ตอนที่ 914

Ep.914 - เรื่องจริงคือมีเจตนาร้ายแอบแฝง!

บุคคลในวิดีโอ กวัดแกว่งมีดในมืออย่างคล่องแคล่ว

ตัดหนวดยักษ์ในฉับเดียว

แต่ทางฝั่งร้อยกรงเล็บ มันครอบครองหนวดจำนวนมหาศาล

เสียไปแค่หนึ่งไม่นับเป็นสิ่งใด อีกทั้งยังงอกใหม่ได้

หนวดทั้งหมดของมันร่ายระบำ

โถมโจมตีชนิดกลืนผืนฟ้าบดบังแสงตะวัน

ฟาดลงทุกหนแห่งไม่ปล่อยให้ชายคนนั้นมีช่องว่างหลบหนี

เมื่อเห็นฉากนี้ ทุกคนต่างคิดเห็นไปในทำนองเดียวกัน

ว่าชายคนนั้นคงตายอย่างไม่ต้องสงสัย

ฝ่ายมนุษย์ไม่ยอมน้อยหน้า

เห็นศัตรูโจมตีเต็มกำลังก็ระเบิดรังสีฟาดฟันสวนกลับไป เคลื่อนไหวไวว่อง

ทิ้งภาพติดตาเอาไว้มากมาย จนผู้คนนับไม่ทันแล้วว่าอีกฝ่ายกวัดแกว่งไปกี่คมมีด

รังสีคมมีดสว่างวาบ หนวดนับไม่ถ้วนถูกตัดขาด

ร่วงจ๋อมลงท้องทะเล

ร้อยกรงเล็บส่งเสียงกรีดร้องน่าสังเวช

ผิวน้ำทุกสารทิศรอบตัวมันก่อคลื่นสึนามิน่าหวาดกลัว แต่การโจมตีเช่นนี้

สำหรับคู่ต่อสู้ของมัน ไม่มีผลใดๆเลย โล่ปราณกำลังภายในของเขา

สึนามิไม่สามารถทะลุผ่านได้

ในอากาศ ชายคนนั้นก้าวออกไปข้างหน้า พริบตาเดียวย่นระยะ 100

เมตรเข้าประชิดตัวร้อยกรงเล็บ รังสีคมมีดสะท้อนวาบอีกครั้ง

ช่วงจังหวะเดียวกับที่เกิดรังสีคมมีด

วิญญาณร้ายนับไม่ถ้วนผุดพรายออกมา กรีดร้องคำรามพุ่งเข้าหาฝ่ายตรงข้าม พริบตาเดียว

ร่างสีขาวที่ระยิบระยับราวกับเพชรของมันถูกกัดแทะโดยเหล่าจิตวิญญาณคั่งแค้น

ปรากฏรอยฉีกกัดขึ้นนับไม่ถ้วน เนื้อหนังถูกกระชากออกเป็นชิ้นๆ

แล้ววิดีโอก็สิ้นสุดลง ณ จุดนี้ ในเวลาสั้นๆไม่ถึงสิบนาที

แต่เป็นที่ประจักษ์ว่าสามารถสร้างความตื่นตะลึง ข่มขวัญจนใจสั่นแก่คนทั้งโลก

“สิ่งมีชีวิตตนนั้นร้ายกาจมาก มันมีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับไหนกันแน่”

“จากภาพ นั่นเหมือนจะเป็นร้อยกรงเล็บ

ฉันเคยเห็นประกาศจับและวิดีโอของมันตอนอาศัยอยู่ในทะเลจีนตะวันออก

มันเป็นจักรพรรดิสัตว์ร้ายเลเวล A !”

“ไม่ใช่นะ ว่ากันว่าในการตรวจสอบทบทวนประจำนปีนี้

ร้อยกรงเล็บได้วิวัฒนาการเป็นสัตว์เทวะแล้ว!”

“เป็นไปไม่ได้! ถ้ามันคือสัตว์เทวะ

คนในวิดีโอจะสามารถฆ่ามันในไม่กี่คมมีดได้อย่างไร? ต่อให้เป็นเลเวล S

ก็ยังทำไม่ได้เลย!”

เกิดข้อถกเถียงในฝูงชน แต่วิดีโอไม่สามารถปลอมแปลงได้

“ใครกันที่อยู่ในวิดีโอนั่น ” หลายคนเริ่มตั้งคำถาม

ตราบใดที่รู้ว่าบุคคลในวิดีโอเป็นใคร

พวกเขาก็จะรู้ได้เองว่าความจริงคืออะไร

แม้จำนวนคนที่รู้ความจริงจะมีแค่ส่วนน้อย

แต่คนที่สามารถเป็นพยานในการต่อสู้ครั้งนี้ มีเป็นจำนวนมาก

ฉินเฟิงรั้งอยู่ในทะเลนรกเป็นเวลาครึ่งเดือนเพื่อตามหาร้อยกรงเล็บ

เขาทำกระทั่งตั้งรางวัลสำหรับใครก็ตามที่มีเบาะแสของร้อยทรงเล็บ

ระหว่างนั้นร้อยกรงเล็บได้เข้าจู่โจมเรือดำน้ำกลุ่มใหญ่พอดี

เมื่อทราบข่าว ฉินเฟิงเร่งไปยังที่เกิดเหตุ ทำให้มีพยานเป็นผู้ใช้พลังเลเวล B

หลายคน และเลเวล C อีกนับร้อย

คนเหล่านั้นเองก็ปล่อยวิดีโอที่ตนบันทึกไว้ออกมาเช่นกัน

และมันไม่ผิดแผก แตกต่างจากวิดีโอของฉินเฟิงแม้แต่น้อย

แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะบรรลุภารกิจที่หลงถิงมอบหมายจนสำเร็จเสร็จสิ้น

“คนในวิดีโอชื่อว่าฉินเฟิง เป็นประธานกลุ่มเฟิงหลี”

“แล้วกลุ่มที่ว่ายังขาดแคลสมาชิกอยู่รึเปล่า? บอกตรงๆฉันสนใจ!”

“ที่พูดนั่นเรื่องจริง? ฉันรู้จักกลุ่มเฟิงหลี

ไม่ใช่ว่ามันคือกลุ่มเดียวกันกับที่ผลิตปืนและสร้างเรือเหาะหรอกหรอ

ถ้าประธานของพวกเขาแกร่งขนาดนี้ แสดงว่าเป็นผู้ใช้วรยุทธโบราณเลเวล S น่ะสิ

ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมกลุ่มนั้นถึงพัฒนาอย่างก้าวกระโดด”

“ผิดแล้ว! ประธานกลุ่มเฟิงหลี มีระดับอยู่ในเลเวล A เท่านั้น

แต่เป็นเลเวล A ที่แตกต่างจากเลเวล A คนอื่นๆอย่างสิ้นเชิง

เพราะเขาคือลูกรักของพระเจ้าเลเวล A !”

“แบบนั้นก็หมายความว่าเขายังอายุไม่ถึง 20 ปี!?

เป็นแค่รุ่นเยาว์แต่บรรลุความแข็งแกร่งในระดับนั้นได้ยังไงกัน??”

“อายุไม่ใช่ประเด็น

สิ่งสำคัญที่สุดก็คือเขาเป็นลูกรักของพระเจ้า

นั่นหมายความว่าเขาคงกระพันในกลุ่มเลเวลเดียวกัน

อาจเป็นเพราะมีความแข็งแกร่งระดับนั้น

เลยเป็นเหตุผลให้เขาสามารถสังหารร้อยกรงเล็บได้”

ผู้ใช้พลังบนเครือข่ายนักสู้ถกเถียงกันอย่างจริงจัง

พวกเขากระทั่งเริ่มวิเคราะห์กระบวนท่าวรยุทธที่ฉินเฟิงใช้

ในที่สุดมีตัวตนทรงอำนาจคนหนึ่งเฉลย ว่ามันคือทักษะหมื่นสับสังหาร

ส่วนวิชาตัวเบาชื่อว่าก้าวทะลวงมิติ

ในพริบตา ทักษะการต่อสู้ทั้งสองนี้ก็กลายเป็นที่สนใจของผู้คนมากมาย

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญก็คือ การปีนป่ายมาถึงเลเวล A

ของฉินเฟิงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจที่สุด

แต่เป็นเรื่องที่เขาสามารถเรียนรู้กระบวนท่าวรยุทธเลเวล S ได้ถึงสองท่า

นี่สิน่าทึ่งของจริง

การสนทนาบนเครือข่ายนักสู้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องราวเท่านั้น

ผู้ใช้พลังระดับสูงมากมาย

ที่ก่อนหน้านี้ไม่พอใจเรื่องหลงถิงมอบตราจอมพลให้แก่ฉินเฟิง

ตอนนี้ไม่กล้าปริปากแม้แต่คำเดียว

“ถ้าพวกคุณอยากได้ตราจอมพล ก็ไปเด็ดหัวสัตว์เทวะมาแลก!”

หลงถิงกล่าวเฉียบขาด แต่เลเวล A ที่สามารถทำได้ เกรงว่าจะมีแค่ฉินเฟิงเท่านั้น

ไม่เพียงเป็นการประกาศชื่อเสียงแก่ฉินเฟิง

แต่ยังเป็นการปิดปากคนอื่นๆไปในตัว ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

แน่นอน หลงถิงรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง

ในอุปกรณ์สื่อสาร หลงถิงฉีกยิ้มกว้าง “วิดีโอนี้ยอดเยี่ยมจริงๆ

ไม่ใช่แค่ใช้หุบปากคนพวกนั้น แต่ยังมีบทบาทอีกอย่าง มันช่วยประกาศว่าแม้มนุษย์ในหลายๆประเทศจะแข็งแกร่ง

แต่พันธมิตรหัวเซี่ยของเราแข็งแกร่งยิ่งกว่า!”

“เรื่องราวทั้งหมดจบลงด้วยดี ต้องขอบคุณจอมพลฉิน!”

“มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว

ตั้งแต่ท่านผู้นำมอบตราจอมพลให้ผม ผมก็ต้องทำในสิ่งที่คู่ควรกับมัน” ฉินเฟิงยิ้ม

“แน่นอน หลังวิดีโอนี้ถูกเผยแพร่ออกไป

ฝั่งผมเองก็น่าจะได้รับผลประโยชน์เข้ามามากมาย”

ผลประโยชน์ที่ใหญ่ที่สุดก็คือ

กลุ่มเฟิงหลีมีชื่อเสียงเพิ่มพูนขึ้นเป็นอย่างมาก

ภายในแข็งแกร่งไม่ต่างจากถูกชุบด้วยทอง

เกรงว่าคงไม่มีใครคิดตีตัวออกจากเฟิงหลีในตอนนี้ หรือแม้กระทั่งกล้าคิดทรยศฉินเฟิง

เนื่องจากกลุ่มเฟิงหลีมีผู้แข็งแกร่งที่สามารถสังหารสัตว์เทวะลงได้

“นั่นคือสิ่งที่คุณสมควรได้รับ ”

หลงถิงให้กำลังใจ ชมเชยเขาอีกนิดหน่อย จากนั้นก็วางสายไป

ส่วนฉินเฟิงเตรียมหันหัวเรือเดินทางกลับ

หลังจากไป๋หลีดูดซับแก่นอบิลิตี้พรายทารกครวญ เธอก็ยกระดับขึ้นเป็น

A1 พลังสมาธิทรงพลังยิ่งกว่าเดิมมาก

ส่วนแก่นเทวะของร้อยกรงเล็บ ฉินเฟิงยังคงมอบให้อีกฝ่าย

คาดหวังว่าไป๋หลีจะสามารถขึ้นไปเหยียบย่างในขอบเขตเลเวล S ได้ในเร็ววัน

ด้วยประการฉะนี้

นั่นหมายความว่าฉินเฟิงต้องออกล่าแก่นเทวะให้มากขึ้น

แต่เขาไม่สามารถออกล่าสัตว์เทวะได้อีกต่อไป

หรืออย่างน้อยก็ต้องไม่ให้ใครล่วงรู้ว่าเขาออกตามล่าสัตว์เทวะอีกในเร็วๆนี้

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ในการล่าแต่ละครั้ง จะได้รับแต้มสงครามเป็นจำนวนมาก

หากเติบใหญ่เร็วเกินไป ต้นไม้สูงมักกลายเป็นเป้าของสายลมแรง

ขณะที่ผู้สร้างความดีความชอบพองามจะเป็นที่น่านับถือ ไม่เพาะสร้างศัตรู ฉินเฟิงจะไม่เข้าใจสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร?

ดังนั้น ฉินเฟิงขบคิดเรื่องนี้อยู่สักพัก

ก่อนตัดสินใจว่าจะลองไปบุกมิติอื่นดู

“ตอนนี้ มิติที่เหมาะที่สุดสำหรับฉัน คงไม่พ้น ‘เกาะมังกร!’”

เกาะมังกร ถูกเรียกอีกอย่างว่ามิติของพระเจ้า

มันกว้างใหญ่ไพศาล มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตอ่อนแอที่นั่น ไม่มีทางเลยที่จะอยู่รอด

อย่างไรก็ตาม มิติดังกล่าว มีผู้ใช้พลังเลเวล S

จำนวนมากแห่แหนกันไป มีสมบัติมหัศจรรย์มากมายที่นั่น

สมบัติที่สามารถช่วยให้ผู้ใช้พลังในเลเวล S ยกระดับอย่างก้าวกระโดด

ยังไม่พอ เกาะมังกรและมิติที่ฉินเฟิงอยู่

อันที่จริงแล้วมีทางเข้าทับซ้อนกันอยู่หลายเส้นทาง

และหนึ่งในบุคคลที่ครอบครองทางเข้าทับซ้อนเหล่านั้น

คือเหอเทียนสิง

ทางเข้าที่ว่า อยู่ในเมืองหลวงแห่งความมืด

แต่พอคิดถึงเรื่องนี้

ฉินเฟิงค่อยจำได้ว่านับแต่เขาสังหารเหอเทียนสิง เวลาก็ล่วงเลยมาหนึ่งเดือนแล้ว

อยากจะรู้จังว่าตอนนี้เมืองหลวงแห่งความมืดเป็นอย่างไรบ้าง

เขาสมควรไปปรากฏตัวให้คนที่นั่นเห็นแล้ว

เมื่อได้ข้อสรุปเช่นนี้ ฉินเฟิงก็เรียกไป๋หลี

และแจ้งแก่ซูซิงฝูว่าเขาจะออกไปหาประสบการณ์ข้างนอก

“คุณออกไปก็ดีแล้ว ฉันจะได้จัดการกับคนพวกนั้นซักที ประธาน

คุณรู้รึเปล่าว่าหลังจากปล่อยวิดีโอออกไป มีเลเวล A มากมายต้องการติดต่อขอเข้าร่วมกับกลุ่มเฟิงหลี”

ฉินเฟิงก็พอจะคาดเดาได้ว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น

หลังจากวิดีโอถูกแพร่ ก็เหมือนกับที่หลงถิงบอก ฉินเฟิงจะกลายเป็นวีรบุรุษ

มากไปด้วยอิทธิพล

ดังนั้น ผู้คนที่ยกย่องชื่นชมเขา ย่อมมีไม่น้อย

“ใครติดต่อหาคุณบ้าง? ขอรายชื่อทั้งหมดให้ผมดูหน่อย”

“เอ้านี่ ฉันจัดระเบียบมันให้แล้ว” ซูซิงฝูส่งเอกสารให้ฉินเฟิง

รายละเอียดของมันไม่ได้มีแค่ชื่อเท่านั้น แต่ยังมีกระทั่งความแข็งแกร่ง

และประวัติของฝ่ายตรงข้าม ว่าเคยผ่านประสบการณ์อะไรมาบ้าง รวมไปถึงกระบวนท่าวรยุทธ

ฯลฯ

แต่ฉินเฟิงกวาดมองดูแค่รายชื่อเท่านั้น สุดท้ายยิ้มออกมา

กล่าวว่า “ขอไม่รับเลยซักคนเดียว วัดเฟิงหลียังมีขนาดเล็ก

ยังไม่สามารถเปิดถวายพระพุทธรูปองค์ใหญ่เหล่านี้

ที่แท้จริงแล้วมีต้นไม้ใหญ่คอยให้ร่มเงาอยู่”

คนเหล่านี้ ล้วนเป็นคนที่มีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับเลเวล S

พวกเขาจะมาปกปิดฉินเฟิง คนที่กลับมาเกิดใหม่ได้อย่างไร?

การขอเข้าร่วมเฟิงหลีเป็นเรื่องลวง

เรื่องจริงย่อมมีเจตนาร้ายแอบแฝง!