พวกเขาเริ่มสร้างอาคารรอบนอก

เห็นได้ชัดว่านี่คือร้านค้าสำหรับบุคคลทั่วไป

มีไว้เพื่อให้กลุ่มเฟิงหลีเก็บค่าเช่าได้ จากนั้นก็เริ่มเปิดหน้าดิน

ขยายพื้นที่เพาะปลูกจำนวนมาก

เดิมทีบริเวณนี้ทั้งหมดถูกเคยถูกปกคลุมไปด้วยลาวา

ภายในดินอุดมสมบูรณ์ เปี่ยมไปด้วยพลังงาน หลังทำการขนย้ายดอกไม้หยาดน้ำตาและพีชพรรณอื่นๆเข้ามา

ฤดูใบไม้ผลิที่กำลังถึงนี้ คงสามารถสร้างผลผลิต เก็บเกี่ยวได้มากมายอย่างแน่นอน

หากกล่าวว่าอาวุธปืนเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้พลัง เช่นนั้นตอนนี้

เกษตรกรรมของเฟิงหลี ไม่ว่าจะเป็นข้าวหรือพืชพรรณต่างๆ

ทั้งหมดล้วนเป็นประโยชน์แก่ประชาชนทุกคน พูดได้เลยว่าในโซนภาคเหนือ

กลุ่มเฟิงหลีสามารถครองตลาดอาหารใหญ่เป็นอันดับต้นๆ

กลายเป็นที่รู้จักของทุกคนไปแล้ว

ยังไงก็ตาม การดำเนินงานของพวกเขาเชื่องช้ามาก

จนคนอื่นเริ่มทนรอไม่ไหว

“นี่ฉินเฟิงมันไหลตายในห้องน้ำไปแล้วรึเปล่า?

จะปล่อยให้พวกเราเสียเวลาไปถึงเมื่อไหร่!”

“ถ้าในเมื่อนายก็คิดแบบนั้น งั้นพวกเราไปดูด้วยกันเลยไหม

ช่องว่างมิติที่เพิ่งปรากฏขึ้นใหม่

พวกเราจะปล่อยให้เขายึดครองมันคนเดียวได้อย่างไร!”

“จะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูกนะ เพราะตรงนั้นคืออาณาเขตของเขา

ช่องว่างมิติก็เป็นเขาที่สร้างขึ้น ดังนั้นเขามิสิทธิ์ที่จะครอบครองมัน”

“ฉินเฟิงคิดอะไรอยู่กันแน่?”

ในใจของผู้คนเกิดความคิดไปต่างๆนาๆ ว่าฉินเฟิงต้องการเงิน

หรือต้องการปิดล้อมพื้นที่แถบนั้นไว้สำหรับฝึกฝนตนเองกันแน่

หากเป็นอย่างแรกก็แล้วกันไปเถอะ เพราะคงสามารถจ่ายค่าเข้าได้

แต่หากเป็นอย่างหลัง นี่คงทำให้เลเวล B หลายคนไม่พอใจและอาจก่อหวอดขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม คนเหล่านี้เคยชินกับการระมัดระวังตัว

ดังนั้นแม้ในใจคิดอย่างไร แต่เป็นธรรมดาที่ตนจะไม่เข้าไปยุ่มย่ามด้วยตัวเอง

ดังนั้นเลยทำการจัดส่งเลเวล C บางคนเดินทางไปที่ป้อม

และหลิวฮุ่ยเป็นหนึ่งในนั้น

รถล่องเวหาขับไปตามเส้นทางถนน

อาวุธบนหอคอยรักษาการณ์แต่ละฝั่งทำให้เหงื่อเขาแตกพลั่ก ตัวเขาก็เป็นมือปืน

ดังนั้นเลยเป็นธรรมดาที่จะล่วงรู้ ว่าอาวุธปืนบนหอคอยเหล่านั้น

ระดับภัยคุกคามของมันลวนอยู่ในเลเวล D

“นี่แค่หอคอยรักษาการณ์ตามรายทางนะ ฉินเฟิงคนนี้

เล่นใหญ่เกินไปจริงๆ”

หลิวฮุ่ยพึมพำ อันที่จริงหอคอยรักษาการณ์ทั่วๆไป

สำหรับรัฐที่ค่อนข้างปลอดภัยอย่างทะเลเหนือ ปกติใช้แค่อาวุธปืนเลเวล F

ก็เพียงพอแล้ว ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฉินเฟิงเลือกใช้อาวุธเลเวล D

นี่มันฟุ่มเฟือยอย่างแท้จริง!

ยังไม่พอ ยิ่งเข้าใกล้ป้อมปราการมากเท่าไหร่ หลิวฮุ่ยยิ่งรู้สึกว่า

สิ่งที่เขาเห็นตอนแรก กลายเป็นเด็กทารกไปเลย

บนกำแพงที่รายล้อมปรากฏปืนใหญ่พลังงานแก่นสัตว์ร้าย

จากการสังเกต คล้ายมีระดับภัยคุกคามอยู่ในเลเวล C กระทั่งปืนใหญ่บางกระบอก

ยังมีระดับภัยคุกคามถึงเลเวล B

ไหนจะยิ่งใกล้ เขาก็ยิ่งเห็นถึงความน่าสะพรึงกลัวของเมืองลอยฟ้า

เจ้าสิ่งนี้ทำให้หลิวฮุ่ยเผลอขับรถช้าลงโดยไม่รู้ตัว

ทั้งบังเกิดความรู้สึกหวาดระแวงขึ้นหลายส่วน

จนกระทั่งมาถึงประตูป้อมปราการ หลิวฮุ่ยก็ถูกสั่งให้หยุด

ผู้ที่ยืนอยู่หน้าประตูทางเข้า เป็นผู้ใช้อบิลิตี้ไม้เลเวล C

คนๆมิใช่ใครอื่น แต่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาคนใหม่ที่ได้รับการคัดเลือกจากฉินเฟิงในลุ่มน้ำตู่ซาน

--หยวนเสี่ยวกวง

“ต้องจ่ายค่าเข้า 5 ล้าน

และมีความแข็งแกร่งขั้นต่ำอยู่ที่เลเวล C5!”

หยวนเสี่ยวกวงมองไปยังใครบางคนที่มาถึง ในหัวใจรู้สึกชื่นมื่น

เขารับหน้าที่รักษาการณ์ประตูแห่งนี้ตั้งแต่เมื่อวาน แม้จะแค่ชั่วคราว

แต่ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการส่งข่าวสารให้แก่ผู้มาเยือนไปในตัว

อย่างไรก็ตาม หลังจากเฝ้ารอทั้งวัน กลับไม่มีใครมาเลย

ทำให้ก่อนหน้านี้หยวนเสี่ยวกวงรู้สึกหดหู่ไม่น้อย

หลิวฮุ่ยพอได้ยินคำพูดของหยวนเสี่ยวกวง

ใบหน้าของเขากลายเป็นแข็งทื่อทันใด “หยวนๆกันหน่อยไม่ได้หรอ? ฉันอยู่ในเลเวล C4

ห่างกันแค่ขั้นเดียว อีกอย่างฉันเป็นมือปืน!”

“ปกติแค่หนึ่งขั้นย่อยก็มีความแตกต่างราวฟ้ากับเหว

ยกเว้นแต่ว่าคุณเป็นอัจฉริยะหรือพวกลูกรักของพระเจ้า

ถ้าแบบนั้นฉันสามารถปล่อยให้ผ่านไปได้!” หยวนเสี่ยวกวงกล่าว

หลิวฮุ่ยมาที่นี่ ประเด็นหลักๆก็คือสอดแนม

จะได้เข้าไปหรือไม่มันก็ไม่สำคัญ ดังนั้นเขาจึงไม่คิดทะเลาะกับหยวนเสี่ยวกวง

พูดคุยสอบถามกันอย่างมีไมตรี

หยวนเสี่ยวกวงผู้ว่างงานความจริงก็รู้สึกเบื่อหน่ายเช่นกัน

ดังนั้นการสนทนาเป็นไปอย่างราบรื่น

“เจ้าเมืองฉินจัดตั้งป้อมปราการขึ้นเพื่ออะไรกันแน่?

ฉันได้ยินมาว่าช่องว่างมิติข้างในถูกเปิดออกแล้ว พวกคุณมีแผนที่จะทำอะไร?”

หยวนเสี่ยวกวงกล่าว “อาศัยความแข็งแกร่งระดับนาย

อย่าไปคิดถึงมันดีกว่า ข้างในนั่นต้องเป็นผู้ใช้พลังเลเวล B

เท่านั้นถึงจะเข้าไปได้”

“ทำไมฉันถึงเข้าไปไม่ได้?”

“เพราะสำหรับประตูมิติ มันมีค่าเข้าเป็นเงินถึง 1 แสนล้าน!”

หยวนเสี่ยวกวงกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ

พรวดด!

หลิวฮุ่ยสำลักน้ำลายตัวเอง ดวงตาเบิกโพลงแทบหลุดจากเบ้า

“เท่าไหร่นะ?”

“1 แสนล้าน! นายกำลังคิดว่ามันมากเกินไปใช่ไหม?” หยวนเสี่ยวกวงเลิกคิ้วและกล่าว

“นายอย่าลืมสิว่า ผลึกของปีศาจโทรล ก้อนหนึ่งมีราคา 3 หมื่นล้าน ล่าแค่ 4

ตัวก็คืนทุนแล้ว สำหรับเลเวล B เสียเงินแค่นี้ ไม่ได้มากอะไรสำหรับพวกเขาเลย”

หลิวฮุ่ยกลายเป็นบื้อใบ้ แต่สำหรับเลเวล B

เหมือนจะคุ้มค่าจริงๆ

แต่สำหรับตัวเขาเอง เงินนั่นก็ยังเป็นจำนวนที่มากเกินไปอยู่ดี!

“แล้วความเสี่ยงล่ะ? ถ้าที่นั่นเต็มไปด้วยปีศาจโทรลลาวาเดือด

เต็มไปด้วยแอ่งลาวา ใครจะรู้ว่ามันจะเสี่ยงแค่ไหน ถึงเวลานั้นถ้าเกิดตายขึ้นมา

มันจะไม่คุ้มเอาหรอ?”

หยวนเสี่ยวกวงกล่าวน้ำเสียงเย็นชา “ถ้าแบบนั้นคงต้องโทษที่พวกเขาไม่มีความสามารถ

อย่างในช่วงไม่กี่วันก่อน ประธานฉินได้เข้าไปแล้วกลับมาสองสามครั้ง

แต่ผลึกปีศาจโทรลที่เขานำกลับมาด้วย สามารถกองรวมกันเป็นภูเขาขนาดเล็กลูกหนึ่ง

ถ้าคนอื่นทำไม่ได้ ก็หมายความว่าพวกเขาอ่อนแอเอง!”

ในสมองของหลิวฮุ่ยสับสนว้าวุ่น แง่หนึ่งก็คิดว่าค่าเข้าแพงไป

อีกแง่หนึ่งคิดฝันถึงผลึกปีศาจโทรลขนาดเท่ากองภูเขาของฉินเฟิง

“บ๊ะ!

นี่นายจะถามอะไรมากมาย? ยังไงนายก็เข้าต่างมิติไม่ได้อยู่แล้ว

ด้วยความแข็งแกร่งของนาย เข้าไปคงถูกย่างจนสุกพอดี”

“อา!  ถูกของนาย

ยังไงฉันก็เข้าไปไม่ได้อยู่แล้ว” หลิวฮุ่ยตอบกลับ เขามาที่นี่เพื่อหาข้อมูล

ไม่ได้มาเพื่อต่อสู้

“งั้นเอาอย่างนี้เป็นไง นายทำตามกฏ ฉันจ่ายให้ 5 ล้าน

แล้วขอเข้าไปดูแค่เฉพาะข้างในป้อมปราการ เพราะยังไงซะฉันก็ไม่มีเงิน 1

แสนล้านจ่ายค่าเข้ามิติลาวาเดือดอยู่ดี”

หยวนเสี่ยวกวงขบคิดสักพัก สุดท้ายผงกศีรษะ  “งั้นก็ตกลง นายเข้าไปได้”

“ขอบคุณพี่ชาย!”

หลิวฮุ่ยจ่ายเงินค่าเข้า เมื่อประตูเปิดออก

เขาพบว่าภายในไม่ได้พิสดารอะไร แต่ใจกลางจัตุรัสปรากฏสองเสาตั้งห่างจากกัน

บ่งบอกว่านั่นคือประตูมิติ นอกจากนี้ยังมีกฏเกณฑ์เขียนร่างเอาไว้อยู่ข้างๆ