ตอนที่ 696

Ep.696 - การระเบิดของศิลามิติ

แน่นอน ในช่วงแรกของการเก็บทราย พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำ

ว่าเจ้าสิ่งนี้จำเป็นต้องมีอะไรบางอย่างคอยบรรจุ

ดังนั้นยัดมันเข้าไปในอุปกรณ์รูนมิติโดยตรง

คุณสามารถลองจินตนาการดูได้ ว่าผลลัพธ์ที่ตามมาคืออะไร!

ตูมมม!

ศิลามิติเกิดการระเบิด บังเกิดรอยแยกมิติขึ้นในอากาศ รัศมีลากยาวไปไกลถึง

100 เมตร!

ทุกสิ่งที่อยู่ภายในศิลามิติ ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพร ,

ผลไม้วิญญาณ ทั้งหมดกระจัดกระจายออกมา ส่วนผู้ใช้พลังเลเวล A ที่เก็บทราย

โดนลูกหลงจากรอยแยกมิติตายคาที่!

รอยแยกนี้ผุดขึ้นอย่างรวดเร็ว และหายไปในช่วงเวลาสั้นๆ

สิ่งเดียวที่เหลือทิ้งไว้ คือวัตถุดิบล้ำค่าจำนวนมาก

นี่รวมไปถึงเหรียญพลังงาน!

รู้ใช่ไหมว่า หากคำนวณปริมาตร เหรียญพลังงานขนาดหนึ่งลูกบาศก์

1 ก้อน จะมีค่าเท่ากับ 100,000 เหรียญพลังงาน นั่นเท่ากับเงินจำนวน 1 หมื่นล้าน

และพื้นที่มิติของผู้ใช้พลังเลเวล A ผู้โชคร้ายคนนั้น บรรจุเหรียญพลังงานเป็นเงินมูลค่าทั้งสิ้น

30 ล้านล้านเหรีญ ดังนั้นเมื่อเกิดการระเบิดออก ฉากนี้ดั่งพลุไฟ

ก้อนลูกบาศก์พลังงานมากกว่า 300 ก้อนลอยขึ้นไปบนฟากฟ้าสูงถึง 100 เมตร

ก่อนกระจัดกระจายไปคนละทิศทาง

เหตุการณ์นี้ ผู้คนทั้งเกาะสามารถมองเห็นมันได้ด้วยตาเปล่า

ในชีวิต พวกเขาแทบไม่เคยเห็นศิลามิติระเบิดมาก่อน

ทว่าเมื่อสมบัติล้ำค่ากระจายเต็มท้องฟ้า ภายใต้แสงสะท้อนจากดวงอาทิตย์

มันสาดประกายสีสันสดใส เม็ดเงินจำนวนมหาศาลนี้

ดึงดูดความสนใจของผู้คนให้ตรงไปที่นั่น!

ฉินเฟิงบนขอบชายของภูเขาศักดิ์สิทธิ์ เวลานี้ เขาพบว่ามีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

ในระยะ 100 เมตร ปรากฏเลเวล B กว่า 5 คนที่เป็นสมาชิกของพันธมิตรหัวเซี่ย

คนเหล่านี้มองไปยังตำแหน่งใจกลางเกาะที่ไกลออกไป

แสดงออกถึงความตื่นเต้นเป็นอย่างมาก แต่ไม่นานก็ต้องก้มหน้าลงด้วยความหดหู่ใจ

“ที่นั่นต้องมีสมบัติอยู่แน่”

“นั่นมันเหรียญพลังงานใช่ไหม? ว่าแต่เกิดอะไรขึ้น?

เป็นไปได้ไหมว่าใจกลางภูเขาศักดิ์สิทธิ์ สามารถผลิตเหรียญพลังงานได้!”

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ คงสุดยอดไปเลย!”

“น่าเสียดายที่เราไปที่นั่นไม่ได้

แค่เฉพาะริมชายฝั่งรอบนอกก็อันตรายมากพอแล้ว”

“ระวังตัวด้วย มีสัตว์ร้ายกำลังมา! อีกอย่างพวกเราถอยไม่ได้

เพราะสัตว์ร้ายในทะเลตอนนี้บางตัวน่ากลัวยิ่งกว่าบนบกซะอีก รีบไปทางนั้นเร็ว!”

คนเหล่านี้เกิดความตื่นตระหนก รีบวิ่งจากไป

เหตุการณ์คร่าวๆนี้อธิบายได้ว่า ผลประโยชน์ในพื้นที่ใจกลางเกาะ

มีเฉพาะเลเวล A เท่านั้นที่สามารถมีส่วนร่วมได้

ฉินเฟิงหันมองไปยังทิศทางใจกลางภูเขาศักดิ์สิทธิ์

ตระหนักว่าคงมีใครบางคนพยายามเก็บทรายธารเวลาแน่ๆ และผลคือศิลามิติเกิดการระเบิด

ฉากนี้เล่นเอาเขาขนลุกเกรียว รู้สึกสยองขึ้นมานิดหน่อยเหมือนกัน

โชคดีที่มีไป๋หลีอยู่กับเขา ไม่อย่างนั้นคงได้กลับไปเกิดใหม่อีกรอบ

หากตายลงเพราะเจ้าสิ่งนั้น มันไม่คุ้มค่าเอาซะเลย!

ขณะเดียวกัน เนื่องจากเกิดการระเบิดอย่างรุนแรง ทำให้เลเวล A

ที่กระจายกันอยู่ตามจุดต่างๆบนภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ทั้งหมดตัดสินใจมุ่งตรงมาที่นี่

และตงหยางก็เป็นหนึ่งในนั้น

หลังจากไปถึง

ไม่นานตงหยางก็พบกับผู้ใช้พลังคนอื่นๆของพันธมิตรหัวเซี่ย

และผู้ใช้พลังทั้งสองคนนี้ ฉินเฟิงเคยเจอพวกเขามาก่อน

ช่วงงานประลองในเมืองหลวงมังกร

พวกเขาคือผู้รับผิดชอบดูแลตัวแทนจากภูมิภาคทางใต้และตะวันตก

ผู้ใช้อบิลิตี้น้ำเลเวล A3 หนานกงชิ และผู้ใช้วรยุทธโบราณเลเวล A3 เก๋อหลาง!

ทั้งสองล้วนถูกเรียกตัว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนานกงชิที่เป็นผู้ใช้อบิลิตี้น้ำ หลังเกิดวิกฤตในภูมิภาคตะวันออก

เขาเป็นคนแรกๆที่ถูกร้องขอให้มาเป็นกำลังเสริม

หนานกงชิใช้ตัวเชื่อมมิติมายังเมืองตงไห่ แล้วออกดินทางโดยเรือดำน้ำทันที

แต่กว่าเขาจะมาถึงภูเขาศักดิ์สิทธิ์ หากเทียบกับฉินเฟิงและตงหยางแล้ว

ถือว่าสายไปหลายชั่วโมง

ส่วนเก๋อหลางมาช้ากว่านั้นเล็กน้อย เมื่อขึ้นฝั่ง

ทุกคนก็แยกย้ายกันไปเก็บสมบัติ ไม่ได้เจอกัน

แต่ในตอนนี้

เก๋อหลางเป็นคนแรกในกลุ่มพันธมิตรหัวเซี่ยที่มาถึงที่นี่

หรือให้พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ เขาเป็นหนึ่งในคนที่คิดสังหาร ‘คุนซาร์’

ถัดออกไปเป็นหลุมบ่อขนาดใหญ่

หนึ่งในหกผู้ใช้พลังได้เสียชีวิตลง ขณะเดียวกันอีก 5 คนกำลังต่อสู้แย่งชิง

สมบัติของคนที่ตายถูกแบ่งสรรโดยพวกเขา หลังตงหยางกับหนานกงชิมาถึง

พวกเขาไม่สนใจเรื่องเงินหรือการตายของเลเวล A แต่หันมามองเก๋อหลาง

“เก๋อหลาง!” หนานกงชิกล่าวทักทาย

“นายพลเก๋อ คุณก็มาด้วยหรือ!” ตงหยางยกมือขึ้นทักทาย

“ช่างบังเอิญอะไรเช่นนี้ จ้าวพรมแดนตงก็มาเหมือนกันหรือ

สวัสดีหนานกง!” เก๋อหลางกล่าว

“เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์ใหญ่โตขนาดนี้”

หนานกงชิถาม ส่วนตงหยางตั้งใจเงี่ยหูฟัง

เก๋อหลางขบกรามแน่นและกล่าว

“ก่อนหน้านี้มีองค์กรมืดจากเอเชียตะวันตกชื่อว่าคุนซาร์ เขาเป็นผู้ใช้อบิลิตี้มืด

คอยชักใยหุ่นเชิดแห่งความตายนับร้อยตัวขัดขวางผู้คน

แถมยังใช้หมอกมืดปกคลุมไปทั่วบริเวณนี้ ฉันเลยตัดสินใจรวมตัวกับคนอื่นๆเข้าจัดการ

แต่ไม่นึกเลยว่าอีกฝ่ายจะหนีไปได้ … ”

เก๋อหลางยังเอ่ยถึงเรื่องสมบัติที่อยู่ใต้หลุมใหญ่อีกครั้ง

เห็นได้ชัดว่า ‘คุนซาร์’ ยึดที่นี่เป็นเวลานานกว่าสองวัน

คาดว่าคงได้รับสมบัติไปไม่น้อย นอกจากนี้ยังทราบวิธีเก็บกู้มัน แต่ตอนนี้มีเลเวล A

ที่ตายเพราะการระเบิดของศิลามิติ ดังนั้นคนที่เหลือเลยระมัดระวังเกี่ยวกับสมบัติชิ้นนี้มาก

เมื่อฟังถึงจุดนี้ ตงหยางคล้ายบังเกิดความรู้สึกอึดอัดในใจ

‘หุ่นเชิดนับร้อยตัว? ผู้ใช้อบิลิตี้มืด?

ไม่ใช่ว่าเขากำลังพูดถึงฉินเฟิงหรอกหรือ ไม่น่าจะผิดแล้ว

พวกเขาคงยังไม่รู้ว่าฉินเฟิงเองก็มาที่นี่เหมือนกัน!’

เนื่องจากการล่าล้างสัตว์ร้ายจำนวนมากของฉินเฟิง

ส่งผลให้ราชันย์ที่แข็งแกร่งบนเกาะลดทอนปริมาณลงถึง 1/5  พวกเลเวล A เลยไม่ถูกสัตว์ร้ายรังควาน

ผู้คนสามารถสำรวจได้เร็ว และเมื่อเห็นเหตุการณ์เมื่อครู่ เลเวล A

ที่กระจัดกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ก็เริ่มทยอยกันมาที่นี่มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งยังออกล่าระหว่างทาง

ทำให้สถานที่นี้ไม่อันตรายเหมือนในช่วงแรก

ตงหยางวุ่นอยู่กับการเก็บรวบรวมสมุนไพรวิญญาณ

ต่อมาเริ่มแยกห่างจากฉินเฟิง นอกจากนี้ฉินเฟิงยังใช้อบิลิตี้มืดปกคลุมกลิ่นอาย

เลยไม่มีทางที่เขาจะรับรู้ถึงกลิ่นอายของฉินเฟิงได้ตลอดเวลา

ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่มันไม่อันตรายอีกต่อไปแล้ว

ตงหยางไม่จำเป็นต้องอยู่ใกล้ฉินเฟิงอีก ดังนั้นแยกกันไปคนละทาง

ช่วงเวลานี้ เมื่อได้ยินคำพูดของเก๋อหลาง

ตงหยางบังเกิดความสงสัยขึ้นมา

หรือว่าจริงๆแล้ว … ตงหยางไม่กล้าจินตนาการ

ว่าฉินเฟิงแข็งแกร่งถึงขนาดไหน และในอนาคตจะไปได้ไกลเพียงใด

“นายพลเก๋อ คุณแน่ใจนะว่าคนที่คุณเห็นคือคุนซาร์?”

“มันจะผิดพลาดไปได้ยังไง! ถ้าเขาไม่มีหุ่นเชิดเลเวล S

ในครอบครอง ฉันยังต้องร่วมมือกับคนอื่นๆอีกหรือ?

ฉันคงบุกเข้าไปฆ่าเขาด้วยตัวเองตั้งนานแล้ว!”

คำพูดของเก๋อหลางดูโอ้อวดเล็กน้อย ทว่าเรื่องหุ่นเชิดเลเวล S

ทำให้ความคิดนี้หยางตงหยางเป็นอันตกไป

‘ดูเหมือนจะไม่ใช่แฮะ!’

ตงหยางปล่อยวางความสงสัยในใจ

“ช่างมันเถิด

เรื่องปล่อยเขาหลุดจากเบ็ดไม่ใช่ประเด็นที่น่ากังวลในตอนนี้

คำถามคือจะเก็บสมบัติไปได้อย่างไร? ในศิลามิติของฉัน

ถ้าใส่ทรายพวกนี้ลงไปแค่ไม่กี่หยิบมือ ยังพอสามารถเก็บในศิลามิติได้

แต่ลองดูจำนวนมหาศาลของพวกมันตรงหน้าสิ”

“แล้วแบบนี้ต้องใช้ศิลามิติกี่ก้อนกันถึงจะเก็บรวบรวมได้หมด?”

“บ้าเอ๊ย

พอนึกถึงเรื่องไอ้หัวขโมยคุนซาร์อยู่ในนี้ตั้งสองวันแล้วฉันยังอดรู้สึกโกรธไม่ได้จริงๆ”

ปัจจุบัน เลเวล A

เหล่านี้ยังไม่กล้าบุ่มบ่ามเร่งตักตวงทรายธารเวลา

พวกเขากำลังศึกษาว่าจะนำสิ่งนี้ออกไปในปริมาณมากได้อย่างไร

ระหว่างกำลังหารือ อุปกรณ์ขนาดเล็กที่ฉินเฟิงเคยมอบให้ก็ถูกเปิดใช้งาน

“ฉินเฟิง ตอนนี้คุณอยู่ไหน?” ตงหยางเอ่ยถาม

ฉินเฟิงพอถูกเอ่ยถาม ประกายทะมึนวาบผ่านในแววตาของเขา

เป็นไปได้ไหมว่าตงหยางจะรู้อะไรบางอย่าง?

“ผมอยู่ทางตะวันออกของภูเขาศักดิ์สิทธิ์ มีอะไรงั้นหรือครับ?”

“สถานการณ์ใจกลางเกาะ คุณน่าจะรู้เรื่องแล้วใช่ไหม?”

“อา! จากที่นี่ก็มองเห็นได้ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น”

ฉินเฟิงตอบอย่างสงบ

“มีสมบัติล้ำค่าอยู่ที่นี่ คุณสามารถเข้ามาและนำมันออกไปได้

แต่อย่าพาหุ่นเชิดแห่งความตายตามมาด้วย

ก่อนหน้านี้กลางเกาะถูกล้อมไปด้วยหุ่นเชิดสัตว์ร้ายขององค์กรมืดจากเอเชียตะวันตก

ทุกคนถูกขัดขวางเป็นเวลานานกว่าสองวัน ถ้าคุณพาพวกมันมา เกรงว่าคนอื่นจะคิดไม่ดี

แล้วมุ่งร้ายมาที่คุณ!”

ตงหยางครุ่นคิดและกล่าวเสริมอีกครั้ง “แต่คุณไม่ต้องกังวลไป

พันธมิตรหัวเซี่ยของเราอยู่ที่นี่ถึง 3 คน

ฉันเชื่อว่าแค่นี้น่าจะเพียงพอไม่ให้พันธมิตรเลเวล A จากประเทศอื่นกล้าทำร้ายคุณ”