ตอนที่ 776

Ep.776 - กลับสู่ความรุ่งโรจน์

“ขอบคุณปรมาจารย์หลง ขอบคุณท่านผู้ใหญ่หลงเยว่ ผมขอตัวลา!”

ฉินเฟิงกล่าวคำอำลากับคนทั้งสอง

หลังจากมอบดาบอสูรฟ้าให้อีกฝ่ายแล้ว ไป๋หลีก็สลายมิติปิดล้อม

ช่วงเวลานี้ฉินเฟิงเลือกที่จะจากไปโดยตรง ไม่คิดปิดซ่อนใดๆ

เปิดใช้ช่องว่างมิติต่อหน้าสองตระกูลหลง แล้วจากไปทันที

ฉินเฟิงไม่มีแผนที่จะรั้งอยู่ในเมืองหลวงมังกรอีกต่อไป

เพราะท้ายที่สุดแล้ว เกรงว่าข่าวเรื่องที่ฉินเฟิงแลกเปลี่ยนรายการเลเวล

S คงเริ่มแพร่กระจายไปทั่ว!

ฉินเฟิงและไป๋หลีเดินทางกลับมายังเมืองเฟิงหลี

ขณะเดียวกัน ในเมืองหลวงแห่งความมืด

ข่าวเรื่องฉินเฟิงถูกส่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

“ท่านเจ้าเมือง มีรายงานเข้ามาว่าฉินเฟิงอยู่ในเมืองหลวงมังกร

และได้ขายดาบอสูรฟ้าไปแล้ว ไม่ทราบข่าวนี้ถูกต้องหรือไม่ เพราะอย่างไรเสีย

ดาบอสูรฟ้าเป็นอาวุธเทวะที่สามารถจดจำเจ้าของได้!” ฟีนิกซ์เพลิงแม้ปากกล่าวเช่นนี้

แต่น้ำเสียงทอแววกังวลจนสังเกตได้ชัด

เหอเทียนสิงเงียบ

ถ้าจะให้พูดอย่างเปิดอก ก่อนหน้านี้เหอเทียนสิงยังพอรู้สึกได้ถึงการเชื่อมต่ออันคลุมเครือระหว่างดาบอสูรฟ้า

แต่ไม่สามารถเรียกดาบกลับคืนมาได้ คล้ายมันไปอยู่ในมิติที่ห่างไกลมากๆ

แต่เมื่อครู่นี้ เหอเทียนสิงได้สูญเสียการเชื่อมต่อกับดาบอสูรฟ้าไปอย่างสิ้นเชิง

ช่วงเวลานั้น วันคืนแห่งความสุขของเหอเทียนสิงคล้ายมลายหายไป ราวกับว่าเขาได้สูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตไปแล้ว

ฉะนั้นตอนนี้ แม้ข่าวจะถูกส่งมาถึง

แต่เหอเทียนสิงได้เตรียมใจเอาไว้แล้ว

“ได้ยินแล้ว เธอลงไปก่อนเถอะ” เหอเทียนสิงกล่าว

ฟีนิกซ์เพลิงเกิดข้อสงสัยอย่างเห็นได้ชัด

เธอมองไปยังใบหน้าอันสงบของเหอเทียนสิง

พบเห็นเพียงความลึกล้ำอันยากจะคาดเดาของท่านเจ้าเมือง เลยไม่กล้าถามอะไรมากความ

ค่อยๆถอยหลังกลับไป

หลังฟีนิกซ์เพลิงจากไป

ใบหน้าของเหอเทียนสิงก็กลายเป็นบิดเบี้ยว ปากอ้าก้องคำราม

“ฉินเฟิงงงงง!!!”

เขาจะจดจำชื่อนี้ไว้ในใจ

ทว่าระหว่างที่กำลังโกรธเกรี้ยวนั้นเอง

บริเวณหน้าท้องเริ่มรู้สึกเจ็บปวดอีกครั้ง

ใบหน้าที่บิดเบี้ยวของเหอเทียนสิงแข็งค้าง เลือดไหลซึมออกมาจากมุมปากเขา

เหอเทียนสิงฉีกผ้าก๊อซตรงหน้าท้องออก และพบว่าตรงบาดแผล

ปรากฏเลือดสีดำไหลซึมออกมา

หุ่นเชิดแห่งความตายเลเวล S มิใช่อะไรที่เรียบง่ายถึงเพียงนั้น

มิฉะนั้นคุนซาร์คงไม่สามารถสร้างความน่าหวาดกลัวให้แก่ผู้ใช้พลังเลเวล A

มาเป็นระยะเวลานานได้ แม้กระทั่งเลเวล S ยังต้องระวังตัวเขา!

คุนซาร์เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านควบคุมศพพิษ ความจริงถ้าเขาไม่ถูกเจ้าสิ่งนี้

เหอเทียนสิงคงไปตามฆ่าฉินเฟิงถึงเมืองเฟิงหลีแล้ว แต่เรื่องจริงช่างน่าเศร้า

เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั้งลึกๆในใจยังหวั่นเกรงตัวตนของไป๋หลีเล็กน้อย

ด้วยเหตุนี้เองเขาเลยยังไม่กล้าลงมือ!

“บ้าจริง! หรือฉันต้องไปอ้อนวอนขอรับการรักษาจากตาแก่เทพแห่งแสงคนนั้นจริงๆ?”

เหอเทียนสิงกล่าวพลางปิดปากแผลของเขา ยิ่งคิดความโกรธยิ่งลุกโชนในใจ

เมื่อก้าวไปถึงเลเวล S หากได้รับบาดเจ็บ

บาดแผลเหล่านั้นมิใช่สิ่งที่ผู้ใช้อบิลิตี้ธรรมดาจะรักษาได้

แต่ต้องไปให้ผู้ใช้พลังเลเวล S เช่นเดียวกันทำการรักษา

จากนั้นโอกาสที่จะถูกเอาเปรียบย่อมเกิดขึ้นเป็นธรรมดา

มันอาจเป็นแค่การกระทำเล็กๆน้อยๆ

อย่างเช่นลอบตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกของร่างกายผู้ให้มารักษา

สำหรับผู้ใช้พลังเลเวล S

พวกเขาล้วนมีมิติและทรัพยากรมากมายอยู่ในมือตัวเองอยู่แล้ว

มิติเหล่านี้จะถูกใช้ร่วมกันโดยบรรดาเลเวล S

แต่ในเรื่องที่ว่าใครจะได้รับอาณาเขตของตัวเองมากแค่ไหน

ทั้งหมดล้วนขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่ง

หากไปขอการรักษา แล้วต้องเปิดเผยข้อมูลของตัวเอง

จุดนี้ทำให้เหอเทียนสิงรู้สึกลังเลมาก!

เมื่อเทียบกับเหอเทียนสิง ฉินเฟิงในขณะนี้ มีความสุขสุดๆ!

ไม่เพียงกำจัดมันร้อนอย่างดาบอสูรฟ้าไปได้

แต่ฉินเฟิงยังได้รับทักษะมีดเลเวล S

ที่ตนต้องการ

ฉินเฟิงบังเกิดความรู้สึกว่า ทริปการเดินทางไปเกาะนรก

แม้มันจะไม่เหมือนกับที่เขาวางแผนไว้ก็ตาม กระนั้น ผลลัพธ์ที่ได้ถือว่าดี

หลังจากกลับมาเฟิงหลี ฉินเฟิงก็เริ่มติดต่อคนอื่นๆ

เพื่อบอกให้พวกเขารู้ว่าตนกลับมาแล้ว!

“ท่านประธาน

ฉันได้ยินมาว่าเมืองหลวงแห่งความมืดเกือบถูกทำลายโดยฝีมือสัตว์เทวะ

โชคดีจริงๆที่คุณไม่เป็นอะไร!”

“จะมีเรื่องเกิดขึ้นกับท่านประธานได้ยังไง! สำหรับท่าน

พวกเราไม่จำเป็นต้องกังวลเลย”

“ถูกต้อง เมื่อมีท่านผู้ใหญ่ไป๋หลีอยู่เคียงข้าง

ท่านประธานย่อมไร้ภยันตราย!”

“เป็นเวลานานกว่าหนึ่งเดือนแล้วที่ท่านผู้ใหญ่ไป๋ไม่ได้อยู่ในกลุ่ม

ระหว่างนั้นฉันหวาดกลัวจริงๆ ว่าพวกท่านผู้ใหญ่เลเวล B คนอื่นๆจะมาสร้างปัญหา!”

“แค่นั้นซะที่ไหนกัน รู้รึเปล่าช่วงนั้นฉันกลัวแทบตายว่าจะมีเลเวล

A บุกมาหาพวกเรา!”

ฝูงชนต่างสนทนา แต่ฟังจากคำพูดโดยรวมของพวกเขา

สามารถบ่งบอกได้ว่าฉินเฟิงมีความสำคัญต่อพวกเขามากขนาดไหน

เขามีความสำคัญแค่ไหนน่ะหรือ?

ฉินเฟิงน่ะคือกระดูกสันหลังของทั้งกลุ่ม!

แน่นอน กลุ่มไหนๆก็เป็นแบบนี้ เมื่อหัวหน้าล้ม เท่ากับว่าทั้งกลุ่มพังพินาศ

อย่างไรก็ตาม

กลุ่มที่สามารถพุ่งทะยานได้ถึงขนาดนี้ในระยะเวลาอันสั้น

เกรงว่าจะมีแค่เฟิงหลีเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เอง สมาชิกคนอื่นๆเลยอดกังวลไม่ได้

ฉินเฟิงเองก็สังเกตเห็นถึงปรากฏการณ์นี้เช่นกัน

--กลุ่มเฟิงหลี ยังใหม่เกินไป!

“หลังจากนี้ ผมจะอยู่ในเมืองลาวาเดือด ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น

พวกคุณสามารถติดต่อหาผมได้ทุกเวลา!”

ฉินเฟิงกล่าว

บรรดาฝูงชนตกใจในตอนแรก แต่ไม่ต้องสงสัยเลย

ว่าพอได้ยินประโยคนี้ ทุกคนมีความสุขมาก!

ฉินเฟิงอยู่ที่นี่ กับฉินเฟิงไม่อยู่ สถานการณ์ของสองข้อนี้จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

หลังจากนั้น ซูซิงฝูถูกฉินเฟิงเรียกตัวมาพบเพียงลำพัง

เพื่อโยกย้ายการเก็บเกี่ยวที่ได้จากเกาะนรก

“นี่ … ได้มาทั้งหมดนี่เชียวหรือ?”

ซูซิงฝูมองไปยังอุปกรณ์รูนมิติมากมาย สุ่มหยิบออกมาชิ้นหนึ่ง และพบว่าสิ่งของที่อยู่ข้างในมีมูลค่ามหาศาล

ไม่เพียงแค่นั้น ในบรรดาอุปกรณ์รูนเหล่านี้ กลับบรรจุเหรียญพลังงานไว้เป็นจำนวนมาก

เนื่องจากเงินเหล่านี้

คือสิ่งที่พวกเขาเตรียมไว้ใช้ประมูลกับคลับมังกรดำ!

ฉินเฟิงเอ่ยปากว่า “ไปหาซ่งเฉียนลี่

คุณสามารถแบ่งขายสมบัติส่วนหนึ่งกับเขาได้ แต่คราวนี้อย่าเพิ่งรีบร้อนขายมัน

ดังนั้นคุณสามารถต่อรองกับเขาได้ตามสบาย ยังไงก็ตาม

ผมอยากให้เขาจัดหาทรัพยากรเลเวล S ชิ้นหนึ่ง มันคือศิลาตรึงวิญญาณ!”

“ศิลาตรึงวิญญาณ ..?” ซูซิงฝูทวนชื่อสมบัติฟ้าดินชิ้นนี้

แล้วผงกศีรษะรับ กล่าวว่า “เข้าใจแล้ว ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง”

ส่วนเรื่องที่จะแบ่งผลประโยชน์กับซ่งเฉียนลี่เท่าไหร่นั้น

ซูซิงฝูได้คำนวณไว้ในใจเขาแล้ว ว่าต้องทำอย่างถึงสามารถได้รับผลประโยช์สูงสุด!

ฉินเฟิงพักฟื้นอีกราวๆสองวัน ระหว่างช่วงเวลานั้น

แซดไม่ได้ปรากฏตัวขึ้น แต่เวลาที่เหลือตามสัญญาลดน้อยลงมากแล้ว

ใกล้ถึงเวลาที่ฉินเฟิงจะต้องส่งมอบแก่นจักรพรรดิสัตว์ร้ายเลเวล B

ซึ่งเป็นหัวใจต้นไม้เพลิงให้ผู้มีพระคุณ(?) ของเขาเสียที

ดังนั้นในวันที่สาม

ฉินเฟิงเลยออกเดินทางไปยังเมืองลาวาเดือด

มาหยุดอยู่หน้าทางเข้าประตูมิติลาวาเดือด

วันนี้มีผู้คนแวะเวียนเข้ามามากขึ้น

มีกระทั่งบางคนสวมชุดคลุมและสวมหน้ากากปรากฏตัวขึ้น ไม่ต้องสงสัยเลย

ว่าคนเหล่านี้คือคนจากองค์กรมืด

อย่างไรก็ตาม พวกชาวเมืองต่างไม่สนใจ ทำเป็นปิดตาข้างหนึ่ง

เดินสวนผ่านไป

อีกอย่าง ที่นี่มีตัวตนทรงพลังคอยปกป้อง ไม่ว่าจะเป็นจินห่าว ,

ฟูเหวินจู และเหอเล่อหมิง ดังนั้นทุกคนวางใจ ไม่วิตกกังวลมากจนเกินไป

อีกอย่าง ก่อนหน้านี้ด้วยฝีมือการป้องกันของไป๋หลี

ทำให้คนที่คิดร้ายไม่กล้าประมาท แม้ไป๋หลีจะจากไปเป็นเวลานานกว่าหนึ่งเดือนแล้วก็ตาม

แต่คนเหล่านี้ก็ยังไม่กล้าทำอะไรผลีผลาม

เกรงว่าคงต้องรอให้มีข่าวเข้ามาว่าไป๋หลีเสียชีวิตข้างนอกเป็นที่เรียบร้อย

พวกเขาถึงค่อยบังเกิดความกล้าที่จะเข้ายึดประตูมิติแห่งนี้อีกครั้ง

ตอนนี้ เมื่อทั้งสองคนกลับมา ย่อมดึงดูดความสนใจของใครบางคน

“ดูนั่นเร็ว! นังแม่มดผมสีเงินนั่นกลับมาอีกแล้ว!”

“แต่ทำไมคราวนี้ฉันถึงรู้สึกว่ากลิ่นอายของเธอ

แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมากนัก?”

“ใช่ ดูเธอสิ ตอนนี้ฉันไม่กล้ามองหน้าเธอด้วยซ้ำ

ไม่กล้ามองแม้กระทั่งชายกระโปรง

อีกทั้งจิตใต้สำนึกของฉันคล้ายบอกใบ้ให้คุกเข่าแก่เธอ ความรู้สึกนี้

ช่างน่ารำคาญจริงๆ”

แม้จะไม่พอใจ แต่คนเหล่านี้ไม่สามารถทำอะไรได้

ทั้งยังหวาดเกรงไป๋หลีมากกว่าเดิม

นี่แหละคือแรงกดดันของสัตว์เทวะ!

ต่อมา ใบหน้าของฉินเฟิงก็ถูกเผยโฉม ฉากนี้คล้ายเตือนสติของพวกเขาถึงอะไรบางอย่าง

ภาพก่อนหน้านี้ที่ฉินเฟิงเคยโค่นศัตรูนับร้อยโดยลำพังได้กลับมาอีกครั้ง

“ประธานเฟิงหลีกลับมาแล้ว!”

“ไม่ผิดแน่ เป็นเขา!”

“พวกนายยังไม่รู้กันใช่ไหม ว่าประธานเฟิงหลีคนนี้

เมื่อไม่กี่วันก่อนได้สร้างเรื่องราวใหญ่โต!”