ตอนที่ 124

2/4

Ep.124 -

พรมโลกันต์

ณ กลางดึกที่ไร้ซึ่งวี่แววของผู้คน

กองทัพแมลงรอบๆห้างค่อยๆเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ

แม้ภายในห้างจะถูกโรยไว้ด้วยผงขับไล่สัตว์ร้าย

แต่เนื่องจากกลิ่นอายของมนุษย์มีมากเกินไป บ่งบอกถึงกองภูเขาอาหารขนาดใหญ่

และพวกแมลงก็ต้องการอาหารจำนวนมากไปเติมเต็มกระเพาะ

ไม่ก็เพื่อนำเตรียมไว้เป็นวัตถุดิบเพื่อลูกหลานของตัวเอง

อันที่จริงจะเพราะเหตุผลอะไรก็ช่างมันเถอะ

แต่ถ้ายังปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป เกรงว่าไม่ทันถึงรุ่งเช้า

พวกแมลงคงพังแนวป้องกันเข้ามา สังหารพวกเขาจนตายกันหมด

หลิวซูและคนอื่นๆคอยสังเกตสถานการณ์ภายนอกอย่างระมัดระวัง

ทั้งหมดมองออกไปทางหน้าต่างบานเล็ก

“เอายังไงดี

พวกเราชิงโจมตีก่อนที่มันจะบุกเข้ามาดีไหม?” เหอหลิงค่อนข้างประหม่าเล็กน้อย

แต่ฝูงชนโดยรอบไม่มีใครตอบเขา

เพราะทั้งหมดก็ไม่รู้เหมือนกันว่าควรทำอย่างไร

กระทั่งหลิวซูก็ยังไม่กล้าออกความคิดเห็นในตอนนี้

เพราะหากผิดพลั้งเพียงครั้ง ราคาที่ต้องจ่ายอาจเป็นชีวิต

“ทำไมลูกพี่ถึงยังไม่กลับมาซักที … ”

วังเฉินก้มลงมองอุปกรณ์สื่อสารในมือของเขา

เฝ้ามองเวลาอย่างใจจดใจจ่อ

แน่นอน

ว่าวังเฉินมีเบอร์ติดต่อกับฉินเฟิง

แต่ปัจจุบันมันยังไม่ถึงช่วงเวลาวิกฤตที่สุดจริงๆ ถ้าผลีผลามบอกฉินเฟิงไป

แล้วสุดท้ายทุกอย่างพัง นั่นอาจแสดงให้เห็นว่าวังเฉินไม่ได้เรื่อง

ไม่เหมาะที่จะทำงานให้แก่เขา

ดังนั้นวังเฉินเลยอดทน

ทำได้เพียงแค่เฝ้ารอให้เวลาผ่านไป

และอธิษฐานว่าฉินเฟิงจะกลับมาให้เร็วขึ้นสักเล็กน้อย

ตอนนี้ไม่ใช่แค่เขา

แต่คนอื่นๆดูเหมือนว่าจะมีความคิดเช่นเดียวกัน

“เมื่อไหร่มิสเตอร์ฉินจะกลับมานะ?”

ภายในเวลาวันเดียว

ฉินเฟิงได้กลายเป็นเสาหลักของคนเหล่านี้ไปเรียบร้อยแล้ว

หากไม่มีฉินเฟิง

ทั้งหมดคงไม่ได้มาอยู่พร้อมหน้ากันที่นี่ และไม่มีความมั่นใจว่าจะสามารถหลบหนีออกไปได้สำเร็จ

“นายพลสัตว์ร้าย!

มีนายพลสัตว์ร้ายเข้ามาเพิ่มอีกแล้ว!”

เสียงหม่นทะมึนของวังเฉินดังขึ้น

ในน้ำเสียงบ่งบอกชัดถึงความหวาดกลัว

ท่ามกลางความมืดมิด

ตั๊กแตนใบมีดระดับนายพลปรากฏตัวขึ้น

ซึ่งก่อนหน้านี้

มันเคยโผล่มาแล้วครั้งหนึ่งในโถงโรงแรม --ตั๊กแตนนายพลว่องไวเป็นอย่างมาก

พริบตาเดียวก็ใช้เคียวคมกริบของมันเก็บเกี่ยวสหายของเขาไป 3 ชีวิต

สรุปง่ายๆว่านี่คือการดำรงอยู่ที่พวกเขาไม่สามารถรับมือได้

นายพลสัตว์ร้ายมีความต้านทานที่พวกแมลงระดับต่ำไม่มี

มันไม่หวาดกลัวต่อผงขับไล่สัตว์ร้าย หากมันคิดว่าตนเองพร้อม

ก็สามารถบุกเข้ามาอาละวาดในห้าง และทำการล่าสังหารได้ในทันที!

ซึ่งรอบๆห้างในปัจจุบัน

มีนายพลสัตว์ร้ายกระจายอยู่กว่า 5 ตัวแล้ว มันจะบุกเข้ามาเมื่อไหร่

ก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น

ทั้งหมดไม่อาจจินตนาการได้เลย

ว่าถ้าที่นี่ถูกบุก มันจะมีสภาพเป็นอย่างไร!

แต่ในตอนนั้นเอง

บนท้องถนนพลันเกิดเปลวไฟพวยพุ่งอย่างกระทันหัน

แสงสว่างสีแดงเข้มสาดส่องขึ้นท่ามกลางค่ำคืนอันมืดมิด

แม้เปลวเพลิงนี้จะไม่ทะยานสูงขึ้นสู่ฟากฟ้าแบบในวันก่อน แต่มันก็โถมทับไปทั่วถนน

กลืนกินกองทัพแมลงในพริบตาเดียว

เปลวเพลิงลุกไหม้ขึ้นรอบตัวตึก

ทว่ากลับไร้ซึ่งร่องรอยของหมอกควัน

และมันไม่ได้แผ่อุณหภมูิร้อนระอุแก่พื้นที่โดยรอบ

ทุกอย่างเกิดขึ้นแค่ในกองเพลิงเท่านั้น

สภาพการณ์ส่วนใหญ่กลับคืนสู่ความสงบ

หลงเหลือเพียงเสียงกรีดร้องน่าสังเวชของแมลงสัตว์ร้ายที่ยังคงอยู่

ฉินเฟิงปรากฏกายขึ้นท่ามกลา่งเปลวเพลิง

--พวกมันถูกปลดปล่อยออกมาโดยเขา ดังนั้นเป็นธรรมดาที่จะไม่ทำร้ายเจ้าของ

อย่างไรก็ตาม

พรมโลกันต์ไม่ใช่พลังสุดยอดที่สามารถครอบได้ทั้งจักรวาล

อย่างน้อยพวกทหารสัตว์ร้ายและนายพลสัตว์ร้ายที่แข็งแกร่ง

ก็ยังไม่ถึงกับตกตายภายใต้เพลิงโลกันต์นี้!

“จี๊ จี๊ --”

พรมโลกันต์กระจายออกเป็นวงกว้างจนลดทอนอานุภาพลง

เลยมีผลแค่ทำให้แมลงพวกนี้ระคายผิวจนรู้สึกรำคาญเท่านั้น!

“มากันได้จังหวะจริงๆ ดีเลย

ฉันจะได้ไม่ต้องไปหาพวกแกด้วยตัวเอง!”

ฉินเฟิงเฝ้ามองตั๊กแตนใบมีดที่กระพือปีกบินเข้ามาหาเขา

ปีกของมันบางเบาราวกับปีกจั๊กจั่น

ทว่ากลับช่วยขับดันให้มันทะยานมาข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว

เคียวบนแขนของมันกวัดแกว่งอย่างชำนิชำนาญ

“จงมอบชีวิตให้ฉัน!”

แต่ไม่ว่าจะชำนาญขนาดไหน

หากคิดต่อต้านฉินเฟิง ชะตากรรมเดียวก็คือความตาย

ใบมีดเพลิงพลันปะทุออก

ทั้งฉินเฟิงและตั๊กแตนนายพลโฉบผ่านกันละกัน

ฉินเฟิงทะยานไปกว่าสิบเมตรจึงหยุดฝีเท้าลง

สะบัดดับใบมีดเพลิงกลับคืน

ส่วนเคียวแหลมของตั๊กแตนใบมีดร่วงตกลงกับพื้นเสียงดังโครม

ก่อนที่ทั้งตัวทั้งร่างของมันจะลุกไหม้ไปด้วยเพลิงโลกันต์

ตั๊กแตนใบมีดระดับนายพลสัตว์ร้าย --

ตายลงแล้ว!

หากเพียงเฝ้ามองดูอยู่เฉยๆ

จะเห็นว่าฉินเฟิงสังหารตั๊กแตนนายพลลงในเวลาแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น

และเขายังไม่หยุดพัก สาวเท้าก้าวไปข้างหน้า

โดยไม่เหลียวหลังกลับมามองศพตั๊กแตน

ม้าศึกกลืนหายไปกับความมืดมิดอีกครั้ง

ฉินเฟิงเปลี่ยนตำแหน่ง ไปยังถนนรอบตึกอีกฝั่งหนึ่ง

เปลวเพลิงปะทุแผดเผาอีกครั้ง

รอบทิศทางถูกกวาดล้างจนสิ้น ฉินเฟิงสังหารนายพลสัตว์ร้ายลงอีก 4

ตัวได้อย่างง่ายดาย!

และผลประโยชน์ที่เก็บเกี่ยวมาได้จากพวกมันก็ทำให้ฉินเฟิงรู้สึกพึงพอใจยิ่ง

ก้าวขึ้นสู่เลเวล F6 !

การทุ่มเทต่อสู้มาตลอดทั้งวัน

--ไม่เสียเปล่าแล้ว!

แน่นอน

ว่าเมื่อฉินเฟิงแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ

ปริมาณพลังงานที่ต้องดูดกลืนจากการสังหารสัตว์ร้ายเองก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

ก่อนจะเกิดใหม่ ฉินเฟิงใช้ข้อได้เปรียบนี้ผสานกับการต่อสู้ได้เป็นอย่างดี

เนื่องจากเขามีพลังพิเศษดูดกลืน ส่งผลให้ไม่ว่าเขาจะบาดเจ็บสาหัสอีกสักกี่ครั้ง

มันก็สามารถรักษาได้โดยการสังหาร ดังนั้นเขาจึงไม่หวาดเกรงต่อความตาย

ด้วยเหตุนี้เอง

หลายคนจึงตั้งฉายาให้แก่เขา ว่า ‘ฉินจอมคลั่ง’

และฉายานี้ก็ติดตัวอยู่กับเขามาเป็นเวลานาน

ในปัจจุบัน

เขาเพียงนำสไตล์การต่อสู้ในชีวิตก่อนหน้าของตนกลับมาใช้

ผสานไปกับการที่ปัจจุบันตัวเองได้ครอบครองอบิลิตี้มืด

ฉินเฟิงจึงสามารถเหินเดินไปไหนก็ได้ในความมืดมิดอย่างอิสระ

และมีโอกาสน้อยมากๆที่จะได้รับบาดเจ็บ

หลังจากเก็บกวาดรอบทิศ

พวกกองทัพแมลงก็หวาดกลัวจนพากันล่าถอยไป

ฉินเฟิงกลับมาที่ซุปเปอร์มาเก็ตอีกครั้ง

หลังจากจบปัญหาทั้งหมด

เวลาในตอนนี้ก็ปาเข้าไปตี 2 แล้ว

“ลูกพี่ ในที่สุดคุณก็กลับมา!”

“มิสเตอร์ฉิน

คุณจัดการนายพลสัตว์ร้ายเหมือนพวกมันเป็นแค่เศษกระดาษเลย!”

“เศษกระด่งกระดาษอะไรกัน

เห็นได้ชัดว่าเป็นเพราะลูกพี่ฉินแข็งแกร่งจนพวกมันเทียบไม่ติดต่างหาก!”

ทั้งหมดต่างระเบิดเสียงสนทนาดังก้อง

เนื่องจากนายพลสัตว์ร้ายได้จากไปแล้ว ดังนั้นพวกเขาเลยผ่อนคลายลง กล้าพูดเสียงดัง

แต่แน่นอน

ว่าทั้งหมดนี้ส่วนใหญ่แล้วเกิดจากความตื่นเต้นมากกว่า!

ฉินเฟิงคนนี้

จะต้องเป็นอีกหนึ่งตำนานที่ถือกำเนิดขึ้นอย่างแน่นอน!

ฉะนั้น

การที่ได้ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเขา ในอีกหลายปีต่อจากนี้

ต่อให้เดินทางสู่เมืองหลวง มันก็สามารถนำไปใช้ยกขึ้นมาโอ้อวดตัวเองได้!

เวลานี้พวกเขารู้สึกเหมือนกำลังเล่นเกม

เกมที่มีเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่คอยนำทาง

และสามารถฝ่าทุกด่านอันโหดร้ายไปได้โดยสวัสดิภาพ

เลยเป็นธรรมดาที่พวกเขาจะตื่นเต้น

“เอาล่ะๆ ทุกคนกลับไปพักผ่อนกันเถอะ

พรุ่งนี้เราจะออกเดินทางแต่เช้า … ”

ฉินเฟิงขัดจังหวะความตื่นเต้นของคนเหล่านั้น

เพราะท้ายที่สุดแล้ว หลังจากที่ต่อสู้มาตลอดทั้งวัน

ร่างกายของฉินเฟิงก็มิใช่เหล็กไหล เขายังคงเป็นผู้ใช้พลังคนหนึ่งเหมือนกัน

ที่พักของฉินเฟิง

แน่นอนว่าถูกจัดให้อยู่ในสถานที่หรูหราที่สุด

ภายในห้างมีอยู่หลายร้านที่วางจำหน่ายชุดเครื่องนอน

ดังนั้นจึงมีเตียงไว้พร้อมบริการ ฉินเฟิงได้รับที่พักผ่อนเป็นเตียงเป็นแบรนด์ดัง

และเขาก็ไม่ปฏิเสธ

พาไป๋หลีไปนอนพักที่นั่น

“ผ้าผืนนี้นุ่มสบายไม่เลวเลย

ถ้ากลับไปฉันจะซื้อมัน! รู้ไหมที่รัก ผ้าปูเก่าที่บ้านน่ะมันน่าเกลียดมาก

ไม่น่านอนเอาซะเลย!”

ฉินเฟิงถึงกับพูดไม่ออก

อันที่จริงมันไม่ใช่เพราะเขาเลือกใช้ของไม่ดี แต่ในฐานะผู้ชาย

มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเลือกผ้าปูที่นอนลายลูกไม้สีชมพูแบบนี้!

“เข้าใจแล้วๆ ถ้าเธอต้องการจะซื้อมัน

ก็จัดไปเลยเต็มที่ เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาอยู่แล้ว!”

“ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้เงินเลย

ก็ในเมื่อเมืองนี้ล่มสลายลงแล้ว ฉันก็แค่ฉกเอาจากที่นี่ไปก็จบ

ไม่เห็นจำเป็นต้องถ่อไปถึงห้างในชุมชนเฉิงเป่ยเพื่อซื้อมันเลย”

ฉินเฟิงรับฟังเสี่ยวไป๋กล่าวบางสิ่งบางอย่างออกมาตามสามัญสำนึก

เขาค้นพบว่าไป๋หลีฉลาดขึ้นมาก มันสามารถคิดคาดการณ์ล่วงหน้า ในกรณีนี้คงสามารถช่วยผ่อนภาระให้ฉินเฟิงได้อีกหลายอย่าง

เช้าวันรุ่งขึ้น

เมื่อฉินเฟิงตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

เขากลับรู้สึกว่าไม่มีร่างกายอ่อนนุ่มนอนอยู่เคียงข้าง เขาอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว

และเริ่มฟุ้งซ่าน

โดยปกติแล้ว ไป๋หลีมักจะขี้เกียจ

หากเป็นไปได้เธอก็จะนอนอยู่บนเตียงตลอดเวลาไม่ใช่หรือ? แล้วทำไมตอนนี้ถึงหายไป?

ฉินเฟิงกวาดพลังสมาธิออกไป

จนในที่สุดก็พบตำแหน่งของไป๋หลี ไม่น่าเชื่อเลยว่าเธอไปอยู่ชั้นบนฝั่งตรงข้าม

‘เธอไปทำอะไรที่ชั้นบนหรอ?’

ฉินเฟิงส่งความคิดสื่อสารกับอีกฝ่าย

“ที่รัก คุณตื่นแล้ว!”

น้ำเสียงร่าเริงของไป๋หลีดังสวนกลับมา ไม่เพียงแค่นั้น

เธอยังเผยโฉมตัวเองผ่านวิดีโอของอุปกรณ์สื่อสารอีกด้วย

ภายในวิดีโอของฉินเฟิง

ปรากฏให้เห็นถึงคู่สนทนาที่กำลังสวมชุดชั้นในเซ็กซี่อย่างกระทันหัน

พรวดดดด!

ฉินเฟิงรู้สึกว่าดาเมจนี้รุนแรงเกินไปในยามเช้า

เลือดกำเดาของเขาแทบพุ่ง!