ตอนที่ 709

Ep.709 - เชิญพวกเขาขึ้นมา

ผู้มาเยือนมีทั้งสิ้นสองคน ทั้งคู่มีความแข็งแกร่งอยู่ในเลเวล

B คนหนึ่งเป็นผู้ใช้อบิลิตี้ดิน อีกหนึ่งเป็นผู้ใช้อบิลิตี้มืด

สองคนนี้ หากพวกเขาอยู่ในสนามรบที่เต็มไปด้วยอันตราย

ตัวอย่างเช่นเมืองตงไห่ พวกเขาย่อมไม่ดึงดูดความสนใจใดๆ

อย่างไรก็ตาม เมืองเฟิงหลีมิใช่สนามรบ

อาจกล่าวได้ว่ามันเป็นโซนปลอดภัยที่อยู่แนวหลัง จริงอยู่ที่มันเองก็มีแนวหน้า

แต่สถานที่แห่งนี้ ก่อนฉินเฟิงจะก่อตั้งกลุ่มเฟิงหลี

พื้นที่ส่วนใหญ่ของมันมีเพียงผู้ใช้พลังเลเวล C มาปฏิบัติภารกิจเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้ การปรากฏตัวของเลเวล B ถึงสองคน คุณน่าจะทราบว่ามันดึงดูดความสนใจขนาดไหน

อย่างไรก็ตาม ที่ทั้งสองปรากฏตัวมิใช่ในเมือง

หากแต่กำลังวนอยู่ใต้ดิน

“นี่มันยังไงกันแน่

เห็นอยู่ชัดๆว่าตรงจุดนี้มีพลังงานหนาแน่นที่สุด แต่ทำไมพวกเราถึงไม่พบมัน?”

ผู้ใช้อบิลิตี้มืดสบถด้วยความไม่พอใจ เขามีเครื่องตรวจจับอยู่ในมือ

สามารถใช้มันตรวจจับพลังงานได้ง่ายๆ

โดยปกติแล้วการสำรวจเหรียญพลังงานเองก็ใช้เจ้าสิ่งนี้

อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจุบันดัชนีบนเครื่องตรวจจับจะสูงมาก

แต่พวกเขากลับไม่พบร่องรอยของสิ่งที่กำลังตามหาเลย

ผู้ใช้อบิลิตี้ดินอีกคน เริ่มขมวดคิ้ว ในหัวใจของเขา บังเกิดความรู้สึกอันบางเบาของวิกฤตที่กำลังจะเกิดขึ้น

“ลองไปหาดูกันอีกรอบเถอะ แต่ครั้งนี้ถ้ายังไม่เจออะไร

เอาไว้ค่อยว่ากันวันอื่น!”

“ตกลง”

ผู้ใช้อบิลิตี้ดินเปลี่ยนทิศทาง

แต่ก็ต้องเผชิญกับความจริงที่ว่าไม่พบอะไรอยู่ดี!

และสิ่งที่พวกเขากำลังค้นหา มิใช่ใดอื่น เป็นทรายธารเวลาที่ฉินเฟิงได้ฝังเอาไว้

ช่วงเวลานี้ ฉินเฟิงได้ค้นพบตัวของ ‘หัวขโมยน้อย’ ทั้งสองแล้ว

“ไป๋หลี ช่วยเชิญพวกเขาขึ้นมาซิ” ฉินเฟิงแสยะยิ้มเย็นชา

แม้ปากเน้นคำว่าเชิญ แต่ในความเป็นจริงไม่คิดกระทำการโดยสุภาพ

“รับทราบ!”

ไป๋หลีวาดมือ อักษรรูนผุดจากนิ้วเธอ

จากนั้นลูกบาศก์ที่มีความยาว 2 เมตรก็ปรากฏขึ้น

แสงสีเงินสาดไสว ตามต่อด้วยแปรสภาพเป็นมิติสีดำ

“สับเปลี่ยน!”

ไป๋หลีโพล่งสองคำ แสงสีดำและเงินหายวับไป

สิ่งที่ปรากฏขึ้นต่อหน้าพวกเขา แท้จริงแล้วคือบล็อกดินขนาดสี่เหลี่ยม

และไม่นาน ด้านหนึ่งของบล็อกดินก็ถูกเจาะ

เงาร่างของสองคนปรากฏตัวต่อหน้าฉินเฟิง

มิใช่ใครอื่น เป็นผู้ใช้อบิลิตี้สองคนที่กำลังวุ่นอยู่ใต้วิลล่าของฉินเฟิง

ทั้งสองยังคงเคลื่อนไหวอยู่ใต้ดิน แต่จู่ๆรอบข้างก็ไม่มีดินอีก

ยิ่งไปกว่านั้นรอบๆยังแสงสว่างส่องเข้ามา ฉากนี้ทำให้ผู้ใช้อบิลิตี้มืดตกใจมาก

“เกิดอะไรขึ้น?”

“นี่มันเรื่องอะไรกัน?”

จากนั้น ทั้งสองก็เริ่มกวาดสายตามอง และเบนไปตกลงบนร่างฉินเฟิงกับไป๋หลี

นอกจากนี้ยังเจอตัวอาคารอันงดงามที่มีลักษณะคล้ายวิลล่าอยู่รอบๆ

แม้พวกเขาจะไม่รู้ว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร แต่เวลานี้

เมื่อเผชิญหน้ากับฉินเฟิง พวกเขาบังเกิดความรู้สึกหวาดกลัวทันทีที่ถูกจับได้

‘นั่นฉินเฟิง!’

‘แย่ล่ะสิ ถูกพบตัวแล้ว!’

คำๆนี้ผุดขึ้นมาในใจของทั้งสองพร้อมกัน แทบไม่ต้องเสียเวลาคิด

ทั้งสองหันหลัง พยายามหลบหนีไปทันที

“ฉันอนุญาตให้พวกแกออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่?”

ฉินเฟิงกล่าวเสียงต่ำ จากนั้นพลังสมาธิอันน่าหวาดกลัวพลันปะทุออกมา

พลังสมาธินี้ เสมือนดั่งภูเขาหนักกดทับลงบนร่างกายของทั้งสอง

“ฮึ่ม!”

ทั้งสองระเบิดพลังสมาธิในเวลาเดียวกัน พยายามเข้าต่อต้าน

แต่ก็แค่นั้น เพราะพวกเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉินเฟิง

ผู้ใช้อบิลิตี้เลเวล B ระดับสามัญสองคน

จะสามารถต้านทานแรงกดดันจากจักรพรรดิในเลเวลเดียวกันได้อย่างไร?

ในพริบตา ทั้งสองก็รู้ว่า พวกเขามิอาจต่อกรกับฉินเฟิง

แต่ทว่า พวกเขาก็ไม่มีความคิดนั่งรอความตายเช่นกัน

“เทคนิคศิลาร่วง!”

“เทคนิคความมืดทิ่มแทง!”

ทั้งสองเร่งเร้าอบิลิตี้ เตรียมที่จะโต้กลับ

ไป๋หลีวาดมือออก รังสีแสงสีเงินปรากฏขึ้น “เทเลพอร์ต!”

รอยแยกขนาดใหญ่ผุดขึ้นมาจากความว่างเปล่า

มันอ้าปากกลืนกินศิลาร่วงและลูกศรอันมืดมิดจมหายไป

ไม่มีใครทราบว่าสองเทคนิคนี้ไปตกลงที่ใด

“ที่นี่คือบ้านของฉัน ถ้าพวกคุณกล้าก่อความวุ่นวาย

ฉันจะหั่นคุณเป็นชิ้นๆ!” ไป๋หลีขู่ขวัญ

เพียงแต่ว่า ทั้งสองคนเคยผ่านอะไรมามากมาย

ดังนั้นแค่คำพูดของไป๋หลี พวกเขาไม่มัวเสียเวลาใส่ใจ

“ฆ่า! เทคนิคหมื่นขุนเขา!” ผู้ใช้อบิลิตี้เลเวล B

ระเบิดพลังของตนออกมาสุดกำลังในคราเดียว สั่นสะเทือนไปทั้งผืนดิน

ครืนนนน

วิลล่าสั่นไหว แผ่นดินแยกออก พื้นดินทั้งหมดยกสูง

ผุดยอดภูเขาแหลม ทำลายวิลล่าทั้งหลัง

อาศัยจังหวะที่เนินเขาก่อความโกลาหลและบดบังสายตา

ผู้ใช้พลังเลเวล B หลบหนีไปทันที

อันที่จริงแผนนี้ค่อนข้างสมบูรณ์แบบ แต่ที่พวกเขาไม่รู้

นั่นคือการกระทำนี้ ทำให้ไป๋หลีแทบอยากฉีกทึ้งพวกเขา!

“แก นี่แกกล้าดียังไง!!”

ไป๋หลีคำรามเกรี้ยวกราด ระเบิดอบิลิตี้ออกมาทันที

“เทคนิคมิติเชือดเฉือน!”

ในพริบตา ด้ายสีเงินนับหมื่นหรืออาจมากถึงหลักแสนปะทุออก

และประเด็นก็คือมันผุดจากใจกลางร่างกายของบุคคลที่เพิ่งเรียกภูเขาดินออกมา

จากนั้นกระจายตัวออกไปด้านนอก

ฟุฟ ฟุฟ ฟุฟ ฟุฟฟฟฟฟ

ด้ายสีเงินค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดง

เฉกเช่นเดียวกับใบมีดบางเบาที่อาบเลือด พวกมันค่อยๆเคลื่อนตัวแยกออกมา

ทั้งร่างของผู้ใช้อบิลิตี้ดินกลายเป็นแข็งค้าง

สองวินาทีต่อมา บนร่างของผู้ใช้พลังเริ่มปรากฏรอยเส้นเลือด

จากนั้นทั้งคนทั้งร่างดั่งโดมิโน ทรุดตัวลง เนื้อถูกแล่เป็นชั้นบางเบา

ไม่ต่างจากซาซิมิ ดั่งที่ไป๋หลีบอกว่าจะหั่นเป็นชิ้นๆจริงๆ

ผู้ใช้อบิลิตี้ธาตุดินเลเวล B ตกตายไปทั้งๆอย่างนั้น!

คู่หูอีกคนของเขา จ้องมองฉากนี้ด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง

แทบไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้นต่อหน้าตน

ในจังหวะนั้นเอง ฉินเฟิงไม่ต้องการให้ศัตรูเลเวล B

อีกคนก่อความวุ่นวายไปมากกว่านี้ รัศมีอบิลิตี้ของอีกฝ่ายค่อนข้างกว้างไกล

เกรงว่าอาจส่งผลกระทบถึงเมือง จนทุกคนเกิดความหวาดกลัว

ฟุบบบ!

ร่างของฉินเฟิงผลุบขึ้นเบื้องหลังอีกฝ่ายอย่างกะทันหัน

จากนั้นวางสองมือลงบนไหล่อีกฝ่าย และบดขยี้อย่างดุเดือด!

กำลังภายในของฉินเฟิง กดทับลงบนไหล่ของชายคนนี้

อำนาจทำลายล้างก็พรั่งพรูออกมา

ฟัฟฟฟฟฟ

กระดูกไหล่ถูกฉินเฟิงบดบี้โดยตรง แหลกละเอียดไม่มีชิ้นดี

“อ๊ากกกกกกกกกกก” ผู้ใช้อบิลิตี้มืดกรีดร้องน่าสังเวช

น้ำเสียงสนั่นสะท้อนไกลออกไป

ช่วงเวลานี้ นอกวิลล่าของฉินเฟิง

กลุ่มผู้ใช้พลังได้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว เนื่องจากเทคนิคของผู้ใช้อบิลิตี้ดิน ไม่เพียงทำลายวิลล่าของฉินเฟิง

แต่ยังปรับเปลี่ยนภูมิประเทศจนไม่เหลือเค้าเดิม

แต่สิ่งที่โชคดีก็คือ ดูเหมือนว่าฉินเฟิงจะไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ

ตรงกันข้าม เป็นคนที่บุกรุกเข้ามา ถูกทุบตีกดลงกับพื้น

ฉินเฟิงไม่หยุดเพียงเท่านี้

สองมือของเขากดลงบนขาของคู่ต่อสู้อีกครั้ง ภายใต้การอัดฉีดของกำลังภายในบนมือเขา

สองขาของอีกฝ่ายถูกทำให้ตกอยู่ในสภาพเดียวกันกับหัวไหล่

วิธีนี้ช่างโหดร้าย ทว่าง่ายต่อการใช้งาน

เมื่อร่างกายได้รับบาดเจ็บรุนแรง พลังสมาธิย่อมอ่อนโทรมลง

ไม่จำเป็นต้องให้ฉินเฟิงบอก ไป๋หลีชิงลงมือทันที

ดวงตาของไป๋หลีเปลี่ยนเป็นกระจ่างใสดั่งดวงดารา

หากมองดีๆบังเกิดกระแสวังวนผุดขึ้นจากภายใน

“คุณชื่ออะไร”

ไป๋หลีเอ่ยปากถาม

ดวงตาของชายคนนั้นกลายเป็นพร่ามัวเล็กน้อย คำถามของไป๋หลี

โพล่งออกมาจากปากเขา

“ฉันชื่อว่าเซิ่งหัว!”

ขณะนี้ ไป๋หลีได้ทำการสะกดจิตเซิ่งหัวแล้ว

“เซิ่งหัวสินะ ว่าแต่ใครกันที่ส่งคุณมา?” ไป๋หลีเอ่ยถามอีกรอบ

“ฉัน .. ฉันมา … ” เซิ่งหัวดูอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด

แต่ยังคงเกิดการดิ้นรนต่อต้าน คล้ายกับว่าจะรู้ ว่าคำถามข้อนี้

เป็นอันตรายต่อเขามาก

มันอาจมากถึงขั้นให้อีกฝ่ายฆ่าปิดปากเขาได้เลย

“ฉัน ฉันเป็นอาวุโสของตระกูลเซิ่ง!” ในที่สุด

พลังสมาธิของอีกฝ่ายก็ไม่สามารถต่อกรกับไป๋หลี ยอมปริปากออกมา