3/4
Ep.257 -
กลับสู่เมืองไห่อีกครั้ง
รถไฟบรรทุกฝูงชนสู่เมืองไห่
ส่งลงหน้าที่พักเดิม ซึ่งเป็นโรงแรมเดียวกับก่อนหน้านี้
หลังจากเกิดการต่อสู้คราวก่อน
โรงแรมสุดหรูก็ได้รับการบูรณะกลับมาดังเดิม
เมืองไห่ยังคงคึกคักและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา
สำหรับคนธรรมดา
ความขัดแย้งของพวกระดับสูงภายในเมืองไห่ มิได้เกี่ยวข้องใดๆกับพวกเขา
ต่อให้ผู้นำจะเปลี่ยน แต่ตราบใดที่ชาวเมืองมั่นใจได้ว่าพวกตนจะไม่ถูกสัตว์ร้ายเข้ารุกราน
, มีที่ซุกหัวนอน ใครจะคุมเมืองก็ไม่จำเป็นต้องเก็บมาใส่ใจ
แน่นอน
ว่านั่นต้องรวมถึงการไม่ทำอะไรที่มันโหดร้ายเกินไปอย่างการขูดรีดภาษีอย่างหนัก ,
หรือปล่อยให้คนรวยใช้ช่องว่างฉกฉวยผลประโยชน์ ฯลฯ
ชาวเมืองก็ไม่คิดตั้งคำถามใดๆอีกต่อไป
ด้วยเหตุนี้
เมืองไห่เลยยังคงมีชีวิตชีวา ฉินเฟิงและไป๋หลีพักผ่อนกันอย่างสงบตลอดทั้งวัน
วันถัดมา
ภารกิจของเมืองไห่ก็เริ่มต้นขึ้น
“สวัสดีผู้ว่าการฉิน
ฉันคือผู้บัญชาการกองทัพรักษาการณ์ประจำเมืองไห่ ชื่อว่าหยางปิง
ยินดีที่ได้รู้จัก”
ตรงข้ามฉินเฟิง คือชายอายุราวๆ 30 ปี
มีความแข็งแกร่งอยู่ในเลเวล E3
“สวัสดีผู้บัญชาการหยาง”
ทั้งสองจับเชคแฮนด์ แต่เมื่อสบสายตา
กลับพบถึงความหวาดระแวงและลอบสังเกตซึ่งกันและกัน
“นี่เป็นภาวะฉุกเฉินทางทหาร
กองทัพสัตว์ร้ายกำลังจะเริ่มบุกแล้ว คาดว่าบ่ายวันนี้ พวกเราน่าจะไปถึงที่นั่น
และเนื่องจากผู้ว่าการฉินแข็งแกร่ง สัตว์ร้ายบริเวณชายฝั่งคงไม่คณามือ
นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมฉินถึงมารับผู้ว่าการฉินเป็นพิเศษ
เพราะพวกเราจะต้องเดินทางไปยัง ‘เกาะพิทักษ์’
เพื่อปฏิบัติการต่อสู้ในแนวหน้าสุด!”
สิ่งที่อีกฝ่ายพูดมาก็ฟังดูมีเหตุผล มันหนักแน่นและมีพลัง
แต่ขณะเดียวกันก็ยังแฝงไปด้วยร่องรอยของความสำนึกผิด
ฉินเฟิงเลิกคิ้วสูง “เกาะพิทักษ์?”
หยางปิงที่ถูกมองโดยฉินเฟิง
เบนสายตาหลบเลี่ยงโดยไม่รู้ตัว “ฮ่าฮ่าฮ่า ใช่แล้ว แต่ไม่ต้องกังวลไป
อุปกรณ์บนเกาะพิทักษ์มีครบครัน
เมื่อถูกเสริมด้วยความแข็งแกร่งของผู้ว่าการฉิน
งานนี้คงไม่ใช่เรื่องยากอะไร”
มุมปากของฉินเฟิงยกสูงยิ้ม
ปรากฏรอยยิ้มเย็นบนใบหน้าเขา
มีหรือที่เขาจะไม่ทราบว่าเกาะพิทักษ์หมายถึงอะไร?
ชายฝั่งเมืองไห่น่ะ
เชื่อมต่อกับมหาสมุทรอันกว้างใหญ่
ซึ่งท่ามกลางมหาสมุทรอันกว้างใหญ่
ในแต่ละปีจะเกิดรอยแยกมิติปรากฏขึ้นพร้อมกัน
ส่งกองทัพสัตว์ร้ายเข้ามายังโลกมนุษย์
สำหรับฉินเฟิง ผู้ซึ่งก่อนเกิดใหม่เป็นถึงผู้ใช้พลังเลเวล
A เรื่องนี้ไม่ใช่ความลับแต่อย่างใด
สัตว์ร้ายที่ทรงพลัง
ทั้งยังมาจากต่างถิ่น ฉะนั้นย่อมมีนิสัยแตกต่างจากสัตว์ทะเลบนโลกเป็นธรรมดา
พวกอ่อนแอก็จะกลายเป็นอาหารของสิ่งมีชีวิตอื่นไป ดังนั้นเพื่อความอยู่รอด
---พวกมันต้องหลบหนี
ผู้อ่อนแอทำได้เพียงหลบหนีไปอย่างไม่หยุดหยั้ง
ในขณะที่มีเฉพาะผู้แข็งแกร่งเท่านั้น ถึงจะสามารถยึดครองอาณาเขตที่พักอาศัย
นี่เองคือต้นเหตุของกองทัพสัตว์ทะเลที่บุกขึ้นชายฝั่งของเมืองไห่
หากกล่าวว่าพวกที่บุกไปยังชายหาดริมทะเลของเมืองไห่
เป็นเพียงสัตว์ร้ายเลเวล F , G ที่อ่อนแอ
บนเกาะพิทักษ์ที่ฉินเฟิงต้องคอยป้องกัน
สิ่งที่มาเยือนมัน และคิดใช้เป็นที่อาณาเขตที่พักอาศัยย่อมเป็นสัตว์ร้ายเลเวล E
บทบาทสำคัญของเกาะนี้
มีไว้เพื่อให้สัตว์ร้ายเลเวล E ใช้พักอาศัย และไม่บุกเข้ามาถึงชายหาดนั่นเอง
ในทุกๆปี หลังจบการปราบปราม
และถึงเวลาเก็บกวาด ตอนนั้นพวกสัตว์ร้ายเลเวล E ก็จะกลับลงทะเลกันหมด
ผู้คนในเมืองไห่จึงสามารถเก็บเกี่ยวสิ่งต่างๆได้มากมาย
แต่ตอนนี้
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพวกเขากำลังเอ่ยถึงเรื่องการต่อสู้บนเกาะพิทักษ์จริงๆ
ฉินเฟิงอยากจะหัวเราะให้ฟันร่วง
แต่เขาก็มิได้เอ่ยขัดใดๆ พยักหน้ากล่าวยินยอม “ตกลง พวกเราไปกันเถอะ”
หยางปิงประหลาดใจเล็กน้อย
เขาไม่คิดเลยว่าฉินเฟิงจะถูกหลอกได้ง่ายดายเพียงนี้
อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวยังคงเยือกเย็น
ทำทีเป็นสงบนิ่ง เชิญชวนอีกฝ่ายขึ้นไปบนรถบัญชาการสุดหรูหรา
และขับมันออกจากเมืองไห่
ข้ามผ่านทุ่งล่าไปกว่าครึ่งชั่วโมงเต็ม
ในที่สุดก็มาถึงชายทะเลของจริง
ชายหาดทอดยาวไกลออกไป
ทั้งยังจัดวางไว้ด้วยแนวประการัง ในระยะไกลสามารถมองเห็นได้ถึงคลื่นทะเล
เป็นภาพที่ชวนให้ดึงดูดความสนใจของผู้คน
“ว้าว!”
เห็นได้ชัดว่าไป๋หลีชอบท้องทะเลที่ทั้งงดงามและกว้างใหญ่นี้
หากเทียบกับทะเลสีครามที่ถูกจำลองขึ้นในเมืองไห่
ในเมืองคงไม่ต่างอะไรไปจากทะเลสาบเล็กๆ
อย่างไรก็ตาม
ท่ามกลางคลื่นทะเลของจริงที่ซัดสาด กลับปรากฏสัตว์ร้ายน้อยใหญ่ผุดขึ้นมา
และจมหายไป บ่งบอกว่าพวกมันสามารถถูกซัดเข้าฝั่งได้ตลอดเวลา
บนหอคอยสูงหลายร้อยแห่งบนชายฝั่ง
สาดประกายสะเก็ดไฟไม่หยุดยั้ง
รถบัญชาการสุดหรูมิได้หยุดลงที่นี่
มันยังคงแล่นต่อไป ขับลงสู่ท้องทะเล แปรสภาพเป็นเรือเร็ว
ระหว่างทาง
สีหน้าของฉินเฟิงไม่มีเปลี่ยนแปลงสักนิด ราวกับว่าฉากดังกล่าวถูกคาดการณ์เอาไว้แล้ว
ตรงกันข้ามกับไป๋หลี
เธออยากรู้อยากเห็นเป็นอย่างมาก
“ที่ไหนหรอ เกาะพิทักษ์มันอยู่ตรงไหน?”
ไป๋หลีเอ่ยถามไม่หยุด
หยางปิงอธิบายด้วยเสียงหัวเราะ
“ขับรถไปอีกสักพักก็ถึงแล้ว ไม่ต้องรีบร้อนไปหรอก”
เขามองสำรวจไป๋หลีอย่างใจเย็น
และทราบข่าวมาว่าไป๋หลีแทบจะตัวติดกันกับฉินเฟิง ทั้งยังมีข่าวมาอีกว่า
ไป๋หลีเองก็แข็งแกร่งไม่น้อยเช่นกัน
แต่สองคนนี้ดูอย่างไรก็เป็นแค่คู่รักหนุ่มสาวไม่ใช่หรอ?
แล้วจะไปแข็งแกร่งอย่างที่ข่าวลือว่าไว้ได้ยังไงกัน?
ยังไงก็ตาม
ปัจจุบันฉินเฟิงแม้จะยังเด็ก แต่ก็มีชื่อเสียงไม่เลว
ดังนั้นหยางปิงไม่กล้าหย่อนยาน
โชคดีที่ฉินเฟิงไม่เอ่ยคำใดเลยตลอดเส้นทาง
ไป๋หลีเองก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไรมากนัก
เรือเร็วเดินทางเป็นเวลากว่า 2
ชั่วโมงเต็ม ในที่สุดก็สามารถมองเห็นเกาะพิทักษ์
พื้นที่บนเกาะแห่งนี้
ไม่ได้เล็กไปกว่าเมืองไห่เลย อันที่จริงน่าจะใหญ่กว่าด้วยซ้ำ
ตัวเกาะมีรูปทรงคล้ายพระจันทร์เสี้ยวขนาดใหญ่ มองอีกมุมเหมือนกับโล่
คอยปกคลุมเมืองไห่เอาไว้ภายใน
แต่ตลอดทั้งเกาะ
กลับมีสิ่งปลูกสร้างเดียวตั้งอยู่ นั่นคือปราการศิลาดำ
ปราการศิลาดำตั้งอยู่ในชัยภูมิที่สูงมาก
เหนือระดับน้ำทะเลเกือบ 50 เมตร ทั้งยังมีกำแพงเดี่ยวความสูงกว่า 30
เมตรคอยคั่นไว้อีกชั้น มันสูงมากจนสามารถมองเห็นได้จากระยะไกล
ผู้คนไม่ว่าใครมาเห็นก็ต้องรู้สึกยำเกรง
“นั่นคือปราการศิลาดำ
นอกจากนี้ยังใช้เป็นห้องหอสังเกตการณ์ หลังจากกองทัพสัตว์ร้ายปรากฏขึ้น
พวกมันจะมาถึงเกาะนี่ก่อนเป็นอันดับแรก
และทางปราการศิลาดำก็จะส่งข้อความไปยังเมืองไห่” หยางปิงกล่าว
ฉินเฟิงยิ้ม
“งั้นหมายความว่าพวกสัตว์ร้ายเลเวล E ทั้งหมดก็จะมาออกันที่นี่น่ะสิ”
หยางปิงหลีกเลี่ยงคำถามสำคัญนี้
“สัตว์ร้ายเลเวล E ล้วนมีขนาดค่อนข้างใหญ่โต และพวกมันไม่ชอบน้ำตื้น
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เกาะแห่งนี้สามารถขัดขวางพวกมันไม่ให้รุกล้ำไปถึงชายฝั่งเมืองไห่ได้
นอกจากนี้ เนื่องจากมีการต่อสู้กันเป็นมานานหลายปี
เลยพลอยทำให้พื้นทรายบนเกาะพิทักษ์ขยายไกลออกไป เป็นเหตุให้สัตว์ร้ายเลเวล E
ไม่ค่อยปรากฏกายขึ้นบนเกาะ”
ประโยคนี้
สามารถหลีกเลี่ยงคำถามของฉินเฟิงได้อย่างแยบยล
นอกจากนี้
ยังเป็นการเบี่ยงประเด็นสำหรับคำตอบเมื่อครู่
แต่ฉินเฟิงเองก็ทราบดี ว่ากองทัพสัตว์ร้ายที่บุกเข้ามา
มิใช่เพียงสัตว์ร้ายจากทะเล หากแต่ยังมีสัตว์ร้ายจากรอยแยกมิติ
และสัตว์ร้ายต่างมิติ
ไม่ใช่จำพวกที่ต้องอาศัยอยู่ในทะเลตลอดเวลาเสมอไป
ยังไงก็ตาม
ฉินเฟิงมิได้ไปจี้ถามเรื่องนี้กับอีกฝ่าย เขาก้าวตรงเข้าไปในปราการศิลาดำ
และพบว่ามีกองทัพประจำการอยู่ที่นี่
แต่ทุกคนดูวิตกกังวลมาก พวกเขาอาศัยอยู่ในเมืองไห่มาหลายสิบปี
ฉะนั้นทราบดีว่ากองทัพสัตว์ร้ายกำลังใกล้เข้ามา ซึ่งหากไม่ล่าถอยตอนนี้ คงต้องตายบนเกาะนี้เป็นแน่!
อย่างไรก็ตาม
ในหัวใจของทั้งหมดกลับอดรู้สึกเศร้าไม่ได้
เพราะคนเหล่านี้
ล้วนเป็นอดีตผู้ใต้บังคับบัญชา คนเก่าคนแก่ของเมืองไห่
---กรณีนี้พอจะเป็นไปได้ว่ามีใครบางคนเจตนาคิดกำจัดพวกเขา
ฉินเฟิงเพิ่งจะได้หย่อนก้นนั่ง
ยังไม่ทันได้หยุดพัก ทหารบนปราการศิลาดำก็ร้องตะโกนโวยวาย
“ศัตรูบุก ศัตรูบุก!”
“เป็นเต่าเกาะ เลเวล E!”
“โอ้สวรรค์
ทำไมไอ้ตัวใหญ่แบบนั้นถึงได้บุกมากัน?”
“พวกเราต้องรีบขับไล่มันไป!”
“แต่ด้วยอาวุธที่พวกเรามี
มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน!”
ฝูงชนทั้งหมดแตกตื่น
หยางปิงพอทราบเรื่อง
สีหน้าเขาก็แปรเปลี่ยนไป
ที่จริงแล้วมนุษย์ทุกคนต่างก็รู้กันดี
ว่าต่อให้เป็นผู้ใช้พลังที่เป็นเลเวล E แต่หากต้องต่อสู้เพียงลำพัง
พวกเขาก็แทบจะไม่อาจต่อกรกับสัตว์ร้ายในเลเวลเดียวกันได้
โดยเฉพาะสัตว์ร้ายที่มีขนาดร่างกายใหญ่โต
ดังนั้นข่าวการโจมตีของสัตว์ร้ายในเวลานี้
เลยทำให้เขาตื่นตระหนก เพราะยังไงซะ เลเวล E บนเกาะนี้นอกจากเขากับฉินเฟิงแล้ว
ก็มีเพียงสองคน (หยางปิงไม่นับไป๋หลี)
อย่างไรก็ตาม หยางปิงยังคงรักษาอาการ
ตวาดออกคำสั่งออกไป “จะตกใจไปทำไมกัน
ไม่เห็นหรือว่าฉันกับผู้ว่าการฉินยังอยู่ที่นี่?”
กองทหารปราการศิลาดำหุบปากลงทันที
แต่ร่างของพวกเขายังคงสั่นสะท้าน บ่งบอกชัดถึงความหวาดกลัว
หยางปิงมองไปยังฉินเฟิงด้วยรอยยิ้มและกล่าว
“ผู้ว่าการฉิน ออกไปดูกันเถอะ”
“นั่นสินะ” ฉินเฟิงผุดลุกขึ้น
ก้าวออกสู่ระเบียงภายนอก
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved