ตอนที่ 161

1/6

Ep.161 -

โครงสร้างของเมืองเฟิงหลี

ณ สถานชุมชนเฉิงเป่ย

ภายในวิลล่าสุดหรู

ใบหน้าของหลินเซิงกลายเป็นดำคล้ำ เมื่อได้ยินสิ่งที่ลูกน้องของเขารายงาน

เขาเตะเปรี้ยงใส่โต๊ะเบื้องหน้า

ทั้งตัวสั่นสะท้านด้วยความโกรธ แต่ขณะเดียวกันก็แฝงไว้ซึ่งร่องรอยของความหวาดกลัว

“ฉินเฟิง เป็นไอ้เจ้าฉินเฟิงอีกแล้ว!”

เมื่อฉินเฟิงเดินทางไปถึงโถงทดสอบผู้ใช้พลัง

หลินเซิงก็ได้ทราบข่าว

อย่างไรก็ตาม ข่าวที่ได้รับมา

มันทำให้หลินเซิงรู้สึกขลาดกลัว

ข่าวเรื่องอันดับ 1

ในงานสวนล่ามิได้ทำให้หลินเซิงรู้สึกถึงภัยคุกคามใดๆ เพราะยังไงซะ ขอแค่เลเวล G3

หรือมากกว่า ใครๆก็สามารถคว้ามันมาได้ งานสวนล่าน่ะมีไว้ใช้แยกแยะความต่างชั้นระหว่างนักเรียนทั่วไปกับอัจฉริยะเท่านั้น

แต่ทว่า

ในการทดสอบรับรองผู้ใช้พลังครั้งนี้ของฉินเฟิง เด็กสาวที่อยู่ข้างกายเขา

ทำให้หลินเซิงรู้สึกหวาดกลัวอย่างลึกล้ำ

“คะแนนทดสอบพลังโจมตีอยู่ในระดับสูง

แถมยังไม่ได้ใช้กำลังภายใน!

ไม่ต้องพูดถึงความจริงที่ว่ามันยังไม่ได้ทดสอบพลังสมาธิ

มีข่าวจากงานสวนล่าว่าผลไม้สมาธิถูกขโมยไป แม้จะไม่มีหลักฐานว่าฉินเฟิงเป็นคนทำ

แต่ผลไม้สมาธิทั้งสาม ฉินเฟิงล้วนแบ่งปันให้เพื่อนร่วมทีมที่เหลือ

โดยไม่ต้องการสักผลเลย!”

“นั่นอาจเป็นเพราะมันครอบครองผลไม้สมาธิอยู่ก่อนแล้ว!”

“เรื่องขโมยที่เกิดขึ้น

ต้องเป็นฝีมือฉินเฟิงอย่างแน่นอน!”

“แล้วเด็กสาวที่อยู่ข้างๆมัน

ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะจัดการ”

อาจกล่าวได้ว่า บางครั้ง

ศัตรูก็มีมากกว่าที่ตนเองคิด มากกว่าที่ตัวเองเข้าใจ!

หลินเซิงเห็นฉินเฟิงเป็นศัตรูตั้งนานแล้ว

เขาพยายามหาจังหวะสังหารอีกฝ่ายตลอดเวลา แต่หลังจากเกิดสถานชุมชนเฟิงหลีขึ้น

และฉินเฟิงเดินทางไปยังเมืองหาน เลยเป็นธรรมดาที่หลินเซิงจะไม่สามารถไล่ตามไปสังหารอีกฝ่ายได้

แต่เมื่อโอกาสได้มาถึง

ฉินเฟิงเดินทางกลับมา หลินเซิงก็ได้รับข่าวร้ายที่น่าพรั่นพรึง!

มันคือข่าวที่ฉินเฟิงสามารถสังหารแม่พันธุ์แมงมุมเลือดขาเหล็กได้โดยลำพัง

หลินเซิงทำได้เพียงกัดฟัน

และกลืนความแค้นกลับลงท้อง แต่หลังจากที่ได้ทราบข่าววการเสียชีวิตของหลินไค

เขาก็มิอาจข่มกลืนความแค้นลงกระเพาะได้อีกต่อไป!

“สารเลว!” หลินเซิงสบถเดือดดาล

ลูกหลานของผู้ใช้พลังนับว่าขาดแคลนเป็นอย่างมาก

โดยเฉพาะคนที่แข็งแกร่ง นับว่ายิ่งขาดแคลน

ดังนั้นหลินเซิงจึงปฏิบัติต่อหลินไคราวกับสมบัติ แต่ตอนนี้ดันมาถูกฆ่าตาย

แม้ผู้คนทั้งหมดจะกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าหลินไคถูกสังหารโดยเฉินหมิง

แต่เฉินหมิงก็ตายไปแล้ว

“ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้เด็กฉินเฟิงมันขัดขวางคนขององค์กร

Z ทำลายแผนการลักพาตัวผู้ใช้อบิลิตี้ธาตุไม้ตั้งแต่แรก

เหตุการณ์แบบนี้มันคงไม่เกิดขึ้นตามมา … ทั้งหมดเป็นความผิดของมัน! ”

ในหัวใจของหลินเซิงฟุ้งไปด้วยความเกลียดชังและขมขื่น

แต่ในเวลานี้ ไม่มีสิ่งใดที่เขาสามารถทำได้เลย

ยิ่งเขาได้ยินว่า

ระหว่างที่ฉินเฟิงอยู่ในเมืองเฉิงหยางระยะเวลาหนึ่ง

อีกฝ่ายเคยถูกหมายหัวในศูนย์ประลอง เป็นเป้าลอบสังหารอย่างลับๆ ทว่าใครจะไปคาดคิด

ผลลัพธ์กลับกลายเป็นฉินเฟิงชนะรวดติดต่อกันกว่า 21 นัด!

และที่ทำให้หลินเซิงไม่กล้าลงมือกับฉินเฟิงโดยตรง

คงไม่พ้นฉากที่เขาสังหารผู้ใช้วรยุทธโบราณเลเวล E ในใบมีดเดียว

ณ ตอนนี้ หลินเซิงรู้สึกสิ้นหวังจริงๆ

“ไม่สิ ยังไม่สิ้นหวังซะทีเดียว

ฉันยังมีตระกูลซินอยู่!”

เมื่อคิดได้ถึงเรื่องนี้

หลินเซิงก็เปิดอุปกรณ์สื่อสาร และป้อนข้อมูลลงไปอย่างรวดเร็ว

ด้วยใบหน้าที่ฟุ้งไปด้วยความเกลียดชัง!

อีกด้านหนึ่ง

ฉินเฟิงมอบเกราะรูนให้แก่โจวฮ่าว

“อย่าบอกนะว่าเกราะนี่ทำมาจากวัตถุดิบของแม่พันธุ์แมงมุมเลือดขาเหล็ก?”

โจวฮ่าวเบิกตากว้าง

ฉินเฟิงพยักหน้าและกล่าว

“ใส่มันซะเพื่อความปลอดภัยของตัวนายเอง

ฉันตั้งใจจะเดินทางไปยังเมืองหานในเร็วๆนี้ นายต้องการไปด้วยกันไหม?”

“ไป! แน่นอนว่าต้องไปอยู่แล้ว!

ระหว่างนี้ฉันเข้าชั้นเรียนจนเบื่อจะแย่!” โจวฮ่าวกล่าว

สำหรับโจวฮ่าว การติดตามฉินเฟิงถือว่าเป็นการฝึกฝนเชิงปฏิบัติที่ดีกว่าทฤษฏี

เขารู้สึกว่ากระทั่งหลักสูตรที่เรียนอยู่ในปัจจุบัน

มันแทบไม่มีประโยชน์ใดๆอีกแล้ว

“งั้นนายก็เตรียมไปขอลาได้เลย

ไว้เจอกันอีกทีในวันพรุ่งนี้ อย่าลืมเอารถศึกไปด้วยล่ะ!”

“ฮ่าฮ่าฮ่า ผายลมอะไรของนาย?

ไม่เห็นหรือว่าตอนนี้ในเมืองกำลังประกาศกู้คืนเมืองหาน

ทางโรงเรียนเองก็ตอบรับคำร้องเป็นที่เรียบร้อย ผู้ใช้พลังเลเวล G

ทั้งหมดจะต้องเข้าร่วม และอาจารย์ใหญ่เติ้งยังเป็นคนออกปากด้วยตัวเอง

เรื่องขอลาเรียนน่ะไม่จำเป็นเลย!”

จริงสิ!

ฉินเฟิงลืมเรื่องประกาศกู้เมืองหานไปซะสนิทเลย!

“อ่าฮะ แล้วจะเริ่มเดินทางเมื่อไหร่?”

ฉินเฟิงถาม

“วันพรุ่งนี้!”

ฉินเฟิงผงกหัวว่าเข้าใจ

เขาสนทนากับโจวฮ่าวสักพัก หลังจากชี้แนะเรื่องกำลังภายในให้แก่สหาย ถึงค่อยจากไป

ภารกิจกู้คืนเมืองหานถูกประกาศเป็นเรื่องราวใหญ่โต

ฉะนั้นไม่เพียงโจวฮ่าวที่คิดจะไป แต่เกรงว่าหลิวซู วังเฉิน

และคนอื่นๆคนอยากไปเหมือนกัน

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้

ฉินเฟิงก็เลี้ยวรถศึกของเขา ขับออกจากเฉิงเป่ยไปยังสถานชุมชนเฟิงหลี

ผ่านมาแค่ไม่กี่วัน

แต่กลับเริ่มมีการจัดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกขนาดใหญ่มากมาย

เค้าโครงของพื้นที่นี้สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน เนื่องจากมีเงินทุนมากพอ

พื้นที่ของเฟิงหลีจึงมีขนาดใหญ่กว่าเมืองหานมาก

เทียบเท่าได้กับครึ่งหนึ่งของเฉิงเป่ย แต่ไม่อาจเปรียบกับเมืองเฉิงหยางได้

ถัดจากจตุรัสกลาง

เป็นอาคารขนาดใหญ่ที่ชวนให้ทุกผู้คนต้องแหงนหน้ามอง

นอกจากนี้ยังเป็นจุดสูงสุดของสถานชุมชนเฟิงหลี

ภายในห้องที่ถูกตั้งวางไว้ด้วยโต๊ะยาว

ฉินเฟิงนั่งอยู่หัวโต๊ะ ข้างๆเขาฝั่งหนึ่งเป็นไป๋หลี อีกฝั่งเป็นซูซิงฝู

ถัดลงไปเป็นหลิวซู , วังเฉิน , เซ่าเซี่ยง และเหอหลิง

ปัจจุบัน

แต่ละคนล้วนได้รับมอบหมายหน้าที่ในตำแหน่งที่ต่างกันออกไป

รองผู้ว่าการเขต : ซูซิงฝู

รัฐมนตรีทรัพยากร : หลิวซู

หน่วยลาดตระเวนภายใน :

ผู้บัญชาการกองทัพจู่เฟิง(飓风 ,เฮอริเคน) : วังเฉิน

หน่วยรักษาการณ์ภายนอก : ผู้บัญชาการกองทัพหานเฟิง(寒风

, ลมหนาว) : เซ่าเซี่ยง

หน่วยรักษาการณ์ภายนอก :

รองผู้บัญชาการกองทัพหานเฟิง(寒风 , ลมหนาว) : เหอหลิง

แน่นอน

พวกเขายังไม่ได้จัดตั้งกองทัพทุ่งล่า เพราะหน้าที่ของมันคือทำการสำรวจพื้นที่

ฉินเฟิงยังไม่ต้องการแก่งแย่งดินแดนกับใครในตอนนี้

ที่สำคัญคือพวกตนยังไม่มีคนหนุนหลัง

“เอาล่ะ โดยสรุปแล้ว

ฉันจะเดินทางไปกับวังเฉิน ส่วนเหอหลิงรับหน้าที่ดูแลหน่วยลาดตระเวนภายในชั่วคราว

ปิดการประชุมได้” ฉินเฟิงกล่าวน้ำเสียงทุ้มลึก

ซูซิงฝูและคนอื่นๆผุดลุกขึ้นตามลำดับ

ยืนส่งฉินเฟิงเดินจากไป

ซูซิงฝูแม้เคยเห็นความร้ายกาจของฉินเฟิงมาก่อนแล้ว

แต่เขาไม่คาดคิดเลย ว่าในด้านบริหารจัดการ อีกฝ่ายจะเชี่ยวชาญมันมากถึงขนาดนี้

ตนนึกไม่ออกจริงๆ ว่าเด็กอายุแค่ 16 ปี

สามารถเรียนรู้เรื่องราวเหล่านี้ได้อย่างไร?

หรือว่านี่คือความแตกต่างระหว่างอัจฉริยะกับคนธรรมดาใช่หรือไม่?

แต่ในตอนนั้นเอง

สุดท้ายหลิวซูก็อดไม่ได้ ต้องโพล่งขึ้นมา “ผู้ว่าการเขต

ฉันต้องการเข้าร่วมภารกิจนี้ด้วย!”

ข่าวที่ฉินเฟิงกล่าวก่อนหน้านี้

ไม่มีอะไรมากไปกว่าการนำคนกลุ่มหนึ่งไปพิชิตเมืองหาน

แม้ว่าฉินเฟิงจะไม่ได้อยู่ในทีมกับพวกเขา แต่นี่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่

ที่สามารถฟันกำไรได้มหาศาล และมันไม่สมควรจะพลาด

หากจัดกลุ่มผู้ใช้พลังเลเวล G

ออกไปบุกตะลุย ยิ่งถือว่าเป็นการออกกำลังที่ดี!

อย่างไรก็ตาม

ชื่อของหลิวซูกลับไม่อยู่รวมกับกลุ่มคนที่ไป

“หลิวซู อย่าคิดนะว่าคนอื่นจะไม่รู้

ถ้าเธอไปที่นั่น ไม่ได้หมายความว่าเธอตั้งใจจะไม่กลับมาหรอกหรือ?”

วังเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้มขี้เล่น

หลิวซูถลึงตามองอีกฝ่ายทันที

เหอหลิงกระแอมไอ กล่าวอย่างมีไหวพริบ

“หลิวซู พ่อแม่ของเธอก็อยู่ที่นี่ ถ้าเธอกลับไปเมืองหาน

แล้วถูกเทศมนตรีเมืองหานรั้งตัวเอาไว้

มันจะก่อให้เกิดความไม่พอใจระหว่างทั้งสองฝ่ายได้นะ

มนุษย์หากผิดใจกันมักยากจะคืนดี ดังนั้นอย่าไปเลย

ไหนจะเรื่องตำแหน่งหน้าที่ของเธออีก เมืองของพวกเราตอนนี้ไม่สามารถขาดเธอได้!”

หลิวซูทำอะไรไม่ถูก

ในเมืองยังมีหลายสิ่งหลายอย่างต้องทำจริงๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเธอซึ่งเป็นฝ่ายจัดการทรัพยากรในขณะนี้

เป็นหัวหอกที่ไม่อาจขาดไปได้จริงๆ

ฉินเฟิงยังถือว่ารู้จักวิธีใช้สอยผู้คน

แม้ในด้านความสามารถการต่อสู้ของหลิวซูจะไม่เลวร้าย

การฝึกฝนเองก็พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว แต่บุคลิกอ่อนแอเกินไป

ดังนั้นเขาเลยแต่งตั้งเธอให้เป็นรัฐมนตรีทรัพยากร

หากกล่าวอย่างตรงไปตรงมาคือให้คอยดูแลคลังสินค้า

แน่นอน

ว่าจริงๆแล้วนี่มันก็แค่งานสบายๆ วัสดุและเงินจำนวนมหาศาลอยู่ในมือของหลิวซู เรียกได้ว่าเป็นตัวแทนคลังของสถานชุมชนเฟิงหลี

ดังนั้นหลิวซูจึงไม่รู้สึกว่าฉินเฟิงปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมต่อเธอ ตรงกันข้าม

เธอกลับรู้สึกว่าฉินเฟิงไว้ใจเธอมาก

ในขณะที่วังเฉิน

แม้บนใบหน้ามักจะหัวเราะและขี้เล่น หากแต่ในหัวใจยังคงไว้ซึ่งความละโมภเล็กน้อย

แต่เขาเป็นเป็นลูกน้องที่ดี ฉลาด ผู้ชายแบบนี้เหมาะสมที่จะเก็บไว้ใช้งาน

ทางด้านเซ่าเซี่ยง

เจ้าตัวเป็นคนหุนหันพลันแล่น ส่วนเหอหลิงดูจะออกแนวคนแก่ใจดีไปหน่อย

ประสบการณ์ทางโลกของทั้งสองคนนี้น้อยมาก

ดังนั้นทั้งสองจึงถูกฉินเฟิงส่งไปรับมือกับสัตว์ร้ายภายนอก ไม่เหมือนกับวังเฉินที่ต้องรับมือกับภายใน

ฉินเฟิงกวาดสายตามองทั้งสี่คนและกล่าว

“ไม่ต้องใช้สมองเล็กๆของเธอพยายามคิดว่าฉันหมายถึงอะไร ขอแค่ทำตามที่บอกก็พอ!”

หลิวซูพอได้ยินก็โกรธจนหน้าแดง