ตอนที่ 304

3/4

Ep.304 - ผู้มาเยือนเป็นใคร?

กลางอากาศ

ฝูงค้างคาวพฤกษาหยินล้อมกรอบฉินเฟิง

แต่พวกมันกลับไม่อาจสร้างบาดแผลใดๆให้แก่เขาได้เลย

ดันกลายเป็นหินรองเท้าให้ฉินเฟิงเหียบแทน

เปลวไฟบนมีดกษัตริย์ครามกระพริบไหว กวาดเป็นแนวยาว

ตัดฝูงค้างคาวออกเป็นชิ้นๆ

ซากศพไม่สมประกอบของค้างคาวพฤกษาหยินร่วงตกลงจากฟากฟ้า

เปรี๊ยะ!

ฉินเฟิงทะยาเข้าหากิ่งต้นไม้ใหญ่

พริบตาเดียวก็สามารถกลับมามีที่หยั่งเท้า

ฮอลศึกเบื้องบนยังไม่จากไป เค่อเซี่ยงซัวเห็นทุกการกระทำและเคลื่อนไหวของฉินเฟิงผ่านจอมอนิเตอร์

“แข็งแกร่งมาก แกร่งเกินไปแล้ว

นี่เขายังเป็นมนุษย์อยู่รึเปล่า?”

เค่อเซี่ยงซัวปาดเหงื่อเย็นบนหน้าผาก เวลานี้

ในที่สุดเขาก็เข้าใจ ว่าฉินเฟิงแกร่งกว่าที่ตนคาดเอาไว้มากนัก

เป็นตัวตนที่สามารถก้าวขึ้นไปยืนหยัดอยู่ในระดับที่เขาไม่มีวันเหยียบถึง

“สมควรจะอยู่ในเลเวล D”

“ช่างแม่ง ฉันไม่สนใจเรื่องนี้แล้ว

แค่ส่งวิดีโอนี้ให้กับทางสำนักงานใหญ่ก็น่าจะพอแล้ว

รีบออกไปจากสถานที่บ้านี่ดีกว่า”

พอคิดได้ เค่อเซี่ยงซัวก็ขับฮอลออกจากสันเขาถังซานทันที

อีกด้านหนึ่ง ฉินเฟิงที่หยั่งเท้าอยู่บนกิ่งไม้ ร่างเขาวูบไหว

หายวับไปจากสถานที่เดิม

ซ่อนเงา!

กลิ่นอายของฉินเฟิงจางหายไป

ฝูงค้างคาวพฤกษาหยินเริ่มร้อนรน สะบัดโจมตีไปทุกทิศทาง

แต่ก็ไม่พบฉินเฟิง มิอาจระบายความโกรธเกรี้ยวลงได้

การต่อสู้บนท้องฟ้าดำเนินไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆบรรเทาบรรยากาศคุกรุ่นลง

ขณะนั้นเอง หลายคนที่ซ่อนอยู่ในป่าไม้

ทั้งหมดต่างพากันขมวดคิ้ว

“มีใครมาเพิ่มอีกแล้ว?”

“เหมือนว่าจะมีกัน 2 คน มาถึงก็อาละวาดเลย”

“พวกเขาแข็งแกร่งหรือเปล่า?”

“ทำไมหน้าตาของสองคนนี้ ถึงดูคุ้นๆจัง”

บางคนก็ไม่รู้จัก

บางคนก็จดจำจำจดฉินเฟิงและไป๋หลีเอาไว้ในความทรงจำ

“ฉินเฟิง?” เล่ยเฉินคิดว่าตนเองตาฝาดไป

ภารกิจปราบปรามกองทัพสัตว์ร้ายผ่านมานานกว่า 10 วันแล้ว

ยิ่งได้รับข่าวจากเมืองไห่ถึงตัวเลขที่สูญเสียไป ความโกรธของเล่ยเฉินก็ลุกโชนเกินกว่าจะจินตนาการ

แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้

แม้เล่ยเฉินจะมีกลุ่มเล่ยถังอยู่เบื้องหลัง

แต่เขาก็ไม่สามารถนำเงินจากกลุ่มไปช่วยสนับสนุนเมืองไห่ตามต้องการได้

เดิมคิดว่าการได้เมืองมาครอบครองจะสามารถทำกำไรมหาศาล

จู่ๆกลับกลายเป็นขาดทุนเสียอย่างนั้น

และทั้งหมดนี้ แน่นอนว่าเป็นเพราะฝีมือของฉินเฟิง

อีกฝ่ายถึงขั้นทำลายเกาะพิทักษ์!

หลังจากได้รับรายงานจากหวังจื่อเฉา

เล่ยเฉินแทบอดใจรอไม่ไหวที่จะกลับไปฉีกฉินเฟิงเป็นชิ้นๆ

แต่ไม่คาดคิดเลย

ว่าอีกฝ่ายจะกล้ามาเหยียบสันเขาถังซานด้วยตนเอง

“ฮี่ฮี่ ในทุ่งล่าน่ะมันอันตรายนะ ฉินเฟิง

ถ้าแกเผลอตายข้างนอกขึ้นมา อย่าโทษฉันก็แล้วกัน!” เจตนาฆ่ากระพริบผ่านแววตาของเล่ยเฉิน

ในเวลานั้นเอง ฉินเฟิงซ่อนตัวอยู่ในโพรงของต้นไม้ใหญ่

ปลดปล่อยพลังสมาธิกวาดออกไปอย่างเงียบๆ

“หือ?” ฉินเฟิงชะงักไป

เนื่องจากสัมผัสได้ถึงอีกสองพลังสมาธิที่ส่งผ่านมา แน่นอนว่ามันแค่ส่งมาแล้วกลับไป

“ที่นี่มีผู้ใช้อบิลิตี้เลเวล D กับมีมือปืนเลเวล D

อยู่ด้วยแฮะ” ฉินเฟิงคิด

“ส่วนผู้ใช้พลังทั้งหมดมีอยู่ 11 คน”

และเมื่อนับฉินเฟิงกับไป๋หลีเข้าไปด้วย ในสันเขาถังซาน

จะมีทั้งสิ้น 13 คน

เลเวล D ทั้งหมดในที่นี้ ล้วนเป็นบุคคลสำคัญของเมืองใหญ่

ฉินเฟิงพอจะรู้ถึงสถานะของบางคนแล้ว ตอนที่พลังสมาธิสแกนออกไป

มีบางคนที่สอดคล้องกับความทรงจำในอดีตเขา อันได้แก่

ไป่หยิงเทียนจากเมืองเฉิงหยาง

เล่ยเฉินจากเมืองไห่

ฟูฉีจากเมืองฟูเฉิง

นอกจากนี้ยังมีผู้นำเมืองนุ่ยเหมิง --เหมิงหลิน ,

เย่ฉุนจากเมืองฉิง , ไซปิงจากเมืองปาไห่ และหานหยวนเซิงจากเมืองฉีหาน

ทั้งหมดล้วนเข้าร่วมภารกิจนี้

ในบรรดาพวกเขา เป็นฟูฉีที่ครอบครองอบิลิตี้ไม้

และมีนายพลหานหยวนเซิงเป็นมือปืน

ส่วนที่เหลือ เป็นผู้ใช้วรยุทธโบราณ

---ผู้ใช้วรยุทธโบราณล้วนมีความแข็งแกร่งในตัวเอง ,

ผู้ใช้อบิลิตี้นานๆครั้งจะปรากฏขึ้น ,

มือปืนเหมาะสำหรับการต่อสู้ในพื้นที่ขนาดใหญ่ อิงตามสถานการณ์ข้างต้นนี้

การที่ผู้เข้าร่วมภารกิจสันเขาถังซานส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้วรยุทธโบราณ

เลยไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

ส่วนที่เหลืออยู่อีก 4 คน

ฉินเฟิงคิดว่าพวกเขาน่าจะเป็นคนจากตระกูลชั้นสูง นอกจากนี้

หนึ่งในนั้นยังมีกลิ่นอายของปราณกำลังภายในเหมือนกับคนจากตระกูลซง

“น่าเสียดาย

ที่ฉันไม่สามารถลงมือจัดการกับตระกูลซงในครั้งนี้ได้ ...

แต่ถ้าอีกฝ่ายบังเอิญถูกสัตว์ร้ายสังหาร หรือตายลงด้วยน้ำมือของคนจากตระกูลอื่น

แค่นี้ทางตระกูลซงก็สาวเรื่องมาถึงฉันไม่ได้แล้ว!” ฉินเฟิงแสยะยิ้มเย็นชา

สิบกว่าคนในที่นี้ ต่างฝ่ายต่างแยกตัวกันหลบซ่อนอย่างสงบ

ขณะเดียวกันก็ไม่มีความคิดเรื่องจับมือรวมกลุ่ม

ทั้งหมดเพียงเฝ้ารอช่วงเวลาที่เหมาะสมถึงจะลงมือ

แต่ฉินเฟิงไม่อาจรอได้!

หรือจะบอกว่าเขาไม่ต้องการจะรอก็ได้

ตั้งแต่ที่ฉินเฟิงปรากฏกายขึ้นในสันเขาแห่งนี้ คลื่นลมที่เคยสงบ

ย่อมไม่มีทางเหมือนเดิมอีกต่อไป!

‘’จักรพรรดิสัตว์ร้ายน่าจะตายลงภายในเดือนนี้ คิดว่าไม่น่าเกิน

1 สัปดาห์ แต่มนุษย์ในที่นี้จะไม่มีใครได้รับแก่นพลังงานของจักพรรดิสัตว์ร้ายไป

กระทั่งบางคนยังถึงขั้นตกตาย!’

คำกล่าวข้างต้นนี้ อธิบายได้ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตระดับราชันย์ตนอื่นที่คว้าชัยชนะไปครอบครอง

ราชันย์สัตว์ร้ายทรงพลังเพียงใดน่ะหรือ?

มันมิใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะสามารถต้านทานได้ พวกเลเวล D

ในที่นี้อาจคิดว่าตนเองเป็นยอดขุนพล แต่ย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของราชันย์สัตว์ร้าย

พวกเขาคิดจะเป็นฝ่ายเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ในตอนท้าย

แต่น่าเสียดายที่สู้พวกมันไม่ได้ ผลลัพธ์เลยกลายเป็นล้มเหลว!

นี่คือความทรงจำในชีวิตก่อนของฉินเฟิง

พลังสมาธิถูกกวาดออกไปอีกครั้ง

อันที่จริงไม่จำเป็นต้องใช้ความพยายามมากมายอะไรเลย ฉินเฟิงก็สามารถค้นพบมัน

ค้นพบการดำรงอยู่ระดับราชันย์ของสัตว์ร้ายถึง 3 ตัว

ทางทิศตะวันออก เป็นงูเหลือมสีทองขนาดมหึมา นอนขดตามแนวเขาใหญ่

เกล็ดสีทองบนร่างมัน ยามสะท้อนกับแสงแดดชวนให้คนมองรู้สึกแสบตา

---ราชันย์งูเหลือมเกล็ดทองคำ!

มันคือราชันย์สัตว์ร้ายในเลเวล D3 มีความยาวกว่า 50 เมตร

เส้นผ่านศูนย์กลางลำตัวกว่า 2 เมตร น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง

การดำรงอยู่ดังกล่าว

มิใช่สิ่งที่มนุษย์เพียงลำพังจะสามารถต่อกรได้

ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ข้ามผ่านธารน้ำตกไป

จะพบกับแอ่งน้ำใหญ่ที่ก่อตัวขึ้น แต่เรื่องที่แปลกก็คือ

แอ่งน้ำกลับจับตัวเป็นน้ำแข็ง โดยริมแอ่งน้ำ

ปรากฏเสือขาวดวงตาสีฟ้ากำลังนอนหมอบอยู่

---ราชันย์พยัคฆ์เนตรเยือกแข็ง!

ราชันย์เสือตัวนี้มีสายพันธุ์ที่ต่างออกไป หัวจรดเท้าเป็นสีขาว

และสามารถใช้อบิลิตี้น้ำแข็งได้

พยัคฆ์เนตรเยือกแข็งเป็นอะไรที่พบเจอได้ยากมากๆ

แม้จะมีขนาดตัวยาวเพียง 5 เมตร แต่ก็ครอบครองความแข็งแกร่งมหาศาล

ทั้งยังปลดปล่อยแรงกดอากาศระดับราชันย์ออกมา

เป็นศัตรูที่ทรงพลัง!

พลังสมาธิของฉินเฟิงกวาดออกไปอีกครั้ง คราวนี้พบว่าเป็นทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

ท่ามกลางป่าใหญ่ อีกสายพันธุ์หนึ่งปรากฏขึ้น

---กอริลลามงกุฏสีชาด!

กอริลล่ายักษ์ หน้าตาบูดบึ้ง ตรงส่วนศีรษะเป็นสีแดง

จับตัวรวมกันเป็นกลุ่ม กำลังเดินข้ามผ่านผืนป่า แทบจะดูราวกับทรราชแห่งป่าใหญ่

อาณาเขตดังกล่าวคือสถานที่ๆมนุษย์ไม่กล้าย่างกรายเข้าไป

เพราะท้ายที่สุดแล้ว กอริลลามงกุฏสีชาดตัวนี้

ก็ครอบครองอบิลิตี้ธาตุไม้เช่นกัน

ในบรรดาฝูงกอริลลาจำนวนมาก มีตัวหนึ่งที่สูงกว่า 7 - 8 เมตร

เทียบเท่ากับอาคาร 3 ชั้น มันยืนอยู่บนต้นไม้ใหญ่

แนวสายตาของทั้งฝูงเพ่งมองไปยังทิศทางเดียว นั่นคือ ณ จุดสูงสุดของสันเขาถังซาน

เป็นตำแหน่งที่พักของจักรพรรดิสัตว์ร้ายผู้ชราภาพ

เจ้ากอริลลามงกุฏสีชาดตัวนี้

ภูมิปัญญาระดับราชันย์ของมันไม่ต่ำต้อยเลย

“จะตัวไหนก็แข็งแกร่งทั้งนั้น”

ฉินเฟิงมุ่นคิ้วเล็กน้อย ในสมองเร่งขบคิดอย่างรวดเร็ว

ไม่นาน จากในบรรดาราชันย์สัตว์ร้ายทั้งสาม

เขาก็เลือกเป้าหมายแรกเป็นราชันย์งูเหลือมเกล็ดทองคำ

เพราะนี่คือช่วงเดือนกุมพาพันธ์ ดวงอาทิตย์ยังไม่สาดแสงมากมายเท่าไหร่นัก

อุณหภูมิก็เพิ่งกำลังเริ่มอุ่นขึ้น ง่ายๆว่าเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูหนาว

ราชันย์งูเหลือมเกล็ดทองคำเพิ่งตื่นจากจำศีล มันนอนอยู่บนยอดเขาอย่างเฉื่อยชา  เกล็ดตามตัวสาดแสงชวนให้ผู้คนรู้สึกเวียนศีรษะ

ทั้งคนทั้งร่างของฉินเฟิงปกคลุมไปด้วยรูนมืด

มุ่งหน้าไปยังทิศทางราชันย์งูเหลือม ก้าวเข้าไปยังถ้ำของอีกฝ่าย

ลำตัวของราชันย์งูเหลือมเกล็ดทองคำมีขนาดใหญ่มาก

ดังนั้นถ้ำของมันอย่างน้อยต้องมีขนาดมากกว่า 3 เมตร

เห็นได้ชัดว่าเป็นถ้ำที่ก่อตัวขึ้นเองตามธรรมชาติ

ฉินเฟิงก้าวเข้าไปข้างใน ไม่ถึง 50 เมตร

ดวงตาของเขาก็พลันทอประกายสว่างวาบ

ท่ามกลางความมืดมิด

ฉินเฟิงสามารถมองเห็นทุกสิ่งรอบกายได้อย่างชัดเจน