ตอนที่ 1042

Ep.1042 - จุดสิ้นสุดของยุครอยแยกมิติครั้งใหญ่

ดวงตาของฉินเฟิง ทอประกายสังหาร

บุกเข้ามายังมิติของคนอื่น พอพ่ายแพ้แล้วฉวยโอกาสหลบหนี

คิดหรือว่าจะทำได้?

ผู้ใช้พลังเลเวล SSS ในตอนนี้

ไม่แกร่งพอที่จะหยุดฝีเท้าของฉินเฟิง!

ขณะเดียวกัน บนแผ่นดินใหญ่ของเผ่ามังกร

ชาวเมืองในมิติต่างแหงนหน้ามองขึ้นไปในอวกาศ

ดาวเคราะห์สีฟ้าครามปรากฏขึ้นในสายตาของพวกมัน

เป็นดาวเคราะห์ที่งดงามจนพวกมันหลายตนทอดถอนหายใจด้วยความทึ่ง

อย่างไรก็ตาม มีเพียงเผ่ามังกรเลเวล S ขึ้นไปเท่านั้น

ที่รู้สึกว่าเรื่องนี้มันผิดปกติ พวกมันบินออกจากแผ่นดินใหญ่ มุ่งหน้าสู่อวกาศ

ช่วงเวลานี้

ฉินเฟิงได้ก้าวเข้าสู่ใจกลางมิติของพวกมันแล้วเช่นกัน

เผ่ามังกรเลเวล SSS ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการโจมตีเมื่อครู่

เลือดทะลักเลอะเต็มอก มีดกษัตริย์ครามของฉินเฟิง ฟาดฟันออกไปอีกครั้ง

ฉัวะ!

หัวของเผ่ามังกรเลเวล SSS ลอยเคว้งท่ามกลางอวกาศ

ภายในเมืองหลวงมังกร ทุกคนที่กำลังเงยหน้ามอง

ต่างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

ผู้ใช้พลังระดับต่ำร้องไชโยด้วยความตื่นเต้น พวกเขาไม่ทราบ

ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่บุคคลแข็งแกร่งเช่นนี้กำเนิดขึ้นในมิติของพวกเขา

ขณะที่ผู้ใช้พลังเลเวล SS ทุกคนสันหลังเย็นวาบ

เกิดความตื่นตระหนกขึ้นในใจของพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ใช้พลังฝ่ายองค์กรมืด

เวลานี้พวกเขาเกิดความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!

ก่อนหน้านี้ฉินเฟิงเคยขู่พวกเขา

คนจากองค์กรมืดเลยเกิดความคิดในใจว่าจะส่งข้อมูลของฉินเฟิงหลังจากกลับไป

แต่ตอนนี้ ความคิดที่ว่ามลายหายไปสิ้น

และถ้าฉินเฟิงยังไม่เชื่อ พวกเขาพร้อมควักหัวใจของตนออกมาแสดงให้ฉินเฟิงดู

ว่าไม่หลงเหลือแม้เศษเสี้ยวความคิดที่จะทำเช่นนั้นจริงๆ

เพราะความแข็งแกร่งของฉินเฟิง มันน่ากลัวเกินไปสำหรับพวกเขา!

สิบหางของไป๋หลีเริ่มขยับอีกครั้ง พื้นที่มิติเริ่มสลายไป

เมืองหลวงมังกรกลับคืนสู่มิติบลูสตาร์อีกครั้ง

จากนั้นจิ้งจอกสาวยกสองขาหน้าขึ้นอย่างสง่างาม

ทะยานไปในอากาศเบื้องบน ใช้หางของเธอกวาดเบาๆ ปัดเป่ารอยแยกมิติขนาดใหญ่บนท้องฟ้า

รอยแยกมิติเริ่มจางหายไป สิ่งสุดท้ายที่ผู้คนเห็นก็คือ

ภาพของฉินเฟิงที่ยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าแผ่นดินใหญ่ และจากแผ่นดินใหญ่

ปรากฏร่างของเผ่ามังกรมากมายเริ่มบินออกมา

บางคนอดกังวลไม่ได้ว่าฉินเฟิงจะตกอยู่ในอันตรายหรือไม่

แต่ไม่ช้าพวกเขาก็ฉุกคิดได้เช่นกัน ว่ามิติของตนก็กำลังอยู่ในอันตราย

สองเทคนิคลมหายใจมังกรล้วนถูกพ่นออกจากตัวตนเลเวล SSS

นั่นมิใช่สิ่งที่โลกนี้สามารถต้านทานได้

ปัจจุบันในอากาศเลยเต็มไปด้วยร่องรอยรูพรุนของเศษเสี้ยวมิติ

ไป๋หลีปิดรอยแยกมิติที่ใหญ่ที่สุดเท่านั้น

รอยแยกอื่นเธอไม่ใส่ใจ เปลี่ยนรูปหวนคืนสู่ร่างมนุษย์ ค่อยๆร่อนลงสู่เมืองหลวงมังกร

“ท่านผู้ใหญ่ไป๋!” หลงถิงที่อยู่บนยอดตึก ตะโกนเรียกไป๋หลี

มองไปยังไป๋หลีที่ลอยอยู่ในอากาศที่ว่างเปล่า โค้งกายคำนับด้วยความเคารพ

“ขอบพระคุณ!”

หลงถิงกล่าวด้วยความนับถือจากใจจริง

หากไม่ใช่เพราะไป๋หลี หากไม่ใช่เพราะฉินเฟิง

ภัยพิบัติที่พวกเขาเผชิญในวันนี้ เกรงว่าจะเป็นประวัติสุดท้ายของมิติบลูสตาร์

“ขอบพระคุณท่านผู้ใหญ่ไป๋!”

“ขอขอบใจที่คุณช่วยเหลือพวกเราเอาไว้!”

“ท่านผู้ใหญ่ไป๋ นับจากนี้ไป หากมีเรื่องราวใด

พวกเรายินดีรับใช้คุณ!”

ผู้ใช้พลังหลายคนตะโกนด้วยความตื่นเต้น

คนเหล่านี้จะตื่นเต้นก็ไม่แปลก

เพราะพวกเขารู้สึกเหมือนพึ่งข้ามผ่านความเป็นความตายมาได้

ไม่ใช่แค่ผู้ใช้พลังเลเวล S กระทั่งเลเวล SS

ก็ยังเอ่ยสรรเสริญไป๋หลี โค้งกายให้เธอด้วยความเคารพ

ไป๋หลีรู้สึกงุนงงเล็กน้อย แต่เธอมิใช่จิ้งจอกที่ไม่รู้ความอีกต่อไป

ดังนั้นข่มความงุนงงสับสน พยักหน้ารับอย่างเฉยเมย ปลดปล่อยพลังสมาธิออกไป

“ก็อย่างที่ฉันบอก มิติแห่งนี้คือสมบัติของฉัน

ดังนั้นฉันควรจะปกป้องมัน ไม่ใช่เรื่องให้พวกคุณต้องขอบคุณ”

คำคมในสไตล์ที่ดูสุดคูลนี้ ไป๋หลีรู้สึกพอใจกับมันมาก

แต่เธอยังเหลือสิ่งที่ต้องทำเช่นกัน

ดังนั้นไม่ลอยเฉยกลางอากาศอีกต่อไป หายวับไปปรากฏตัวขึ้นบนยอดตึกเดียวกับหลงถิง

“การโจมตีของเผ่ามังกรในครั้งนี้

ส่งผลกระทบต่อพวกเราเป็นอย่างมาก เมื่อครู่พิกัดมิติของพวกเรารั่วไหล

แต่ฉันปิดกั้นมันไว้พักหนึ่ง แต่การปิดกั้นนี้ยังไม่สมบูรณ์

สุดท้ายก็จะพังทลายลงอยู่ดี”

หลงถิงย้อนนึกไปถึงการต่อสู้กับเผ่ามังกรในคราวก่อน

ช่วงเวลานั้นรอยแยกมิติก็ถูกปิดกั้นลงเช่นกัน

แต่เมืองหลวงมังกรกลับคืนสู่ความสงบสุขได้เพียงปีครึ่งเท่านั้น หายนะก็มาเยือนอีก

และคราวนี้ ศัตรูที่บุกเข้ามาเป็นถึงเลเวล SSS !

พอจินตนาการไปว่าศัตรูที่บุกเข้ามาในครั้งต่อไปจะเป็นตัวตนเช่นไร

หลงถิงก็อดกังวลไม่ได้ “ถ้าอย่างงั้น

ในครั้งนี้พวกเราสามารถผนึกรอยแยกมิติอย่างถาวรเลยได้ไหม

เมื่อครู่ฉันได้เห็นมิติของเผ่ามังกรแล้ว น่ากลัวว่านั่นจะเป็นมิติระดับสูง

บางทีอาจมีจ้าวเหนือหัวโผล่มา ถึงเวลานั้น

ฉันกลัวว่ามิติของพวกเราจะกลายเป็นแค่ฝุ่นดิน โดนผู้อื่นเหยียบย่ำได้ตามต้องการ!”

ไป๋หลีเชิดคาง ท่าทีมั่นอกมั่นใจ กล่าวว่า

“นั่นแหละคือเรื่องที่ฉันกำลังจะพูด ฉันสามารถปิดรอยแยกทั้งหมดในมิติแห่งนี้ได้

ยกเว้นช่องว่างมิติที่มนุษย์สร้างขึ้น แต่นับจากนี้ไป นอกเสียจากฉันจะอนุญาต

ไม่ว่ารอยแยกมิติใดก็ไม่สามารถปรากฏขึ้นได้อีก แบบนี้รับได้หรือไม่?”

รอยแยกมีความสำคัญอย่างไรน่ะหรือ?

ตัวอย่างที่ง่ายที่สุดก็คือหอคอยประตูมังกร หากไป๋หลีปิดกั้นมัน

จะเท่ากับว่าหอคอยประตูมังกรจะไม่สามารถถูกเปิดขึ้นอีกเลย

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างเช่นกัน

รอยแยกมิติทั้งหมด รวมไปถึงรอยแยกในสนามรบแนวหน้าบางส่วน จะไม่มีสัตว์ร้ายต่างมิติอีกต่อไป

ทุกอย่างจะกลับคืนเป็นของมนุษย์ ซึ่งบางทีหลังจากนี้อีกไม่กี่ร้อยปี

มนุษย์อาจสามารถฟื้นคืนตำแหน่ง กลายเป็นเผ่าพันธุ์ที่ครองโลกได้ดังเดิม

ข่าวนี้ น่าสะเทือนขวัญเป็นอย่างยิ่ง

“เรื่องนี้ … ”หลงถิงตกใจมากกับเรื่องที่ได้ฟัง แต่เธอรู้ดี

ว่าสำหรับเรื่องนี้ มันไม่ใช่สิ่งที่เธอเพียงคนเดียวจะตัดสินใจได้

อย่างไรก็ตาม ภายในเมืองหลวงมังกร ตอนนี้ผู้ใช้พลังเลเวล SS

ของทั้งมิติกำลังรวมตัวกัน ดังนั้นสามารถให้พวกเขาช่วยตัดสินใจได้

“ระดับสูงทุกท่าน

คิดเห็นอย่างไรกับการตัดสินใจของท่านผู้ใหญ่ไป๋? มีผู้ใดคัดค้านหรือไม่?”

หลงถิงส่งพลังสมาธิออกไป ผู้ใช้พลังเลเวล SS ที่ยืนอยู่รอบๆ ขณะนี้เมื่อถูกถาม

ก็เริ่มทบทวนทรัพยากรที่พวกเขาครอบครองอย่างรวดเร็ว

“คิดปิดรอยแยกมิติทั้งหมด? รู้อะไรไหม พวกเราคือมิติระดับล่าง

ฉะนั้นต่อให้รอยแยกมิติจะเป็นอันตราย แต่มันก็เป็นทรัพยากรเช่นกัน!”

ผู้ใช้พลังเลเวล SS คนหนึ่งกล่าวอย่างเร่งรีบ

เขามีรอยแยกมิติหลายแห่งอยู่ในครอบครอง

สามารถเพลิดเพลินไปกับทรัพยากรที่ตนมีได้อีกนานแสนนาน

แต่ขณะเดียวกันเขาไม่มีความสามารถมากพอที่จะสร้างช่องว่างมิติได้

นั่นหมายความว่าความคิดของไป๋หลี มันล่วงล้ำผลประโยชน์ของเขา

แต่เจ้าตัวก็ยังโต้แย้งอย่างระมัดระวัง ไม่กล้าทำให้ไป๋หลีขุ่นเคืองใจ

และหลังจากพูดจบ เขาก็ยังรู้สึกเสียใจอยู่บ้าง

“ฉันเห็นด้วยกับการปิดกั้นรอยแยกมิติ

เพราะสำหรับมิติบลูสตาร์แห่งนี้แล้ว ผลดีมันมากกว่าผลเสีย

บางทีนี่อาจเป็นหายนะอย่างแท้จริง หากไม่สามารถผ่านพ้นมันไปได้ ทุกคนจะตายกันหมด!”

ชายคนหนึ่งกล่าวด้วยรอยยิ้ม แสดงความคิดเชิงสนับสนุนเต็มที่

เผยให้เห็นกระทั่งท่าทีประจบสอพลอเล็กน้อย ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว

สำหรับผู้ใช้พลังเลเวล SS พวกเขามีมิติในครอบครองอีกนับไม่ถ้วน

ทรัพยากรก็นับไม่ถ้วน แต่ภัยพิบัติของบลูสตาร์คือสิ่งใด?

หากสามารถได้รับการกล่าวขานว่าขับไล่สัตว์ร้ายออกจากโลกใบนี้ไปได้

พวกเขาจะกลายเป็นตำนาน ถูกบอกเล่าสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน

“แต่ยังมีรอยแยกมิติอีกหลายแห่ง

ที่มักจะเปิดขึ้นในเวลาที่กำหนด พวกเราจะยอมละทิ้งมันทั้งหมดเลยหรือ?

พวกเราอาจสูญเสียไม่เท่าไหร่ แต่ผู้ใช้พลังระดับต่ำ

ทุกคนต่างต้องการใช้ทรัพยากรเหล่านั้นในการเติบโต!” อีกคนหนึ่งเอ่ยอย่างระมัดระวัง

“เอาไว้หลังจากนี้พวกเราค่อยเลียนแบบสำนักงานใหญ่ของพันธมิตรมนุษย์ก็ได้

ทำการสร้างประตูมิติ ตราบใดที่มีประตูมิติเพียงพอ

ไอ้หน้าไหนจะมาหยุดพัฒนาการของมิติพวกเราได้?”

“งั้นฉันขอเสนอ … ”

ผู้คนจากกลุ่มพันธมิตรมนุษย์เร่งปรึกษา

มีกระทั่งบางคนเริ่มเปิดประเด็นว่าประตูมิติจะถูกสร้างขึ้นที่ไหนดี

เห็นได้ชัดว่านี่คือเรื่องสำคัญ เป็นทรัพยากรที่จะถูกใช้ในอนาคต

แต่เกรงว่าประตูมิติเหล่านั้น คงต้องให้ไป๋หลีเป็นคนเปิดให้

เพราะคนอื่นๆไม่มีอำนาจมากถึงขนาดนั้น

เพียงแต่ว่า ช่วงเวลานี้

มิติบนท้องฟ้ากำลังถูกกัดเซาะอย่างต่อเนื่อง แต่คนพวกนี้ยังเอาแต่คุยกัน

ลืมสนใจมันอย่างสิ้นเชิง