ตอนที่ 347

3/4

Ep.347 - ยุบพันธมิตร ปฏิเสธข้อเสนอ

“ใช่ เป็นอย่างที่นายว่าจริงๆ” เฉินเซี่ยงพยักหน้ายอมรับ

แม้จะไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้อย่างชัดเจน

แต่เพราะปฏิบัตการในครั้งนี้ ทำให้พันธมิตรอิสระที่เพิ่งรวมตัวกันได้ไม่กี่เดือน

ต้องพังทลายลง

“ฉินเฟิง หลังจากนี้นายมีแผนจะทำอะไรไหม? อย่างการก่อตั้งทีม …

” เกาลี่เอ่ยถามอย่างร้อนรน

ฉินเฟิงยิ้มจาง อันที่จริงเขารู้อยู่แล้ว

ว่านี่แหละคือสิ่งที่เกาลี่ต้องการจะถามตั้งแต่ต้น

หรืออาจจะกล่าวว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนในห้องนี้อยากถามก็ได้

การได้มีหลังอิงต้นไม้ใหญ่ คอยให้ร่มเงาเป็นเรื่องที่ดี

และคนเหล่านี้ ก่อนหน้าก็เคยใช้หยานฟางเป็นต้นไม้ใหญ่มาก่อน

การมีคนคอยคุ้มกะลาหัวในทุ่งล่า กรณีที่เกิดเผชิญกับศัตรูสุดแกร่ง

คุณยังสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้

ทั้งยังเพลิดเพลินไปกับความสะดวกสบายในเวลาเดียวกัน

แท้จริงแล้วคนเหล่านี้ไม่ต้องการให้ไหล่ตนแบกรับความรับผิดชอบหนักเกินไป

เลยยินยอมให้หยานฟางเป็นลูกพี่ แม้ปากจะบอกว่าพวกตนไม่ใช่ลูกน้องก็ตาม

แต่ว่านะ ในโลกแบบนี้ มันจะมีสิ่งดีๆแบบนั้นได้อย่างไร?

“ผมยังไม่มีความตั้งใจอย่างที่เสนอมาในตอนนี้

อีกอย่างสไตล์การต่อสู้ของผม มันง่ายต่อการผิดใจกับผู้อื่น

ดังนั้นเหมาะที่จะลงมือคนเดียวมากกว่า”

“งั้นก็ไม่เป็นไร” เฉินเซี่ยงพยักหน้า ไม่คิดกล่าวอะไรอีก เขาคุ้นเคยกับฉินเฟิงมากกว่าคนอื่นๆ

รู้จักนิสัยของฉินเฟิงดี โดยเฉพาะปฏิบัติการครั้งล่าสุด

มีเพียงฉินเฟิงคนเดียวเท่านั้น ที่ไม่ต้องแบ่งแก่นพลังงานราชันย์กับใคร

ตรงส่วนนี้ไม่เกี่ยวข้องใดๆกับเรื่องการแบ่งผลประโยชน์

แต่มันเกี่ยวกับความแข็งแกร่ง อย่างในการต่อสู้ครั้งสุดท้าย

จะมีสักกี่คนกันที่สามารถยืนหยัดได้เหมือนฉินเฟิง

ต่อสู้ได้อย่างเขา

อีกเรื่องหนึ่ง เวลานี้

กลุ่มเล่ยถังนับว่าเกิดการสูญเสียครั้งใหญ่ นี่เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

และคนที่ก่อเรื่องราวใหญ่โตอย่างฉินเฟิง

กลับยังรั้งอยู่ในปราการชาตง นี่ยังไงต้องมีปัญหาตามมาแน่ๆ

ดังนั้นไม่อยู่ใต้อาณัติเขาก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็ไม่ต้องพะวงไปอีกทาง

หลังจากนั้น กลุ่มเฉินเซี่ยงกับฉินเฟิงก็สนทนากันอีกเล็กๆน้อยๆ

ข้อเสนอก่อนหน้านี้ แน่นอนว่าย่อมตกไป

--สำหรับฉินเฟิง เขาไม่จำเป็นต้องมีคนคอยพันแข้งพันขา

ยิ่งไปกว่านั้น การสังหารเล่ยชาง

ฉินเฟิงยังต้องการให้เป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู!

ว่าในสนามรบต่อไป หากมีฉินเฟิงเข้าร่วมด้วย

บางคนต้องชั่งใจแล้ว ว่าจะแย่งชิงผลประโยชน์จากเขาหรือไม่?

หลังจากการต่อสู้ในครั้งนี้

ฉินเฟิงก็ยังไม่คิดตีตั๋วกลับแต่อย่างใด

หูเหลียงจึงพาเขากับไป๋หลีเข้าไปในทะเลทรายทะเลเหนืออีกครั้ง

ภายในทะเลทราย เต็มไปด้ววยสัตว์ร้ายมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว

มักจะเป็นสายพันธุ์แมลง

ท่ามกลางกองทัพสัตว์ร้าย ฉินเฟิงราวกับมังกรกระโจนลงสู่ทะเล

แหวกว่ายเก็บเกี่ยวสัตว์ร้ายอย่างอิสระเสรี

ทุกๆวัน เขามุ่งมั่นฆ่าสังหารอย่างต่อเนื่อง

หมายยกระดับความแข็งแกร่งของตนเอง

และคอยเฟ้นหาราชันย์สัตว์ร้ายที่ถือกำเนิดขึ้นในทะเลเหนือ

ท่ามกลางทะเลทราย ต้นกระบองเพชรกลายพันธุ์ถูกโค่นลงอย่างไม่ทันตั้งตัว

มันเป็นถึงเลเวล D เป็นพืชกลายพันธุ์ระดับราชันย์

แต่กลับถูกขุดรากถอนโคนโดยฉินเฟิง ทุกหนามแหลมของมันล้วนมีค่า

เนื้อกระบองเพชรเองก็นุ่มและอร่อย เทียบได้เลยกับสมุนไพรวิญญาณ

ยังไม่พอ ภายในลำต้นของกระบองเพชรกลายพันธุ์

ยังมีแก่นอบิลิตี้ราชันย์สัตว์ร้ายเลเวล D ธาตุน้ำรวมอยู่ด้วย

และทั้งหมดนี้ ล้วนตกเป็นของฉินเฟิง!

“ฟ่ออออ!”

ราชันย์สัตว์ร้ายที่มีสีน้ำตาลทั้งตัวกรีดร้องน่าอนาถ

งูทรายที่มักเป็นผู้ล่าเสมอมา สุดท้ายวันนี้ดันเจอตอที่มิอาจโค่นล้ม

“ตายซะ!”

มีดกษัตริย์ครามในมือฉินเฟิงสาดแสงสีฟ้า

พลุไฟสงครามเส้นผ่านศูนย์กลาง 7 ชุ่นพุ่งใส่งูยักษ์

งูยักษ์ดิ้นรนขัดขืน ก่อนทั้งร่างของมันค่อยๆแน่นิ่ง

สูญสิ้นกลิ่นอาย

ฉินเฟิงเริ่มเลอะหนัง และลากงูตัวนี้กลับไป

ภายในอุโมงค์ใต้ผืนทรายอันมืดมิด แม่แมลงสีดำตัวใหญ่ถูกทารุณ

ส่งเสียงกรีดร้องน่าสยองขวัญ

ท่ามกลางท้องฟ้าอันมืดมิด นักล่าในยามค่ำคืบคลานออกจากรัง

แต่มันยังไม่ทันจะเอื้อมกรงเล็บออกจากรู ก็ดันประสบพบเจอกับหายนะ!

ครึ่งเดือนต่อมา ภายในพาร์ตเมนต์ของฉินเฟิง

หานน่วนกำลังรายงานธุรกรรมล่าสุดกับเขา

“ … รายได้โดยรวมของเดือนนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น 57.2

พันล้านเหรียญ” หานน่วนนับตัวเลขนี้ ย้ำๆกับมันเป็นนับร้อยครั้ง

เธอไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าภายในเดือนเดียว

วัตถุดิบที่ถูกจัดการโดยมือเธอ จะมีมหาศาลขนาดนี้

ฉินเฟิงพยักหน้า และกล่าว “ไม่เลว นี่คือรางวัลของคุณ”

ฉินเฟิงหยิบเนื้อของแม่แมลงออกมา

แม้ว่าเนื้อนี้จะอ่อนแอกว่าของราชันย์สัตว์ร้าย

แต่แม่แมลงครอบครองพลังสมาธิอันทรงพลัง ถึงมันจะไม่มีอบิลิตี้

แต่พลังสมาธิที่แฝงอยู่ในเนื้อแมลงตัวนี้ ถือเป็นยาชั้นดีสำหรับหานน่วน

“ขอบคุณเจ้านาย!”

หานน่วนกล่าวด้วยความสุข

“อืม ไปทำงานเถอะ ผมเองก็จะออกไปข้างนอกเหมือนกัน”

ฉินเฟิงเดินทางไปพบกับลู่หวันเปา

แม้หานน่วนจะดูแลเกี่ยวกับวัตถุดิบธรรมดาที่ฉินเฟิงล่าสังหาร

แต่ธุรกรรมระหว่างฉินเฟิงกับลู่หวันเปาก็ยังไม่หยุดลง

ในครึ่งเดือนมานี้ ฉินเฟิงสังหารราชันย์สัตว์ร้ายลงได้กว่า 4

ตัว มอบวัตถุดิบเหล่านั้นให้แก่กลุ่มหวันซ่ง ได้รับเงินมามากถึง 120 พันล้านเหรียญ

ด้วยเหตุนี้ เครดิตที่ฉินเฟิงมีต่อกลุ่มหวันซ่ง

เลยอยู่ในระดับที่สูงมาก

การจะได้รับการบริการระดับวีไอพีถือว่าไม่ใช่เรื่องเกินจริง

ฉินเฟิงทำธุรกรรมกับลู่หวันเปาในคราวนี้

ก็เพื่อขอให้ลู่หวันเปารวบรวมแก่นพลังงานราชันย์สัตว์ร้ายเลเวล D ให้แก่เขา

โดยราชันย์สัตว์ร้ายที่ฉินเฟิงสังหารลง

ล้วนเป็นตัวที่ครอบครองแก่นอบิลิตี้

--แก่นอบิลิตี้มีราคาสูงว่าแก่นพลังงานในระดับเดียวกันถึง 3 เท่า

และฉินเฟิงต้องการแลกเปลี่ยนกับพวกมันโดยตรง หากมีส่วนต่างนิดๆหน่อยๆก็ส่งเงินมา

ทั้งสองร่วมมือกันเป็นอย่างดี ต่างฝ่ายต่างพึงพอใจ

แม้ลู่หวันเปาจะไม่ทราบว่าฉินเฟิงต้องการแก่นพลังงานราชันย์สัตว์ร้ายไปทำอะไรตั้งมากมาย

แต่ครึ่งเดือนที่ผ่านมา ตนสามารถทำกำไรได้มหาศาล ฉะนั้นช่างมันเถอะ

“จริงสิมิสเตอร์ฉิน

เรื่องที่คุณขอให้ฉันขายขนจักรพรรดินกยูงเพลิงฟ้ามีคนสนใจแล้วนะ

แต่เขาเสนอเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนแทน ไม่แน่ใจว่าคุณรับได้หรือเปล่า”

ลู่หวันเปากล่าว พลางนำอุปกรณ์สื่สารออกมา

และปัดภาพส่งไปยังอุปกรณ์สื่อสารบนข้อมือของฉินเฟิง

ฉินเฟิงเพียงเหลือบมอง ก็อุทานอย่างคาดไม่ถึง

“นี่มันเหล็กพระอาทิตย์?”

เจ้าสิ่งนี้ ก็เหมือนกับเหล็กดารา

เพียงแต่มันครอบครองอบิลิตี้ไฟ ร้อนแรงอย่างหาที่ใดเปรียบ

ตราบใดละลายมัน แล้วนำไปหลอม

เหล็กพระอาทิตย์สามารถใช้สร้างอาวุธเทวะได้

แต่กระนั้น ต้องไม่ลืมนะว่ามันคือสิ่งที่ไม่มีวันถูกทำลาย

อีกอย่าง

หากคุณต้องการละลายเหล็กพระอาทิตย์เพื่อหลอมสร้างอาวุธเทวะ มันไม่ใช่เรื่องง่าย

ต้องใช้เงินมหาศาลเกินไป หลายคนไม่สามารถจ่ายได้

“ถูกเผง นี่คือเหล็กพระอาทิตย์ขนาด 2 กิโลกรัม มันไม่เล็กๆเลย

แต่อีกฝ่ายต้องการใช้มันแลกกับขนนกยูงเพลิงฟ้าทั้งหมดของคุณ

ซึ่งถ้าตีตามมูลค่าแล้ว … ”

ถือว่าไม่สมกัน

เพราะหากต้องรวมในส่วนค่าใช้จ่ายที่ฉินเฟิงต้องใช้เพื่อสร้างอาวุธเทวะแล้ว

ฉินเฟิงย่อมเป็นฝ่ายขาดทุน

อย่างไรก็ตาม ฉินเฟิงมีรูบิควิเศษอยู่ในครอบครอง

“ผมตกลงแลก” ฉินเฟิงกล่าว

“เข้าใจแล้ว ฉันจะติดต่ออีกฝ่ายไป ขอเวลาสักครึ่งชั่วโมง”

“ตกลง”

ฉินเฟิงกับไป๋หลีรออยู่ในห้อง VIP

นั่งดูหนังที่ทางหวันซ่งจัดเตรียมเอาไว้ให้ ไม่ได้รู้สึกเบื่อหน่ายแต่อย่างใด

ในเวลาเดียวกัน ภายในสี่เมืองทะเลเหนือ ณ

หมู่บ้านเล็กๆที่ดูเก่าแก่แห่งหนึ่ง สมาชิกตระกูลซงลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

ทั้งหมดออกมายืนต้อนรับบรรพชนของพวกเขา

ผู้นำตระกูลซง , ผู้ใช้พลังเลเวล C --ซงจินควง

แม้บนหัวของซงจินควงจะเต็มไปด้วยผมสีเงิน ทว่า … ใบหน้าของเขากลับดูเยาว์วัยจนน่าประหลาดใจ

อ่อนเยาว์เหลือเกิน ผิวหนังราวกับคนอายุแค่ 20 ปีเท่านั้น

นี่คือผลลัพธ์จากการสำเร็จเทคนิคโลหิตขั้นสูง

สามารถกลับคืนสู่ช่วงวัยอันรุ่งโรจน์

แน่นอน เพราะเทคนิคนี้

ปริมาณเลือดที่ซงจินควงต้องดูดซับในแต่ละปี ย่อมมหาศาล

“ได้ตรวจสอบข่าวอย่างละเอียดรึยัง?” ซงจินควงเอ่ยแผ่วเบา

“ตรวจสอบเรียบร้อยแล้วขอรับ!”อาวุโสสี่ซงหยูหมังก้าวเข้ามารายงาน

ภารกิจล่าในสันเขาถังซานหยุดลง

เป็นธรรมดาที่ซงหยูหมังจะกลับมายังตระกูล และคอยดูแลจัดการสถานการณ์ทั่วไป

“ก่อนที่บลัดฮันเตอร์จะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

เขาหวาดกลัวการแก้แค้นจากตระกูลซงของพวกเรา แต่ก่อนจะไม่มีข่าวของเขาอีกเลย

บลัดฮันเตอร์ได้เทขายของทั้งหมดที่มีให้แก่ตลาดมืดแห่งหนึ่งในสามเฉิง

และเจ้าของตลาดมืดแห่งนั้น …

“---เรียกว่าฉินเฟิง!”