ตอนที่ 129

3/4

Ep.129 -

ฉินเฟิงอันดับหนึ่ง … จากล่าง?

ข้างๆหลี่เหยาเหยา

คือเพื่อนร่วมชั้นของเธอ หลายคนกำลังจับกลุ่มคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้

“ดูนั่น

พวกน้องใหม่คลาสอบิลิตี้มาแล้ว!”

“เธอคิดว่ารุ่นน้องฉินเฟิงจะมาด้วยรึเปล่า!”

“ต้องมาอยู่แล้ว!

และฉันยังได้ยินมาอีกว่าวรยุทธโบราณของรุ่นน้องฉินร้ายกาจมาก

ชักอยากจะเห็นแล้วสิว่าอบิลิตี้ของเขาจะสุดยอดขนาดไหน!!”

“พลังสมาธิของเขาแข็งแกร่งมาก

มันถึงขั้นควบคุมวัตถุต่างๆในอากาศได้!”

“นั่นเรื่องจริงหรอ?

งั้นอบิลิตี้เขาก็ต้องแข็งแกร่งมากเหมือนกันแน่ๆ

ใครก็ตามที่ได้ร่วมทีมกับเขาคงเหมือนพยัคฆ์ติดปีก คราวนี้ล่ะ

สถาบันระดับสูงเขตเฉิงเป่ยของพวกเราจะต้องคว้าที่หนึ่งมาได้แน่นอน!”

สีหน้าของหลี่เหยาเหยาแลดูซับซ้อน

น่าเสียดายที่เขาและเธอไม่ได้อยู่ชั้นปีเดียวกัน

ไม่อย่างนั้น เธอคงมีโอกาสได้ไปงานสวนล่าใบไม้ผลิด้วยกันกับฉินเฟิง

แล้วแก้ไขความเข้าใจผิดต่อกันและกัน

ขณะนี้บนจตุรัส

เติ้งเหนียนอาจารย์ใหญ่แห่งสถาบันระดับสูงเขตเฉิงเป่ยได้ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าฝูงชน

เขาเริ่มกล่าวคำปราศัย

“การทดสอบในครั้งนี้

เกี่ยวข้องโดยตรงว่าพวกเธอกำลังจะได้พบกับเพื่อนร่วมทีมแบบไหน ถ้าแข็งแกร่ง

ก็สามารถร่วมทีมกับคนที่แข็งแกร่งไม่แพ้กัน

ดังนั้นฉันหวังว่าทุกคนจะทุ่มเทไปกับการทดสอบอย่างเต็มที่

ใช้ทุกสิ่งที่เธอเรียนรู้มาตลอดทั้งเดือน ---สำแดงพลังของตัวเองออกมา!!”

“และตอนนี้

ฉันขอเปิดการทดสอบประจำปีครั้งที่ 69 ---นักเรียนห้องแรกลงสนามได้!”

ห้องแรก

แน่นอนว่าคือคลาสของผู้ใช้อบิลิตี้

ฉินเฟิงและคนอื่นๆลุกจากที่นั่งผู้ชม

ลงมายืนกลางจตุรัส

โดยมีเฉิงเฉาคอยยืนเคียงข้างพวกนักเรียน

“ทุกคนเริ่มปลดปล่อยรูนได้!”

เฉิงเฉาตะโกนคำหนึ่ง

ออกคำสั่งให้ปลดปล่อยรูน

ทุกอย่างดูเหมือนจะได้รับการเตรียมตัวและฝึกซ้อมมาล่วงหน้า

สีหน้าของนักเรียนทุกคนรอบตัวเขากลายเป็นจริงจัง

จากนั้นทุกคนก็ระเบิดพลังสมาธิอันแข็งแกร่ง กระตุ้นรูนให้ปรากฏมา

รูนที่ถูกปลดปล่อยออกมาสู่ภายนอกมีแสงและสีสันที่แตกต่างกันออกไปคอยห่อหุ้มพวกมันเอาไว้

ตลอดทั้งคลาสเรียน

ผู้ที่มีค่าความเข้ากันได้กับรูนมากที่สุดก็คือหัวหน้าห้องจ้าวหยู

ความเข้ากันได้กับรูนของจ้าวหยู

คือระดับ A สามารถดูดซับได้ 15 รูน ในเวลาประมาณ 10 นาที หรือ 90 รูนในเวลา 1

ชั่วโมง แม้จะอยากฝึกฝนให้นานกว่านี้ แต่ด้วยพลังสมาธิที่ไม่มากพอ

ทำให้เวลาการดูดซับรูนของเธอนั้นถูกจำกัดไว้ที่วันละแค่สองชั่วโมงเท่านั้น

รูนที่มีติดตัวก็เปรียบดั่งเงินตราที่เป็นตัวแทนแสดงถึงความมั่งคั่ง

ทว่าหากมีพลังสมาธิอยู่แค่ในระดับทั่วไป

จำนวนรูนที่ดูดซับได้ในแต่ละวันก็จะลดหลั่นลง

ถึงอย่างนั้น ภายในหนึ่งเดือน

จ้าวหยูก็ยังสามารถสะสมรูนจนได้มากถึง 1,000 รูน!

ทั้งยังครอบครองพลังพิเศษธาตุไฟในเลเวล G อีกกว่า 3 ท่า!

ฉะนั้น

หากเทียบกับคนทั้งคลาสอบิลิตี้แล้ว จ้าวหยูนี่แหละคือคนที่อยู่ใกล้เคียงกับผู้ใช้พลังในเลเวล

G มากที่สุด!

เป็นลูกรักของพระเจ้า!

หากไม่มีฉินเฟิงอยู่ที่นี่

น่ากลัวว่าคงจะเป็นเธอ

ที่กลายเป็นความหวังของบรรดาอาจารย์และผู้อำนวยการอย่างเติ้งเหนียน!

วิ้งงงงง!

รูนเริ่มร่ายระบำ

แสงสีแดงรอบตัวของจ้าวหยูพวยพุ่งสูงขึ้นกว่าหนึ่งเมตร

แม้คนอื่นๆจะมีแสงพวยพุ่งขึ้นเช่นกัน

แต่มันก็น้อยกว่ามาก ท่ามกลางสีสันต่างๆ จ้าวหยูโดดเด่นเป็นพิเศษ

เธอคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างไม่มีข้อกังขา

แต่ยังมีอีกคนหนึ่งที่เป็นเป้าสายตาของผู้คน

ชายคนนั้น แน่นอนว่าคือฉินเฟิง

ฉินเฟิงไม่ได้เข้าร่วมการเรียนการสอน

ยิ่งไปกว่านั้นเขาไม่ทราบถึงเนื้อหาของการทดสอบนี้

เลยลงมือช้ากว่าคนอื่นๆไปจังหวะหนึ่ง

ดังนั้นในขณะที่คนอื่นๆหน้าดำคร่ำเคร่ง

และกำลังพยายามกระตุ้นรูนทั้งหมด

เขาถึงเพิ่งรู้ตัวว่าต้องทำอะไร

‘ที่แท้มันก็คือการแสดงให้ทุกคนเห็นรูนประจำตัว

แต่ฉันไม่แน่ใจว่าตัวเองจะแสดงมันออกมาด้วยดีรึเปล่า … ‘

หากเป็นในเวลาอื่น

เป็นธรรมดาที่ฉินเฟิงจะไม่หวาดกลัวจะแสดงมันออกมา แต่ตอนนี้

เปลวไฟผู้ใช้อบิลิตี้ไฟทุกคนคือสีแดงอมส้ม หากแต่เปลวไฟของเขาคือสีดำแดง

แบบนี้มันจะตัดกันจนชัดเกินไป

เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ ฉินเฟิงเลยทำได้แค่กระตุ้นรูนไฟเล็กๆน้อยๆเท่านั้น

มันดูธรรมดา ไม่สะดุดตาใดๆ

ถ้าเป็นคนอื่นๆมันคงไม่แปลกอะไร

แต่ภายใต้ความสนใจของผู้คนมากมาย มันเลยเห็นได้ชัด

“อาาา

ทำไมรูนของฉินเฟิงถึงน้อยขนาดนี้?”

“ได้ยินมาว่าความเข้ากันได้กับรูนของฉินเฟิงอยู่ในระดับต่ำมาก

และเขาเองก็แทบจะไม่ได้เข้าเรียน ฉะนั้นอบิลิตี้ต้องย่ำแย่มากแน่ๆ”

“ไม่คิดเลยว่าจะเป็นแบบนี้

เขาแข็งแกร่งมากไม่ใช่หรอ?”

เกิดข้อถกเถียงขึ้นในฝูงชน

เฉิงเฉาพอได้ยิน เจ้าตัวก็ทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ

เพราะค่าความเข้ากันได้กับรูนของฉินเฟิงต่ำจริงๆ

มันอยู่แค่ระดับ G เท่านั้น

เอาจริงๆเฉิงเฉารู้สึกว่า

หากฉินเฟิงเลือกเดินไปในเส้นทางผู้ใช้วรยุทธโบราณหรือมือปืน

ผลลัพธ์มันคงดีกว่านี้

“เอาล่ะเก็บรูนได้”

แม้นี่คือสิ่งที่เฉิงเฉาคิดในใจ

แต่อย่าลืมว่าตอนนี้มันเป็นแค่การแสดงพลังเท่านั้น

เขาเริ่มสั่งคำแนะนำต่อไป

นักเรียนในคลาสเริ่มรวบรวมรูนของตัวเองกลับคืน

กระบวนการเป็นไปอย่างเชื่องช้า เพราะท้ายที่สุดแล้ว

การกระตุ้นรูนมันจำเป็นต้องใช้พลังสมาธิเช่นกัน

และยิ่งเมื่ออยากจะแสดงมันออกมาให้ดี ก็เป็นธรรมดาที่ยิ่งต้องใช้พลังสมาธิมากขึ้น

แค่การคงรูปมันไว้เป็นเวลากว่าครึ่งนาที ก็เหนื่อยแทบตาย

ฉินเฟิงเก็บรูนคืนอย่างรวดเร็ว

ใบหน้าของเขายังคงเรียบเฉย ดูคล้ายว่าจะไม่หงุดหงิดใดๆเลย

“อบิลิตี้ของฉินเฟิงอ่อนแอมาก!”

“ใช่

แต่งานสวนล่าใบไม้ผลิไม่ได้สนใจเรื่องนี้ ฉินเฟิงยังมีความสามารถในด้านวรยุทธโบราณ

และความสามารถในด้านการใช้อาวุธปืนของเขาก็แข็งแกร่งมากเช่นกัน”

“อย่าลืมสิว่าถึงอบิลิตี้ของฉินเฟิงจะอ่อนแอ

แต่โดยรวมแล้วเขาก็ยังแข็งแกร่งมาก เขาคือราชันย์ที่สามารถต่อสู้กับเลเวล F ได้!”

แต่สิ่งที่เหล่าฝูงชนให้ความสนใจเป็นอย่างมากเลยก็คือ

หลังจากนี้ ฉินเฟิงจะเลือกเข้าร่วมทีมกับใคร?

ทุกคนต่างส่งเสียงกระซิบกระซาบ

เฉิงเฉายังคงสั่งการต่อไป นักเรียนในคลาสอบิลิตี้ทั้ง 30 คน มี 5

คนก้าวออกมาจากตำแหน่ง ตรงไปข้างหน้าเพื่อแสดงพลังพิเศษของตนให้ทุกคนได้เห็น

เวลานี้สิของจริง

ที่คุณจะสามารถเห็นได้ชัดว่าใครที่แข็งแกร่งและอ่อนแอ!

บางคนสามารถปลดปล่อยเปลวเพลิงระดับหนึ่งออกมาได้

, บางคนก็สามารถปลดปล่อยหมอกบดบังวิสัยทัศน์ , บ้างปลดปล่อยสายลมกรรโชก ,

บ้างเรียกหินจากฟากฟ้า ทั้งหมดมีประโยชน์มาก

และคนที่โดดเด่นน่าตื่นตาตื่นใจที่สุด คือจ้าวหยูอย่างไม่ต้องสงสัย!

อันดับแรกเธอเรียกก้อนเปลวไฟกลุ่มหนึ่งออกมา

จากนั้นก็แยกเปลวไฟก้อนใหญ่ออกเป็นสามลูก สามทิศทางในลมหายใจเดียว

และสุดท้ายคือระเบิดรัศมีเปลวไฟ

โจมตีเข้าใส่สัตว์ร้ายยางที่ทางโรงเรียนตั้งใจนำออกมาเป็นเป้าให้นักเรียนแสดงฝีมือเป็นพิเศษ

แผดเผาทั้งตัวของมันจนไหม้เกรียมเป็นสีดำ

มีผู้ใช้วรยุทธโบราณและมือปืนหลายคนจดจำจ้าวหยูเอาไว้

และคาดหวังว่าจะได้อยู่ร่วมทีมกับเธอ

แล้วก็ถึงตาฉินเฟิงก้าวออกมาในที่สุด

แต่เฝ้ารอจนเพื่อนนักเรียนคนอื่นๆปลดปล่อยอบิลิตี้ของตนจนครบ

ฉินเฟิงก็ยังนิ่งไม่ขยับไหว เพราะท้ายที่สุดแล้ว เขาแทบจะไม่ได้ฝึกซ้อมเลย

การระเบิดพลังโดยอาศัยรูนสองสามตัวไม่ใช่เรื่องที่สามารถแสดงออกมาได้

หากทำแบบนั้น มันจะดูกากเกินไป และอำนาจโจมตีของมันโคตรจะอ่อนแอ!

อย่างไรก็ตาม

แม้จะอยู่ในสถานการณ์คับขัน แต่ฉินเฟิงเองก็ไม่ต้องการให้ใครมาดูถูกเหมือนกัน!

เมื่อนึกได้แบบนี้ ฉินเฟิงก็ก้าวไปข้างหน้าแทน

เดินไปจนถึงสัตว์ร้ายยางที่มีขนาดตัวเทียบเท่ากันและ---

--เปรี้ยงงงง!

ซัดกำปั้นของตนออกไปโดยตรง!

กำปั้นนี้ห่อหุ้มไปด้วยกำลังภายใน

ทั้งแรงผลักและแรงดูดจากทักษะลับกลืนดาราระเบิดขึ้นพร้อมกัน

คล้ายกับวังวนขนาดยักษ์

ฉินเฟิงเจาะหมัดเข้าไปในร่างของสัตว์ร้ายยาง

ตูม!

ระเบิดเสียงกึกก้องจนฝูงชนสะดุ้งตกใจ

กระพริบตาไปแวบหนึ่ง

เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง

และมองไปยังสัตว์ร้ายยาง แท้จริงแล้วกลับพบว่ารูปร่างของมันกลายเป็นไม่สมประกอบ …

ถูกแรงปะทะจนแหลกเป็นชิ้นๆ!

อำนาจของหมัดนี้ แทบจะเทียบเท่าได้กับลูกระเบิด!

บนอัฒจันทร์

เติ้งเหนียนที่ยืนอยู่มุมปากกระตุกวูบ

ฉินเฟิงดูเหมือนจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าครั้งก่อนที่พบกัน

อย่างไรก็ตาม …

ฉินเฟิงคือนักเรียนคลาสผู้ใช้อบิลิตี้ของสถาบันระดับสูงไม่ใช่หรือ!?

แล้วทำไมเขาถึงสามารถใช้กระบวนท่าวรยุทธได้?

แล้วแบบนี้ จะให้จัดอันดับยังไง?

สัตว์ร้ายยางเป็นอุปกรณ์สำหรับทดสอบ

มันสามารถรองรับพลังต่อสู้ของนักเรียนได้ การที่ฉินเฟิงต่อยจนสัตว์ร้ายยางระเบิด

นั่นหมายว่าพลังต่อสู้ของเขาต้องสูงมากกว่า 5,000 แต้ม!

“เหนือกว่าขีดจำกัด!”

“เป็นไปได้ไหมว่าความแข็งแกร่งในปัจจุบันของฉินเฟิงอยู่ในเลเวล

G9 ?”

“ทรงพลังมากจริงๆ!”

“เท่านี้ก็มั่นใจได้แล้ว

ถึงแม้ว่าจะอ่อนแอในด้านอบิลิตี้

แต่ฉินเฟิงก็ยังเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่ดี!”

ทว่าในการจัดอันดับ

ฉินเฟิงอยู่ในอันดับแรก … จากล่างสุดอย่างไม่ต้องสงสัย

เพราะท้ายที่สุดแล้ว

การทดสอบครั้งนี้เป็นการทดสอบพลังของผู้ใช้อบิลิตี้ ไม่ใช่วรยุทธโบราณ!

หากฉินเฟิงได้อันดับหนึ่งจริงๆ

เกรงว่านักเรียนทั้งคลาสคงประท้วง!

“ฉันโจมตีได้แค่ 890 แต้มเท่านั้นเอง

ยังห่างชั้นกับฉินเฟิงอยู่หลายขุม” จ้าวหยูถอนหายใจ

เพื่อนร่วมชั้นที่อยู่ข้างๆพากันเข้าไปปลอบหัวหน้าชั้นทันที