ตอนที่ 139

1/4

Ep.139 - ยกระดับ

3 เลเวลต่อเนื่อง

ฉินเฟิงสามารถรู้สึกได้อย่างชัดเจน

ว่าบางสิ่งบางอย่างกำลังเปลี่ยนแปลงไป

จิตใจของเขาแจ่มแจ้งขึ้น

การรับรู้คมชัดมากขึ้น มันพัฒนาการยิ่งกว่าแค่การยกระดับพลังสมาธิธรรมดาๆ

“ตรงส่วนนี้น่าจะเกิดจากพรสวรรค์

ที่เดิมทีพลังสมาธิของฉันมีพรสวรรค์อยู่ในระดับ S

และถ้าความเข้ากันได้กับรูนอยู่ในระดับเดียวกัน ในอนาคต

การทะยานขึ้นไปถึงเลเวล S ก็ไม่ใช่ความฝัน … ”

ฉินเฟิงรู้สึกอย่างนั้น

ว่าพรสวรรค์พลังสมาธิของเขา น่าจะใกล้แซงระดับ S ไปแล้ว

คาดว่า มันสมควรจะอยู่ไม่ไกลจากระดับ

SS

“มากินกันต่อ!”

ฉินเฟิงกล่าว

ไป๋หลีส่งผลไม้สมาธิลูกต่อไปให้เขา มันถูกคว้านและยกซดอย่างรวดเร็ว

ไม่นานเกินรอ

น้ำจากผลสมาธิก็ถูกกลืนลงไปจนหมด หลังจากที่กินต่อเนื่องไป 5 ลูก

ฉินเฟิงก็รู้สึกว่าท้องไส้ของเขาไม่อาจทานรับมันได้อีกต่อไป

“พลังพิเศษดูดกลืน!”

ฉินเฟิงกระตุ้นพลังพิเศษติดตัวของเขา

ให้มันดูดกลืนพลังงานที่อยู่ในท้อง อาจกล่าวได้ว่าพลังงานที่สามารถดูดซับของแต่ละคนน่ะจะแตกต่างกันออกไป

บางคนดูดซับได้ดี บางคนก็ไม่ดี จำต้องกินทีละน้อย และฉินเฟิงก็เป็นหนึ่งในนั้น

อย่างไรก็ตาม ด้วยพลังพิเศษดูดกลืน

ที่กล่าวมาข้างต้นเลยไม่จำเป็นต้องเก็บมาใส่ใจ

พลังงานก้อนใหญ่ถูกดูดกลืน กลั่นกรอง

แล้วกลับมาเติมเต็มร่างกายของฉินเฟิงอย่างรวดเร็ว

พลังสมาธิตัดผ่านไปอีกระดับ

ก้าวขึ้นสู่เลเวล F5!

การรับรู้ของฉินเฟิงกว้างขึ้นอีกครั้ง!

มันขยายรัศมีไปมากถึง 200 เมตร!

ส่วนพลังสมาธิครอบคลุมไปมากถึง 5

กิโลเมตร

“เอาผลไม้ลูกต่อไปมาได้เลย!”

ฉินเฟิงรู้สึกเหมือนกับว่า

พรสวรรค์ที่หลบซ่อนอยู่ของเขา กำลังจะวิวัฒนาการขึ้นในไม่ช้า

อานุภาพของผลไม้สมาธิ มหาศาลมากจริงๆ

หรืออาจจะกล่าวอีกแบบหนึ่ง ว่าอานุภาพของมัน

สามารถถูกดึงออกมาได้ถึงขีดสุดโดยพลังพิเศษดูดกลืนของฉินเฟิง!

เพียงอาศัยมัน ระดับของเขาก็เกิดความก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว

ไป๋หลีหยิบผลไม้อีกลูกออกมา

ฉินเฟิงทยอยยกซดทีละลูก ทีละลูก หากเป็นคนธรรมดา

น่ากลัวว่าคงไม่สามารถดูดซับผลประโยชน์จากมันได้ถึงขนาดนี้

ไม่นานเขาก็สวาปามน้ำในผลไม้สมาธิไปกว่า

15 ลูก!

พร้อมทะยานขึ้นสู่เลเวล F6!

การรับรู้กว้างขึ้นเป็น 300 เมตร

สามารถรู้สึกได้ถึงสภาพแวดล้อมรอบตัวราวกับพลิกฝ่ามือ พลังสมาธิปกคลุมกว่า 6

กิโลเมตร

ไม่เพียงเท่านั้น

แต่ความเข้มข้นของพลังสมาธิของฉินเฟิง ในที่สุดมันก็เกิดการระเบิดออก

สามารถทะลวงขอบเขตขึ้นสู่ระดับ SS ได้ในที่สุด!

ในความรู้สึกของฉินเฟิง

รอบตัวพลันแตกต่างออกไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

แต่มันแตกต่างออกไปยังไง

เขาเองก็ไม่อาจบอกบรรยายออกมาได้เหมือนกัน

วินาทีที่พลังสมาธิเกิดการระเบิดออก

จ้าวหยูที่อยู่ในห้วงนิทรา ถูกปลุกสะดุ้งตื่นขึ้นทันใด แต่เมื่อหันไปมองรอบๆ

และพบว่าไม่มีอันตรายใดๆ เธอก็ข่มตาหลับลงอีกครั้งด้วยความรู้สึกวิตกกังวล

และหวาดกลัวลึกๆในจิตใจ

เมื่อตื่นขึ้นมาในรุ่งเช้าวันใหม่

สภาพของจ้าวหยูดูไม่ค่อยจะดีนัก ปรากฏร่องรอยคล้ำใต้ดวงตาของเธอ

คล้ายเป็นกังวลเนื่องจากนอนหลับไม่สนิท

ตรงกันข้ามกับโจวฮ่าว

เขามีประสบการณ์จากปฏิบัติการปราบปรามกองทัพซากศพที่เทือกเขาพ่อแม่ลูกมาก่อน  ดังนั้นหากไม่นับตอนสะดุ้งตื่น

เขาหลับสนิทตลอดคืน ส่วนจางเทียนก็เหมือนจะหลับเต็มอิ่มเช่นกัน

“น่ากลัวว่าพวกเราอาจจะต้องเจอกับศึกใหญ่ในวันนี้”

ฉินเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก

“และบางทีพวกเราอาจได้เผชิญหน้ากับนักเรียนจากสถาบันอื่นๆ

หรือแม้กระทั่งคนจากโรงเรียนเฉิงหยาง … คราวนี้ล่ะ จะได้เตะตูดพวกมันซักที!”

โจวฮ่าวหันไปมองรอบๆ

“นั่นสินะ

ไม่แน่ว่าพวกเราอาจต้องปะทะกันอีก” จ้าวหยูพยักหน้าเห็นด้วย

จางเทียนก็พูดเช่นกัน

นับว่าเป็นเรื่องยากที่เขาจะเอ่ยปาก “บางทีคนที่ไม่ค่อยแข็งแกร่ง

ในคืนแรกก็อาจตัดสินใจออกไปรออยู่รอบนอกแล้ว หลังจากนี้ถ้าพวกเรายิ่งเข้าไปข้างใน

ทั้งหมดที่เจอคงไม่ใช่พวกอ่อนแอ คิดว่าอย่างน้อยทีมหนึ่ง

ก็น่าจะสามารถต่อกรกับการดำรงอยู่อย่างสัตว์ร้ายในเลเวล G ได้”

แต่นั่นก็สมเหตุสมผล

เพราะหากกระทั่งสัตว์ร้ายเลเวล G ยังไม่อาจรับมือได้

ก็คงไม่มีทางเข้าสู่ใจกลางของสวนล่าใบไม้ผลิได้หรอก

“ยังไงก็ตาม พวกเราไปกันก่อนเถอะ

คราวนี้ฉันจะนำหน้า พวกเราติดต่อกันผ่านทางวิทยุสื่อสาร!”

เมื่อวานที่ฉินเฟิงนำหน้าและถูกซุ่มโจมตีอย่างกระทันหัน

นั่นเพราะเขาไม่ได้กวาดพลังสมาธิออกไป

เพราะการใช้พลังสมาธิก็สิ้นเปลืองพลังงานเช่นกัน

เขาเลยไม่ค่อยจะได้ใช้มัน แต่ปัจจุบัน พลังสมาธิของฉินเฟิงได้ก้าวมาถึงเลเวล F6

แล้ว ดังนั้น ต่อให้เขาไม่ใช้มัน แต่ก็สามารถ ‘ใช้การรับรู้’

ได้ถึงสภาพแวดล้อมรอบตัวในรัศมี 300 เมตร ภาพเหล่านั้นจะปรากฏขึ้นในจิตใจของเขา

นี่มันไม่แตกต่างไปจากเรดาร์ขนาดย่อมเลย

ด้วยเหตุนี้เอง

การสำรวจเส้นทางจึงเป็นไปอย่างสะดวกสบาย

อีกสามคนเข้าใจดีว่าต้องระวังระวัง

พวกเขาเว้นระยะห่างจากฉินเฟิงที่อยู่เบื้องหน้าไปกว่า 50 เมตร

และในทุกช่วงระยะ

ฉินเฟิงจะทิ้งเครื่องหมายเอาไว้ ทำให้ง่ายต่อการเดินทางของโจวฮ่าวและคนอื่นๆ

ไม่นานนักเขาก็เข้าสู่พื้นที่พิเศษของป่า

ปรากฏต้นกล้วยขึ้นประปรายอย่างกระทันหัน

และแน่นอน ว่าพวกมันไม่ใช่ผลไม้ธรรมดาๆ เพราะในพื้นที่แห่งนี้

ไม่ว่าผลไม้ใดที่เติบโตในป่าเขตพิเศษ มันจะเกิดการกลายพันธ์

กล่าวได้ว่าผลไม้ในที่นี้มีราคาแพงกว่าเนื้อสัตว์ร้ายซะอีก

“นั่นกล้วยเสริมกำลัง!”

กล้วยเสริมกำลัง

สามารถช่วยเพิ่มพูนพละกำลังของคนที่รับประทานมันเข้าไปได้

แม้ว่าจะไม่ได้ผลดีเท่ากับยาเสริมความแข็งแกร่ง แต่มันก็ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ

ด้วยเหตุนี้เอง

ตระกูลใหญ่ที่มั่งคั่งในเมืองเฉิงหยาง จึงมักนำกล้วยเหล่านี้ไปเป็นอาหารว่างให้กับเด็กๆ

เพื่อเสริมสร้างร่างกายของลูกหลาน

นี่เองคือเหตุผลที่คนในครอบครัวของผู้ใช้พลัง

ยิ่งนานวันก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น

แต่ในเวลานี้

ดูเหมือนว่าจะมีคนอื่นอยู่ที่นี่ก่อนแล้ว

และเช่นเคย

พวกเขาคือนักเรียนจากทางสถาบันซิต๋า

ทั้งหมดรวมกลุ่มกันมากกว่า 30 คน

และเหมือนจะมีผู้นำเป็นคนสองคนที่สวมป้ายชื่อขอบทอง บนป้ายชื่อมีตัวเลข 1

และ 2 เขียนเอาไว้

พวกเขาคือผู้ใช้อบิลิตี้ลำดับที่ 1 และ

2 ของสถาบันซิต๋า

“รีบเก็บรวบรวมพวกมันเร็วเข้า

ชักช้าเดี๋ยวก็มีคนเข้ามาที่นี่หรอก!”

“พวกนายออกไปรับหน้าก่อน

จัดการพวกลิงเถื่อนไม่ให้มาขัดขวางพวกเรา”

“เร็วเข้าอย่ามัวชักช้า!”

กล้วยเสริมกำลังเป็นอาหารโปรดของลิงเถื่อน

ดังนั้นย่อมเป็นธรรมดาที่มันจะกลายเป็นตัวอุปสรรคของพวกนักเรียน

แต่เนื่องจากพวกเขามีจำนวนมากเกินไป ดังนั้นผลลัพธ์เลยออกมาไม่แย่อย่างที่คิด

แค่ส่งออกไปไม่กี่คนก็สามารถตะเพิดลิงเถื่อนเตลิดหนีไปได้แล้ว

ระหว่างทาง

พวกเขาก็แอบเก็บกล้วยไปพลางๆ

หากมันใช้งานได้อย่างที่ลือๆกัน

การเก็บเกี่ยวในครั้งนี้พวกเขาคงรวยเละ

“พวกนายเดินมาสมทบกับฉันข้างหน้า

เบี่ยงทิศทางไปทางขวาราวๆ 30 องศา ฉันว่าฉันบังเอิญเจออะไรดีๆเข้าให้แล้ว

และนี่เป็นจังหวะเหมาะที่พวกเราจะไปชิงมันมา!”

ฉินเฟิงไม่ได้ให้ความสนใจใดๆเลยต่อกลุ่มนักเรียนซิต๋า

เวลานี้ เขาสนใจพวกลิงเถื่อนมากกว่า ในสมองขบคิดว่าทำไมไม่ใช้ประโยชน์จากลิงเถื่อนดึงดูดความสนใจจากพวกซิต๋า

ในกรณีนี้จะทำให้ทีมฉินเฟิงที่ได้รับผลประโยชน์มากกว่าเดิม

“เข้าใจแล้ว พวกเราจะรีบไป”

เสียงของโจวฮ่าวดังออกมาจากวิทยุ

ไม่เกินสองนาที ทั้งสี่ก็กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง

ป่าพิเศษแถบนี้กว้างใหญ่มาก ดังนั้นก่อนจะรุกล้ำเข้าไป

ฉินเฟิงและคนอื่นๆเลยต้องมารวมกลุ่มกันก่อน

“นั่นมันกล้วยเสริมกำลังนี่!”

ดวงตาของโจวฮ่าวเปล่งประกายสดใส “เป็นของดีจริงๆด้วย!”

ส่วนลิงเถื่อนเลเวล G ที่อยู่รอบๆ

โจวฮ่าวไม่เห็นพวกมันอยู่ในสายตา เขาเพียงทะยานออกไปและสังหารพวกมันทันที แน่นอน

ว่าพวกลิงเถื่อนส่วนใหญ่กำลังไปออกันอยู่ทางฝั่งสถาบันซิต๋า

ดังนั้นหลายคนเลยหยิบฉวยกล้วยมาได้แค่คนละนิดละหน่อย

และการกระทำของโจวฮ่าว ก็ไม่อาจรอดพ้นไปจากสายตาของมือปืนจากซิต๋าเช่นกัน

“สารเลว!

มีคนจากสถาบันเฉิงเป่ยบุกเข้ามา ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพวกมันจะใช้พวกเราเป็นเหยื่อล่อ!”

“กล้าเอาเปรียบพวกเรางั้นหรอ?

มันต้องตาย!”

“ใจเย็นก่อน

ในนั้นมีนักเรียนคลาสอบิลิตี้อันดับ 1 รวมอยู่ด้วย”

ท่ามกลางกลุ่มนักเรียนซิต๋า

หนึ่งในผู้ใช้อบิลิตี้ชะงักไปทันที จู่ๆเขาก็เลิกคิ้วด้วยความสนใจ

“อันดับ 1 คลาสอบิลิตี้ของเฉิงเป่ยอย่างงั้นหรอ

…. ”

“ใช่แล้วหลินเหมา

ฉันมั่นใจว่ามองไม่ผิด เป็นอันดับ 1 แน่นอน แถมยังเป็นผู้หญิงอีกด้วย!”

คนที่ชื่อหลินเหมา คือนักเรียนอันดับ 1

ของคลาสอบิลิตี้สถาบันซิต๋า พ่อแม่ของเขาทั้งคู่อยู่ในเลเวล F

นอกจากนี้ยังมีตำแหน่งที่สูงมากในเขตซิต๋า

ดังนั้นเขาเลยกลายเป็นคนที่เหนือกว่าผู้อื่นตั้งแต่ยังเด็ก

และกลายเป็นผู้ใช้อบิลิตี้ที่ไม่เคยพลาดพลั้ง

ในปัจจุบัน เป็นครั้งแรกที่เขาเข้าร่วมงานสวนล่าใบไม้ผลิ

กล่าวได้ว่าคนประเภทนี้

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งความหวังของสถาบันซิต๋า

เลยหยิ่งผยองเป็นนิสัย

ครอบครองทั้งอำนาจและเงินตรา

ดังนั้นจึงมีทีมตัดสินใจติดตามเขากว่า 5 ทีม รวมไปถึงผู้ใช้อบิลิตี้ลำดับ 2 อย่างเฉียนเต๋าเองก็เช่นกัน

อาจพูดได้เลยว่า

นี่คงเป็นการรวมกลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุดแล้วของสถาบันซิต๋า

“งั้นก็ปล่อยให้มันเข้ามา

พวกเราจะมอบบทเรียนให้มัน ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายถ้าจะคิดเล่นตุกติกกับพวกเรา!”

หลินเหมาหัวเราะหยัน

สะบัดมือและก้าวตรงไปยังทิศทางของพวกฉินเฟิง