ตอนที่ 1045

Ep.1045 - ทำลายเผ่ามังกร

“ฆ่า!”

ฉินเฟิงร้องคำราม

เสียงคำรามนี้ เรียกสติเผ่ามังกรเลเวล SSS

พวกมันเห็นความตายของพวกพ้องตน ตอนนี้ทุกตัวเริ่มหวาดกลัว

“นี่แกยังเป็นมนุษย์อยู่รึเปล่า? ปีศาจชัดๆ!”

ไม่มีมนุษย์คนไหนหรอกสามารถทำสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ได้โดยลำพัง

เห็นได้ชัดว่ามนุษย์ตรงหน้าพวกมัน มีกลิ่นอายเพียงเลเวล SS

และอย่างมากสุดอยู่ในระดับเทวะเท่านั้น แต่ถึงกับสามารถสังหารเผ่ามังกรเลเวล SSS

ลงได้

รู้หรือไม่ เผ่ามังกรน่ะแตกต่างจากมนุษย์ ลูกหลานชาวมังกรทุกตน

ตั้งแต่วัยเด็กจะมีระดับอยู่ที่นายพล และเมื่อสามารถเข้าถึงเลเวล S

ระดับความแข็งแกร่งทางกายภาพจะเลื่อนมาอยู่ในระดับราชันย์

ไม่อย่างนั้นพวกมันจะเปลี่ยนร่างเป็นมังกรได้อย่างไร?

ยังไงก็ตาม การดำรงอยู่ที่สุดยอดถึงขนาดนั้น

กลับถูกสังหารภายในไม่กี่วินาที

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล้มล้างสามัญสำนึกของพวกมันลงอย่างสิ้นเชิง

“กลับไปเสีย!

แล้วพวกเราจะยอมทำเป็นมองไม่เห็นความผิดบาปของเจ้าที่ทำลายแผ่นดินใหญ่

จงยอมจากไปแต่โดยดี มิฉะนั้น จ้าวเหนือหัวจากเผ่ามังกรของพวกเรา

จะออกไล่ล่าเจ้าไปจนสุดขอบโลก!”

ฉินเฟิงหัวเราะเย็นชา กล่าวว่า

“พูดแบบนี้ก็แสดงว่าตอนนี้จ้าวเหนือหัวของพวกแกไม่ได้อยู่ที่นี่ล่ะสิใช่ไหม

แบบนั้นก็ดีเลย!”

ฉินเฟิงไม่กลัวจ้าวเหนือหัว และเขาก็ทราบเช่นกัน

ว่าจ้าวเหนือหัวไม่ใช่คนที่จะลงมือโดยง่าย นอกจากนี้  มีมิติมากมายอยู่ภายใต้การดูแลของจ้าวเหนือหัว

เป็นไปไม่ได้ที่จะประจำการอยู่ที่เดียว ตราบใดที่อีกฝ่ายยังไม่มา

ฉินเฟิงจะสังหารไปเรื่อยๆ สังเวยศัตรูจนกว่าจะปรากฏธารโลหิต!

“ตาย!”

มีดกษัตริย์ครามของฉินเฟิงตัดผ่านอวกาศ

เขาไม่ได้ใช้กระบวนท่าวิญญาณสะบั้นอีกต่อไป เพราะหากคิดฆ่าไก่

ไม่จำเป็นต้องใช้มีดฆ่าวัว!

ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที เหล่าผู้ใช้พลังเลเวล SSS

ก็หลั่งเลือดชโลมไปทั่วอวกาศ ถูกสังหารโดยฉินเฟิง

โดยปกติแล้ว หากเป็นผู้ใช้พลังเลเวล SSS

ที่มีความแข็งแกร่งทัดเทียมกัน

ต่อให้สู้กันเป็นเวลาสามวันสามคืนก็ยังไม่รู้ผลแพ้ชนะ และถ้าจะให้สู้กันถึงตาย

บางทีพวกเขาอาจต่อสู้ต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 10 - 15 วัน

แต่ปัจจุบันกำลังภายในของฉินเฟิงแข็งแกร่งเกินไป

เกรงว่าเป็นรองเพียงจ้าวเหนือหัวเท่านั้น เลยสามารถสังหารเลเวล SSS

เหล่านี้ได้อย่างง่ายดายไม่ต่างจากฆ่าสุนัข

ในเวลานั้นเอง ร่างสีขาวปรากฏขึ้นท่ามกลางจักรวาล

หลังจากแก้ปัญหาเรื่องในมิติบลูสตาร์แล้ว

ไป๋หลีก็วาร์ปมายังมิตินี้

เมื่อเห็นไป๋หลี

ประกายของความขบคิดบางอย่างก็สะท้อนในแววตาของฉินเฟิง สักพักตัดสินใจ

“ไป๋หลี ใช้รูนมิตินำเผ่ามังกรเลเวล S

ทั้งหมดที่ยังเหลืออยู่ในอีกสี่ทวีปนี้มาที่นี่”

“ไม่มีปัญหา!”

ไป๋หลีดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงอารมณ์ของฉินเฟิง

แต่เธอยังคงสนับสนุนความคิดของเขา

นี่ไม่ใช่เพราะเธอเป็นเดรัจฉาน

เลยทำเป็นมองไม่เห็นหรือไม่สนใจเรื่องถูกหรือผิด แต่เป็นเพราะทั้งหมดทั้งมวลนี้

คือการตัดสินใจของฉินเฟิง

ช่วงเวลามาต่อ รังสีแสงสีเงินเริ่มกางออก มันกว้างไกลราวไร้ที่สิ้นสุด

โอบล้อมแผ่นดินใหญ่อีกสี่ทวีปที่อยู่ติดกัน

จากนั้น เผ่ามังกรเลเวล S ที่มีท่าทีตื่นตระหนก

ก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางอวกาศที่ว่างเปล่า

และจำนวนของพวกมัน มีอย่างน้อยนับหมื่นตน!

ฉินเฟิงไม่ลังเล โบกสะบัดมีดกษัตริย์ครามอีกครา

“ล้านสับสังหาร!”

ภูติผีวิญญานนบับล้านผุดพรายออกมา

แม้จะไม่ได้กระตุ้นวิญญาณนางพญาดาราเกราะเหล็ก

แต่เท่านี้ก็เพียงพอที่จะครอบคลุมพื้นที่อวกาศโดยรอบ

การดำรงอยู่ของเผ่ามังกรเลเวล S

นับหมื่นตนถูกอำนาจทำลายล้างบดขยี้เป็นโคลนเหลว

พลังงานจากเลือดและเนื้อฟุ้งกระจายไปทั่วอวกาศ จากนั้นถูกดูดซับโดยทักษะลับกลืนดาราและพลังพิเศษดูดกลืน

พลังงานเหล่านี้มีไม่มากนัก หลังจากที่คายสิ่งปนเปื้อน

มันเพียงพอที่จะช่วยฟื้นฟูกำลังภายในที่ฉินเฟิงเพิ่งปลดปล่อยออกมาเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งจากร่างกายของพวกมันที่ดูดซับเข้ามา

นับว่าอุดมสมบูรณ์มากพอจนถึงจุดที่--

--ตูม!

ความแข็งแกร่งทางกายภาพของฉินเฟิงยกระดับไปอีกขั้น

ก้าวขึ้นสู่เลเวล SS1!

“ไปเอาแกนมิติออกมา ทำหนึ่งแล้วอย่าหยุดแค่สอง

ยังไงซะฉันก็ล่วงเกินพวกมันไปแล้ว งั้นทำไมไม่ทำลายให้หมดซะเลยล่ะ!”

“ตกลง ฉันจะไปเอามาให้ คุณรอก่อน”

ไป๋หลีก็ไม่ใจอ่อนเช่นกัน

ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่ว่าทรัพยากรเหล่านั้น เธอเองก็ต้องการมันเหมือนกัน

ด้วยสถานะสัตว์ยักษ์มิติของไป๋หลี

นับว่าเพียงพอแล้วที่จะบุกไปถึงแกนกลางมิติระดับสูง แกนมิติระดับสูงเหล่านี้

ทั้งหมดถูกไป๋หลีขุดจนว่างเปล่า ทวีปทั้งสี่ที่เหลือ นับถอยหลังสู่การล่มสลาย

ฉินเฟิงยืนอยู่ท่ามกลางอวกาสเพื่อรอไป๋หลี ในเวลานั้นเอง

เขาพบว่ามีมนุษย์จำนวนมากกำลังบินออกจากทั้งสี่ทวีป

ในบรรดามนุษย์เหล่านั้น คนที่อยู่แถวหน้าล้วนเป็นเลเวล S

ทั้งสิ้น นอกจากนี้ในแถวหลังยังมีผู้ใช้พลังเลเวล A , B อีกจำนวนมาก แต่เลเวล C มีแค่ไม่กี่คนเท่านั้น

เนื่องจากมนุษย์ที่อ่อนแอเกินไป

ไม่มีคุณสมบัติมากพอที่จะให้กำเนิดทายาทที่แข็งแกร่ง

ดังนั้นมนุษย์เลเวลต่ำจะถูกทำการซื้อขายโดยเผ่ามังกร

“ท่านผู้ใหญ่ ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ! ฉันชื่อเซี่ยจี …

ไม่สิ ชื่อว่า ‘เซี่ยหมิงเสี่ยว’ ไม่ทราบท่านผู้ใหญ่มีนามว่าอะไร?”

มนุษย์ที่นำขบวนทั้งหมด แท้จริงแล้วเป็นสตรีเลเวล SS

ครอบครองรูปลักษณ์อันงดงาม แทบจะเทียบเท่าได้เลยกับเทพบุปผา

และชุดของเธอก็ดูไม่ทรุดโทรม ตรงกันข้ามมันค่อนข้างหรูหรา

ประดับไปด้วยอัญมณีและเพชรพลอยล้ำค่า พริบตาเดียว

ฉินเฟิงก็สามารถคาดเดาสถานะของผู้หญิงคนนี้ได้ทันที

เกรงว่าเธอคนนี้น่าจะเป็นสนมคนโปรดของผู้ใช้พลังเลเวล SSS

อะไรแบบนี้เป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไปของมนุษย์ที่อยู่ในเผ่ามังกร

แต่ในฐานะมนุษย์

จะเป็นเรื่องดีได้อย่างไรที่ต้องอยู่ภายใต้การบังคับข่มเหงตลอดเวลา?

และสัญญาที่คนพวกนี้ทำ

ย่อมไม่ใช่สัญญาที่เท่าเทียมกันอย่างแน่นอน แต่มันเป็นสัญญาทาส!

“ผมชื่อฉินเฟิง!” ฉินเฟิงบอกชื่อเขาผ่านพลังสมาธิ

ขณะเดียวกันเห็นว่ามีมนุษย์กำลังบินออกมาจากในทวีปต่างๆมากขึ้นเรื่อยๆ

ตรงมายังทิศทางนี้

เซี่ยหมิงเสี่ยว คือมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มนี้

และเธอยังเป็นสนมของเผ่ามังกรตนแรกที่รุกรานมิติบลูสตาร์ หลังจากการตายของมัน

เซี่ยหมิงเสี่ยวสัมผัสได้ว่าพันธสัญญาหายไป ดังนั้นเริ่มออกไล่ฆ่าเผ่ามังกร

แต่สุดท้ายเผ่ามังกรเหล่านั้นถูกอาบไปด้วยแสงสีเงินและหายวับไป

โชคดีที่เซี่ยหมิงเสี่ยวแข็งแกร่งมาก

ดังนั้นสามารถเห็นฉากที่ฉินเฟิงสังหารหมู่เผ่ามังกรในอวกาศ เธอเลยตัดสินใจแวะมาขอบคุณเขา

แน่นอนว่ายังมีจุดประสงค์อื่นด้วย

--ถึงแม้ว่าตอนนี้ทุกสถานที่จะเต็มไปด้วยรอยแยกมิติทุกหนแห่ง

และเธอสามารถก้าวเข้าไปแล้วหลุดพ้นจากมิติแห่งนี้ได้ก็ตาม แต่ใครจะรู้

มันอาจเป็นการหนีจากมังกรเข้าปากเสือก็ได้

เมื่อคิดได้แบบนั้น เซี่ยหมิงเสี่ยวจึงพาคนมายังที่นี่

แสดงทัศนคติเคารพนอบน้อมต่อฉินเฟิง

“ท่านผู้ใหญ่ฉิน พรรคพวกของเรา

ส่วนหนึ่งกลายเป็นคนไร้บ้านไม่มีที่อยู่อาศัย ถ้าคุณช่วยพวกเราอีกสักครั้ง

ถึงฉันจะไม่มีอะไรตอบแทน แต่สัญญาว่าจะยอมเป็นม้าเป็นวัวรับใช้คุณ ”

ฉินเฟิงไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเอ่ยแบบนี้ เขาอดไม่ได้ที่จะใจเต้น

รู้ไหมว่าแม้ฉินเฟิงจะปีนป่ายมาถึงความแข็งแกร่งในเลเวล SS แต่เขายังมีคนไม่มากนัก

เรื่องราวของมิติบลูสตาร์ได้รับการแก้ไขแล้ว

ข้อเสนอในคราวนี้ถือเป็นโอกาสที่ดี

ยังไงก็ตาม ใช่ว่าฉินเฟิงจะยอมรับทุกคน เขาไม่ใช่สถานีรีไซเคิล

“ผมไม่ค่อยอยากยุ่งกับเรื่องน่ารำคาญพวกนี้เท่าไหร่นัก

เอาเป็นว่าสำหรับใครที่ถูกลักพาตัวมา และรู้พิกัดกลับมิติของตัวเองก็จงกลับไปเสีย

ส่วนที่เหลือ จะถูกจัดให้อาศัยอยู่ในมิติในความดูแลของผมไปก่อน

แต่ขอพูดให้ชัดเจนนะ ว่าสภาพแวดล้อมที่นั่นเลวร้ายมาก เรื่องนี้พวกคุณตัดสินใจเอง!”

คนพวกนี้ไม่ทราบว่าจะทำเช่นไรดี

การสื่อสารโดยใช้พลังสมาธิเริ่มเกิดขึ้น

แต่ไม่นาน การสื่อสารแลกเปลี่ยนความคิดเห็นนี้ก็ถูกระงับ

เซี่ยหมิงเสี่ยวกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ใครที่อยากไปก็จงไปเสีย

ไม่ต้องรั้งอยู่ที่นี่ ไม่มีใครอยากเสียเวลารอพวกคุณ ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ควรปล่อยให้ท่านผู้ใหญ่ฉินรอนาน

ก่อนอื่นให้เดินทางไปยังมิติของเขา แล้วที่เหลือค่อยว่ากัน!”

มนุษย์เชลยทั้งหมดเงียบงัน ไม่มีใครกล้าพูดสิ่งใดอีก

เพราะท้ายที่สุดแล้ว เซี่ยหมิงเสี่ยวคือมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดที่นี้

สถานะก่อนหน้านี้ก็ยังสูงสุดเช่นกัน เธอถึงขั้นสามารถแอบติดต่อกับมนุษย์คนอื่นๆ

เพื่อวางแผนซ้อนแผน ทำให้พวกเผ่ามังกรทะเลาะและฆ่ากันเองได้

ระหว่างที่คนเหล่านี้เงียบ ไป๋หลีก้กลับมาพอดี